หลังจากที่อาจารย์ออกจากห้องเรียนไป นักเรียนภายในห้องก็ได้มีการพูดคุยปรึกษาและสอบถามถึงผู้ที่จะสมัครลงแข่งกีฬา
โดยกีฬาที่จะเข้าแข่งมีวิ่งแข่งประเภทวิ่งผลัด 4 คูณ 100 และวิ่ง 100 เมตร ฮอคกี้บนดิน วิ่งสามขา และไฟดิ้ง วอร์ (Finding War)
กีฬาไฟดิ้ง วอร์ เป็การแข่งขันหาสิ่งของ โดยจะมีการจัดทำสลากใหัจับเอาไว้ในถ้วย และในสลากจะเป็คำสั่งที่ให้ไปหาสิ่งของ คน หรือกระทำอะไรบางอย่างตามคำสั่งที่อยู่ภายในกระดาษ
การแข่งขันนี้มีทั้งหมด 4 ด่าน หากใครสามารถปฏิบัติตามคำสั่งที่อยู่ภายในกระดาษได้สำเร็จเป็ทีมแรก ทีมนั้นจะชนะไป โดยกำหนดให้แต่ละทีมมีผู้เล่นทั้งหมด 4 คน
ขณะที่นักเรียนทั้งห้องกำลังปรึกษากันอยู่นั้น คิมหันต์กลับนั่งเขียนอะไรบางอย่างในเศษกระดาษ เซร่านั่งอยู่เคียงข้างได้ยื่นหน้าชะโงกมองสิ่งที่คิมหันต์เขียนอยู่อย่างสงสัย
จนกระทั่งเขารู้ตัว เธอจึงรีบหันกลับไปมองทางอื่นพร้อมกับเหล่มองคิมหันต์ เมื่อหญิงสาวเห็นเขาก้มหน้าเขียนต่อ ก็หันมามองอีกครั้ง
“มองอะไรของเธอ” คิมหันต์แกล้งถามเซร่าเสียงเข้ม
“เอ่อ…ก็…ก็…อยากรู้ว่าเธอเขียนอะไรน่ะ” เซร่ามีสีหน้าจ๋อยเมื่อถูกคิมหันต์จับได้ก่อนจะบอกเขาเสียงอ่อย
“สอดรู้สอดเห็นทุกเื่เลยนะ” คิมหันต์หัวเราะอยู่ในลำคอก่อนจะต่อว่าเซร่าตรงๆ อย่างไม่ถือสามากนัก
“เอ๊ะ! ก็ฉันเห็นเธอไม่สนใจเื่งานกีฬา แต่เห็นเขียนอะไรอยู่ได้ตั้งนานแล้วนี่” เซร่าค้อนคิมหันต์ปะหลับปะเหลือก
“ยังไงเธอก็ต้องรู้อยู่ดีว่าฉันเขียนอะไร เพราะมันเกี่ยวกับเธอโดยตรงอยู่แล้ว”
“เกี่ยวกับฉัน? เื่อะไร?”
“เอ้า ดูซะ”
คิมหันต์ยื่นเศษกระดาษที่เขาเขียนอยู่เมื่อครู่ให้กับเซร่าดู หญิงสาวชะโงกหน้ามาใกล้กับคิมหันต์จนใบหน้าแทบจะติดกัน
ภายในเศษกระดาษเต็มไปด้วยข้อความสั้นๆ ที่ชายหนุ่มเขียนเอาไว้ โดยเรียงลำดับเป็เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นั้แ่เมื่อวาน
เริ่มต้นจากแคลร์ทะเลาะกับเซร่า
แคลร์ถูกทำร้ายตอนเย็น และตอนเช้าวันนี้
ข้อมูลต่างๆ ที่พอรวบรวมมาได้ ชายหนุ่มนำมาปะติดปะต่อเื่ให้เข้ากัน
เซร่าทึ่งในความสามารถหาข้อมูลของคิมหันต์ คิมหันต์อธิบายให้เซร่าเข้าใจถึงข้อความที่เขาเขียนแต่ละอย่าง
“สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือ เราต้องหาอาวุธที่ทำร้ายแคลร์ให้พบ”
ขณะที่เซร่ากับคิมหันต์พูดคุยกันอยู่นั้น ลอร่าหญิงสาวที่เป็รองหัวหน้าห้องและแอบชอบคิมหันต์อยู่ ได้จ้องมองทั้งคู่ด้วยสายตาริษยา
คิมหันต์ไม่เคยพูดคุยกับผู้หญิงคนไหนอย่างสนิทสนมนอกจากออยเฟ่ย์ แต่พอเซร่าเข้ามาเรียนที่ห้องนี้ เซร่ากลับสามารถพูดคุยกับคิมหันต์ได้อย่างสนิทสนม
เป็สิ่งที่ลอร่าเคยพยายามเท่าไหร่ คิมหันต์กลับไม่เคยสนใจที่จะคุยกับเธอเลย
“เอาล่ะ เราได้คนที่จะลงแข่งกีฬาวิ่ง 100 เมตร ฮอคกี้บนดินครบแล้ว ขาดแต่วิ่งผลัด 4 คูณ 100 เมตร ประเภททีมผสมกับไฟดิ้ง วอร์ ซึ่งขาดคนร่วมทีมอย่างละ 1 คน…..”
