เธอคิดวิตกมาตลอดเส้นทางขณะเดินกลับห้องพักพร้อมกับมะลิโรสส่งนินิวมา ตอนนี้เธออาจจะต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้นเพราะไม่รู้ว่าโรสจะมาไม้ไหนอีก
“รู้สึกเหมือนกำลังถูกคุกคาม ยัยโรสนี่ก็กัดไม่ยอมปล่อยจริงๆ”
“โรสที่เป็นข่าวกับเจ๊น่ะเหรอ”เสียงใสตั้งคำถามขึ้นมาหลังเอี่ยหูลอบฟังเสียงพึมพำของคนอื่นมาสักพักตัวแค่นี้แต่หูไวตาไวซะเหลือเกิน
“เจ๊มีเรื่องกับยัยนั่นเหรอ”เสียงที่ฟังเหมือนไร้เดียงสาและอยากรู้อยากเห็น แต่บางเรื่องมะลิก็ควรโดนดุไปบ้าง
“มะลิ” แสงจันทร์พูดเสียงดุดันเพราะเห็นว่ามะลิกำลังพูดจาไม่เหมาะสม ดูเหมือนแสงจันทร์ในตอนนี้จะเริ่มมีกฎระเบียบมากขึ้นแล้วสิ
“อย่าใช้คำหยาบคายพูดถึงผู้ใหญ่อย่างนั้น ถึงคนๆนั้นจะไม่ใช่คนดีก็อย่าใช้คำว่ายัยนั่นกับเธอ”
“ทำไมต้องดุด้วย ก็มายลี่เห็นพี่โรสมานานแล้วเธอไม่เห็นจะน่าเคารพนับถือเลย” มะลิบุ้ยปากใส่อย่างน้อยอกน้อยใจที่โดนดุในเมื่อเด็กหญิงก็เคยเจอโรสมาแล้วบ้างตามงานสำคัญๆเห็นชัดเจนว่าโรสไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่ดี
คู่ซี๊ต่างวัยกำลังจะถกเถียงกันเพราะเรื่องนี้ต่อแต่กลับมีเสียงใครบางคนพูดขัดขึ้นเสียก่อน
“คุณแสงจันทร์คะ”
เป็นเจ้าหน้าที่ในโรงเรียนที่เดินเข้ามา
“มีคนมาขอพบคุณแสงจันทร์ค่ะ ตอนนี้เขารออยู่ที่ห้องพักผู้ปกครอง”
แสงจันทร์คิดสงสัยว่าใครกันมาขอพบเธอในช่วงเย็นปกติแล้วคุณแม่ทั้งสองจะมาขอเจอเธอไม่ช่วงเช้าก็ช่วงพักเที่ยง
เธอเดินมาตามคำบอกกล่าวของเจ้าหน้าที่พอถึงห้องพักผู้ปกครองเธอที่กำลังเดินไปเข้าทางประตูก็บังเอิญเห็นชายหนุ่มซึ่งนั่งรออยู่ภายในห้องนั้นเสียก่อนแสงจันทร์ถอยหลังกรูจนชนเข้ากับร่างเล็ก
โชคดีที่คนข้างในยังไม่เห็นเธอส่วนมะลิที่แทบล้มลงบนพื้นจำต้องสอบถามคู่ซี๊ทันที
“เป็นอะไรไปเนี่ยเจ๊”
“คะ คือ”
“ทำไม แล้วใครมาขอพบเจ๊เหรอ”
มะลิสาวเท้าเดินไปแอบมองที่ขอบประตู ก่อนเด็กหญิงจะหันกลับมาด้วยรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์
“แหม่ ผู้ชายมาหานี่เอง แล้วเจ๊จะหนีทำไมเนี่ย”
“ฉันยังไม่อยากเจอเขา”
“งั้นให้มายลี่ไปเจอเขาแทนไหมเหมือนหมอกรจะมีของติดไม้ติดมือมาด้วยนะ”
แสงจันทร์สบตาเด็กหญิงตัวเล็ก สายตาบ้องแบ๊วตรงหน้ามันก็ดีเหมือนกันที่มะลิจะไปเจอเขาแทน เธอแค่ยังไม่พร้อมคุยกับทิวากรในตอนนี้ไม่รู้ว่าเพราะโกรธที่เขาไม่ช่วยจุ๋มจิ๋มหรือเพราะยังรู้สึกผิดกับเรื่องตอนนั้น
“ฝากด้วยนะ บอกว่าฉันนอนหลับไปแล้ว”
“ได้ค่ะท่านพี่”
เธอจะไว้ใจเด็กหญิงจอมเจ้าเล่ห์อย่างมะลิได้หรือเปล่า แต่อย่างน้อยความสนิทสนมก็คงไม่ทำให้มะลิพูดอะไรนอกเหนือจากคำสั่ง
“แค่บอกว่าฉันเหนื่อยจนหลับไปกับเอาของที่น่าจะเป็นของฝากมาแค่นั้นพอ เข้าใจไหม”
“แน่นอนสิเจ๊ว่ามายลี่เข้าใจ เจ๊รีบไปเถอะ”
ครั้นแสงจันทร์หายหลังเดินออกไปก็เป็นมะลิที่ก้าวเท้าอย่างเชื่องช้าเดินมาหยุดตรงหน้าทิวากร
“มาขอพบคุณพี่แสงจันทร์ใช่หรือเปล่าคะ”เด็กหญิงพูดด้วยถ้อยคำสุภาพน้ำเสียงและท่าทางช่างอ้อยช้อยสมกับเป็นกุลสตรีโรงเรียนแห่งนี้เหลือเกินทว่าแววตาของเด็กหญิงกลับโศกเศร้าพิกล
“ใช่ครับ หนูเห็นพี่แสงจันทร์บ้างไหม”ทิวากรเห็นว่าเด็กหญิงขมวดคิ้วใส่หลังเขาพูดจบเสมือนไม่พอใจประโยคที่เขาทักทายอย่างนั้น
“ดิฉันชื่อมะลิ เรียกมะลิแทนคำว่าหนูเถอะค่ะ”
เด็กคนนี้อาจไม่ชอบให้ผู้ใหญ่เรียกแทนตัวเองว่าหนูก็ได้แต่อย่างไรเธอก็ยังพูดจาน่าฟังอยู่ดี
“ครับมะลิ เห็นพี่แสงจันทร์บ้างหรือเปล่า”
“เห็นสิคะ ฮึก...”
