บทที่ 5 บอสปีศาจเมเปิ้ลพันปี
วินาทีที่ชักดาบออกมาสีหน้าของยูเมะก็เปลี่ยนไป กลิ่นอายของเขาแปรเปลี่ยนไปจนทุกคนััได้อีกทั้งยังเปลี่ยนไปอย่างเด่นชัดจนทำให้อัลเบิร์ตถึงกับต้องเหลือบมองด้วยความใ
ความเปลี่ยนแปลงนี้เหนือกว่าที่เคยเกิดขึ้นในอดีตจนััได้แม้กระทั่งตัวยูเมะเองก็ยังรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงนี้
รอยยิ้มใต้หน้ากากยกสูงขึ้นเล็กน้อยดวงตาภายในหมวกเกาะก็เริ่มทอประกายสีม่วงอมดำจากการเรียกใช้สกิลเสริมพลังต่อสู้ที่มีชื่อเสียงของสายปีศาจ‘สภาวะปีศาจ’
เมื่อสกิลเสริมถูกเรียกใช้ ภาพในมุมมองสายตาของยูเมะก็เปลี่ยนไปจากภาพของหุบเขาที่เต็มไปด้วยพุ่มไม้สูงต่ำ ก็กลายสภาพเป็โลกสีขาวดำที่มีดวงไฟิญญาปรากฎขึ้นในจุดต่างๆ
จุดที่มีดวงไฟิญญานั้นคือตำแหน่งของศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ในสภาพแวดล้อม
“11 ตัว”
หลังจากแจ้งจำนวนศัตรูสั้นๆ ยูเมะก็ก้าวเดินต่อไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้เพื่อนทั้งสามติดตามมาด้านหลังต้องรีบเร่งจังหวะไล่ตามไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
“โอ้ย! เร็วไปแล้ว!!”
อัลเบิร์ตที่ไล่ตามมาััได้ถึงความใจร้อนของยูเมะจึงเอ่ยเตือนออกมาเบาๆทว่ายูเมะก็ไม่ได้สนใจเพราะภายในใจกำลังอัดแน่นไปด้วยความตื่นเต้นยินดีทำให้อัลเบิร์ตถึงกับสับสนเพราะยูเมะไม่เคยทำตัวแบบนี้มาก่อน
สุดท้ายอัลเบิร์ตก็ทำได้เพียงเร่งจังหวะของตัวเองเพื่อตามให้ทันส่งผลให้เมดูซ่าและนิกกี้จำต้องเร่งจังหวะตามไปด้วย
เมดูซ่านั้นดูเหมือนจะคาดเดาความคิดของยูเมะได้เธอจึงไม่มีท่าทีอะไร ทั้งยังทิ้งระยะห่างเพิ่มเติมเพื่อเปิดโอกาสให้ยูเมะได้สู้ตามที่ใจอยาก
นิกกี้ที่เป็แนวหลังจึงต้องลดความเร็วตามไปด้วยเพราะเธอไม่เข้าใจว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น
พออัลเบิร์ตสังเกตเห็นทั้งสองลดความเร็วลงก็ใไปชั่วขณะก่อนจะกลอกตารอบหนึ่งแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆจากนั้นลดความเร็วลงเพื่อทำหน้าที่เป็แนวหน้าแทนยูเมะที่ก้าวออกไปไม่รอใครขณะที่ภายในใจก็ลอบบ่นเพื่อนตัวดีของตนอยู่หลายคำ
ยูเมะที่ไม่ได้รู้เื่อะไรเลยนั้นก้าวนำไปก่อนใครจนทิ้งระยะห่างออกจากกลุ่มทีละน้อยส่งผลให้เขากลายเป็เป้าหมายของศัตรูทั้งหมดอย่างรวดเร็ว
