ณัฐธัญหลับตาลงสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะกล่าวว่า “ว่ามาได้เลย”
ลีโอนีจ้องใบหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หูเป็ยังไงบ้าง?”
เขาชะงักเล็กน้อยราวกับไม่คาดคิดว่าจะเป็คำถามนี้ เผลอเอื้อมมือไปแตะใบหูขวาโดยไม่รู้ตัวคราบเืแห้งกรังแล้ว
ลีโอนีเห็นแล้วหัวเราะคิกยิ้มกล่าวว่า “ไม่ต้องเครียดขนาดนั้นก็ได้ ฉันไม่ได้จะสอบปากคำสักหน่อย” ว่าแล้วก็หันกลับขึ้นรถพลางถามว่า“กล่องปฐมพยาบาลอยู่ไหน รถนายมีติดไว้หรือเปล่า..?”
ณัฐธัญตอบไปสีหน้ายังแสดงอาการงุนงงไม่หาย ท่าทีของเธอเปลี่ยนเร็วอย่างกับพลิกหน้าหนังสือทำเอาเขาตามไม่ทัน
ไม่นานนักลีโอนีเดินกลับลงมาพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาลและเก้าอี้พับตั้งแคมป์ตัวหนึ่งเธอกางเก้าอี้ออกตรงหน้าเขา ออกคำสั่งสั้น ๆ “นั่งลง”
ณัฐธัญยังไม่เข้าใจสถานการณ์ลีโอนีจึงลากเขามาที่เก้าอี้และกดไหล่ให้นั่งลงจากนั้นเธอก็ใช้นิ้วแตะขอบแผลที่ใบหูเบา ๆ พลางถามขึ้น “เจ็บหรือเปล่า..?”
เขาเริ่มตั้งสติกล่าวว่า “แสบนิดหน่อย”
พอสิ้นคำความเย็นจากแอลกอฮอล์ก็ไหลผ่านาแ ก่อนจะกลายเป็ความแสบวิ่งเข้าเส้นประสาทเขาสะดุ้งสุดตัวจนร้องดังลั่น
ลีโอนีใตีไหล่ของเขาเบา ๆ “จะร้องทำไมเนี่ย..!”
“ก็มันแสบ”ณัฐธัญท้วงเสียงสูง
เธอบ่น“แค่นี้ทำเป็สำออยไปได้” แต่ถึงปากจะว่าอย่างนั้น มือของเธอก็ผ่อนแรงลงจนนุ่มนวลจนกระทั่งแปะแผ่นปลาสเตอร์เสร็จค่อยกล่าวว่า “นายเนี่ย... ไว้ใจคนง่ายเกินไปแล้ว”
ณัฐธัญเลิกคิ้ว“หมายความว่ายังไง..?”
พูดไม่ทันขาดคำลีโอนีก็เลื้อยนิ้วชี้มาแนบที่คอหอยของเขา เสียงเย็นเยียบดังขึ้นข้างหู“ถ้าฉันปาดคอนายตอนนี้ จะทำยังไงล่ะ..?”
ณัฐธัญเสียวสันหลังวาบกล่าวช้า ๆ ว่า “แล้วเธอจะทำทำไม..?”
ลีโอนีโน้มใบหน้าลงมากระซิบข้างใบหูของเขา “ก็เอามาแล่กินประทังหิว แล้วก็ยึดรถบ้านของนาย”
ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายพูดล้อเล่นแต่คำพูดกับน้ำเสียงก็ทำให้เขาขนลุกจริง ๆ “ทำไมต้องล้อเล่นแบบนี้ด้วย”
ลีโอนีเปลี่ยนเป็สีหน้าจริงจังน้ำเสียงของเธอก็เช่นกัน “นายรู้ไหม... ั้แ่วันเกิดหายนะ ทุกคนก็เปลี่ยนไป ใครก็ไว้ใจไม่ได้การเจอคนแบบนายในโลกแบบนี้ มันเหมือนกับถูกหวยเลย”
ณัฐธัญยิ้มกล่าวหยอกล้อว่า “แสดงว่าฉันมีค่ามากงั้นสิ”
ลีโอนีกล่าวอย่างรำคาญใจว่า“หายากมากต่างหาก ทุกคนตอนนี้กำลังดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อเอาตัวรอด ทำได้ทุกอย่างไม่ว่าจะปล้น ฆ่า หลอกลวง หรือแม้แต่กินมนุษย์ด้วยกัน...”