ลอร่าประกาศรายการกีฬาที่ได้คนครบแล้วเสียงดังกลบเสียงพูดคุยทั้งห้อง ก่อนจะเหลือบสายตาไปมองที่เซร่าและคิมหันต์ซึ่งยังคงพูดคุยกันเบาๆ โดยไม่สนใจในสิ่งที่เธอพูด ลอร่าเม้มริมฝีปากของเธอด้วยความไม่พอใจ
“เอ่อ..คุณ…มิยาเกะซังคะ” ลอร่าเรียกชื่อเซร่าเสียงดัง “ไม่ทราบว่าคุณจะลงแข่งขันกีฬาวิ่งผลัดทีมผสมได้มั้ยคะ?” ลอร่าฉีกยิ้มหวานให้กับเซร่าอย่างเสแสร้ง และระบุชื่อให้เซร่าลงแข่งกีฬาในทีมผสมซึ่งขาดนักกีฬาอยู่ 1 คนอย่างเสร็จสรรพ
“เอ่อ..คือ….ฉัน….” เซร่าอึกอักสุขภาพของเธอไม่เอื้ออำนวยที่จะลงแข่งกีฬาใดๆ ได้
“คุณฟรองเซียร์ เดี๋ยวฉันลงแทนเซร่าเองก็ได้” เอริโกะที่รู้ดีเื่สุขภาพของเซร่ายกมือขึ้นอาสาลงแข่งแทนเซร่า
“ไม่ได้หรอกค่ะ คุณโรลมาเชียร์ คุณลงแข่งวิ่ง 100 เมตรแล้ว การแข่งมันซ้อนกันอยู่ คุณจะแข่งยังไงคะ?”
“งั้นฉันไม่ลงแข่ง 100 เมตรก็ได้”
“ถึงอย่างนั้น ก็ขาด 1 คนอยู่ดีล่ะค่ะ” ลอร่าแสร้งยิ้มหวาน
เอริโกะถึงกับทำเสียงจิ๊ในลำคอด้วยความไม่พอใจ
“ว่าอย่างไรล่ะคะคุณมิยาเกะซัง” ลอร่าหันหันไปถามเซร่าเสียงอ่อนหวาน แต่แววตาประสงค์ร้าย
“เขาขอความสมัครใจไม่ใช่เหรอ? หรือว่าฉันเข้าใจผิด?”
คิมหันต์เอ่ยขัดขึ้นมาเสียงเรียบๆ ก่อนที่เซร่าจะตอบตกลง
“เอ้อ…คือ..” ลอร่าหน้าเสีย
“แต่ที่เธอพูดมาเมื่อครู่เหมือนบังคับกันชัดๆ”
“แต่ว่า….ทุกคนก็มีส่วนร่วมในงานกีฬานี้นี่คะ” ลอร่าแย้งกลับ โดยนักเรียนในห้องทุกคนต่างพร้อมใจกันฟังและจ้องมองตาปริบๆ
“มิยาเกะไม่สะดวกจะลงแข่งกีฬา ก็ให้เขาเป็สตาฟ (Staff) หรือกองเชียร์ก็ได้นี่ จริงไหม?” คิมหันต์ย้อนถามลอร่าเสียงเรียบ แววตาจ้องมองลอร่าเขม็ง
“เอ้อ…” ลอร่ามีสีหน้าเจื่อนๆ
“งั้นฉันเป็สตาฟในวันงานกีฬาก็ได้ค่ะ คุณฟรองเซียร์คงไม่ว่าฉันไม่มีส่วนร่วมอีกนะคะ” เซร่าเอ่ยขึ้นตัดบท เพื่อยุติการโต้เถียง
“งั้นก็ได้ค่ะ ฉันจะได้ลงชื่อคุณเอาไว้”
“ถ้าอย่างนั้นเรามาพูดเื่อื่นกันต่อเลยนะคะ” ลอร่าปรับสีหน้าให้เป็ปกติพร้อมกับส่งยิ้มหวานกลบเกลื่อน
“.....….”
