ตอนที่ 4 ความรักใสซื่อของเด็กเสิร์ฟ
กลิ่นอายความร้อนระอุจากเตาปรุงอาหารหลังครัวของโรงแรมหรูห้าดาวอบอวลไปทั่วบริเวณกว้าง
เสียงกระทะเหล็กกระทบหัวเตาแก๊สและเสียงผู้จัดการฝ่ายจัดเลี้ยงที่ะโสั่งงานดังเซ็งแซ่ไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน
พนักงานล้างจานลำเลียงจานชามสแตนเลสและแก้วน้ำคริสตัลราคาแพงผ่านพื้นปูนเปียกแฉะที่เคลือบด้วยคราบไขมัน
กาย เด็กหนุ่มวัยยี่สิบสองปี หน้าตาหล่อเหลาคมเข้มสไตล์ไทยแท้ ไว้ผมทรงแสกกลางเท่ๆ ยุค 90s ยืนพิงผนังหลังครัวพลางปาดเหงื่อ
เขาเป็พนักงานพาร์ตไทม์เสิร์ฟเครื่องดื่มที่มีรูปร่างสูงใหญ่ล่ำสัน ผิวเข้มกรำแดด และแผ่นอกแกร่งตึงแน่น
มัดกล้ามเนื้อแขนของเขาปูดโปนเต็มไปด้วยเส้นเืเด่นชัดยามยกถังน้ำแข็งหรือแบกถาดเครื่องดื่มสแตนเลสขนาดใหญ่ที่หนักอึ้ง
ร่างกายที่กำยำแข็งแรงนี้ไม่ได้เกิดจากการเข้ายิมหรูๆ แต่เป็ความแข็งแรงตามธรรมชาติจากการช่วยพ่อแม่ทำนาั้แ่เด็กและการเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัย
กายต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียนในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ และช่วยแบ่งเบาภาระหนี้สินของครอบครัวในต่างจังหวัด
พ่อแม่ของเขาเผชิญหนี้สินก้อนโตจากการกู้เงินมาทำไร่อ้อยจนดอกเบี้ยพอกพูนตามภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่ที่ดูร่ำรวยเพียงแค่เปลือกนอก
เขาเคยเห็นจดหมายทวงถามหนี้สินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ส่งมาถึงบ้าน ทำให้เขาต้องนอนกุมขมับแทบทุกคืน
แต่กายก็เก็บความทุกข์เ่าั้ไว้ในก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ยอมแพร่งพรายหรือเล่าให้แฟนสาวรับรู้เพราะไม่อยากให้เธอต้องพลอยเครียดไปด้วย
"ไอ้กาย! คืนนี้งานเลี้ยงหรู้าท่าทางจะทิปหนักน่าดูเลยว่ะ" ต้อม เพื่อนพนักงานเสิร์ฟรุ่นเดียวกันเดินเข้ามาตบบ่าทักทาย
"ได้ยินว่าแขกมีแต่พวกมหาเศรษฐีห้าดาว บางคนแจกทิปเป็พันๆ เลยนะเว้ย" ต้อมทำตาโตพูดด้วยความตื่นเต้น
"ถ้าจริงก็ดีสิพี่ ผมจะได้มีเงินไปจ่ายค่าเทอมในเทอมหน้าพอดี" กายตอบยิ้มๆ พลางใช้ผ้าขาวเช็ดแก้วแชมเปญในมือ
"แหม หน้าตาหล่อเหลาแถมสูงตั้งร้อยแปดสิบไหล่ผึ่งผายแบบแก พวกคุณนายไฮโซในงานต้องเรียกใช้บริการบ่อยแน่ๆ ข้าละอิจฉาว่ะ" ต้อมเย้าหยอก
กายหัวเราะเบาๆ กลบเกลื่อนคำแซวของเพื่อน เขามาที่นี่เพียงเพื่อทำงานหาเงินจุนเจือครอบครัวเท่านั้น ไม่เคยคิดเื่อื่นเลย