ทว่ายูเมะก็ไม่ได้สนใจรอยยิ้มภายใต้หน้ากากยกสูงขึ้นทีละน้อย ดวงตาก็ทอประกายเจิดจ้าขึ้นทุกขณะอัตราการเร่งพลังของสภาวะปีศาจนั้นทะลุขีดจำกัดเดิมไปโดยไม่รู้ตัว ทำให้เปลวเพลิงพวยพุ่งออกมาจากร่างกายทุกส่วนจนทำให้เกราะสีดำถูกปกคลุมด้วยเพลิงสีม่วงดำ
ยูเมะไม่ได้สังเกตเห็นความสำเร็จนี้ภายในใจของเขาจดจ่ออยู่กับการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น ผิดกับเพื่อนที่อยู่ด้านหลังที่อุทานออกมาด้วยความใเพราะสภาวะปีศาจนั้นเป็สกิลที่ใช้งานยากที่สุดสกิลหนึ่ง
ซึ่งการจะทำให้เพลิงปีศาจปกคลุมทั้งร่างได้นั้นจำเป็ต้องใช้สมาธิที่สูงมาก ซึ่งปกติแล้วคนที่จะทำแบบนี้ได้นั้นมีน้อยมากอีกทั้งส่วนมากยังทำได้เฉพาะในตอนฝึกซ้อมหรือไม่ก็ตอนที่ใช้สกิลท่าไม้ตายโดยมีการเตรียมพร้อมเป็อย่างดีเท่านั้น
ทว่ายูเมะในตอนนี้สามารถใช้ออกมาได้ในขณะที่เดินเข้าหาศัตรูมันจึงเป็ภาพที่น่าใมาก
แต่ดูเหมือนว่าศัตรูจะไม่ได้คิดแบบนั้นทันทีที่เพลิงสีม่วงดำลุกโหม แรงกดดันของยูเมะก็เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาตื่นตระหนกจนตัดสินใจพุ่งตัวออกมาในทันที
พริบตานั้นเงา5 สายก็พุ่งออกมาจากด้านหน้า มาจากซ้าย 1 ขวา 2 ตรงกลาง 2 รุมกระนาบเข้ามาหายูเมะพร้อมๆกัน
วินาทีนั้นดวงตาของยูเมะก็สว่างวูบราวกับดวงตะวันสภาวะปีศาจพุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุดในพริบตาพร้อมกันนั้นดาบในมือก็ฟันออกไปเป็เส้นโค้ง ลากจากซ้ายไปขวา ฟันผ่านเงาทั้งหมดที่พุ่งเข้าใส่พร้อมกันจนเกิดเป็เปลวเพลิงสีม่วงเส้นหนึ่ง
“กี๊ซ!!!”
เสียงกรีดร้องสามเสียงดังขึ้นพร้อมกัน ดังขึ้นเป็จังหวะเดียวกับเสียงแหลมบาดหูจากการปะทะกันของคมดาบ
วินาทีต่อมาเงาร่างทั้ง5 สายก็ถอยกลับไป 3 ใน 5 ล้มลงกับพื้นพร้อมาแที่หน้าอกส่วนอีกสองนั้นใช้ดาบขนาดเล็กในมือรับเอาไว้ได้จึงไม่าเ็
ทว่าสีหน้าของพวกมันก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดปีศาจน้อยแห่งหุบเขาเมปิ้ลทองคำ ‘ก็อบลินไซรัป’ ที่มีสภาพไม่ต่างอะไรจากเด็กทารกที่น่าเกลียดส่งเสียงกรีดร้องออกมาพร้อมกับควงอาวุธในมืออย่างดุร้าย
พวกมันตื่นตระหนกไปชั่วขณะเพราะการสวนกลับของยูเมะทว่าพวกมันก็ดุร้ายมาก ทั้งสองตัวที่ไม่าเ็นั้นกระโจนใส่ยูเมะอีกครั้งในทันทีที่ตั้งหลักได้