“ขอบคุณที่ช่วยฉันเอาไว้” เซร่ากระซิบบอกเสียงเบา
“ฉันแค่แสดงความเห็นเท่านั้นเอง”
“เอาล่ะ เดี๋ยววันนี้เลิกเรียนเราไปหาอาวุธที่ทำร้ายยัยแคลร์อะไรนั่นกันดีกว่า” คิมหันต์พูดสรุปเื่ที่เขาคิดจะหาตัวคนร้ายและอาวุธให้เซร่าฟัง
“แล้วนายไม่ต้องซ้อมบาสฯ รึ?”
“ไม่เป็ไรหรอก แค่โดดซ้อมวันสองวัน”
“เลิกเรียนเธอรอฉันที่ด้านล่างของตึกนะ”
“โอย เลิกเรียนซะที” เอริโกะร้องพลางบิดี้เี
“เอริโกะ ขอบคุณนะที่ช่วยเื่งานแข่งกีฬา”
“โฮ้ย เื่เล็กน่ะ”
“ยัยลอร่าจงใจหาเื่ทุกคนที่เข้าใกล้นายคิมหันต์อยู่แล้ว”
“ฮ้า?”
“เธอไม่รู้สินะ ยัยลอร่าแอบชอบนายคิมหันต์มาั้แ่ปี 1 แล้ว” เอริโกะกระซิบบอกเบาๆ
“ใครก็ตามที่ยุ่งกับนายคิมหันต์โดนทุกราย” เอริโกะว่าพลางขยิบตาให้
“แบบนี้นี่เอง” เซร่าครางเบาๆ
“แหม ก็สมควรหรอกนะ นอกจากออยเฟ่ย์แล้ว ก็มีเธอนี่ล่ะ ที่นายคิมหันต์ลุกขึ้นปกป้อง”
“บ้า ปกป้องอะไรกัน” เซร่าร้องใบหน้าแดงระเรื่อ
“แน่ะๆ ยังจะปฏิเสธอีก ถึงขนาดพูดขัดกลางห้องซะขนาดนั้น”
“เขาแค่แสดงความเห็นเฉยๆ นะ”
“เธอนี่นะ ซื่อบื้อซะจริงๆ กลับบ้านเหอะ”
“ไม่ได้น่ะ พอดีมีธุระ”
“ธุระอะไรรึ?” เอริโกะขมวดคิ้วสงสัย
“ไปกันรึยัง?” คิมหันต์เดินมาสมทบพอดี
“อ๋อ..นั่นแน่” เอริโกะส่งยิ้มล้อเลียนให้เพื่อน แต่เจอสายตาดุกลับของเซร่า
“งั้นฝากไปส่งเซร่าด้วยนะ ไปก่อนล่ะ” เอริโกะโบกมือลาก่อนจะแยกตัวกลับบ้านไปก่อน
“เพื่อนเธอนี่ร่าเริงดีจริงนะ”
“ร่าเริงเกินไปน่ะสิ”
เซร่ามีสีหน้าขัดใจที่เอริโกะเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคิมหันต์ผิด
ชายหนุ่มและหญิงสาวเดินคู่ไปตามห้องพักของชมรมกีฬาต่างๆ ภายในโรงเรียน
“เราคงไม่ต้องสำรวจเยอะนักหรอก เพราะกีฬาที่ต้องใช้ไม้เหมือนดาบญี่ปุ่นมีแค่ 2 อย่าง”
“เท่าที่ดูก็มีเคนโด้กับไอกิโด้ แต่ส่วนมากไอกิโด้จะเป็การต่อสู้ด้วยมือเปล่ามากกว่า”
“แปลว่าเราควรมุ่งตรงไปที่ชมรมเคนโด้สินะ”
“เข้าใจไวดีนี่” คิมหันต์อดไม่ได้จึงแอบเหน็บหญิงสาว เธอจึงค้อนใส่เขาอย่างงอนๆ
คิมหันต์กับเซร่าตรงไปยังห้องซ้อมกีฬาของนักกีฬาเคนโด้โรงเรียน เมื่อไปถึงคิมหันต์ตรงเข้าไปขอข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับกีฬาเคนโด้จากประธานชมรม เขาอ้างว่าจะนำไปทำรายงานส่งอาจารย์
