หลงเทียนเฟย (龙เทียน非) ย่างก้าวอย่างเงียบเชียบไปตามเสียงปะทะที่ดังแ่เบามาจากเบื้องหน้า 'ย่างก้าวเปลวเพลิง' ช่วยให้ร่างของเขาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและไร้ร่องรอยราวกับสายลมที่พัดผ่าน ทว่าด้วย 'เนตรแห่งความไร้ระเบียบ' (无序之眼) ที่เพิ่งได้รับ เขาจึงสามารถมองเห็นเส้นสายแห่งพลังปราณที่บิดเบี้ยว ถักทออยู่ทั่วบริเวณ ทำให้เขาสามารถหลีกเลี่ยงค่ายกลภาพลวงตาและอสูริญญาที่ซ่อนตัวอยู่ได้อย่างง่ายดาย'ช่างน่าเหนื่อยหน่ายใจนัก' เขาบ่นพึมพำในใจ 'เหตุใดผู้คนจึงต้องมาทะเลาะเบาะแว้งกันในป่าอันเงียบสงบเช่นนี้'เมื่อเข้าใกล้ ภาพการปะทะที่ดุเดือดก็เผยโฉมเบื้องหน้า กลุ่มผู้หญิงสองกลุ่มกำลังต่อสู้กันอย่างรุนแรง พลังปราณหลากหลายสีสันปะทะกันหนักหน่วงราวกับม่านบุปผาเพลิงที่เต้นระบำกลางอากาศ ศิษย์กลุ่มหนึ่งสวมอาภรณ์สีเขียวหยกคล้าย สำนักเมฆามรกต (云翠宗) อีกกลุ่มหนึ่งสวมชุดสีครามเข้มคล้าย สำนักกระบี่วารีคราม (碧水剑宗)หลงเทียนเฟยใช้ 'เนตรแห่งความไร้ระเบียบ' มองสำรวจทันที[ระบบ: ตรวจพบผู้ฝึกตน: ซูหนิง (苏宁) สังกัดสำนักเมฆามรกต ระดับพลัง: ััปราณ ขั้น 9 (感气境 九段)][ระบบ: ตรวจพบผู้ฝึกตน: หลินเยว่ (林月) สังกัดสำนักกระบี่วารีคราม ระดับพลัง: ััปราณ ขั้น 9 (感气境 九段)][ระบบ: ตรวจพบผู้ฝึกตน: ซูเหมย (苏梅) สังกัดสำนักเมฆามรกต ระดับพลัง: ััปราณ ขั้น 8 (感气境 八段)][ระบบ: ตรวจพบผู้ฝึกตน: จ้าวหลิน (赵琳) สังกัดสำนักกระบี่วารีคราม ระดับพลัง: ััปราณ ขั้น 8 (感气境 八段)]สตรีในชุดเขียวหยกคนหนึ่ง (ซูหนิง) เหวี่ยงพัดในมือ ปล่อยคลื่นพลังปราณสีรุ้งพุ่งเข้าใส่ศัตรู พัดพาต้นไม้ใหญ่โค่นล้มระเนระนาด ขณะที่สตรีในชุดครามอีกคน (หลินเยว่) ก็ร่ายกระบี่ ก่อเกิดดอกไม้เหล็กแหลมคมพุ่งใส่กันราวห่าฝน สร้างเสียงเสียดสีรุนแรงที่ทำให้ผู้ฟังสะท้านไปถึงกระดูกแต่เป้าหมายของการต่อสู้นั้นกลับมิใช่ชีวิตของผู้ใด หากแต่เป็ ลูกงูตัวหนึ่ง ที่ถูกกักไว้ในกรงปราณใส ลูกงูนั้นมีเกล็ดเรืองแสงสีทองอร่าม ดวงตาของมันเป็ประกายสีรุ้ง ส่องประกายความลึกลับและพลังิญญาอันเข้มข้นออกมาอย่างโดดเด่น'แค่ลูกงูตัวเดียวถึงกับต้องก่อากันเลยรึ' หลงเทียนเฟยถอนหายใจยาวเหยียด 'ช่างเป็การแสดงที่สิ้นเปลืองพลังงานยิ่งนัก'เขากำลังจะตัดสินใจหาทางหลีกเลี่ยงและปล่อยให้เื่วุ่นวายนี้ดำเนินไปตามครรลองของมันแต่แล้ว...