เหงื่อเม็ดเป้งไหลซึมจากขมับย้อยลงมาตามแผ่นอกกว้างจนเสื้อเชิ้ตสีขาวของพนักงานเปียกชุ่มแนบเนื้อ เผยให้เห็นแนวกล้ามอกแกร่งตึงแน่นรำไร
แม้จะเหนื่อยล้าจากการเตรียมงานเลี้ยงใหญ่มาเกือบทั้งวันโดยไม่ได้หยุดพักผ่อนหย่อนคลาย
แต่กายก็สู้ไม่ถอย เพราะในใจของเขามีพลังใจดวงน้อยคอยสนับสนุนและมอบความรักหวานชื่นให้เขาอยู่เสมอ
ขณะที่กายกำลังยืนพักเหนื่อยหลบมุมอยู่ข้างตู้แช่เครื่องดื่มหลังครัวขนาดใหญ่เพื่อสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ
เพจเจอร์ PacLink เครื่องจิ๋วสีดำที่เหน็บอยู่ข้างเข็มขัดกางเกงสแล็กสีดำของเขาก็สั่นครืดคราดส่งสัญญาณว่ามีข้อความเข้า
เพจเจอร์เครื่องนี้เป็ของขวัญวันครบรอบหนึ่งปีที่เมย์แฟนสาวเก็บออมเงินซื้อให้ เพื่อให้ติดต่อกันได้เวลาอยู่ห่างกัน
กายสะดุ้งตัวเล็กน้อยก่อนจะรีบเอื้อมมือดึงเพจเจอร์ขึ้นมากดปุ่มเปิดดูข้อความบนหน้าจอสีเขียวเรืองแสงทันที
ข้อความบอกรักและห่วงใยจาก "เมย์" แฟนสาวพนักงานต้อนรับคนสวยที่คอยส่งมาให้กำลังใจปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
"เหนื่อยไหมจ๊ะกาย อย่าลืมกินข้าวและดื่มน้ำเยอะๆ นะจ๊ะ เมย์เป็ห่วงและรักกายเสมอ"
เพียงแค่อ่านข้อความสั้นๆ บนหน้าจอเพจเจอร์ รอยยิ้มละไมก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของเด็กหนุ่มในทันที
เขานึกย้อนถึงตอนจีบกันใหม่ๆ ที่เขาต้องโทรศัพท์เข้าศูนย์บริการเพจเจอร์ แล้วฝากข้อความรักหวานหูให้โอเปอเรเตอร์สาวช่วยพิมพ์ส่ง
ตอนนั้นเขาเขินอายสาวโอเปอเรเตอร์ปลายสายจนพูดติดๆ ขัดๆ พนักงานบริการสาวถึงกับหลุดหัวเราะเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
แต่ความอบอุ่นและซื่อตรงของกายก็ทำให้เมย์ยอมตกลงคบหากับเขาในที่สุดจนก้าวเข้าสู่ปีที่สอง
ความรักของทั้งสองช่างบริสุทธิ์หวานชื่นสไตล์หนุ่มสาว 90s คอยส่งใจหากันผ่านตัวอักษรเล็กๆ บนจอกระจก
กายเดินไปขออนุญาตหัวหน้างานสักสิบนาที ปล่อยตัวออกไปหาตู้โทรศัพท์สาธารณะ โทรหาแฟนสาวคนดีให้หายเหนื่อย
เขาเดินเลาะโถงทางเดินหลังครัวที่เย็นเฉียบออกมาด้านหลังโรงแรม ซึ่งมีตู้โทรศัพท์สาธารณะสีแดงหยอดเหรียญตั้งเรียงรายอยู่
มีคนขับรถแท็กซี่และพนักงานกำลังยืนรอสายและพูดคุยเสียงดังลั่นอยู่สองคนส่งเสียงคุยธุระวุ่นวาย
ในตู้โทรศัพท์แคบๆ มีรอยปากกาเขียนฝากรักและเบอร์โทรศัพท์ขีดเขียนไว้ตามผนังตู้ตามประสาวัยรุ่นสมัยนั้น