ส่วนอีกสามตัวที่าเ็ลังเลเล็กน้อยก่อนจะเดินวนไปด้านข้างเพื่อหาช่องว่าง ในขณะนั้นเองลูกศร 3 ดอกก็พุ่งออกมาจากภายในหุบเขาพุ่งตรงเข้าใส่จุดตายของยูเมะอย่างแม่นยำ
ดวงตาของยูเมะสว่างวูบขึ้นอีกครั้งสภาวะปีศาจพุ่งทะยานขึ้นอีกอึดใจ ดาบในมือก็สะบัดฟันเป็วงกลมเล็กๆ ในพริบตาฟันใส่หัวลูกศรทั้งสามจนเบี่ยงออกไปพร้อมกัน
แต่ในจังหวะที่ฟันเบี่ยงลูกศรก็อบลินไซรัปทั้งสองตัวก็กระโจนเข้ามาถึง ทำให้ยูเมะไม่สามารถต้านรับได้
ทว่าสีหน้าของยูเมะก็ไม่เปลี่ยนไปเลยไม่มีความตื่นตระหนกหรือลำบากใจ มีเพียงรอยยิ้มบางๆที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าพร้อมกับความคิดที่ปรากฏขึ้นในจิตใจ
ความคิดปรากฏร่างกายก็เคลื่อนไหว ฝ่าเท้าก้าวออกไปก้าวหนึ่ง ก้าวเข้าประชิดตัวก็อบลินไซรัปทางซ้ายพร้อมกับใช้ด้ามดาบกระแทกใส่ข้อมือของมันอย่างแม่นยำ
ในเวลาเดียวกันฝ่ามืออีกข้างก็พุ่งตรงออกไป คว้าจับข้อมือของก็อบลินไซรัปทางขวาแล้วออกแรงดึงเข้าหาตัวพร้อมบังคับปลายดาบเล่มเล็กในมือของมันให้แทงใส่เพื่อนของมันเอง
การเคลื่อนไหวของยูเมะนั้นรวดเร็วมากแม้จะมีติดขัดอยู่บ้าง แต่จังหวะรุกรับนั้นกลับลื่นไหลอย่างไม่น่าเชื่อทำเอาอัลเบิร์ตกับนิกกี้ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความใ
จะมีก็เพียงเมดูซ่าเท่านั้นที่ระบายยิ้มบางๆก่อนจะสะบัดแส้ออกไปโดยไม่พูดะไร
แส้ที่สะบัดออกไปพุ่งตรงเข้าใส่ก็อบลินที่ถูกด้ามดาบกระแทกใส่ทันทีทำให้มันที่เพิ่งจะถูกดาบของเพื่อนแทงใส่ร่วงหล่นลงกับพื้นจนไม่สามารถลุกขึ้นมายืนได้ชั่วขณะ
ยูเมะก็เคลือนไหวต่อเนื่องฝ่ามือที่เกาะกุมข้อมือของก็อบลินทางขวาก็บิดหมุนอีกครั้ง บิดจนได้ยินเสียงกระดูกดังลั่นขึ้นมาครั้งหนึ่งดาบในมือซ้ายก็ผลิกกลับเชือดปาดใส่ลำคอของมันในพริบตาจนเืสีทองไหลทะลักออกมาเป็สาย
หลังจากปล่อยมือของก็อบลินไซรัปยูเมะก็มองกลับไปด้านหลังเล็กน้อย พลางยิ้มบางๆให้กับเมดูซ่าที่ลงมือสนับสนุนได้อย่างแม่นยำ ทำให้เขาสามารถเชือดคอของก็อบลินไซรัปในมือได้
ทั้งสองส่งยิ้มให้กันโดยไม่มีคำพูดใดจากนั้นยูเมะก็ก้าวถอยออกไปก้าวหนึ่ง หลบลูกศรที่ยิงเข้าใส่โดยไม่ต้องมอง ก่อนจะหันไปทางนิกกี้กับอัลเบิร์ตที่ยังอึ้งอยู่
“เฮ้!”
