ผู้เฒ่าตระกูลเย่พยักหน้าอย่างรวดเร็ว "ถูกของเ้า ถูกของเ้า ไอ้เ้าเย่ฉวนผู้นี้อย่างไรเสียมันก็ต้องตายอยู่แล้ว!"
เย่หลางพยักหน้ารับ "ตอนนี้มันก็เป็แค่สุนัขไร้หนทางที่พยายามจะข้ามกำแพง ในระหว่างนี้ ท่านอย่าเพิ่งไปยั่วยุเ้านั่นให้มากนักจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นแล้วผู้อื่นจะนินทาเอาได้ว่าข้าใจเสาะ แต่หากข้าจงใจเลือกเย่ฉวนแล้ว ข้าก็จะสามารถหาข้ออ้างที่จะฆ่ามันได้!"
ผู้เฒ่าตระกูลเย่พูดด้วยน้ำเสียงลุ่มลึก "เ้าวางใจได้ ปล่อยให้เป็หน้าที่ของข้าเอง ภายในยี่สิบวันนี้ข้าจะไม่ให้ใครได้ก่อปัญหาแน่"
เย่หลางพยักหน้ารับรู้ "จะว่าไปแล้ว เพื่อที่จะทะลวงเลื่อนขั้นให้ได้เร็วหน่อย ข้าอยากได้หินแห่งิญญาสักจำนวนหนึ่ง"
ผู้เฒ่าตระกูลเย่รู้สึกกระอักกระอ่วน หินแห่งิญญานี้เป็อัญมณีล้ำค่าที่บรรจุพลังฉีเอาไว้ แม้แต่ตระกูลเย่ที่ว่ายิ่งใหญ่ก็ยังมีจำนวนไม่มากนัก ไม่เพียงเท่านั้น แต่หินแห่งิญญานี้จะใช้ได้เฉพาะผู้นำตระกูลและทายาทที่สืบทอดต่อกันมาภายในเท่านั้น แม้แต่เย่ฉวนเองก็ยังไม่เคยใช้หินแห่งิญญาเลยสักครั้ง นั่นเป็เพราะว่าผู้เฒ่าตระกูลเย่้าเก็บมันไว้ให้ห่างจากเขา
"มีปัญหาอะไรงั้นหรือ?" เย่หลางถาม
ผู้เฒ่าตระกูลเย่สั่นศีรษะ "ไม่มีหรอก แต่มันเป็หินแห่งิญญา พวกเราเลยอาจจะมีไม่มาก"
เย่หลางยิ้มพลางกล่าว "สบายใจได้ แค่จะไปให้ถึงขั้นหลอมรวมลมปราณ เราคงไม่ต้องใช้หินแห่งิญญามากจนเกินไป"
ได้ยินดังนั้นผู้เฒ่าตระกูลเย่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก "เป็เช่นนั้นได้ก็ดี!"
เย่หลางแหงนหน้าขึ้นมองฟ้า มีรอยยิ้มเหยียดเสียดสีขึ้นที่มุมปากก่อนจะคิดขึ้นในใจ "ช่างเป็ที่ห่างไกลและทุรกันดารนัก... แต่ถือว่ายังดีหากจะใช้ประโยชน์จากมันในตอนนี้..."
...
