“แอ๊ด........”
เสียงประตูเปิดออก พร้อมกับแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาทางช่องประตู ตามหลังหญิงสาวตัวเล็กที่เพิ่งก้าวเท้าข้ามาภายในห้อง ทำให้คนที่อยู่ด้านในมองเห็นเป็เพียงเงาผู้หญิงผมยาว สวมกระโปรงสั้นประมาณเข่าเช่นเดียวกับภาพย้อนแสง จนกระทั่งบานประตูปิดลงเขาจึงมองเห็นได้ถนัดตาว่า ผู้ที่เดินเข้ามาอย่างรีบเร่งนั้นมีหน้าตาเป็เช่นไร
ชายหนุ่มจ้องมองไปยังดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มของหญิงสาว ก็พบว่ามันแฝงไว้ซึ่งความตื่นตระหนก คล้ายกับว่าเธอกำลังใอะไรมาสักอย่าง และสิ่งสิ่งนั้นก็คงจะทำให้เธอลืมคิดไปว่าสถานที่นี้ มันคือสถานที่ส่วนตัวเฉพาะผู้ชายเพียงเท่านั้น
ชุดกระโปรงสั้นสีฟ้าอ่อนพลิ้วไหวไปตามแรงก้าวเท้าของเ้าตัว ผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มถูกรวบเปิดหน้าด้วยการถักเปีย เผยให้เห็นดวงหน้านวลสดใส และเครื่องหน้าที่สมส่วน ผมด้านหลังปล่อยยาวสยายเป็ลอนนิด ๆ ไหวพลิ้วไปตามจังหวะการเดิน ชายหนุ่มเริ่มมองสำรวจหญิงสาวที่เดินเข้ามาจนเกือบจะประชิดตัวเขาด้วยท่าทีที่ออกจะใ ปนแปลกใจมากกว่าเธอซึ่งเป็ผู้หญิงเสียอีก
“เอ่อ...คุณเข้าผิดห้องแล้ว นี่มันห้องน้ำชายนะครับ” ผู้กองรฐนนท์ ในชุดเครื่องแบบตำรวจพลร่มรบพิเศษ ซึ่งเป็ชุดลายพรางคล้าย ๆ ทหาร วันนี้เขาแต่งตัวจัดเต็ม มีทั้งเสื้อเกราะกันะุ หมวก ผ้าปิดหน้าสีดำที่เผยให้เห็นแค่ดวงตากลมโตภายใต้แว่นกันะุสีดำสนิท และยังมีอาวุธประจำตัวครบมือ
เหตุเพราะวันนี้เขาต้องปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าชุด รักษาความปลอดภัยภายในงานวันเด็กที่ทางโรงเรียนแห่งนี้จัดขึ้น เพราะอะไรนะหรือถึงต้องรักษาความปลอดภัย ก็เพราะว่าโรงเรียนนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดยะลา หนึ่งในสามจังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทยที่ขณะนี้ถือเป็พื้นที่สีแดง (มีปัญหาผู้ก่อความไม่สงบ) อย่างไรล่ะ
“ฉันรู้ค่ะ ว่านี่ห้องน้ำชาย! แต่..พี่ทหารคะ! คือ....เออ.... ช่วยฉันทีนะคะ คือว่า....ฉันกำลังหลบคน อยู่น่ะค่ะ ถ้าเค้าหาฉันเจอฉันต้องแย่แน่ ๆ เลย ได้โปรด.....ช่วยฉันด้วยนะคะ” ดารันเหลียวหน้าแลหลัง พร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ เธอหันมาส่งสายตาวิงวอนสุดชีวิตให้กับคนตัวโตตรงหน้า เพราะหากชายคนนี้ไม่ช่วยเธอ เธอต้องถูกจับได้แน่