เสียงะโของยูเมะทำให้อัลเบิร์ตและนิกกี้ได้สติ ทั้งสองใเล็กน้อยแต่ก็ไม่เสียทีที่คล่ำหวอดในเกมออนไลน์มานาน หลังจากตั้งสติได้ก็ลงมือสนับสนุนทันที
นิกกี้ควักคทาขนาดเท่าท่อนแขนออกมาแล้วร่ายเวทย์สั้นๆไม่กี่คำ ดวงไฟหลายดวงก็ปรากฏขึ้น ก่อนจะส่งออกไปด้านหน้า บินตรงไปยังจุดที่เธอคาดว่าก็อบลินนักธนูน่าจะอยู่
เสียงะเิดังขึ้นติดๆกัน ต้นไม้และพุ่มไม้หลายจุดก็ะเิเป็ชิ้นๆ เผยให้เห็นร่างของก็อบลินไซรัปที่ใช้ธนูด้านใน
เมื่อพวกมันถูกเปิดเผยตัวพวกมันก็โยนธนูทิ้งแล้วคว้าดาบสั้นออกมาก่อนจะกระโจนเข้าใส่ยูเมะที่อยู่ด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
เห็นแบบนั้นอัลเบิร์ตก็ก้าวออกไปส่งสกิลคลื่นดาบออกไปสนับสนุน ตัดการเคลื่อนไหวของแนวหลังเปิดโอกาสให้ยูเมะได้มีเวลาจัดการกับก็อบลินกลุ่มแรก
เพียงไม่กี่วินาทีด้วยการสนับสนุนจากเมดูซ่า ยูเมะก็สะบัดดาบออกไปอย่างเรียบง่าย แม้จะไม่ดุดันเกรี้ยวกราดเหมือนกับเทพอสูรอาชูร่าในอดีตแต่เพราะทุกครั้งที่ฟันดาบ สภาวะปีศาจจะถูกเร่งจนถึงขีดสุดเสมอทำให้พลังโจมตีในแต่ละดาบนั้น ไม่ได้ด้อยไปกว่าการโจมตีอย่างเกรี้ยวกราดของดาบทั้ง6 เล่มในอดีตแต่อย่างใด
แม้จะไม่ดุร้ายเหมือนในอดีตแต่การโจมตีมีความรุนแรงมากกว่าเพราะพลังปะทุในชั่วพริบตาที่น่าตระหนก เทคนิคที่แตกต่างนี้ทำให้ยูเมะอดไม่ได้ที่จะยิ้มในใจพลางคิดกับตัวเองในใจว่าแม้กระทั่งทักษะการต่อสู้ของตนเองก็ยังเปลี่ยนไป
‘แปลกดีเหมือนกันแฮะ รู้สึกเหมือนทักษะดาบมันขึ้นสนิมไปนิดหน่อยแต่กลับใช้ได้คล่องกว่าเดิม..แต่ทำไมถึงได้รู้สึกขัดๆ นะ’
ยูเมะคิดในใจขณะที่ต่อสู้ต่อไปอย่างไม่ลำบากกินแรง ก็อบลินไซรัปนั้นไม่ใช่มอนเตอร์ที่น่ากลัวที่สุดในหุบเขาแห่งนี้พวกมันมีดีแค่จำนวนและความเ้าเล่ห์เท่านั้นซึ่งความเ้าเล่ห์ของพวกมันก็ไม่มีความหมายใดๆต่อสภาวะปีศาจที่สามารถมองเห็นตำแหน่งซ่อนตัวได้อย่างง่ายดาย
ไม่ถึงสิบนาทีดีการต่อสู้ก็สิ้นสุดลง ทั้งสี่เดินออกมารวมกันที่กลางวงแล้วแบ่งปันของ ‘ดรอบ’ กันแบบไม่คิดอะไรมากเนื่องจากเป้าหมายของการล่าครั้งนี้ไม่ใช่ก็อบลินพวกนี้
“ไปกันต่อเถอะ”
แบ่งของเสร็จยูเมะก็เสนอออกมาด้วยความกระหายอยากในการต่อสู้ทำให้อัลเบิร์ตประหลาดใจน้อยๆ แต่มันก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะหันกลับไปมองศพของก็อบลินไซรัปทั้ง11 ที่เกินกว่าครึ่งถูกฆ่าตายเพราะยูเมะ
‘ไอ้หมอนี้มันไปซุ่มฝึกมาตอนไหนฟระ ทำไมมันดุกว่าเดิมอีก!!’