เสียงที่ปราศจากอารมณ์ในห้วงความคิดของเขาก็พลันดังขึ้น[ระบบ: ตรวจพบสิ่งมีชีวิตหายาก: ลูกงูเทพ (神蛇幼崽)][ระบบ: วิเคราะห์สายเื... ตรวจพบสายเืัฟ้าา (天龙古血) ระดับหายากยิ่ง!][ระบบ: คุณสมบัติ: ศักยภาพในการสังเคราะห์ทักษะ/วัตถุระดับ "ปรมาจารย์/เชิงแิ" ที่เกี่ยวข้องกับพลังแห่งระเบียบและโกลาหล!][ระบบ: คำชี้แนะ: หากนำมาเป็สัตว์เลี้ยง สามารถวิวัฒนาการเป็ัฟ้าในอนาคต เป็ผู้ช่วยที่ทรงพลัง ลดภาระการต่อสู้ของผู้ใช้!][ระบบ: คำเตือน: โอกาสเช่นนี้มีเพียงครั้งเดียวในรอบหลายพันปี! การพลาดโอกาสนี้ถือเป็ความสูญเสียอันใหญ่หลวงต่อประสิทธิภาพชีวิตของผู้ใช้ในระยะยาว!]ดวงตาที่เคยดูซื่อตรงของหลงเทียนเฟยพลันเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่อาจควบคุมได้ ความเกียจคร้านที่เคยมีพลันสลายไปสิ้น ถูกแทนที่ด้วย "ความกระหาย" ในผลประโยชน์มหาศาลอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน'์! นี่มันคือสุดยอดของ 'ทางลัด' ชัดๆ!' ความคิดของเขาปั่นป่วน 'การต้องมาออกแรงตอนนี้ช่างน่าเหนื่อยหน่าย แต่หากพลาดไป ข้าคงต้องมานั่งเสียใจไปอีกหลายพันปี! ไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่น้อยที่จะปล่อยให้มันหลุดมือไป! นี่คือโอกาสที่จะได้ผู้ช่วยที่สามารถทำให้ข้า 'ไม่ต้องทำอะไรเลย' อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด!'ด้วยแรงจูงใจที่หนักแน่นนี้ หลงเทียนเฟยตัดสินใจในทันที เขาต้องแย่งชิงลูกงูตัวนั้นมาให้ได้!'แต่จะไปทั้งอย่างนี้ไม่ได้' เขามองสำรวจตัวเอง 'ต้องมีหน้ากาก หรือสิ่งปกปิดใบหน้า'เขากวาดสายตามองไปรอบๆ พลันเห็นละอองหมอกิญญาที่ลอยอยู่ในป่าผสานกับเกล็ดแสงจางๆ จากตะไคร่เรืองแสงที่เกาะตามต้นไม้[ระบบ: กำลังสังเคราะห์... ละอองหมอกิญญา ผสานกับ เกล็ดแสงตะไคร่เรืองแสง และพลังปราณของผู้ใช้][ระบบ: เป้าหมาย: สร้างอุปกรณ์ปิดบังใบหน้า][ระบบ: ตรวจพบความเข้ากันได้สูง... โอกาสสำเร็จ 90%]'ยอดเยี่ยม!' เขารีบออกคำสั่ง "ดำเนินการ!"พลังปราณของหลงเทียนเฟยพลันก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ดึงดูดละอองหมอกและเกล็ดแสงให้มารวมตัวกันแน่น ก่อเกิดเป็หน้ากากที่โปร่งแสงแต่แฝงไว้ด้วยประกายเรืองรองเล็กน้อย[ระบบ: การสังเคราะห์สำเร็จ! ได้รับอุปกรณ์: 'หน้ากากจันทราไร้เงา' (月影无形面具)][ระบบ: สรรพคุณ: บดบังใบหน้าของผู้สวมใส่ ทำให้ดูพร่าเลือนไร้ตัวตน คล้ายเงาจันทราที่มองไม่เห็น รูปแบบจะปรับเปลี่ยนไปตามการรับรู้ของผู้มอง]หลงเทียนเฟยหยิบ 'หน้ากากจันทราไร้เงา' ขึ้นสวม มันแนบสนิทกับใบหน้าของเขาอย่างแเี ไม่มีสิ่งใดบ่งบอกว่าเขากำลังสวมหน้ากากอยู่ ใบหน้าของเขาดูพร่าเลือนไร้ตัวตน ราวกับเป็เพียงเงามืดที่ไม่มีรูปร่าง'เอาล่ะ' เขากล่าวอย่างพึงพอใจ 'ได้เวลาปั่นป่วนแล้ว'สวมหน้ากากเรียบร้อย หลงเทียนเฟยพุ่งเข้าสู่สมรภูมิ เขาไม่ได้พุ่งเข้าโจมตีตรงๆ แต่เคลื่อนไหวราวกับสายลมที่ไม่มีตัวตน