เย่ฉวนกลับไปที่ลานบ้านของตัวเอง แต่เมื่อมาถึงก็พบพลี่มู่และคนอื่น ๆ มารออยู่ก่อนแล้ว
เย่ฉวนมองทั้งหมด "พวกเ้าไม่ควรมาที่นี่ในเวลานี้"
นับั้แ่วันที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้สืบทอด เขาก็แทบจะไม่ได้เจอเหล่าพี่น้องร่วมรบกลุ่มนี้อีกเลยเป็เพราะว่าทุกคนต่างรู้ดีว่าอนาคตของผู้นำตระกูลเย่คนต่อคนไป ไม่ใช่เย่ฉวน แต่เป็เย่หลาง
หลี่มู่จับมือของเย่ฉวน "พี่เย่ เื่ก่อนหน้านี้ พวกเราต้องขอขอบคุณท่านมาก"
เย่ฉวนพยักหน้าเล็กน้อย "เ้าและพรรคพวกไม่ได้ทำอันใดกับข้า เป็ข้าที่ต้องขอบคุณเ้าต่างหาก เอาล่ะ กลับไปได้แล้ว หากผู้เฒ่าผ่านมาพบเข้าจะเกิดปัญหาเอาได้"
หลี่มู่ครุ่นคิดก่อนจะกล่าวขึ้นว่า "พี่เย่ หากในวันข้างหน้าท่าน้าความช่วยเหลือ โปรดบอกให้ข้ารู้ พวกเราจะไม่มีทางปฏิเสธแน่"
เมื่อได้กล่าวเช่นนั้นแล้ว หลี่มู่และพรรคพวกก็จากไป
เย่ฉวนส่ายศีรษะเบา ๆ เมื่อเห็นพี่ชายทำท่าทางดังนั้นเย่หลิงก็จับที่แขนของเย่ฉวนก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาอย่างอ่อนโยน "พี่ชาย ท่านไม่เชื่อพวกเขาหรือ?"
เย่ฉวนตอบยิ้มๆ "หากพี่ชายของเ้าแข็งแกร่ง สิ่งที่เ้าพวกนั้นบอกก็จะเป็ความจริง แต่ถ้าหากข้าอ่อนแอและไม่มีโอกาสที่จะพลิกกลับฟื้นคืนแล้วละก็ ทุกอย่างล้วนเป็แค่ลมปากเท่านั้น"
เย่หลิงมองเย่ฉวนและพูดอย่างจริงจัง "แต่ข้าน่ะเป็ของจริงนะ ข้าจะยืนเคียงข้างพี่ชายตลอดไปเลย!"
เย่ฉวนส่งยิ้มให้น้องสาวและพากันเดินกลับบ้าน แต่เมื่อมาถึงที่ลานโล่ง ฉับพลันร่างของเย่หลิงพลันสั่นอย่างรุนแรง ไม่เพียงเท่านั้น แต่ร่างกายของนางยังส่งกระแสลมอันหนาวเย็นออกมาอีกด้วย!
หัวใจของเย่ฉวนแทบจะหยุดเต้น เขารีบพาเย่หลิงไปที่เตียงจากนั้นก็รีบร้อนหยิบขวดหยกสีขาวออกมา เทเม็ดยาแล้วป้อนให้กับเย่หลิง หลังจากรับยารักษาเข้าสู่ร่างกายได้ทันท่วงที สีหน้าของเย่หลิงก็ดูดีขึ้นเล็กน้อย
เย่หลิงค่อย ๆ ลืมตา มือขวาของนางกุมมือเย่ฉวนเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่แ่เบาราวกับยุง "พี่ชาย ข้ารู้สึกว่าตัวเองคงจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว ถ้า.. ถ้าข้าตาย พี่ชายช่วยเอาขี้เถ้าของข้าติดตัวไปกับท่านด้วยได้หรือไม่? ข้าอยากจะอยู่กับท่านพี่ พี่ชาย..."
"เ้าอย่าได้พูดจาเหลวไหล!"
เย่ฉวนกล่าวเสียงดุ เขาจ้องมองไปที่เย่หลิง "เ้าจะต้องไม่ตาย ข้าจะไม่ปล่อยให้เ้าตายเด็ดขาด เชื่อข้าสิ ต้องมีทางรักษาเ้าได้แน่! เมื่อข้าสำเร็จขั้นหลอมรวมลมปราณเมื่อไหร่ ข้าจะพาเ้าเข้าไปรักษาที่โรงหมอในเมืองหลวง เป็เช่นนั้นดีหรือไม่?"