ประธานชมรมยินดีที่จะอธิบายให้ฟัง และพาคิมหันต์กับเซร่าเดินชมการฝึกซ้อมของนักกีฬาที่กำลังซ้อมกันอยู่อย่างขะมักเขม้น
ขณะที่ทั้งคู่เดินชมการซ้อมของนักกีฬาเคนโด้ คิมหันต์คอยสังเกตนักกีฬาทุกคนที่อยู่ภายในชมรมอย่างละเอียด
แต่เขาก็ไม่พบใครที่มีท่าทางผิดสังเกตซักคน จนกระทั่งประธานชมรมอธิบายเสร็จ
คิมหันต์กับเซร่าขอบคุณประธานชมรมที่สละเวลามาอธิบายให้พวกเขาฟัง พร้อมกับขอตัวกลับเช่นกัน
คิมหันต์รู้สึกมืดมนเพราะสิ่งที่เขาคิดก็คือคนร้ายน่าจะเป็นักเรียนภายในโรงเรียนแห่งนี้
ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถที่จะเข้าออกโรงเรียนได้อย่างสะดวก และลอบทำร้ายแคลร์ได้
คิมหันต์มุ่งประเด็นมาที่นักกีฬาเคนโด้ เพราะจากคำบอกเล่าของรินทำให้เขาปักใจว่าคนที่ทำร้ายต้องเป็คนที่เล่นกีฬาเคนโด้เป็
แต่พอมาสำรวจภายในนี้กลับคว้าน้ำเหลว
“เธอมาสายวันนี้เป็ครั้งที่สามแล้วนะ”
“เมื่อวานก็ไม่มาซ้อมหมายความว่ายังไง!” เสียงประธานชมรมดุนักกีฬาเคนโด้คนหนึ่งดังลั่นโรงซ้อม
“หากเธอยังเป็แบบนี้อีก ฉันจะถอดเธอออกจากการเป็ตัวจริงนะ” ประธานชมรมบอกนักกีฬาเคนโด้น้ำเสียงจริงจังปนอารมณ์ขุ่นมัว
“ขอโทษค่ะ ฉันจะไม่ทำอีกค่ะ” นักกีฬาเคนโด้คนนั้นโค้งหัวขอโทษประธานชมรมอย่างนอบน้อม
“ดี! ไปซ้อมได้แล้ว” ประธานชมรมสั่งเสียงเข้ม พร้อมกับเดินจากไป
นักกีฬาเคนโด้คนนั้นเงยหน้ามองตามหลังประธานด้วยสายตาอาฆาต พร้อมกับสะบัดหน้าตรงไปยังห้องแต่งตัวนักกีฬา
คิมหันต์จ้องมองเธอด้วยความรู้สึกคุ้นหน้ากับนักกีฬาเคนโด้หญิงคนนั้นมาก แต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอกับเธอที่ไหนมาก่อน
“มัวทำอะไรน่ะ ต้องกลับบ้านแล้วนะ” เสียงะโเรียก ทำให้เขาละความสนใจทันที
“……………”
“ปกติเธอกลับพร้อมกับรองประธานฯ แล้ววันนี้เธอมากับฉัน เขาไม่ว่าเอาหรือ?” คิมหันต์ถามเซร่าทำลายความเงียบขึ้นมาระหว่างทางที่ทั้งคู่กำลังเดินกลับบ้าน
“เอ่อ..คง…ไม่มั้ง….” เซร่าตอบคิมหันต์กึ่งรับกึ่งสู้
“งั้นเหรอ? ”
ทั้งคู่เดินมาด้วยกันอย่างเงียบๆ ไม่มีใครพูดคุยกัน
คิมหันต์กำลังครุ่นคิดถึงเื่นักกีฬาเคนโด้คนที่คุ้นหน้า รวมไปถึงเื่ที่ออยเฟ่ย์บอกว่าเซร่ากับเหมันต์ใจตรงกัน
เซร่าหมกมุ่นอยู่กับความคิดที่ว่าจะวางตัวอย่างไรกับฮิเดกิต่อไปดี จวบจนกระทั่งถึงหน้าประตูสถานทูต
“เอ้อ ขอบคุณนะที่มาส่ง”
“...........”
