“ชักชวนคนนอกมาปล้น แล้วคนพวกนั้นอยู่ที่ไหนเสียล่ะ” ฮั่วหนานอันทำเป็ไม่รู้ว่าคนกลุ่มนั้นหายไปไหน เพื่อหยั่งเชิงดูว่าคนพวกนี้เห็นพวกตนสังหารคนหรือไม่
“ข้าไม่รู้ ระหว่างที่พวกข้าปล้นบ้านของท่านหมอ ข้าให้พวกเขาดูต้นทางให้ ส่วนพวกข้าขนสมุนไพรจากบ้านท่านหมอออกมาจนเกือบหมดก็เห็นแสงไฟเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จึงรีบหนีออกมา พอขนของมายังที่นัดหมายก็ไม่เจอคนพวกนั้นอีกเลย ไม่รู้ว่าพวกเขาหายไปไหน”
พวกตนคิดขนสิ่งที่ปล้นมาได้ทยอยออกไปขาย กลับกลายเป็ว่าล้มป่วยเพราะถูกพิษเล่นงานเสียก่อน นอนเ็ปอยู่หลายวันก็ถูกนำตัวมายังหน้าศาลบรรพชน
ชาวบ้านได้ยินคำสารภาพทั้งหมดของอันธพาลทั้งหก และได้ฟังการวิเคราะห์ของฮั่วหนานอัน ก็เกิดความโมโหที่คนพวกนี้ชักศึกเข้าบ้าน ตอนนี้หมู่บ้านพวกตนจะต้องถูกทำลาย เพื่อปกปิดความเลวร้ายที่คนของทางการทำ
แต่ไหนแต่ไรมา ขุนนางท้องถิ่นในอำเภอจางหลินมีข่าวเื่มือเท้าสกปรกอยู่ตลอด ทว่าไม่มีผู้ใดจัดการกับคนพวกนี้ได้ ชาวบ้านจำต้องก้มหน้าแสร้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ ไม่คิดเลยว่าเื่สกปรกจะตกมาอยู่บนหัวคนในหมู่บ้านซานไห่ เป็เพราะพวกสารเลวทั้งหกแน่ๆ ที่ชักศึกเข้าบ้าน
หัวหน้าหมู่บ้านต้องห้ามปราม ไม่ให้ชาวบ้านโกรธแค้นจนลงมือทำร้ายคนทั้งหก ยามนี้สิ่งที่พวกตนควรทำคือร่วมมือกันหาทางออก กลัวว่าคนของทางการจะเร่งจัดการกับพวกตน
ปากทางเข้าหมู่บ้านซานไห่ทุกทาง มีทหารประจำเมืองจำนวนหนึ่ง และมือปราบของศาลาว่าการคอยเฝ้าไม่ให้ชาวบ้านลักลอบออกไปได้
อวี้กู่เหยาเดินทางมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านพร้อมกับหมอสามคน
“โรคระบาดค่อนข้างน่ากลัว พวกเ้าเฝ้าเวรยามให้ดี แม้กระทั่งสุนัขสักตัวก็อย่าให้เล็ดลอดออกไปได้”
“ขอรับ”
“เอาล่ะ ท่านนายอำเภอส่งหมอมาตรวจรักษาโรคระบาด” อวี้กู่เหยายกมือบอกให้เปิดรั้วกั้นออกให้พวกตนเข้าไปด้านใน
“หัวหน้ามือปราบอวี้ดูแลตนเองด้วยขอรับ ชาวบ้านด้านในค่อนข้างคลุ้มคลั่ง”
“ขอบใจเ้ามาก”
อวี้กู่เหยาพร้อมกับหมอและมือปราบจำนวนหนึ่งเข้าไปในหมู่บ้าน
ชาวบ้านในหมู่บ้านซานไห่ยังคงใช้ชีวิตปกติ บริเวณใต้ร่มไม้มีคนนั่งจับกลุ่มพูดคุยกัน บ้านหลายหลังเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ปลูกในแปลงหลังบ้าน