ขณะที่พูดแบบนั้นเสียงของเขาก็ค่อย ๆ เบาลง "เ้าคือครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวแล้ว ได้โปรดมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อพี่ เ้าทำได้ไหม?"
เย่หลิงมองหน้าเย่ฉวนพลันน้ำตาก็ไหลลงอาบแก้ม
เย่ฉวนใช้มือเช็ดน้ำตาเบา ๆ บนใบหน้าของเย่หลิง "อย่าร้องไห้ไปเลย หากร้องมากเกินไปแล้วเ้าจะไม่สวยนะ ในวันข้างหน้าเ้าจะต้องแต่งงานออกเรือน!”
เย่หลิงส่ายศีรษะ "ไม่เอา ข้าจะไม่ยอมแต่งงานออกเรือนหรอก ข้าจะอยู่กับพี่ชายของข้า!"
เย่ฉวนอมยิ้ม "เ้าเด็กโง่ ช่างมันเถอะมา เราอ่านนิทานกันดีกว่า...ณ ที่แห่งหนึ่งมีูเา และบนยอดูเานั้นก็มีวัด..."
ผ่านไปได้สิบห้านาทีเย่หลิงก็นอนหลับสนิท
เมื่อมองไปที่ร่างของเย่หลิงบนเตียง สีหน้าของเย่ฉวนพลันมืดมนลงเหมือนสายน้ำหยุดนิ่ง นั่นเป็เพราะเย่หลิงหลับใหลนานขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งไปกว่านั้น ในขวดหยกสีขาวก็เหลือยาน้อยกว่าสามเม็ด!
หนึ่งนาทีต่อมา เย่ฉวนเก็บขวดหยกนั้นกลับเข้าไปในเสื้อพลางห่อตัวเย่หลิงไว้ในผ้าห่ม ก่อนจะกลับไปที่หอคอยแห่งเรือนจำ
มีแต่ต้องฝึกฝน!
สิ่งที่เย่ฉวนต้องทำตอนนี้ก็มีแต่ต้องมุมานะฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งเท่านั้นแล้วจึงจะสามารถพาเย่หลิงไปที่เมืองหลวงได้ นอกจากนี้คนตระกูลเย่ยังตั้งใจแน่วแน่ที่จะสังหารเขา ดังนั้นหากการประลองชี้เป็ตายในอีกยี่สิบวันให้หลังเขาเป็ฝ่ายพ่ายแพ้ เย่หลิงและเขาคงต้องตายตกไปตามกัน
เย่ฉวนมองหาเงาลวงเพื่อที่จะฝึกฝน ในเวลาเดียวกันนั้นเสียงของผู้หญิงลึกลับก็ดังขึ้น "ในตอนนี้เ้าได้สำเร็จกายาซ่อนเร้นแล้ว"
เย่ฉวนตะลึงงัน "กายาซ่อนเร้น? กายาซ่อนเร้นคืออะไรงั้นหรือ?"
เสียงลึกลับยังคงกล่าวต่อไป "กายหยาบนั้นแบ่งออกได้เป็ทั้งหมดหกขุมพลัง มีั้แ่ขั้นที่หนึ่งจนถึงลำดับขั้นที่หก อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีคนรู้ว่าหลังจากขั้นที่หก ผสานลมปราณแล้วยังมีอีกหนึ่งขุมพลังนั่นก็คือกายาทองคำ หลังจากนั้นแล้วจึงจะเป็ขั้นหลอมรวมลมปราณ"
เย่ฉวนขมวดคิ้ว "กายาทองคำหรือ? ท่านผู้าุโ เหตุใดข้าจึงไม่เคยได้ยินมาก่อน?"