เธอเงียบไปครู่หนึ่งถอนหายใจเบา ๆ แล้วกล่าวอีกว่า “คนอะไร...เจอผู้หญิงสามคนวิ่งหนีกลางป่าแทนที่จะสงสัย กลับเปิดประตูรับขึ้นรถโดยไม่ลังเลถ้าพวกฉันเป็โจร นายคงกลายเป็ทาสหรือไม่ก็ตายกลางป่าไปแล้ว”
แล้วน้ำเสียงของเธอก็เปลี่ยนเป็ห่วงใย“ท่าทีของนายมันเหมือนคนที่ยังไม่รู้ว่าโลกมันพังไปแล้ว ไม่รู้จริง ๆว่าสามเดือนที่ผ่านมานายไปอยู่ที่ไหน ถึงได้รักษาทัศนคติไว้ใจคนได้ขนาดนี้”
ณัฐธัญเงียบไม่ตอบเขาพิจารณาคำพูดของลีโอนี มันก็จริงที่เขาอ่อนต่อโลกเกินไปโลกนี้ไม่ใช่โลกที่เขาคุ้นเคยอีกต่อไปแล้ว หากคนที่เขาเจอไม่ใช่พวกเธอแต่เป็คนอื่นที่มีความคิดโหดร้าย เขาอาจจะรอดไม่ถึงบ่ายด้วยซ้ำ
ลีโอนีลูบศีรษะของเขาเบาๆ “นายไม่ต้องคิดมากก็ได้ ค่อย ๆ เป็ค่อย ๆ ไป ไม่มีใครปรับตัวได้หรอก”
ขณะที่ทั้งสองคนคุยกันอลิเซียก็เดินมาหา ใบหน้าแสดงรอยยิ้มอ่อนโยน “พวกคุณสองคนดูมีความสุขจังเลยนะคะ”
ณัฐธัญกับลีโอนีหันไปมองพร้อมกันลีโอนียิ้มขำ “อุ๊ยตาย... หึงหรือจ๊ะ?”
อลิเซียหน้าแดงระเรื่อยกมือปฏิเสธอย่างลนลาน “เปล่าสักหน่อยนะคะ..!ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้นเลยค่ะ ก็แค่...”
คำพูดของเธอขาด่ไปเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็น้ำเสียงแ่เบา สายตาเศร้าสร้อย“ฉันแค่รู้สึกเหมือนตัวเองไร้ประโยชน์ยังไงไม่รู้...เหมือนเป็แค่ภาระที่ช่วยอะไรไม่ได้”
ณัฐธัญไม่รู้จะพูดอะไรเขารู้สึกเห็นอกเห็นใจ
แต่เสียงของลีโอนีดังขึ้นว่า“จะยากอะไร ถ้าเธออยากช่วยเขาก็ง่าย ๆ แก้ผ้าอยู่บนรถให้เขาดูเป็อาหารตา แค่นี้ก็ช่วยได้แล้ว”
“เฮ้ย! นี่เธอพูดอะไรเนี่ย..!”ณัฐธัญใจนร้องเสียงหลง
อลิเซียหน้าแดงซ่านพูดกระตุกกระตัก “น..นี่ คุณนาธานเป็คนแบบนี้เองหรือคะ..?!”
“สกปรก”เสียงเ็ามาจากด้านหลัง ไม่ทราบว่ามาน็องมาั้แ่เมื่อไรเธอกล่าวพร้อมกับส่งสายตาราวกับมองหนอนแมลง
ณัฐธัญไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีเขาตัดสินใจลุกขึ้นไปที่รถ หนีจากสถานการณ์
พอเห็นเขาหนีขึ้นรถไปอลิเซียก็หันมาถามด้วยความกังวล “เขาโกรธหรือเปล่าคะ..?”
ลีโอนียักไหล่ตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ว่า “เปล่าหรอก ก็แค่เขินน่ะ” เธอเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ค่อยถามต่อ“ว่าแต่พวกเธอมีอะไรหรือเปล่า?”