อวี้กู่เหยาเต็มไปด้วยความสงสัยและแปลกใจ เพราะเหตุใดชาวบ้านพวกนี้ถึงได้สงบ ไม่คลุ้มคลั่งอย่างที่ควรจะเป็ ภาพที่ตน้าเห็นกลับไม่เกิดขึ้น
“คารวะมือปราบทั้งหลาย” ชาวบ้านที่นั่งจับกลุ่มสนทนากันอยู่ใต้ร่มไม้ทักทายกลุ่มคนที่เดินเข้ามา พลางหัวเราะกับการแต่งกายแบบมิดชิดของพวกเขา
“่นี้น้ำทะเลส่งกลิ่นเหม็น ไม่แปลกที่พวกท่านทุกคนจะใช้ผ้าปิดปาก” สตรีนางหนึ่งเอ่ยกระเซ้าเล่น
รอยยิ้มของชาวบ้านทำให้อวี้กู่เหยากำมือแน่น เขา้าให้คนพวกนี้คลุ้มคลั่งทำร้ายเ้าหน้าที่ หลังจากนั้นจะได้ลงมือปิดปัญหาได้สะดวก
หัวหน้าหมู่บ้านเดินออกมาต้อนรับคนของทางการ “มือปราบอวี้ท่านมารับตัวหัวขโมยไปตัดสินคดีหรือขอรับ ตอนนี้พวกเขาหายจากอาการป่วยแล้ว สามารถรับตัวไปได้ เชิญพวกท่านไปยังศาลบรรพชน”
เสียงหัวเราะของหัวหน้าหมู่บ้าน เหมือนว่ากำลังท้าทายอำนาจและความอดทนของอวี้กู่เหยา
“วันนี้ท่านนายอำเภอส่งหมอมาตรวจรักษาคนในหมู่บ้านซานไห่ หวังว่าทุกท่านจะให้ความร่วมมือ โรคระบาดจะได้ไม่แพร่ออกไปทำร้ายคนด้านนอก”
“มือปราบอวี้ ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าพวกเราไม่ได้ติดโรคระบาด ท่านหมอเทวดาที่ปักหลักอยู่ในหมู่บ้านก็ยืนยันแล้วว่าทั้งหกคนเพียงถูกพิษ เหตุใดท่านถึงไม่เชื่อ หากท่านไม่เชื่อ ขอเชิญไปตรวจดูอาการของพวกเขาได้”
ชาวบ้านพยักหน้ายืนยันสิ่งที่หัวหน้าหมู่บ้านพูด
“ร่างกายของพวกข้าแข็งแรงกันทุกคน จะเกิดโรคระบาดได้อย่างไร ท่านดูสิ ข้าแข็งแรงมากเลยนะขอรับ”
หม่าต้านเริ่มะโไปะโมา เพื่อแสดงให้คนของทางการเห็นว่าพวกตนแข็งแรง ไม่ได้ติดโรคระบาดตามที่ถูกใส่ร้าย
“ข้าแข็งแรงเหมือนกัน คนติดโรคระบาดจะแข็งแรงแบบนี้เสียที่ไหน”
บุตรชายคนรองของหัวหน้าหมู่บ้านวิ่งไปใต้ไม้สูงตระหง่าน แล้วปีนขึ้นไปบนต้นไม้แสดงให้คนของทางการเห็น ใช้เวลาไม่นานก็ปีนขึ้นไปจนถึงยอดไม้ โบกไม้โบกมือลงมาให้กับคนด้านล่าง
เด็กน้อยในหมู่บ้านวิ่งไล่จับกันมาจนถึงบริเวณที่คนของทางการยืนอยู่ ฮั่วิจูคือแกนนำ นางพาสหายคนอื่นๆ ะโโลดเต้นไปมา
เสียงหัวเราะของบรรดาเด็กน้อยดังกังวาน เสมือนว่าไร้ความกังวลใจใดๆ ภาพที่เห็นทำให้อวี้กู่เหยาขบกรามแน่น หรี่สายตาจ้องชาวบ้านที่ริอ่านใช้ความสงบมาต่อกรกับตน