ยุงสองสามตัวบินวนเวียนรอบตู้ไฟ กายยืนรอคิวพลางล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบเศษเหรียญบาทและเหรียญห้าบาทที่เตรียมไว้
เมื่อถึงคิวของเขา กายก้าวเข้าไปในตู้โทรศัพท์ที่มีกลิ่นฝุ่นชื้นจางๆ หยอดเหรียญห้าบาทลงช่องรับเหรียญดังฉึก
เขาใช้นิ้วกดหมายเลขโทรศัพท์ของหอพักเมย์อย่างคล่องแคล่ว เสียงสัญญาณตู๊ดๆ ดังยาวเป็จังหวะ
รอเพียงไม่นาน น้ำเสียงหวานอ่อนโยนของเมย์ที่รับสายปลายสายก็ดังแว่วผ่านกระบอกหูโทรศัพท์เข้ามาชโลมใจ
"ฮัลโหล เมย์พูดค่ะ กายเหรอจ๊ะ" ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่สดใสและเต็มไปด้วยความดีใจ
"จ้ะเมย์ กายเองนะ ได้รับเพจเจอร์ของเมย์แล้วนะจ๊ะ หายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้งเลยล่ะ" กายตอบด้วยรอยยิ้มหวาน
ทั้งคู่คุยกันกระหนุงกระหนิงถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ เมย์เล่าว่าวันนี้ลูกค้าหน้าร้านคึกคักมากจนเมื่อยขาไปหมด
เธอยังชวนเขาว่าพรุ่งนี้วันหยุดอยากชวนกายไปดูหนังเื่ "โลกทั้งใบให้นายคนเดียว" ที่กำลังฉายฮิตทั่วเมืองหลวง
หรือหากไม่อยากดูหนัง เธอก็อยากชวนเขาไปเดินเที่ยวช้อปปิ้งของราคาถูกที่ตลาดนัดจตุจักรในวันเสาร์อาทิตย์หน้า
ซื้อเสื้อผ้ามือสอง กินน้ำมะพร้าวปั่นดับร้อน และจูงมือกันเดินเที่ยวชมบรรยากาศสบายๆ อย่างอบอุ่นใจ
เมย์ถามไถ่เื่รถมอเตอร์ไซค์ยามาฮ่าคันเก่าของเขาว่าน้ำมันยังมีพอวิ่งรับส่งเธอหรือไม่ในคืนนี้
กายบอกว่าเพิ่งเติมน้ำมันมาสิบบาท ขี่ไปรับส่งได้สบายหายกังวล และเมย์ก็เตือนให้เขาขี่รถระวังๆ เพราะถนนลื่นจากน้ำฝน
กายเอ่ยตอบตกลงน้ำเสียงอ่อนโยน สัญญาว่าหลังเสร็จงานคืนนี้จะรีบขี่มอเตอร์ไซค์รับลมเย็นๆ ไปรับเมย์ทันที
"เมย์รอเคียงข้างกายนั่งมอเตอร์ไซค์เสมอนะจ๊ะ กายตั้งใจทำงานนะ อย่าหักโหมจนป่วยล่ะ" เมย์กระซิบหวาน
"จ้ะเมย์ กายสัญญาว่าจะขยันเก็บเงินให้ได้เยอะๆ เพื่ออนาคตของเราสองคน เมย์รอแต่งงานกับกายนะ" เด็กหนุ่มเอ่ยสัญญารัก
เขาหวังจะเก็บเงินสินสอดทองหมั้นให้ครบห้าหมื่นบาทเพื่อก้าวไปสู่ขอเมย์จากพ่อแม่ที่ต่างจังหวัดอย่างสมเกียรติ
น้ำเสียงอ่อนหวานของเมย์ที่ตอบรับคำสัญญานั้นเต็มไปด้วยความรักอันแสนบริสุทธิ์และมั่นคงไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
กายวางสายโทรศัพท์หยิบเหรียญทอนที่หล่นลงช่องคืนเหรียญเก็บใส่กระเป๋าด้วยอารมณ์หัวใจพองโต
