สาวใช้ทั่วไปสองนางมองกู้สุ่ยเย่ว์เหมือนเห็นมารร้ายอย่างไรอย่างนั้น
คงโทษที่พวกนางกลัวไม่ได้
ตอนกู้สุ่ยเย่ว์ฆ่ากู้ชิงอวี้ พวกนางไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แต่ฉากภาพเมื่อครู่ พวกนางเห็นชัดเจนยิ่ง กู้สุ่ยเย่ว์ถีบหงซิ่วออกไป ไม่สนใจแผลบนมือเลยสักนิด หงซิ่วยังถูกโบยจนตายต่อหน้าพวกนางทว่ากู้สุ่ยเย่ว์กลับไม่กะพริบตาแม้แต่นิดเดียว สุดท้ายยังเอ่ยกับฮูหยินผู้เฒ่ากู้“ปิ่นนี้เป็นของที่ฮูหยินให้มา ส่งคืนให้ฮูหยินฝั่งนั้นก็แล้วกันเจ้าค่ะ”ฮูหยินผู้เฒ่ากู้เอ่ย “เ้าพูดมีเหตุผล”
ที่น่าแปลกคือภายหลังซ่งมามาสาวใช้ชราข้างกายฮูหยินใหญ่ถึงกับส่งปิ่นที่ล้ำค่ากว่ามาตรงหน้ากู้สุ่ยเย่ว์
“ปิ่นเดิมของคุณหนูสกปรกแล้ว ฮูหยินสั่งให้บ่าวเอาอันใหม่มาให้คุณหนู ปิ่นนี้เป็นสมบัติที่ฮูหยินได้มาเมื่อหลายปีก่อนเหมาะกับคุณหนูพอดี”กู้สุ่ยเย่ว์รับปิ่นจากมือซ่งมามา
เป็ปิ่นสีเขียวครามอันหนึ่ง สีสันสดใสเหมือนเจียระไนมาจากไพลิน ไม่เพียงเท่านี้ บนตัวปิ่นยังโชยกลิ่นหอมสดชื่นรางๆดมแล้วให้ความรู้สึกโปร่งโล่งผ่อนคลาย
เหมือนกู้สุ่ยเย่ว์ชอบปิ่นนี้มาก ถือหมุนเล่นอยู่ในมือท่าทางชื่นชอบไม่ยอมห่าง
ซ่งมามาพูดตามมารยาทอีกไม่กี่ประโยคก็ขอตัวกลับไปรายงานผู้เป็นาย
“กู้สุ่ยเย่ว์ชอบมากรึ” หลินซื่อเอ่ยถาม
“เจ้าค่ะ ของชิ้นนั้นสวยมาก ไม่ว่าเป็นคุณหนูคนไหนคงชมชอบเหมือนกัน กู้สุ่ยเย่ว์ถือเล่นอยู่ในมือตลอด ภายหลังยังปักไว้บนศีรษะ ใบหน้านั้นของนางช่างเหมือนมารดาชีวิตสั้นของนางนัก ใบหน้างามยั่วเย้าปิ่นนั่นเหมาะกับนางจริงๆ เจ้าค่ะ” ความหมองคล้ำคงค้างของหลินซื่อจางหายไปทันใด มุมปากเหยียดยกรอยยิ้มบาง “ชอบก็ดีแล้ว”ซ่งมามาเอ่ยเสียดาย “ฮูหยิน ปิ่นนั่นไม่ได้เก็บไว้ให้คุณหนูหรือเ้าคะ ของมีราคาเช่นนั้นให้นางไปช่างน่าเสียดายนัก”
มุมปากหลินซื่อแย้มยิ้มงามสง่า“ปิ่นราคาแพงมีเพียงคนมีวาสนาเท่านั้นที่ใช้ได้แค่มองดูก็รู้ว่ากู้สุ่ยเย่ว์เป็คนไร้วาสนา ดังนั้นปิ่นนี้ไม่ว่าช้าหรือเร็วก็ต้องกลับคืนสู่มือข้า”
รอยยิ้มหลินซื่อแม้งามสง่าทว่าซ่งมามาเห็นแล้วแผ่นหลังกลับรู้สึกหนาวเหน็บแปลกๆ
ความชื่นชอบที่กู้สุ่ยเย่ว์มีต่อปิ่นอันนั้นไม่ได้เสแสร้งจริงๆนางสายตากว้างไกล ฐานะสูงศักดิ์ระดับฮองเฮาแห่งแคว้น นางเห็นของมีค่ามาไม่น้อยแต่ที่ประณีตวิจิตรเหมือนปิ่นอันนี้หาพบได้น้อยยิ่ง