แม้จะสงสัยแต่อัลเบิร์ตก็รู้ดีว่ามันไม่ใช่เื่ที่จำเป็ต้องถามในตอนนี้เพราะถึงพวกมันจะมั่นใจในฝีมือของตัวเองพอสมควรแต่เกมดินแดนเทพเ้าแห่งการต่อสู้นั้น ไม่ใช่เกมกระจอกๆ ที่จะประมาทได้
เกมนี้ไม่มีระบบเลเวลและไม่มีค่าสถานะเป็ตัวเลขดังนั้นต่อให้ศัตรูจะอ่อนแอกว่ามาก แต่ก็ยังสามารถทำร้ายพวกมันได้หากประมาทนอกจากนั้นการรักษาาแในพื้นที่ล่าก็เป็อะไรที่ลำบากมาก ทำให้อัลเบิร์ตไม่กล้าประมาทเพราะไม่อยากกลายเป็ตัวถ่วงของกลุ่ม
ทั้งกลุ่มเดินต่อไปอย่างช้าๆโดยไม่ประมาท แม้จะมีสกิลสภาวะปีศาจที่ทำให้มองเห็นศัตรูที่ซ่อนตัวได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ต้องระวังเพราะการใช้สกิลนั้นกินค่า‘พลังกาย’ยูเมะจึงไม่สามารถใช้มันตลอดเวลาได้
ทุกคนจึงต้องช่วยกันระวังตัวซึ่งพวกเขาก็คุ้นเคยกับเื่แบบนี้ดี จึงไม่มีใครรู้สึกลำบากแม้จะใช้เวลานานไปบ้าง แต่สุดท้ายก็พวกเขาก็มาถึงจุดหมายปลายทาง
“วางแผนก่อนไหม”
“ก็ดี ขอดูวีดีโอสักหน่อยก็แล้วกัน”
“ถ้างั้นกางเขตแดนเลยก็แล้วกันจะได้พักสักหน่อย”
“ให้ช่วยนะ”
ทุกคนแยกย้ายกันไปโดยไม่ต้องเสียเวลาคุย ยูเมะกับอัลเบิร์ตที่เป็ทัพหน้าเริ่มสุมหัวดูวีดีโอการต่อสู้กับ‘บอส’ มอนเตอร์ที่เป็เป้าหมายของพวกเขาทันที
บอสมอนเตอร์ที่ทั้งสองตั้งใจมากล่านั้นคือ‘ปีศาจเมเปิ้ลพันปี’ ซึ่งเป็มอนเตอร์ตระกูลพืชปีศาจที่น่ากลัวแม้ทั้งสองจะมั่นใจในตัวเอง แต่ก็ไม่กล้าประมาทจึงเปิดวีดีโอขึ้นมาทบทวนสกิลของบอสก่อนที่จะสู้
นิกกี้ก็วาง‘เขตแดนพักผ่อน’ เพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูพลังและรักษาของทุกคนเมดูซ่าก็คอยช่วยด้วยการก่อกองไฟปรุงอาหารเพื่อฟื้นฟูพลัง
ทั้งกลุ่มทำงานกันอย่างคล่องแคล่วไม่นานนักกองไฟง่ายๆ และเขตแดนพักผ่อนก็สร้างเสร็จอัตราการฟื้นฟูพลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
เมดูซ่าเริ่มตักอาหารแจกจ่ายให้ทุกคนโดยเริ่มจากยูเมะก่อนตามความเคยชิน จากนั้นจึงส่งไปให้นิกกี้และอัลเบิร์ตตามลำดับ
ไม่มีใครสนใจเื่นี้จะมีก็เพียงนิกกี้ที่แอบมองอยู่เงียบๆ ด้วยสายตาวาววับ ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ทว่าเธอก็ซ่อนเอาไว้ได้ดีทีเดียวทำให้คนอื่นไม่ทันสังเกตเห็น
“พอเข้าใจคร่าวๆ แล้ว นิก เธอต้องคอยระวังการโจมตีด้วยรากของมันก็พอส่วนการโจมตีอื่นๆ คงส่งไปไม่ถึง ยังไงก็รักษาระยะห่างให้ดีละ”