“งั้นฉันขอตัวก่อนนะ” หญิงสาวทำตัวไม่ถูกกับสายตาของชายหนุ่มที่จ้องมองมา จึงขอตัวเพื่อเข้าสถานทูต
“ทำไมเธอถึงไปสัญญาเื่เหมันต์กับออยเฟ่ย์?”
“นายรู้ได้ยังไง?” เซร่าขมวดคิ้วถามคิมหันต์อย่างสงสัย
“ออยเฟ่ย์บอกฉันหมดแล้ว รวมถึงคำสัญญาของเธอด้วย”
“เอ่อ..คือ….ฉัน….”
“ทำไมไม่บอกฉัน?” คิมหันต์ถามเซร่าพร้อมกับจ้องหน้านิ่ง
“ก็….ก็…ฉัน..ฉันสงสารออยเฟ่ย์ ฉันก็เลย…”
“รับปากออยเฟ่ย์ไปว่าจะไม่พบกับเหมันต์ งั้นหรือ?”
“อืม” เซร่าได้แต่พยักหน้ารับคำของคิมหันต์สีหน้าเจื่อนๆ
“ถ้าเธอชอบเหมันต์ เธอก็ทำอะไรที่โง่มากเลยนะ” คิมหันต์ตำหนิเซร่าด้วยความไม่พอใจในสิ่งที่เธอทำ
“เอ๊ะ! แล้วทีนายล่ะ ชอบออยเฟ่ย์ แต่ก็เสียสละให้คุณเหมน่ะ” เซร่าสีหน้าไม่พอใจขึ้นเสียงเขียวใส่คิมหันต์
“เื่ของฉันกับเธอ มันไม่เหมือนกัน”
“ไม่เหมือนกันตรงไหน? นายชอบออยเฟ่ย์แต่ก็ไม่แย่งมาจากคุณเหม ถ้านายว่าฉันโง่ นายก็โง่เหมือนกันล่ะ” เซร่าย้อนคิมหันต์เสียงขุ่น
“เธอกับออยเฟ่ย์ไม่ได้เป็พี่น้องกัน เหมือนกับพวกฉันนี่” คิมหันต์แย้งเสียงเรียบ ดวงตาจ้องมองเซร่านิ่งราวกับค้นหา
“แต่ฉันไม่อยากแย่งของใคร” เซร่าเถียงกลับทันควันและจ้องตาคิมหันต์กลับเช่นกัน
“เธอนี่ ทำไมตอนที่เขาบังคับให้เธอเล่นกีฬา ไม่เถียงเขาแบบนี้นะ” คิมหันต์ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจกับการต่อปากต่อคำของเซร่า
“เอ๊ะ! ก็ฉัน……”
“เอาล่ะๆ พอ พอ ฉันไม่เถียงกับเธอแล้ว”
คิมหันต์ยกมือขึ้นมาตรงหน้าเป็เชิงห้าม ทำให้หญิงสาวชะงักคำพูด พร้อมกับเม้มริมฝีปากบางเฉียบของเธอจนเป็เส้นตรงสายตาไม่พอใจ
“เอาเป็ว่าพรุ่งนี้เจอกันที่โรงเรียนนะ” คิมหันต์ตัดบท
“อืม” เซร่ายังคงหน้าง้ำและบ่นอะไรอยู่ในลำคอโดยที่คิมหันต์ไม่ได้ยิน
“งั้นฉันไปล่ะ”
คิมหันต์แอบยิ้มขำๆ กับท่าทางของเซร่าที่เหมือนเด็กๆ ก่อนจะหันหลังแล้วเดินจากไป
เซร่ามองตามหลังคิมหันต์ที่เดินจากไปด้วยความขุ่นมัว พร้อมกับครุ่นคิดถึงสิ่งที่คิมหันต์พูดเื่เหมันต์กับเธอ
ทำไมอีตานี่พูดเื่คุณเหมด้วยนะ
หรือว่าหวังให้เราคบกันคุณเหมันต์
แล้วตัวเองจะได้คบกับออยเฟ่ย์อย่างนั้นหรือ ?
เซร่าสลัดหัวเล็กน้อยเพื่อไล่ความคิดที่วุ่นวายอยู่ภายในสมอง ก่อนจะเหลือบมองไปบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ติดกับสถานทูตด้วยความรู้สึกสับสนแล้วจึงค่อยเดินเข้าสถานทูตด้วยท่าทางหงอยเหงา