อลิเซียตอบเสียงแ่เบา“ฉันกำลังคิดว่าจะบอกความจริงเกี่ยวกับตัวตนของฉันดีหรือเปล่าเพราะเขาก็ดูไม่ใช่คนไม่ดี จะได้หมดห่วงเื่ที่ต้องระแวงสงสัยกัน”
ลีโอนีทอดถอนใจ“เธอนี่ใสซื่อจริง ๆ เลย แต่ก็นะ... ฉันก็รับประกันได้ว่าหมอนั่นน่ะเชื่อใจได้”
“ถ้าอย่างนั้น...”อลิเซียกำลังจะพูดต่อ แต่ลีโอนีชิงตัดบท “งั้นขึ้นรถไปคุยกันเถอะพวกเรายังต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน รู้จักกันไว้แต่เนิ่น ๆ ก็ไม่เสียหาย”
อลิเซียพยักหน้าแล้วเดินตามลีโอนีขึ้นรถ ปิดท้ายด้วยมาน็อง
ทันทีที่ทั้งสามคนก้าวขึ้นรถก็ต้องตะลึงงันพบว่าไม่มีรอยะุหลงเหลือ กระจกที่แตกก็กลับมาเป็เหมือนเดิมภายในจากที่เละเทะกลายเป็สะอาดสะอ้านราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
“นี่..นี่มัน.. ฉันฝันไปหรือเปล่าคะ..?” อลิเซียพยายามหยิกแก้ม
“คุณหนูหยิกแก้มดิฉันอยู่นะคะ...”มาน็องกล่าวขณะที่แก้มโดนยืดจนแดง
แม้ลีโอนีจะรู้ว่าณัฐธัญไม่ใช่คนธรรมดาแต่ก็ยังอดทึ่งไม่ได้ การที่สามารถซ่อมรถทั้งคันกลับคืนสู่สภาพเดิมในพริบตาถ้าไม่ใช่ฝีมือของเทพเ้า ก็ไม่รู้ว่าเป็อะไรแล้ว
“คุยกันเสร็จแล้วหรืออาหารพร้อมแล้ว มากินสิ” ณัฐธัญกำลังจัดเรียงอาหารบนโต๊ะ
สามสาวมองไปที่โต๊ะต้องตะลึงลานอีกครั้ง พบว่าบนโต๊ะมีอาหารเรียงรายอยู่สี่ห้าจานแถมยังไม่ใช่อาหารกระป๋องหรือสำเร็จรูป แต่เป็อาหารสดใหม่ที่เพิ่งทำกลิ่นหอมลอยฟุ้งอบอวล
มีทั้งสเต๊กเนื้อวัวสเต๊กปลา ขนมปังกระเทียม แซนด์วิชแฮมชีส และสลัดอาโวคาโดแต่ละจานดูน่ากินจนแทบน้ำลายสอเขาเลือกเมนูเหล่านี้เพราะคาดเดาจากชื่อของพวกเธอที่คล้ายทางยุโรปจึงสั่งอาหารฝรั่งที่กินง่าย
สามสาวมองจนละลานตาอลิเซียกับมาน็องถึงกับกลืนน้ำลาย ตอนที่เป็ทาสพวกเธอได้รับประทานเพียงอาหารกระป๋องวันละมื้อเท่านั้น และนี่ถึงจะเป็อาหารธรรมดาหากเป็สมัยก่อนใครก็หาทานได้ทว่าตอนนี้ต่อให้เป็คนที่รวยที่สุดในโลกก็อาจไม่มีปัญญาได้รับประทาน
“คุณนาธานคะ...”อลิเซียพยายามพูดอะไรบางอย่าง แต่น้ำลายไหลไม่หยุด ดูน่าเอ็นดูมาก
ณัฐธัญยิ้มพลางกล่าวว่า“ไว้ค่อยคุยก็ได้ มากินกันก่อนเถอะ”
ทั้งสี่คนนั่งล้อมโต๊ะบนโซฟาณัฐธัญนั่งข้างลีโอนี ส่วนอลิเซียนั่งข้างมาน็อง อาหารถูกจัดแบ่งอย่างเรียบร้อยบรรยากาศค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