“อืม! ไม่ต้องห่วง! ฉันเองก็ใช่ว่าจะสู้ประชิดไม่เป็สักหน่อย”
คำตอบรับของนิกกี้ทำให้อัลเบิร์ตยิ้มน้อยๆ แต่ก็ไม่ปฏิเสธ ฉายาจอมขมังเวทย์เถื่อนนั้นไม่ได้มาเพราะโชคช่วยอยู่แล้วแต่ได้มาจากการต่อสู้ที่ป่าเถื่อนของเธอเสียมากกว่า
ทั้งที่เป็ผู้เล่นสายจอมเวทย์แต่กลับชื่นชอบการปะทะซึ่งหน้า ทั้งยังต่อสู้ได้ดุดันไม่แพ้นักรบเลยทำให้ผู้คนกล่าวขานเธอว่าจอมขมังเวทย์เถื่อน
ส่วนเมดูซ่านั้นอัลเบิร์ตไม่มีความเห็นอะไรมากนักเพาะถ้าเทียบกับพวกมันแล้ว ยูเมะกับเมดูซ่ามีฝีมือสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด
โดยเฉพาะการประสานงานที่สมบูรณ์แบบก่อนหน้านี้ก็บอกให้รู้แล้วว่าเพื่อนตัวดีของเขากับสตรีเถื่อนนั้นเข้าขากันขนาดไหน
หลังจากประชุมวางแผนกันเสร็จทุกคนก็ทำสมาธิชั่วครู่เพื่อปรับสภาพจิตใจให้สงบและรอให้พลังฟื้นฟูกลับมาจนสมบูรณ์
สิบกว่านาทีต่อมาทั้งสี่คนก็ลุกขึ้นแล้วพยักหน้าให้กันครั้งหนึ่งจากนั้นก็ตรงไปยังเป้าหมาย บอสมอนเตอร์ปีศาจเมเปิ้ลพันปี
“ฉันเปิดเอง”
ยูเมะอาสาออกมาแล้วก้าวตรงไปแล้วหยุดห่างจากปีศาจเมเปิ้ล 10 เมตรโดยไม่ชักดาบออกจากฝัก
นี่คือจุดอ่อนของมอนเตอร์ประเภทพืชนั่นคือมันจะไม่โจมตีก่อนหากไม่แสดงเจตนาว่าจะฆ่ามันออกมาอย่างเปิดเผย
ในจุดนี้ยูเมะมีทักษะความชำนาญในการควบคุม‘เจตนา’ อยู่แล้ว เขาจึงอาสาเป็คนเปิดเพื่อที่จะได้สร้างดาเมจให้มากที่สุดในการโจมตีครั้งแรก
ทุกคนเห็นสิ่งที่ยูเมะทำและเข้าใจได้ในทันทีว่าเขาตั้งใจจะทำอะไรจึงยิ้มออกมาแล้วยืนรอโดยไม่เตรียมพร้อมที่จะต่อสู้หรือทำอะไรแม้แต่อาวุธก็ไม่ชักออกมา
ทักษะการควบคุมเจตนานั้นไม่ใช่ทักษะที่ทุกคนใช้ได้ทั้งสามจึงไม่พยายามเตรียมพร้อมเพราะกลัวว่าจะไปกระตุ้นเจตนาต่อสู้จนทำให้บอสหันมาโจมตีก่อน
ยูเมะยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วค่อยๆย่อตัวลงแสดงท่าเตรียมพร้อมของสกิล ‘อิไอ’ร่างกายย่อลงต่ำแล้วโน้มตัวไปข้างหน้าน้ำหนักตัวส่งไปยังด้านหน้าในสภาพเตรียมพร้อม
ดวงตาของยูเมะปิดสนิทเขาไม่ได้กระตุ้นสกิลใดๆ เลย ทั้งหมดนี้เป็เพียง ‘ท่าทาง’ ที่ปราศจากการทำงานของสกิลเป็เหมือนการเดินหรือนั่งทั่วไปที่ไม่ก่อให้เกิดเจตนาในการต่อสู้
ทว่าพริบตาที่สมาธิพุ่งขึ้นถึงขีดสุดดวงตาของยูเมะก็เปิดออก เผยให้เห็นดวงไฟสีม่วงอมดำที่เจิดจ้าราวกับดวงตะวัน
