มู่ตานแม่ค้าข้ามภพ

    ระยะทางหมื่นลี้เริ่มจากก้าวแรก 3

            ภายในห้องรับรองที่ได้รับการตกแต่งอย่างประณีตของโรงเตี้ยมฮุ่ยชุน ยามนี้มีเถ้าแก่เวิ่นยืนถือห่อผ้าไหมอยู่อย่างสำรวม เขากำกระชับห่อผ้าในมือแน่นราวกับเกรงว่ามันจะอันตธานหายไปหากคลายมือออกแม้เพียงเล็กน้อย เวลาผ่านไปประมาณครึ่งก้านธูปเสียงของฝีเท้าคนกลุ่มหนึ่งก็ค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้

             “รบกวนเถ้าแก่เวิ่นแล้ว” บุรุษหนุ่มหน้าตาเกลี้ยงเกลาในชุดผ้าไหมสูงศักดิ์ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับผู้ติดตาม ใบหน้าของเขาคล้ายยิ้มแต่ไม่ยิ้ม คล้ายจะเป็๞มิตรแต่ก็ไม่ใช่ รอยยิ้มบางเบาที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าคมเข้มค่อยๆ เลือนหายไปก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ที่ถูกจัดเตรียมไว้

            “หามิได้ขอรับท่านอ๋อง ข้าน้อยเพิ่งจะมาถึงได้ไม่นานเท่านั้น” เขาโค้งตัวทำความเคารพ พร้อมกับวางห่อผ้าไหมลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง “เป็๲ของที่เพิ่งได้มาจากทางใต้ขอรับ เห็นว่าเป็๲แบบใหม่ที่เพิ่งคิดค้นขึ้น เชิญท่านอ๋องลองตรวจสอบ”

            ห่อผ้าไหมถูกคลี่ออกอย่างระมัดระวังเผยให้เห็นกระดาษสีเหลืองนวลตาซ้อนกันอยู่หลายใบ นิ้วเรียวลูบไล้ไปบนกระดาษตรงหน้าช้าๆ ก่อนจะเอื้อมหยิบพู่กันที่วางอยู่ด้านข้างตวัดลงบนกระดาษอย่างชำนาญ ตัวอักษร ฉิน ปรากฏบนกระดาษขาดๆ หายๆ ด้วยเพราะเนื้อกระดาษซึมซับน้ำหมึกได้ไม่สม่ำเสมอ บรรยากาศภายในห้องกระอักกระอวนขึ้นทันที แต่ที่แย่สุดยามนี้คงเป็๞สีหน้าของเถ้าแก่เวิ่น

            "กระดาษสีนวลตา เนื้อกระดาษก็ดูเนียนเรียบเสมอกัน แต่ไม่ซับเอาน้ำหมึกช่างน่าเสียดายนัก" ฉินอ๋องเปรยขึ้นเบาๆ พรางวางพู่กันลงกับแท่นหมึก

            เถ้าแก่เวิ่นที่ยามนี้ยืนตัวแข็งไปแล้วไม่กล้ากล่าวสิ่งใดต่อ แต่กลับเป็๞องครักษ์ของท่านอ๋องที่เป็๞ฝ่ายยื่นถุงเงินส่งให้ ด้วยน้ำหนักของถุงเงินในมือทำให้เถ้าแก่เวิ่นได้สติรีบผลักถุงเงินคืนกลับไปอย่างร้อนรน

            “สินค้าไม่เป็๲ที่พอใจ ข้าน้อยรับเงินไว้ไม่ได้จริงๆ ขอรับ” เถ้าแก่เวิ่นรีบเดินเข้าไปหวังจะเก็บกระดาษลงบนผ้าไหมตามเดิม แต่กลับถูกองครักษ์ขวางไว้ “เถ้าแก่เวิ่นอย่าได้คิดมากเลย” คราวนี้องครักษ์หนุ่มไม่ได้ยื่นถุงเงินส่งให้แต่กลับยัดเข้าไปในอกเสื้อของเขาแทน

            “ท่านเฉียนคุน ข้า… ข้า… ข้า…” 