พวกเธอรู้สึกว่านานมากแล้วที่ไม่ได้รับประทานอาหารปรุงสดใหม่อย่างนี้คิดว่าชั่วชีวิตนี้คงไม่มีโอกาสได้รับประทานแบบนี้อีกแล้วมาน็องถึงกับน้ำตาคลอเบ้า แต่ใบหน้ายังเคร่งขรึม ซึ่งดูแล้วตลกดี
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จณัฐธัญก็นำพุดดิ้งคาราเมลมาเสิร์ฟเป็ของหวานปิดท้าย พอเห็นพุดดิ้งทั้งสามก็แทบลืมโลก แววตาเปล่งประกายแวววาวราวกับเด็กได้รับของขวัญใบหน้าเปี่ยมด้วยความเบิกบานใจ
นี่เป็มื้อเย็นที่พวกเธอมีความสุขมากที่สุดเป็่เวลาหนึ่งที่ได้ัักับความสุขของชีวิตประจำวัน ประหนึ่งย้อนเวลากลับไปก่อนวันหายนะ
หลังจากรับประทานของหวานทุกคนยังนั่งอยู่ที่เดิม ราวกับกำลังรออะไรบางอย่าง
อลิเซียหลับตาครู่หนึ่งก่อนจะรวบรวมความกล้าพูดว่า “คุณนาธานคะ ที่จริงแล้วฉันคือเ้าหญิงแห่งลิกเนียอลิเซีย บากาเลนตา ธิดาแห่งพระเ้าอัลเฟรดที่สอง...”
ณัฐธัญเลิกคิ้วเล็กน้อยแต่ไม่ได้ใมากนัก พูดเสียงราบเรียบ “โอ้ เ้าหญิงหรือ”
อลิเซียก้มหน้าเล็กน้อยราวกับกำลังรอปฏิกิริยาอะไรบางอย่างจากเขา แต่กลับได้ยินเพียงคำถามสั้น ๆ ว่า“แล้วไง..?”
อลิเซียเงยหน้ามองอย่างไม่เชื่อหูเธอพูดอีกว่า “ฉัน... ฉันเป็เ้าหญิงแห่งลิกเนียนะคะ...”
“แล้วยังไง?นี่เธอจะอวดว่าตัวเองเป็เชื้อพระวงศ์หรือ..?” ณัฐธัญยังไม่เข้าใจเจตนาของเธอ
อลิเซียทำหน้างุนงง“ป.. เปล่าค่ะ ฉันหมายถึง... ฉันเป็เ้าหญิงแห่งลิกเนีย...”
ลีโอนีดูเหมือนทนไม่ไหวอธิบายแทรกขึ้นมาว่า “ต้นเหตุของวันหายนะมีจุดเริ่มต้นที่ลิกเนียน่ะ”
คราวนี้ณัฐธัญถึงบางอ้อเธอคงคิดว่าตัวเองเป็ต้นเหตุที่ทำให้โลกนี้ถึงจุดจบกลัวว่าจะโดนสาปแช่งอะไรทำนองนี้สินะ ไม่แปลกใจที่ถึงต้องปกปิดตัวตนหากสังคมรู้ว่าเธอคือเ้าหญิงของประเทศที่ทำให้โลกนี้พังพินาศไม่โดนขว้างหินใส่ก็บุญแล้ว
“ฉันไม่สนใจหรอกเพราะอันที่จริงฉันก็ไม่ใช่คนจากโลกนี้เหมือนกัน ไม่รู้เื่โลกของพวกเธอหรอก”
อลิเซียเบิกตากว้างทันทีส่วนมาน็องสีหน้าไม่เปลี่ยน แต่ดวงตาฉายแววใอย่างชัดเจน ลีโอนีแม้พอคาดเดาได้แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาจากต่างโลกตอนแรกเธอคิดว่าเขาเป็พวกมนุษย์ทดลองที่ถูกนักวิทยาศาสตร์จับแช่แข็งไว้เสียอีก