คนที่ถูกเรียก ‘พี่ทหาร’ มองสำรวจหญิงสาวที่ทำสายตาวิงวอนขอร้องเขาอีกครั้งั้แ่หัวจรดเท้า ในสมองก็พลางคิดไปว่า ‘ผู้หญิงอะไรแต่งตัวก็ดี หน้าตาก็พอใช้ได้ แต่กลับมาขอให้ผู้ชายที่ไม่รู้จักกัน ช่วยเหลือในเื่ที่ออกจะแปลก ๆ ที่ห้องน้ำชายเนี่ยนะ เธอนี่ช่างใจกล้าเสียจริง ๆ ’
“ช่วยฉันหน่อยนะคะ พี่ทหาร อืม.... มาทางนี้ค่ะ ตอนนี้ฉันไม่มีเวลาอธิบาย คุณแค่ทำตามฉันก็พอ... มาค่ะ” ดารันรีบฉุดแขนชายหนุ่ม เมื่อเห็นว่าเขากำลังงุนงง อยู่กับการกระทำของเธอ จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเธอไม่มีเวลามากพอที่จะอธิบาย เพราะถ้าขืนชักช้าเท้าความเื่ราวทั้งหมดให้เขาฟังคงไม่ทันการเป็แน่ อีกอย่างเขาก็เป็ทหาร น่าจะเป็คนดีใจระดับหนึ่ง
ตอนนี้คนที่ตามเธอมาคงกำลังเข้าไปดูในห้องน้ำหญิง ดังนั้นเธอจึงต้องรีบซ่อนตัวก่อนที่เขาจะตามมาหาเธอที่ห้องน้ำชายในอีกไม่ช้านี้ ดารันเปิดประตูบานหนึ่งซึ่งอยู่ด้านในสุดของทั้งสามห้องออก แล้วรีบดันตัวชายหนุ่มที่เธอเพิ่งลากแขนเขามาให้เดินเข้าไปด้านใน ซึ่งเป็ห้องที่ใช้สำหรับปลดทุกข์หรือที่เรียกกันว่าห้องส้วมนั่นเอง ‘คราวนี้คงได้ปลดทุกข์ของจริงแน่ดารันเอ้ย’ เธอคิดในใจ
ดารันจัดแจงให้ชายหนุ่มนั่งลงบนชักโครก ส่วนเธอนั่งบนตักเขาแล้วยกเท้าขึ้นดันกับผนัง พร้อมกับยกนิ้วชี้ขึ้นแตะปากตัวเองเพื่อเป็สัญญาณให้อีกฝ่ายเงียบเสียง
รฐนนท์ทำตามอย่างว่าง่าย เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเธอจะทำอะไรกันแน่ แต่ขณะเดียวกันในหัวของเขาก็กำลังสับสนกับการกระทำนี้ ‘เธอเป็ใคร นี่เขาตกลงจะช่วยเธอั้แ่เมื่อไรกัน เธอลากเขามาโดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัวและไม่ทันพูดอะไรสักคำ’
ทว่าจู่ๆ กลับมีอีกสิ่งหนึ่งที่ดึงความคิดวุ่นวายในสมองของชายหนุ่ม ให้กลับมาสนใจกับสิ่งตรงหน้านั่นก็คือ กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากเ้าตัวการความยุ่งยาก ที่ลอยมาเตะจมูกของเขา และที่สำคัญใบหน้าของเธอคนนั้นยังอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่ถึงคืบ มันยิ่งทำให้เขาเริ่มใจเต้นแรงขึ้นไปทุกที