พริบตานั้นปีศาจเมเปิ้ลพันปีก็มีปฏิกิริยาตอบสนองและเริ่มสั่นไหวก่อนจะส่งกิ่งก้านของมันออกไปโจมตี
แต่ก่อนที่การโจมตีจะบรรลุถึงยูเมะก็ชักดาบออกไป ฟันกวาดไปด้านหน้าในเสี้ยววินาทีจากผลการสนับสนุนของสกิลอิไอที่ทำให้การโจมตีหลังจากชักดาบเร็วขึ้นถึง10 เท่าตัว
ความเร็วนี้ถูกเร่งให้สูงขึ้นด้วยสภาวะปีศาจและการเตรียมพร้อมทำให้ดาบนี้ฟันออกไปในเสี้ยววินาทีจนไม่มีใครมองตามทัน
เมื่อดาบถูกฟันออกไปสกิลท่าไม้ตาย ‘ผ่าจันทรา’ สกิลท่าไม้ตายเพียงท่าเดียวที่ยูเมะสามารถใช้ได้ในขณะนี้ด้วยดาบเพียงเล่มเดียวก็ถูกใช้ออกไปพร้อมกัน
คลื่นดาบรูปจันทร์เสี้ยวสีดำพุ่งตรงออกไปในพริบตาตัดเข้าใส่ลำต้นของปีศาจเมเปิ้ลอย่างแม่นยำ
ทว่ายูเมะไม่ได้หยุดแค่นั้นหากแต่ใช้สกิลต่อเนื่องทันทีโดยใช้ตัวช่วยของสกิลอิไอที่จะเก็บดาบกลับคืนฝักในทันทีที่โจมตีเสร็จเพื่อเปิดการโจมตีครั้งที่สอง
ครั้งนี้ยูเมะไม่สามารถใช้สกิลอิไอซ้ำได้การโจมตีจึงช้ากว่าเดิม แต่เขาก็ไม่สนจิตใจจดจ่ออยู่ที่คมดาบแล้วเลือกแทงออกไปในเสี้ยววินาทีด้วยการทุ่มกำลังทั้งหมดออกไปพร้อมกับสกิลพุ่งตัว
การโจมตีต่อเนื่องของยูเมะจึงะเิออกมาในพริบตาและประสานกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ
คลื่นดาบรูปจันทร์เสี้ยวจึงเปลี่ยนเป็รูปทรงหัวศรทะลวงใส่ลำต้นของปีศาจเมเปิ้ลอย่างดุดันทำเอาเปลือกของมันแตกกระจายเป็ชิ้นๆ จนเผยให้เห็นแกนกลางที่เป็เหมือนหัวใจของปีศาจ
การโจมตีต่อเนื่องสองครั้งซ้อนของยูเมะนั้นสร้างความเสียดายได้อย่างน่ากลัวมันลดพลังชีวิตของปีศาจเมเปิ้ลไปไม่ต่ำกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ในทันทีส่งผลให้แกนกลางของมันปรากฏขึ้น
วินาทีนั้นดวงตาของเมดูซ่าก็ทอประกายขึ้นมาวูบหนึ่งร่างกายของเธอกลายเป็สีแดงก่ำทันที เสียงกู่ร้องคำรามดังออกมาจากผลของสกิล ‘บ้าคลั่ง’ ของเผ่าคนเถื่อนจากนั้นสะบัดแส้ออกไปอย่างดุดัน ะเิสกิลท่าไม้ตายของเธอออกมาในพริบตา
พริบตานั้นสกิลท่าไม้ตาย‘ไฮดร้า’ ก็ะเิออกมา แส้ถูกสะบัดอย่างรวดเร็วจนแยกออกเป็เงาแส้9 สาย ทั้ง 9 สายนี้พุ่งตรงเข้าใส่ตำแหน่งเดียวกันในเสี้ยววินาทีจู่โจมใส่รอยแตกของเปลือกไม้และทะลวงผ่านรอยแตกเข้าไปจู่โจมใส่แกนกลางของปีศาจทันที
การจู่โจมนี้เร็วมากทั้งยังแม่นยำจนอัลเบิร์ตถึงกับขนลุก นิกกี้ถึงกับสติหลุดจนลืมร่ายเวทย์