เนตรแห่งความไร้ระเบียบทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้เขามองเห็น 'เส้นสายแห่งความโกลาหล' ที่บิดเบี้ยวในการโจมตีของคู่ต่อสู้ และกลไกค่ายกลพลังงานที่แฝงอยู่ ทำให้เขาเคลื่อนที่ราวกับอ่านความคิดของคู่ต่อสู้ได้ล่วงหน้าเขาลัดเลาะผ่านการปะทะกันของพลังปราณที่รุนแรงอย่างง่ายดายราวกับเป็อากาศธาตุ หลีกเลี่ยงการโจมตีอันรุนแรงได้อย่างน่าอัศจรรย์ บางครั้งก็ใช้ 'ย่างก้าวเปลวเพลิง' เพื่อเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและทิ้งเงามายาไว้เื้ั สร้างความสับสนให้กับทั้งสองฝ่ายขณะที่ศิษย์หญิง ซูหนิง จาก สำนักเมฆามรกต (云翠宗) กำลังปล่อยกระบี่พลังปราณเพื่อโจมตีหลินเยว่ (林月) อยู่นั้น พลันเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นในใจของนางพลังปราณรอบกายพลันบิดเบี้ยวไปเล็กน้อยอย่างไม่ทราบสาเหตุ ราวกับมีบางสิ่งที่ไร้รูปร่างและคาดเดาไม่ได้พริ้วผ่านไปใกล้ตัวนาง ซูหนิง (ระดับ ััปราณ ขั้น 9) ซึ่งมีสัญชาตญาณอันเฉียบคมถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาของนางกวาดมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าระแวดระวัง'อันใดกัน' นางพึมพำในใจ 'เมื่อครู่ข้ารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งผ่านไป...แต่ไม่มีสิ่งใดปรากฏให้เห็น'ด้วยความระแวดระวังที่เพิ่มขึ้น ซูหนิงจึงตัดสินใจปล่อยกระบี่พลังปราณพุ่งเข้าใส่ หลงเทียนเฟย ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด แทนที่จะเป็เป้าหมายเดิม ราวกับเป็การทดสอบหรือปัดเป่าภัยที่มองไม่เห็น'คัมภีร์ดาบหมื่นสรรพสิ่ง' ของหลงเทียนเฟยพลันทำงานโดยอัตโนมัติ พลังปราณก่อตัวเป็กระบี่เล่มบางที่มองไม่เห็นหมุนวนรอบกายเขาอย่างรวดเร็ว เบี่ยงเบนคมกระบี่ของซูหนิงให้เฉือนผ่านไปอย่างแเี ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นซูหนิงเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจและงุนงง นางมองตามคมกระบี่ที่พุ่งเลยเป้าหมายไปอย่างไร้เหตุผลอีกครั้ง ก่อนจะมองไปยังบริเวณที่หลงเทียนเฟยเคยยืนอยู่ แต่ก็ยังคงว่างเปล่า"พลังปราณของข้าถูกเบี่ยงเบนไปได้อย่างไร!" นางะโออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความฉงนสนเท่ห์หลินเยว่ (林月) ศิษย์จากสำนักกระบี่วารีครามที่กำลังต่อสู้กับนางอยู่ใกล้ๆ ก็เหลือบมองด้วยความฉงนเช่นกัน'วิเศษจริง' หลงเทียนเฟยคิดในใจพลางยิ้มมุมปากภายใต้หน้ากาก 'เคล็ดวิชานี้ช่วยประหยัดแรงได้อย่างน่าเหลือเชื่อ'เขาเคลื่อนที่เข้าใกล้ ลูกงูทอง มากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความวุ่นวายที่เขากำลังสร้างขึ้นมาอย่างแเี
(จบตอนที่ 29)