หลัวจ้งซีพาอี้สี่เดินไปที่ร้านอิซากายะที่เขาชอบร้านอิซากายะร้านนี้มีขนาดเล็กและมีที่นั่งไม่มากให้ความรู้สึกเหมือนโรงอาหารตอนดึก “ที่นี่ไม่ถือว่าเป็อาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมแต่ก็เป็อาหารที่สร้างสรรค์อาหารสไตล์ญี่ปุ่น” หลัวจ้งซีพูดว่าขณะเข้าไปนั่งเถ้าแก่เองก็ดูเหมือนจะคุ้นเคยกับเขาเป็อย่างดี
“เป็ร้านเล็กๆ ที่น่าสนใจจริงๆ” อี้สี่มองไปรอบๆเธอชอบบรรยากาศของร้านเล็กๆ แห่งนี้
“ปกติคุณไปร้านอาหารประเภทไหน? แล้วคุณชอบทานอาหารประเภทไหน?” หลัวจ้งซีถามซึ่งเป็คำถามที่ทำให้อี้สี่รู้สึกเขินอายเล็กน้อยที่จะต้องตอบว่า“ฉันมักจะไปร้านอาหารในเครือ”
“ร้านอาหารในเครือไม่ใช่ไม่ดี ในส่วนของฝ่ายบริหารเครือข่ายที่ประสบความสำเร็จหมายความว่ามีการบริหารจัดการที่ดีมากเพียงแต่ว่าพ่อครัวไม่สามารถแสดงความเป็ตัวเองออกมาได้”เขาไม่ได้ปฏิเสธรสนิยมของเธอ เสียงของเขาต่ำและแหบแห้งและเขามีผมสีขาวเล็กน้อยบนศีรษะ แต่ก็ไม่มากและมันก็ดูยุ่งวุ่นวายทำให้ใบหน้าของเขาดูลึกซึ้ง ดวงตาของเขาแดงก่ำอยู่เสมอนั่นทำให้เขาดูดีมีเสน่ห์ อี้สี่ชอบคุยกับเขามากแม้ว่าส่วนใหญ่เขาจะเป็คนพูดและอี้สี่ก็เป็ผู้ฟังก็ตามทีเขามักจะรับฟังความคิดของอี้สี่ก่อนเสมอไม่เคยใช้ประสบการณ์แิของตัวเองที่สั่งสมมานานเป็ใหญ่
อี้สี่ดูเมนูแล้วไม่รู้ว่าตัวเองอยากจะกินอะไรในเมนูอาหารมีตัวเลือกมากเกินไปหน่อย และตอนนี้เธอก็ไม่อยากกินปลาดิบสักเท่าไหร่“ฉันแค่อยากจะดื่มซุปร้อนๆ อย่างอื่นฉันคิดไม่ออกเลย” อี้สี่พูด
“มีอะไรที่ไม่กินไหม หรือมีอาหารทะเลที่แพ้หรือเปล่า” เขาถามเมื่อพูดถึงการสั่งอาหาร บางทีอาจเป็เพราะอาชีพของเขาเขาจึงดูเอาใจใส่มากในเื่นี้ อี้สี่ส่ายหัวเป็คำตอบแล้วก็เห็นหลัวจ้งซีหันไปคุยกับเถ้าแก่สักพักก็ถามเถ้าแก่ว่าวันนี้มีอาหารทะเลอะไรบ้าง มีอาหารพิเศษอะไรบ้าง่นี้มีวัตถุดิบที่น่าสนใจอะไรบ้าง
ดูเหมือนว่าเถ้าแก่จะรู้จักเขาดีและเริ่มแนะนำเมนูต่างๆเขาให้เขาฟัง กระนั้นด้วยกลัวว่าอี้สี่จะต้องรอนาน เขาจึงเสิร์ฟซุปมิโซะให้ก่อนซุปมิโซะนี้ดูธรรมดาแต่จริงๆ แล้วไม่ธรรมดา ในซุปร้อนๆ เต็มไปด้วยวัตถุดิบจากทะเลเช่น กระดูกปลาแซลมอนและเครื่องในปลา มีส่วนผสมมากมาย และน้ำซุปก็อร่อยอี้สี่พบว่าการฟังหลัวจ้งซีพูดคุยกับเถ้าแก่เป็การเยียวยาจิตใจมาก “่นี้ผมได้หอยนางรมนำเข้าจากญี่ปุ่นครับรับหอยนางรมทอดไหมครับ” เถ้าแก่ถาม “แน่นอน!” เขาพยักหน้า
“ปีนี้ราคาหอยนางรมนำเข้าค่อนข้างถูก แต่พอแช่แข็งแล้วจะมีกลิ่นคาวแรงวันนั้นอยากทำบะหมี่สักชามแล้วเติมหอยนางรมจะได้เพิ่มความฟิตในการทำกิจกรรมกับศรีภรรยาตอนกลางคืนได้ปรากฏว่าคาวมากจนบะหมี่รสเผ็ดกลายเป็บะหมี่คาวจนผมกลัวขึ้นมาเลย” เถ้าแก่พูด