ยูเมะที่เห็นผลลัพธ์จากการโจมตีนี้ก็ดวงตาสว่างวูบเขาหัวเราะออกมาด้วยความยินดีจากนั้นตัดสินใจเสี่ยงะเิท่าไม้ตายออกมาอีกครั้งและใช้ผ่าจันทราในแนวตั้งฟันแทรกเข้าไปในรอยแตกของลำต้น
การะเิท่าไม้ตายติดต่อกันสองครั้งของยูเมะเป็อะไรที่บ้ามากต้องทราบว่าท่าไม้ตายนั้นเป็สกิลที่เกิดจากการผสมผสานสกิลจำนวนมากเข้าด้วยกันส่งผลให้อัตราการเผ่าผลาญพลังงานของสกิลนี้สูงจนน่ากลัว ซึ่งตามปกติแล้วในการต่อสู้หนึ่งครั้งการใช้ท่าไม้ตายหนึ่งครั้งก็นับว่ามากแล้ว
การใช้สองครั้งนั้นหากไม่มีสกิล‘ทลายขีดจำกัด’ ก็ไม่มีทางใช้ได้เลยซึ่งเมื่อใช้แล้ว ค่าพลังก็จะติดลบจนติดสถานะ ‘อ่อนแอ’เป็เวลานานซึ่งจะทำให้ไม่สามารถต่อสู้ต่อไปได้
ทว่ายูเมะกลับไม่สนใจทั้งยังเสี่ยงะเิสกิลออกมาโดยไม่ลังเลส่งผ่าจันทราในแนวตั้งตัดเข้าไปยังแกนกลางของปีศาจเมเปิ้ลอย่างแม่นยำ
เมื่อโดนท่าไม้ตาย3 ท่าติดต่อกันแบบนี้ บอสปีศาจเมเปิ้ลพันปีก็ถึงกับสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
การโจมตีสองครั้งแรกของยูเมะนั้นลดพลังชีวิตของมันไปได้เพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งไม่น่าว่ามากแต่เมื่อถูกเมดูซ่าโจมตีซ้ำเข้าที่จุดอ่อนของมัน พลังชีวิตของมันก็หดหายไปก้อนใหญ่ลดลงไปไม่ต่ำกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ในพริบตา
และเมื่อยูเมะโจมตีปิดท้ายด้วยท่าไม้ตายครั้งที่สองพลังชีวิตอีกราว 40 เปอร์เซ็นต์ของมันก็หายไปอีกก้อนจนทำให้มันเหลือพลังชีวิตไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ในทันที
ในสภาพนี้ต่อให้อัลเบิร์ตกับนิกกี้ไม่ทำอะไร เมดูซ่าก็สามารถจบการต่อสู้ได้อย่างไม่ลำบาก
หลังจากสูญเสียพลังชีวิตไปทีเดียวเกือบ90 เปอร์เซ็นต์ บอสก็ติดสถานะ ‘มึนงง’จากอาการาเ็ที่รุนแรง
ในสภาพนี้มันจะสูญเสียความสามารถในการตอบโต้ไปชั่วขณะซึ่งจะนานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับบอส ซึ่งบอสปีศาจเมเปิ้ลพันปีที่เป็มอนเตอร์ตระกูลพืชนั้นะมี่เวลาติดสถานะที่สั้นกว่าปกติ
แต่ถึงจะสั้นกว่าก็ยังติดสถานะไม่ต่ำกว่า5 วินาที ซึ่งนานพอที่จะใช้สกิลโจมตีอีก 2 – 3 สกิลได้ไม่ยาก
ไม่กี่วินาทีต่อมา บอสมอนเตอร์ที่ขึ้นชื่อว่ายากที่จะฆ่าที่สุดตัวหนึ่งก็ตายลงในเวลาไม่ถึง10 วินาทีด้วยฝีมือของผู้เล่นติดอันดับเพียงสองคน