“คุณไม่ใช่คนของโลกนี้หรือคะ..?”อลิเซียถามแบบไม่รู้ตัว
ณัฐธัญถอนหายใจเริ่มเล่าเื่ทุกอย่าง ั้แ่เหตุการณ์ประหลาดที่พาเขามาถึงที่นี่แต่ไม่ได้บอกเื่ของลุงฮอรัส
สามสาวที่ได้ฟังแล้วถึงกับอึ้งโดยเฉพาะเื่ที่เขาสามารถสร้างสิ่งของขึ้นจากอากาศมันช่างเหมือนกับหลุดออกมาจากนิยายแฟนตาซี
“ฉันก็ไม่ได้สร้างทุกอย่างได้ตามใจนึกหรอกมันมีเงื่อนไขอยู่น่ะ” เขาเกาศีรษะ พลางเหล่มองไปทางลีโอนี
ลีโอนีเหมือนจะทราบถึงเงื่อนไขนั้นนึกถึงเหตุการณ์ในรถก่อนหน้านี้ ถึงกับหน้าแดงระเรื่อ
ทั้งสี่คนพูดคุยแลกเปลี่ยนเื่ราวที่แท้ลีโอนีเป็ถึงรองหัวหน้าทหารรักษาพระองค์ เป็ราชองครักษ์ประจำตัวของอลิเซียส่วนมาน็องคือสาวใช้คนสนิท
ในวันที่หายนะเริ่มต้นพวกเธอตั้งใจจะลี้ภัยออกนอกประเทศ มุ่งหน้าไปยังปาลาเซประเทศเพื่อนบ้านทางทิศตะวันออก แต่ระหว่างเดินทางไปยังสนามบินกลับถูกกลุ่มปริศนาโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัวเหตุการณ์นั้นคร่าชีวิตพระาาและพระราชินี ผู้เป็พ่อแม่ของอลิเซีย ลีโอนีที่รับหน้าที่คุ้มกันในขณะนั้นจำต้องเปลี่ยนแผนปลอมตัวเป็ชาวบ้านธรรมดา และเดินทางลงใต้แทน
พวกเธอต้องใช้ชีวิตอย่างหลบซ่อนหลบหนีทั้งผู้คนและฝูงซอมบี้ จนกระทั่งวันหนึ่งได้ยินว่าเมืองมันเดนลีประกาศเป็โซนเขตปลอดภัย จึงวางแผนจะไปที่นั่น ทว่าพอมาถึงแนวชายแดนระหว่างลิกเนียกับปาลาเซพวกเธอก็ถูกแก๊งของโรล์ฟจับไว้ได้
ตอนแรกโรล์ฟตั้งใจจะใช้พวกเธอเป็ทาสกามแต่พอเขาทราบฐานะที่แท้จริงของอลิเซียก็เปลี่ยนใจ หวังจะขายพวกเธอแทน
ระหว่างที่แก๊งของโรล์ฟตั้งแคมป์อยู่บนทะเลทรายแถบชายป่าลีโอนีจึงวางแผนหลบหนี โดยหลอกล่อลูกน้องของโรล์ฟคนหนึ่งด้วยประสบการณ์ที่เป็ทหาร จึงพาอลิเซียและมาน็องหนีออกมาได้ไม่ยากแต่พอผ่านไปหลายชั่วโมง พวกเธอก็เริ่มล้าผู้หญิงที่รับประทานอาหารแค่วันละมื้อย่อมไม่มีทางสู้แรงผู้ชายที่รับประทานอาหารวันละสองมื้อแต่ขณะที่พวกมันกำลังจะตามมาทัน รถบ้านของณัฐธัญก็ผ่านมาพอดี
ณัฐธัญพอได้ฟังก็เข้าใจ อลิเซียน่าจะมีค่าไม่น้อยโรล์ฟถึงขนาดไล่ตามไม่เลิกรา
หลังจากต่างฝ่ายต่างเปิดใจบรรยากาศก็คล้ายสนิทสนมกว่าเดิม ราวกับความตึงเครียดที่มองไม่เห็นได้หายไปแล้วมาน็องล้างจานอยู่ในครัวเล็ก ๆ ส่วนอลิเซียจัดที่นอนอยู่้า เพราะณัฐธัญบอกให้พวกเธอสามคนนอนข้างบนส่วนเขาจะนอนบนโซฟาด้านล่าง ซึ่งสามารถพับปรับเป็เตียงได้เช่นกัน