เขาก้าวเท้าเดินกลับเข้ามาในบริเวณครัวเพื่อเตรียมลุยงานเสิร์ฟใน่ค่ำคืนต่ออย่างกระตือรือร้น
แต่ทว่าในจังหวะนั้นเอง ผู้จัดการฝ่ายจัดเลี้ยงผู้เคร่งขรึมเดินก้าวมาประชิดตัวเขาด้วยสีหน้าเร่งรีบ
"กาย! รีบไปเปลี่ยนเสื้อเชิ้ตสะอาดตัวใหม่ด่วนเลย จัดทรงผมแสกกลางให้เรียบร้อยด้วยนะ" ผู้จัดการสั่งเสียงดัง
ผู้จัดการก้มลงตรวจความสะอาดของเล็บมือและจัดทรงผมแสกกลางให้เขาก่อนส่งขึ้นไปทำหน้าที่
"มีงานด่วนเหรอครับพี่" กายถามด้วยความสงสัยขณะก้มมองสภาพเสื้อเชิ้ตตัวเองที่ชุ่มเหงื่อ
"ใช่ โซนห้องสวีทและห้องโถงจัดเลี้ยงหรูชั้นบนสุด้าเด็กเสิร์ฟหน่วยก้านดี รูปร่างสูงล่ำหน้าตาดีไปบริการด่วน"
หัวหน้างานตรวจตราความสะอาดวาววับของแก้วแชมเปญบนถาดและจัดระเบียบปกเสื้อและเนกไทของชุดสูทสีดำให้เขาพลางอธิบายเสริม
"แขกในงานมีแต่พวกไฮโซและนักธุรกิจระดับประเทศ โดยเฉพาะประธานสาวใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลทางการเงินที่มาร่วมงานด้วย"
"ถ้าบริการดี ทิปหนักแน่นอน รีบๆ เข้าล่ะอย่าให้แขกผู้ใหญ่ต้องรอนาน" หัวหน้าเร่งเร้าผลักหลังกายให้รีบไป
กายตอบรับคำสั่งอย่างรวดเร็วด้วยความกระตือรือร้น คิดเพียงว่าจะได้เงินทิปพิเศษมาสมทบเงินแต่งงานกับเมย์
เด็กหนุ่มรีบเปลี่ยนเสื้อเชิ้ตสีขาวนวลสะอาดตัวใหม่ จัดทรงผมแสกกลางเท่ๆ เข้าที่อย่างดีหน้ากระจกเงา
หัวหน้าอนุญาตให้เขาขึ้นลิฟต์แก้วโดยสารเพื่อความรวดเร็วในการจัดเตรียมงานบริการลูกค้าชั้นบนสุด
เขาก้าวเท้าตรงไปยังลิฟต์แก้วเพื่อขึ้นไปยังห้องจัดเลี้ยงสุดหรูบนชั้นสามสิบห้า
ขณะที่ลิฟต์แก้วเลื่อนขึ้นไปเรื่อยๆ กายจ้องมองผ่านผนังกระจกใสลงไปยังแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน
เขาจัดปอยผมและจ้องถาดเสิร์ฟแก้วแชมเปญระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น
ประตูลิฟต์เปิดออก เผยให้เห็นงานเลี้ยงหรูตระการตาที่ประดับประดาด้วยดอกไม้ราคาแพงและแสงไฟระยิบระยับบนชั้นสามสิบห้า
เสียงดนตรีคลาสสิกแว่วคลอเคล้าเสียงพูดคุยหัวเราะของเหล่าบรรดามหาเศรษฐีและคนดังในแวดวงสังคมชั้นสูง
กายสูดหายใจเข้าลึกอีกครั้งเพื่อระงับความประหม่า สองมือกุมถาดเครื่องดื่มไว้มั่นคงก่อนจะก้าวเท้าข้ามธรณีประตูลิฟต์มุ่งตรงไปทำหน้าที่ของตัวเอง
โดยหารู้ไม่ว่าก้าวแรกนี้ จะกลายเป็จุดเริ่มต้นที่พรากความใสซื่อบริสุทธิ์ของเขาไปตลอดกาล และพาเขาเข้าสู่วังวนสวาทของตัวแม่ที่ไม่มีวันถอนตัวได้อีก...
--- (โปรดติดตามตอนต่อไป) ---