แต่หญิงสาวก็ดูจะไม่สนใจอะไรนอกจากคอยเยี่ยงหูฟังเสียงจากด้านนอกอย่างตั้งใจ เพียงอึดใจเดียวก็ได้ยินเสียงประตูห้องน้ำเปิดออก แต่คราวนี้เสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาหนักแน่น บ่งบอกว่าผู้ที่มาใหม่เป็ผู้ชาย เขาค่อย ๆ เดินวนรอบห้องจากนั้นกจึงเริ่มเปิดประตูห้องส้วมที่มีอยู่แค่ 3 ห้อง ทีละห้อง ๆ จนมาถึงห้องสุดท้ายด้านในสุดที่ชายหญิงทั้งคู่ซ่อนตัวอยู่ ผู้มาเยือนผลักประตูดังกึก ๆ แต่เปิดประตูไม่ออก ทำให้เขาทราบโดยสัญชาตญาณว่าด้านในต้องมีคนอยู่อย่างแน่นอน
การกระทำของคนด้านนอกยิ่งทำให้คนที่แอบอยู่ด้านหลังประตู รู้สึกตระหนกอยู่ไม่ใช่น้อย เธอจินตนาการได้เลยว่าคนที่อยู่ด้านนอก คงกำลังก้มลงมองลอดช่องว่างระหว่างประตูกับพื้นด้านล่าง ที่สามารถมองลอดเข้ามาด้านใน ทำให้มองเห็นเท้าของคนที่นั่งทำธุระส่วนตัวอยู่ได้ ดีที่เธอคิดเอาไว้แล้วว่าคนรอบคอบอย่างเขาต้องทำแบบนี้แน่ ๆ หรือเรียกง่ายๆ ว่าเธอรู้ทันเขานั่นเองเธอจึงเลือกใช้วิธีนี้ นี่คงเป็เื่เดียวที่ทำให้เธอยกยิ้มที่มุมปากขึ้น ให้กับชัยชนะของตัวเองในครั้งนี้
“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าคุณเห็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเข้ามาในนี้บ้างไหมครับ” ชายผู้ที่เข้ามาทีหลังเอ่ยถามคนด้านในที่เขามองเห็นเพียงแค่รองเท้า และขากางเกงของคนผู้นั้น ซึ่งมันบ่งบอกว่าเป็คนในเครื่องแบบเช่นเดียวกันกับเขา แต่เพื่อความแน่ใจเขาจึงตัดสินใจถามออกไป เพราะนอกจากห้องน้ำนี้แล้วเธอที่เขาตามหลังมาไม่ไกล จะหนีไปซ่อนที่ไหนได้อีก
รฐนนท์มองหน้าดารันผ่านกรอบแว่นตากันสะเก็ดะเิสีดำคล้ายแว่นกันแดด ที่โอบกระชับรับกับใบหน้าของเขา ซึ่งหญิงสาวเองก็หันหน้ามามองเขาเช่นกัน ในทันทีที่เธอได้ยินคำถามจากคนที่อยู่ด้านนอกห้อง ดารันพยายามจะมองทะลุผ่านเลนส์แว่นเข้าไป เพื่อให้รับรู้ถึงความคิดของคนที่เธอนั่งตักเขาอยู่
โดยหวังว่าจะสื่อออกมาผ่านทางสายตาของเขา แต่ก็ไม่สามารถมองผ่านกรอบเล่นสีดำสนิทนั้นเข้าไปได้เลย เธอจึงได้แต่ลุ้นว่าเขาจะตอบอย่างไรออกไป แต่โดยสัญชาตญาณ เธอเริ่มส่ายหน้าเพื่อบอกเป็นัยๆ กับเขาว่าให้ตอบปฏิเสธไป ในสมองเธอตอนนี้ได้แต่แอบลุ้นว่าเธอจะได้ไปต่อหรือจะต้องหยุดแค่นี้ ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับชายแปลกหน้าคนนี้คนเดียว…