ณัฐธัญตอนนี้กำลังนั่งดูระบบอยู่เบาะหน้ารถลีโอนีเองก็นั่งอยู่ข้าง ๆ
“ที่แท้เหตุผลที่นายจิ้มจอทั้งวันก็เพราะมีระบบไฮเทคนี่เองน่าเสียดายที่ฉันมองไม่เห็น เห็นแต่หน้าจอมืด ๆ”ลีโอนีกล่าวขณะมองดูหน้าจอหน้ารถอย่างสนอกสนใจ
ณัฐธัญเองก็ประหลาดใจเหมือนกันกลายเป็ว่าหน้าจอนี้มีแต่เขาคนเดียวที่มองเห็น ส่วนคนอื่นจะเห็นเพียงหน้าจอดำ ๆเท่านั้น
“ว่าแต่...ที่นายทำเมื่อตอนบ่าย มันจำเป็จริง ๆ หรือ?ไม่ใช่ว่านายแค่หาข้ออ้างเพื่อที่จะทำอะไรแบบนั้นกับฉันหรอกนะ”ลีโอนีกล่าวด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ สายตาจ้องมองไปที่เขาเธอสงสัยว่าณัฐธัญเพียงฉวยโอกาสเธอ
ณัฐธัญกระอักกระอ่วนเล็กน้อยไม่รู้จะอธิบายอย่างไร จึงพยายามอธิบายตามทฤษฎีที่เขาคิด “มันไม่ใช่แบบนั้นจริงๆ ระบบมันคล้ายกับกลไกการหลั่งโดปามีนในสมอง ถ้ารู้สึกดี มีความสุขหรือ...ตื่นเต้น แต้มความสุขมันก็จะขึ้นตาม และการทำแบบนั้น...มันให้แต้มเยอะที่สุด”
เขาเห็นเธอยังเงียบจึงรีบพูดต่อทันทีว่า “แต่จากนี้ไปไม่ต้องทำแบบนั้นอีกแล้วเหตุการณ์เมื่อตอนบ่ายมันเป็เื่สุดวิสัยจริง ๆ”
ลีโอนีไม่ได้ว่าอะไรแต่เธอประหลาดใจกับตัวเอง ทั้งที่เขาบอกว่าจากนี้ไปไม่ต้องทำแบบนั้นแล้วเธอควรจะดีใจ แต่ทำไมกลับรู้สึกไม่พอใจแปลก ๆ เธอกล่าวเสียงแ่เบาว่า “ไม่เป็ไร...อันที่จริงถ้ามีเื่ฉุกเฉินอีกก็เรียกได้ทุกเมื่อ ฉันจะช่วยนายเอง”
ณัฐธัญมองใบหน้าของเธออย่างไม่เชื่อหูแสดงว่าจากนี้ไปก็ยังมีโอกาสได้ทำอีกเหรอ..?!
ลีโอนีเห็นสีหน้าของเขาก็คล้ายกับรู้ว่าเขาคิดอะไรพูดด้วยความไม่พอใจว่า “คิดลามกอะไรอยู่ ฉันพูดว่าฉุกเฉิน ถ้าไม่ฉุกเฉินก็ห้าม..!”
ณัฐธัญหัวเราะแห้งก่อนจะพูดเปลี่ยนเื่ “ว่าแต่เธออยากได้อะไรหรือเปล่าอย่างอาวุธจำพวกปืนหรือมีดพก”
พอได้ยินแบบนี้ลีโอนีก็ทำตาเป็ประกาย พูดด้วยความตื่นเต้นว่า “จริงด้วยนายเสกของพวกนั้นได้นี่นา งั้นขอปืนพก 9 มม. สองกระบอก ขอแบบน้ำหนักเบา ทนทาน พกพาสะดวก แล้วก็มีดพกทหารสองเล่มปืนกลเบา ปืนไรเฟิล...”
เสียงร่ายยาวต่อเนื่องจนณัฐธัญมึนงงเยอะมากจนเขาจำไม่หมด เขามองเธอพลางกล่าว “นี่ถือว่าฉุกเฉินหรือเปล่า?”