อยู่ๆ น้ำตาเด็กหญิงก็ไหลลงมาเป็นสายทิวากรคิดสงสัยว่าเขาทำอะไรผิดไปอย่างนั้นหรือ เขาทำเด็กร้องไห้?
ฉิบหายแล้ว...
“คุณกลับไปเถอะค่ะ พี่แสงจันทร์ไม่อยากเจอหน้าคุณ ฮึก ฮือ”
“อะ เอ่อ เดี๋ยวนะ”
“คุณสงสัยใช่ไหมว่าฉันร้องไห้ทำไม”
ทิวากรรุดมานั่งลงตรงหน้ามะลิ เขาคิดว่าจะพูดปลอบให้เด็กน้อยหยุดร้องไห้หรือไม่ก็ต้องหาของเล่นมายั่วซะแล้ว
“ฉันร้องไห้เพราะพี่แสงจันทร์ค่ะฉันไม่ได้ต้องการของเล่นอย่างที่คุณคิด ฮึก”
เด็กคนนี้อ่านความคิดเขาได้หรืออย่างไรกัน
“ฉันสงสารเธอ ฉันเป็นรูมเมทของเธอค่ะฉันเห็นเธอต้องทนทุกข์อยู่ทุกคืนเพราะข่าวเสียหายในช่วงนั้น” ดูเหมือนเธอจะไว้ใจคนผิดแล้วล่ะแสงจันทร์
“แสงจันทร์นอนร้องไห้เหรอ”
“ใช่ค่ะ ฉันเห็นพี่จันทร์ร้องไห้เสียใจทุกคืนคุณไม่รู้เหรอคะว่าคุณพี่โรสส่งคนมาคอยสาดส่องพี่แสงจันทร์ถึงโรงเรียน”
“น้องโรสส่งคนมาที่นี่”
“ยัง!!”
ทิวากรสะดุ้งฮวบเพราะเสียงดุดันของเด็กหญิงนี่เขาไปทำให้มะลิไม่พอใจตอนไหนกัน
“คุณยังเรียกผู้หญิงคนนั้นว่าน้องได้อย่างนั้นหรือทำไมคุณไม่เข้าใจหัวอกคนเป็นภรรยาบ้าง ฉันเสียใจแทนพี่จันทร์เหลือเกิน”
“เอ่อ” ทิวากรถึงกับพูดไม่ออกเขาไม่คิดว่าจะต้องมาเจอเด็กประหลาดที่โรงเรียนกุลสตรี
“ส่วนนั่นคือของที่คุณนำมาฝากพี่จันทร์ใช่หรือไม่”
ทิวากรเพียงแต่พยักหน้าตอบด้วยใบหน้าที่สุดแสนจะมึนงงแล้วเด็กหญิงก็ยื่นมือเล็กมาคว้าถุงอาหารญี่ปุ่นที่เขาตั้งใจนำมารับประทานพร้อมกับแสงจันทร์ที่โรงเรียนไปหน้าตาเฉย
“พี่จันทร์ฝากมาบอกว่ากลับไปเถอะค่ะแล้วไม่ต้องมาที่นี่อีกส่วนต่อจากนี้จะเป็นข้อความของฉันที่ขอฝากถึงคุณนะคะ”
“..? ..”
“หลังจากจบหลักสูตรคุณช่วยใจดีกับพี่จันทร์หน่อยนะคะ เฮือกก”
มะลิเบือนหน้าใส่ทิวากร เธอแสร้งร่ำไห้คล้ายคนตรอมใจทว่าจริงแล้วกลับมีแต่ความตื่นเต้นเกิดขึ้นตลอดเวลา ประเด็นแรกคือทิวากรหล่อเหลากว่าที่คิดเมื่อได้มองในระยะที่ใกล้สองคือเธอมีความสามารถสาขาการแสดง มะลิฝันอยากเป็นนักแสดงมานานแล้วส่วนข้อที่สามมันอยู่ในถุงอาหารญี่ปุ่น...
‘กรี๊ดมีซาซิมิด้วย’
“แสดงเก่งเหมือนแสงจันทร์ช่วงหลังมานี้ไม่มีผิด”ทิวากรมองแผ่นหลังเล็กแล้วครุ่นคิดในใจ