“ปีนี้ถ้าจำไม่ผิดน่าจะมีข่าวเกี่ยวข้องกับมลพิษทางกัมมันตรังสีคนญี่ปุ่นเองไม่กล้ากินหอยนางรมจึงได้ส่งออก” หลัวจ้งซีพูด
“จริงเหรอ? ผมไม่เคยได้ยินข่าวนี้มาก่อนเลยถ้าเป็แบบนั้นคุณยังกล้าสั่งหอยนางรมกินได้อย่างไร?” เถ้าแก่ประหลาดใจ
“จะกลัวอะไรล่ะผมอยู่ในวงการอาหารมานานข่าวลือพวกนั้นเชื่อถือไม่ค่อยได้หรอกจะเหลือสารตกค้างแค่ไหนก็ต้องกินมากปริมาณหนึ่งถึงจะมีผลปกติแล้วถ้าจะกินให้ได้ปริมาณขนาดนั้น คงจะต้องเป็โรคหลอดเืสมองก่อน” หลัวจ้งซีพูดกับเถ้าแก่ทั้งสามหัวเราะ มีการแลกเปลี่ยนความรู้มากมายในการสนทนาและการรับประทานอาหารก็น่าสนใจมาก ซึ่งนี่เป็อะไรที่อี้สี่ไม่เคยััมาก่อนชีวิตเมื่อก่อนของเธอน่าเบื่อมาก เธอไปร้านอาหารเดิมๆ และทานอาหารเดิมๆอาศัยอยู่ในวงจรชีวิตเล็กๆ และไม่ได้พบปะผู้คนมากนัก
หอยนางรมญี่ปุ่นทอดมีขนาดใหญ่และอร่อยมากเมื่อนำไปทอด กลิ่นคาวถูกกลบจนหมด และน้ำจากหอยจะพุ่งออกมาเมื่อกัดเข้าไปและเนื่องจากทุกคนเริ่มต้นด้วยของทอด พวกเขาจึงสั่งโครเกต์ทอด พอร์คชอปและเทมปุระรวม หลัวจ้งซียังสั่งเบียร์สดสองแก้วและยื่นให้อี้สี่หนึ่งแก้ว“วันนี้คุณต้องเฉลิมฉลอง ฉลองที่คุณได้เข้าสู่โลกที่ไม่มีเพื่อน”อี้สี่รู้สึกงุนงงก่อนจะได้ยินหลัวจ้งซีพูดเสริมว่า“เพื่อนเก่าจะนัดยากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาต้องทํางานใน่หยุดพักร้อนวันวาเลนไทน์ก็ต้องไปทำงาน ใน่คริสต์มาสและวันหยุดต่างๆ ก็ยังต้องทำงานแล้วพอทำงานมากๆ เข้า แฟนของคุณก็โกรธ” เขาพูดติดตลก ในดวงตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มเขาแอบสังเกตปฏิกิริยาของอี้สี่อย่างเงียบๆ
อี้สี่ซดเบียร์เย็นๆอึกใหญ่ “ไม่เป็ไร เลิกกันไปแล้ว ไม่ต้องกังวล ไชโย” เมื่อพูดถึงคําว่าเลิกกันอี้สี่ไม่เศร้าเลย และสองสัปดาห์ผ่านไป ชีวิตใหม่ก็น่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆการตัดสินใจเลิกราเกิดขึ้นโดยไม่มีภาระใดๆ และเป็เื่ง่ายมาก
หลัวจ้งซียิ้มอย่างเ้าเล่ห์เมื่อได้คำตอบที่เขา้าถาม“ไชโย ผมไม่ต้องกังวลแล้ว คุณไม่มีเพื่อนแล้วก็คนรัก” เขามีการคาดเดาไว้ในใจและเขามีความคิดเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่าง เขาใช้วิธีอ้อมค้อมและค่อยๆค้นหาคำตอบเกี่ยวกับอี้สี่นี่คือวิธีการและพฤติกรรมของจอมเ้าเล่ห์ในฐานะคนมีประสบการณ์
“คุณทำงานมาได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว คุณเริ่มชินกับมันแล้วหรือยัง”เขาถามด้วยความกังวลก่อน