            “เถ้าแก่เวิ่นอย่าได้คิดมาก ข้าพอใจนักที่ได้เห็นกระดาษเหล่านี้” หลังพูดจบอ๋องหนุ่มก็ลุกขึ้นเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะกล่าวลา

            “เถ้าแก่โปรดอย่าได้คิดมาก” เฉียนคุนรวบเก็บกระดาษบนโต๊ะก่อนที่จะตามนายของตนออกไปอย่างรวดเร็ว

            เถ้าแก่เวิ่นที่ยามนี้นั่งอยู่ในห้องเพียงลำพังกลับมีสีหน้ายุ่งยากใจ เขาทำการค้ามาสามสิบปีไม่เคยมีครั้งใดที่ลูกค้าไม่พอใจในสินค้าของตน ก่อนหน้าจะมาพบท่านอ๋องเถ้าแก่เวิ่นค่อนข้างมั่นใจว่ากระดาษเหล่านี้จะสามารถทำเงินรวมถึงผูกมิตรกับท่านอ๋องได้ แต่นี่กระไรนอกจากต้องเสียหน้าแล้วยังดูเหมือนเขาเป็๲พ่อค้าที่เอาเปรียบ ยามนี้เขาคงได้แต่กล้ำกลืนความรู้สึกนี้ลงคอไปก่อน เขาถอนหายใจรอบแล้วรอบเล่าก่อนจะตัดใจลุกเดินออกจากห้องไปอย่างยอมจำนน


            ณ บ้านหลังคามุงฟางที่ท้ายหมู่บ้านไท่หยาง หญิงสาวร่างแบบบางกำลังง่วนกับการเรียงกระดาษที่เคยลงมือทำ ด้วยผลของการลองผิดลองถูกตอนนี้เนื้อกระดาษแบบที่ 9 ดูมีสีขาวนวลเนียนใกล้เคียงกับกระดาษในโลกเดิมของนางมากแล้ว เหลือกระดาษแบบที่ 10 ที่ตอนนี้นางกำลังนำออกจากตะแกรง ก็เป็๲จังหวะเดียวกับที่สองพี่น้องตระกูลเฟิงเดินเข้ามาหา 

            “พี่ใหญ่ดูนี่สิเ๯้าคะ กระดาษที่พี่มู่ตานทำงามนักเ๯้าค่ะ แต่ข้าว่าอันนี้งามที่สุด” นางชี้ไปยังกระดาษแบบที่ 9 ส่วนเฟิงเฉินที่ยืนอยู่ด้านข้างไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ส่งยิ้มและลูบหัวน้องสาวตัวเองไปมาอย่างนึกเอ็นดูเท่านั้น

            “เ๽้าชอบข้าก็ดีใจแล้ว” มู่ตานทำสัญลักษณ์ที่กระดาษตัวอย่างแบบที่ 10 จากนั้นวางลงเคียงกันเพื่อเปรียบเทียบกับบรรดาตัวอย่างกระดาษที่นางทำทั้งหมด        

            “พี่เฟิงเฉินเห็นสิ่งใดหรือไม่เ๯้าคะ" มู่ตานเอ่ยถามหากแต่ไม่ได้หันกลับไปมอง

            “ข้าเห็นแต่ความพยายามเต็มไปหมด” ทันทีที่เฟิงเฉินพูดจบประโยคมู่ตานที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินประโยคเช่นนี้ก็หันกลับไปมองตอบสายตาที่จ้องมองมา 

            “ถูกต้องเ๯้าค่ะ ความพยายามของพวกเราเต็มไปหมดจริงๆ หากข้าไม่มีพี่เฟิงเฉินและเฟิงเออร์คอยช่วยคงไม่สามารถทำออกมาได้เช่นนี้เป็๞แน่” นี่เป็๞ครั้งแรกที่นางรู้สึกว่ามีคนเห็นในสิ่งที่นางทุ่มเทแรงกายแรงใจ และร่วมดื่มด่ำไปกับผลงานของนางอย่างจริงใจ

            “ตอนนี้ข้าว่าข้าทำกระดาษที่ดีที่สุดสำเร็จแล้วเ๽้าค่ะ” รอยยิ้มที่สุขไปถึงดวงตาคู่นี้เผื่อแผ่ไปยังสองพี่น้องตระกูลเฟิงด้วยเช่นกัน