ลีโอนีหน้าแดงก่ำทำตาดุพลางขึ้นเสียงว่า “ทะลึ่ง..!” แล้วก็คลานออกจากเบาะหน้ากลับเข้าไปด้านในรถ
ณัฐธัญใช้นิ้วถูจมูก หันกลับมาดูระบบต่อ เขาซื้อมื้อเย็นหมดไป370 แต้ม แต่ได้คืนมา 185แต้มเพราะความสุขจากการรับประทานอาหาร กอปรกับเวลาล่วงมา ทำให้ตอนนี้มีแต้มความสุข915 แต้ม
เขาคิดว่าตอนนี้ควรซื้อระบบจำเป็ได้แล้วแต่ปัญหาคือมันจำเป็ทั้งหมด ไม่ว่าน้ำมัน ไฟฟ้า น้ำ อาหาร ระบบบำบัดของเสียระบบปรับอากาศ แต่ละอย่างล้วนใช้สี่ร้อยแต้มเป็ขั้นต่ำหมายความว่าเขาเลือกซื้อได้แค่สองอย่าง
ขณะนี้เวลาหนึ่งทุ่มรอจนถึงตีห้าพรุ่งนี้ก็จะได้แต้มประมาณ 2,400 แต้ม เขาขบคิดอยู่นานสุดท้ายก็เลือกแบตเตอรี่ผลิตพลังงานในตัวและอัปเกรดเครื่องปรับอากาศเพราะตอนนี้ไฟฟ้าสำคัญที่สุด หากไม่มีไฟฟ้า เครื่องใช้ต่าง ๆ ก็ไร้ค่าโดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศที่ต้องเปิดตลอดคืน เพราะตอนนี้ข้างนอกหนาวมากอุณหภูมิข้างนอกอยู่ที่แปดองศา ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าทั้งที่อยู่ใกล้ทะเลทรายทำไมมันหนาวได้ขนาดนี้
ส่วนเครื่องปรับอากาศในรถของเขาแต่เดิมมันเป็แค่ของธรรมดาทั่วไปแต่เมื่ออัปเกรดแล้วย่อมไม่ธรรมดาเพราะมันมีระบบยูวีฆ่าเชื้อและแผ่นกรองอากาศคุณภาพสูง สามารถกรองฝุ่นละเอียดระดับ 0.001 ไมครอนแถมยังมีระบบฟื้นฟูตัวเองโดยไม่ต้องบำรุงรักษา คุ้มมากกับสี่ร้อยแต้ม
ทว่าทันทีที่เขาอัปเกรดเครื่องปรับอากาศระบบก็แจ้งเตือนขึ้นบนหน้าจอ “เครื่องปรับอากาศนี้ใช้ไฟฟ้า 20 กิโลวัตต์ต่อวัน หากคุณไม่เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นจะใช้ได้เพียง 12 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้นขอแนะนำให้คุณผลิตพลังงานเพิ่ม”
ณัฐธัญสบถในใจทำไมเอ็งไม่บอกให้เร็วกว่านี้ฟะ..!
แล้วเขาก็เห็นว่าแบตเตอรี่ผลิตพลังงานในตัวสามารถอัปเกรดเพิ่มได้ขั้นต่อไปสามารถผลิตไฟฟ้าเพิ่มเป็ 20 กิโลวัตต์ต่อวัน และเก็บสะสมได้ 40 กิโลวัตต์แต่ราคาคือ 800 แต้ม ซึ่งพลังงานไฟฟ้าก็ยังไม่พออยู่ดี
“ดูเหมือนว่าแต้มความสุขที่ได้วันละ6,550 แต้มจะไม่เยอะอะไรเลยนี่ยังไม่นับรวม่เวลาที่ไม่มีความสุขที่อาจทำให้ไม่ได้แต้มด้วย” ณัฐธัญบ่นพึมพำ
เปรี้ยง ครืน..!
เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องมาจากทิศใต้ตามด้วยเสียงะโของอลิเซียดังขึ้น “ทุกคน รีบมาดูที่นอกหน้าต่างทางขวาเร็ว..!”