“ตอนแรกฉันคิดว่าการทำอาหารเป็อะไรที่ง่ายเหมือนในหนัง แต่จริงๆแล้วมันยากกว่าที่ฉันคิดไว้ และก็น่าสนใจมากกว่าที่ฉันคิดไว้เป็ร้อยเท่าฉันชอบมันมาก” อี้สี่พูด มันไม่ง่ายเลยจริงๆ ไม่ว่าจะเป็ “คนครัว”หรือหนังทำอาหารเื่ก่อนๆล้วนชอบยึดติดกับจานและพัฒนาเื่ราวเกี่ยวกับอาหารจานนั้น แต่ในห้องครัว สิ่งต่างๆล้วนครอบคลุมและอธิบายไม่ได้ในครั้งเดียว
“ไม่ว่าจะหนังหรือซีรีส์เื่ไหนก็แสดงด้วยทัศนคติที่ไม่ย่อท้อแต่มีเพียงการอยู่ในนั้นเท่านั้นที่สามารถเข้าใจได้มันได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน”
“คุณไม่ได้อยู่ที่บาร์ตลอดเหรอคะ? ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนคุณเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในครัวล่ะ?” อี้สี่สงสัย
“งานในร้านอาหารคือการทำงานเป็ทีมในระดับสูง และทุกอย่างก็เป็งานของทุกคนแม้ว่าอาชีพจะแตกต่างกัน แต่ทัศนคติก็เหมือนกัน” หลัวจ้งซีพูดแม้ว่าเขาจะชอบพูดติดตลก แต่เขาก็จริงจังมากเช่นกันในเวลาที่เขาจริงจังในสายตาของอี้สี่เขาเป็คุณลุงที่ไม่มีอุปสรรคและไม่มีความรู้สึกห่างเหินและบางครั้งเขาก็ทำให้คนรู้สึกเคารพและชื่นชม
พวกเขาทั้งสองดื่มเบียร์สดอีกแก้วหนึ่งฟองเบียร์ทำให้ผู้คนรู้สึกผ่อนคลายและมึนเมาเล็กน้อย “อย่าเพิ่งพูดถึงเื่นี้ตอนนี้เลยกินก่อน กินของทอดตอนร้อน กินแล้วมองดูโครเกต์เถ้าแก่ที่นี่เป็ผู้ที่เชี่ยวชาญเื่โครเกต์เมื่อเสิร์ฟโครเกต์ตอนแรกมันจะยังร้อนเกินไป แต่ตอนนี้ผ่านมาประมาณสิบนาทีแล้วถ้ากินตอนนี้มันเป็อุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุด” หลัวจ้งซีวางโครเกต์อันหนึ่งลงบนจานอี้สี่
อี้สี่กัดโครเกต์เบาๆด้านนอกของโครเกต์นั้นอุ่นและมันฝรั่งบดข้างในยังร้อนอยู่สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือมีซอสสีขาวไหลออกมาจากตรงกลางมันเข้ากันได้ดีกับเบียร์ ทั้งเย็นและอุ่นในเวลาเดียวกัน และไม่มันเยิ้ม“โครเกต์อันนี้อร่อยมาก” ตรงตามที่เขาบอกเลยตอนนี้เป็อุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดแล้ว
“เขาก็เหมือนกับคุณ” หลัวจ้งซีชี้ไปที่เถ้าแก่“หลังจากดูซีรีส์เื่ร้านอาหารเที่ยงคืนมาหลายซีซัน เขาก็เปลี่ยนร้านโครเกต์ดีๆให้เป็ร้านอิซากายะ ภรรยาของเขาเริ่มโกรธเมื่อเขาทำงานง่ายๆ ให้กลายเป็ซับซ้อนแบบนี้”
เถ้าแก่วางหอยกาบนึ่งสดๆไว้ข้างหน้าพวกเขา “ไม่ว่าอะไรล้วนมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา อย่าพูดถึงอดีตเลยวันนี้ผมได้หอยกาบมามากเกินไปโดยไม่ได้ตั้งใจ” เถ้าแก่ขยิบตาให้หลัวจ้งซีและหลัวจ้งซีก็เลิกคิ้วขึ้นเช่นกัน