มือของอวี้กู้เหยากำชับด้ามดาบแน่น สายตาไม่ละไปจากภาพตรง หน้า ครู่ต่อมามือก็เลื่อนไปยังบริเวณข้างเอว ดึงกริชที่อยู่ในฝักออกมาแล้วแทงเข้าบริเวณหัวไหล่ด้านซ้ายของตนเอง
“คนในหมู่บ้านซานไห่คลุ้มคลั่ง ทำร้ายคนของทางการ”
อวี้กู่เหยาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงยียวน ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ตกตะลึงกับสิ่งที่เขาทำ เด็กหลายคนที่ถูกฮั่วิจูปลอบประโลมจนกลับมาร่าเริงเริ่มร้องไห้กับภาพอันน่ากลัว ความหวาดกลัวส่งผลให้เกิดความวุ่นวาย
“พวกเ้าอย่าร้อง ร้องไปก็ไม่เกิดประโยชน์ ถ้าผู้ใดไม่หยุดร้องไห้ ข้าจะไม่พาคนผู้นั้นไปจับกุ้งัและหอยเป๋าฮื้อด้วย”
ฮั่วิจูจ้องมองสหายแต่ละคน ช่างน่าแปลกที่เด็กพวกนี้กลัวว่าจะไม่ได้ติดตามฮั่วิจูไปจับสัตว์ทะเล มากกว่ากลัวคนของทางการ
เสียงร้องไห้เงียบลง ทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ชาวบ้านมองคนของทางการทำร้ายตนเองแล้วกล่าวหาว่าถูกพวกตนทำร้าย
“เดรัจฉาน! ชั่วช้า!”
เสียงก่นด่าของชาวบ้านไม่ได้ทำให้อวี้กู่เหยาระคายเคืองหู ยิ่งยั่วเย้าให้ชาวบ้านโกรธแค้นยิ่งเกิดผลดี น่าเสียดายที่ชาวบ้านพวกนี้สงบจนดูแปลกไป
“ชาวบ้านที่ติดโรคระบาดคลุ้มคลั่ง ทำร้ายคนของทางการ ผู้ใดแตะเพียงรั้วกั้นสังหารได้ทันที” อวี้กู่เหยาออกคำสั่ง
ทหารและมือปราบที่รักษาความปลอดภัยอยู่ด้านหน้า เห็นกลุ่มคนที่เข้าไปก่อนหน้า วิ่งหนีออกมาจากหมู่บ้านพร้อมกับอาการาเ็ก็ตื่นตระหนก
สิ่งที่ทุกคนหวาดกลัวคือการติดโรคระบาด พวกเขาจึงถอยห่างผู้ที่ได้รับาเ็
“โรคระบาดนี้รุนแรงนัก แพร่ระบาดออกไปรับรองได้ว่าผู้คนต้องตายเกลื่อน” หมอที่ตามมาตรวจรักษาอาการของผู้ป่วย ะโบอกทุกคนให้ทราบกันถ้วนหน้า
อวี้กู่เหยาปั้นหน้าเสแสร้ง กดาแบริเวณหัวไหล่ไม่ให้เืไหลออกมามากจนเกินไป
“ไม่ได้การแล้ว ข้าต้องรีบส่งสาสน์ไปรายงานท่านนายอำเภอ”
อวี้กู่เหยากล่าวด้วยความร้อนใจ
“หัวหน้ามือปราบห่วงตนเองก่อน ตอนนี้ไหล่ของท่านเืไหลออกมาไม่หยุด เชิญท่านเข้าไปพักในกระโจม ท่านหมอรีบทำแผลให้หน้าหน้ามือปราบเร็วเข้า”
มือปราบที่จงรักภักดีต่ออวี้กู่เหยา รีบจัดการทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทาง ตามที่วางแผนเอาไว้