หญิงลึกลับเผยยิ้มบางเบา "มิใช่ว่าข้าบอกเ้าไปแล้วหรือ ว่ากายาซ่อนเร้นนั้นคนธรรมดาย่อมไม่อาจรู้จัก แต่เมื่อเ้าได้สำเร็จกายาทองคำนี้แล้ว ความสามารถของเ้าทั้งหมดจะแข็งแกร่งมากขึ้นเป็สองเท่า เ้ายังอยากจะฝึกฝนอีกอย่างงั้นหรือ? ไม่จำเป็ ในไม่ช้าเ้าจะได้พบกับิญญากระบี่ และเมื่อเ้าข้ามผ่านมันไปได้ เ้าก็จะบรรลุขั้นหลอมรวมลมปราณ"
เย่ฉวนกล่าวด้วยความตื่นเต้น "ความแข็งแกร่งของข้าเพิ่มขึ้นเป็สองเท่า? จริงหรือ?"
หญิงลึกลับกล่าวตอบ "จริงสิ!"
เย่ฉวนรีบพูด "งั้นเรามาเริ่มกันเลย ข้าจะฝึก!"
ผู้หญิงลึกลับกล่าว "เ้ามีฉีแห่งกระบี่อยู่ในร่างกายอยู่แล้ว และถึงแม้ว่าเ้าจะยังไม่สามารถปลดปล่อยพลังฉีออกมาได้ก็ตาม แต่เ้าก็สามารถใช้มันเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเืและอวัยวะภายในทั้งห้าภายในร่างของเ้าได้ ทั้งหมดนี้เป็เพราะว่าเ้าได้ฝึกฝนร่างกายภายนอกได้สำเร็จมาก่อน ดังนั้นตอนนี้จึงถึงเวลาที่เ้าจะต้องเริ่มฝีกจากภายในแล้วบ้าง และเมื่อร่างทั้งร่างของเ้าได้รับการขัดเกลาอย่างเต็มที่ทั้งภายนอกและภายใน เมื่อนั้นเ้าก็จะรู้สึกเ็ปเล็กน้อย"
เย่ฉวนโบกมือและพูดด้วยความเบิกบานใจ "ความเ็ปถือเป็เื่เล็กน้อย อย่างไรข้าก็จะเริ่มฝึก"
หญิงลึกลับกล่าวต่อ "ย่อมได้ วิธีฝึกฝนนั้นง่ายมาก เ้าเพียงต้องเคลื่อนการไหลเวียนของฉีและปล่อยให้มันกระจายไปตามกระดูกแขนและขา"
เย่ฉวนลงมือทำตามที่ถูกบอกทันที แต่เมื่อได้เริ่มไปแล้ว สองตาของเขาก็พลันเบิกกว้าง "อา..."
ในขณะนี้เย่ฉวนรู้สึกเหมือนถูกแทงโดยเข็มนับพันเล่ม ความเ็ปแล่นไหลไปทั่วร่างจนเขาเกือบจะหมดสติ
"ผู้าุโ ไหนท่านบอกว่าทนเจ็บแค่นิดเดียวอย่างไรเล่า!"
"มันเจ็บมากเลยงั้นหรือ? ข้านึกว่ามันจะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น..."
"ท่านผู้าุโ ได้โปรดอย่าบอกข้าว่าไม่เคยมีผู้ใดได้ฝึกขั้นกายาซ่อนเร้นนี่มาก่อนน่ะ!"
"เมื่อนานมากแล้ว เคยมีชายผู้หนึ่งได้ฝึกฝนเช่นนี้อยู่เหมือนกัน แต่เขาก็ตายทันทีั้แ่เริ่มแรก ข้าก็เลยคิดว่าน่าจะเป็เพราะสาเหตุอื่น..."
"ข้า..."
"แม้ว่าข้าจะเห็นเ้าเ็ป แต่ข้าก็ไม่สามารถช่วยเหลือเ้าได้ ข้าทำได้เพียงแต่สำนึกผิดด้วยรอยยิ้มนี่เท่านั้น หึหึหึ..."
เย่ฉวนสิ้นคำพูด "..."