“ว้าว ตัวใหญ่จังเลย” อี้สี่อดไม่ได้ที่จะชื่นชม
“กินมันตอนร้อนๆ” เขาพูดหลัวจ้งซีหยิบหอยสองสามตัวแล้วใส่เข้าไปในปากของเขา หอยกาบถูกนึ่งจนพองเนื้อสีขาวะเิจวนจะแตก เมื่อลิ้นม้วนเนื้อเข้าไปน้ำซุปสดก็แตกออกและไหลทะลักเต็มปาก
ต่อมาลูกค้าเริ่มเข้ามาทีละคนร้านเล็กๆ ก็เริ่มมีเสียงดังเล็กน้อย เถ้าแก่จึงไปทำอย่างอื่นเวลานี้ใบหน้าของอี้สี่เปลี่ยนจากสีซีดเป็แดงหลังจากดื่มเบียร์เข้าไปดวงตาของเธอดูฟุ้งซ่านและน่ารักเล็กน้อย
หลัวจ้งซีใช้ประโยชน์จากความวุ่นวายและคึกคักในร้านเอ่ยถามอี้สี่อย่างไม่มั่นใจ “มันช้าไปหน่อยที่จะถาม แต่ถ้าเราจะกลับกันไปแบบนี้ มันจะไม่น่าเบื่อไปสักหน่อยเหรอ?” น้ำเสียงของเขาระมัดระวังมากเพราะกลัวถูกผู้อื่นไม่ชอบใจ
“ดูหนังเป็ไง” อี้สี่ถามอย่างจงใจ
“ดูหนังดึกไปหน่อย ผมกลัวว่าผมจะเผลอหลับไปทันทีที่แสงไฟในโรงดับลง”นี่ไม่ใช่คำตอบที่เขา้า เขาจึงวุ่นกับการหลบเลี่ยง
“ไปเที่ยวกลางคืนเป็ไงบ้าง” เธอถามอีกครั้งอย่างตั้งใจ
“ดื่มแล้วขับรถไม่ได้ และกุญแจรถก็อยู่ในร้าน” เขายังคงแก้ตัวต่อไป
อี้สี่ยิ้ม“ฉันเห็นคุณกับเก้าแก่ขยิบตาใส่กัน คุณยังจะทำเป็แกล้งไม่พูดเหรอ!คุณอยากนอนกับฉันใช่ไหม?” ทั้งที่ปกติเธอดูเข้าถึงง่ายและเงียบสงบอยู่เสมอแต่ในขณะนี้ดวงตาบนใบหน้าที่น่ารักของอี้สี่คมกริบมากราวกับว่าสามารถมองทะลุผ่านใครก็ได้
หลัวจ้งซีไม่เคยเห็นอี้สี่เป็แบบนี้เขาคิดเสมอว่าเธออ่อนโยนและขี้อาย พูดตามตรงเขาใมากแต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็มีอายุและประสบการณ์มากกว่านิดหน่อยทำให้เขาก็ไม่มีอารมณ์แปรปรวนใดๆ “ผมกลัวว่าคุณจะอายถ้าถามตรงๆอีกอย่างถ้าผมไม่มีชั้นเชิงสักหน่อยไม่ใช่ว่ามันจะฟังดูเหมือนผมกำลังคุกคามคุณหรอ”เขายิ้มเล็กน้อยอย่างมั่นใจและดูมีเสน่ห์
“ได้ ไปกันเลย! มาดูกันว่าคุณ้าพาฉันไปที่ไหน”อี้สี่พูดอย่างตรงไปตรงมาและไม่ลังเล
หลัวจ้งซี้าเช็กบิลแต่อี้สี่ดูบิลก่อนแล้วหยิบเงินค่าอาหารครึ่งหนึ่งออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจขอให้เขาจ่ายทั้งหมดให้“เงินน้อย ไม่จำเป็” หลัวจ้งซีผลักเงินของอี้สี่คืนให้เธอ แต่เธอก็พูดว่า“ฉันไม่อยากติดหนี้บุญคุณคุณด้วยเงินเพียงเล็กน้อย”จากนั้นเธอก็จ่ายเงินให้เถ้าแก่โดยตรง
เดิมทีหลัวจ้งซีคิดว่าอี้สี่เป็เต้าหู้อุ่นๆนุ่มๆ ที่กินง่าย ตอนนี้เมื่อเขาพบว่าเธอมีบุคลิกมากมายหลัวจ้งซีก็ใมากจนเขาสร่างเมา เธอมีสีป้องกันหลายชั้นแต่ภายใต้สีป้องกันนั้นมีหลายเฉดสีที่แตกต่างออกไป หลัวจ้งซีพบว่ามันน่าสนใจมากแต่ตอนนี้ยังไม่จำเป็ต้องศึกษาว่าจริงๆ แล้วเธอเป็ผู้หญิงแบบไหนกินก่อนแล้วค่อยว่ากัน