“ที่นี่ห้องน้ำชายนะครับ คงไม่มีผู้หญิง...สติดี! ทีไหนหลงเข้ามาอยู่ในนี้หรอกมั้งครับ” สิ้นเสียงของ พี่ทหารของเธอ ดารันแทบอยากจะหอมแก้มหรือให้รางวัลเขาจริง ๆ แต่เธอก็ทำเพียงแค่ยกนิ้วโป่งให้เขาแทน พร้อมกับส่งยิ้มหวานออกไปโดยไม่รู้ตัว แต่พอมาคิดทวนตามคำพูดของชายหนุ่มมันก็ดูแปลก ๆ อยู่เหมือนกันนะ ' เอ... เค้าว่าเราสติไม่ดีรึเปล่าหว่า.. เออช่างมันเถอะยังไงขอให้เรารอดแค่นี้ก็พอละ' ดารันรีบสลัดความคิดในหัวทิ้งไป
แต่สำหรับผู้กองรฐนนท์แล้ว การที่เขาตัดสินใจพูดแบบนั้นออกไป ส่วนหนึ่งเพราะอยากช่วยเธอ ตอนที่เขามองสบตาเธอเขารับรู้ได้ว่าเธอคงต้องลำบากจริง ๆ ถึงได้ทำแบบนี้ และก็ไม่รู้ว่าผู้ชายที่มาตามหาเธอประสงค์ดีหรือร้าย อีกอย่างหนึ่งเขาอยากให้เื่นี้จบโดยเร็ว
เพราะว่าความใกล้ชิดแบบนี้มันทำให้เขาเอง เริ่มรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาไม่ใช่น้อย ใช่ว่าเขาไม่เคยอยู่ใกล้ชิดผู้หญิงมาก่อน ใกล้ยิ่งกว่านี้ก็เคย แต่คราวนี้มันรู้สึกแปลกกว่าทุกที ฉะนั้นเขาควรรีบจบเื่นี้โดยเร็วจะดีกว่า
“เค้าไปแล้วล่ะ คุณจะลุกจากตักผมได้รึยังครับ” ผู้กองหนุ่มพูดหลังจากชายหนุ่มด้านนอกกล่าวคำขอบคุณและเปิดประตูเดินออกไป รฐนนท์ได้ยินเสียงประตูปิดและเสียงฝีเท้าค่อย ๆ ไกลออกไปแล้ว แต่หญิงสาวก็ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นแต่อย่างใด เขาจึงเป็ฝ่ายที่ต้องเตือนเธอเสียเอง
“เดี๋ยวค่ะ เราต้องรอให้แน่ใจก่อน เผื่อเค้าย้อนกลับมาอีก เอ่อ… เอาอย่างนี้ดีกว่า คุณออกไปดูให้หน่อยนะคะว่าเขาไปแล้วจริง ๆ” ดารันพูดเสียงกระซิบ จนคนฟังแทบจะไม่ได้ยิน ในขณะเดียวกันเธอก็รีบลุกขึ้นยืนทันที
"โอ้ย...เจ็บ ผมฉัน ... คุณ...ดึงผมฉันทำไมเนี่ย! " ดารันรู้สึกเจ็บที่หัวเหมือนมีคนมาดึงผมเธออยู่ จนเธอต้องรีบนั่งลงอีกครั้ง
"ผมจะไปดึงผมคุณทำไมกันล่ะ นี่ ...มันติดตรงนี้ต่างหาก" รฐนนท์ชี้ไปที่อกของเขา ผมของดารันดันไปพันเกี่ยวเข้ากับอุปกรณ์หรือเครื่องหมาย ที่อยู่ตรงอกของชายหนุ่ม ดารันพยายามดึงผมตัวเองให้หลุดออกเพราะเธอไม่สามารถมองเห็นได้ถนัดว่าผมติดอะไร แต่ยิ่งแก้เหมือนยิ่งยุ่งยิ่งพันกันเข้าไปใหญ่แกะไม่ออกสักที
"อยู่นิ่ง ๆ ก่อนเดียวผมดูให้" รฐนนท์พยายามช่วยเธอแกะแต่ไม่หลุด เขาเองก็มองได้ไม่ค่อยถนัดเพราะต้องก้มลงมองที่อกตัวเองแถมยังมีผมของหญิงสาวบังอยู่อีก
"มันเอาไม่ออกอะคุณ สงสัยต้อง..." เขาเลื่อนมือต่ำลงไปเพื่อดึงมีดพกที่เหน็บอยู่ตรงสายรัดต้นขาออกมา แล้วกางใบมีดออก
“เอ๊ะ นี่คุณจะทำอะไรน่ะ!!!”