อีกอย่าง นางชอบกลิ่นหอมนี้ แม้เป็ปิ่นอัญมณีทว่ากลับเจือกลิ่นหอมสดชื่นของไม้
กู้สุ่ยเย่ว์ไม่เข้าใจปิ่นที่แทงมือนางาเ็ยืมมือฮูหยินผู้เฒ่ากู้ส่งกลับไปให้หลินซื่อฝั่งนั้นแล้วเดิมทีก็เป็การตอกหน้านาง เหตุใดหลินซื่อต้องส่งปิ่นที่ดีกว่ามาให้นางใหม่ด้วยแสดงท่าทีอ่อนข้อรึ
กู้สุ่ยเย่ว์มองปิ่นในมือครู่หนึ่ง จากนั้นปักลงบนศีรษะตน ในคันฉ่องสะท้อนสตรีผิวขาวผ่อง จิ้มลิ้มต้องตาคน ปิ่นนี้ยิ่งเหมือนการเติมเสริมลวดลายบนไหมสวย ทำให้คนโดดเด่นกว่าเดิม“คุณหนูใหญ่ ปิ่นนี้ช่างสวยนัก”
กู้สุ่ยเย่ว์ย้ายเข้าเรือนแห่งนี้มาครึ่งเดือนได้แขกที่ได้ต้อนรับเป็คนแรกคือเฉินซื่ออี๋เหนียงสี่
เฉินซื่อใส่ชุดสีขาวเรียบ สีหน้านิ่งสงบประดุจครองตัวอยู่เหนือเหล่ามนุษย์ปุถุชน วางตัวสูงล้ำดุจนางเซียนเฉินซื่อเป็คนเพียงหนึ่งเดียวในจวนแห่งนี้ที่กู้สุ่ยเย่ว์รู้สึกดีด้วยนางเชิญเฉินซื่อเข้ามา ต้มชากาหนึ่ง
สายตาเฉินซื่อร่วงตกไปบนปิ่นบนศีรษะกู้สุ่ยเย่ว์
“คุณหนูใหญ่ ข้าขอดูปิ่นท่านได้หรือไม่”
กู้สุ่ยเย่ว์ดึงปิ่นบนศีรษะลงมา ยื่นให้เฉินซื่อเฉินซื่อลูบไล้ระมัดระวัง ยกขึ้นจ่อจมูกดม จากนั้นก็สีหน้าพลันเปลี่ยนสี
ผิวนางเดิมขาวอยู่แล้ว ตอนนี้กลับขาวกว่าเดิมเหมือนเห็นของน่ากลัวอะไรอย่างไรอย่างนั้น สูดลมหายใจแรงๆ สองเฮือก ผ่านไปครู่หนึ่งนางถึงข่มกลั้นความหวาดกลัวยื่นปิ่นอันนั้นคืนกู้สุ่ยเย่ว์
“ปิ่นอันนี้มีปัญหาอะไรรึ” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยถาม
“คุณหนูได้ปิ่นนี้มาได้อย่างไร” เฉินซื่อเอ่ยถาม
“ฮูหยินใหญ่ให้มา” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย
“คุณหนู ปิ่นอันนี้เป็ของอัปมงคลห้ามใส่ ต้องรีบโยนทิ้ง” เฉินซื่อเอ่ยใบหน้าเคร่งเครียด
กู้สุ่ยเย่ว์จ้องปิ่นในมือ เอ่ยถามลองเชิง “อี๋เหนียงรู้ว่าคืออะไรรึ ปิ่นอันนี้ดูแล้วมีค่ามาก ยังเป็นของที่ฮูหยินใหญ่ให้ โยนทิ้งส่งเดชคงไม่เหมาะกระมัง”เฉินซื่อสูดลมหายใจลึกๆดึงเื่ราวในอดีตที่เก็บลึกอยู่ในความทรงจำนางออกมา
เฉินซื่อไม่ได้เป็ฝ่ายอยากแต่งเข้าจวนตระกูลกู้นางเกิดในตระกูลบัณฑิต แม้ตระกูลเฉินจะไม่ใช่ครอบครัวร่ำรวยฐานะสูงศักดิ์อะไรแต่ฐานะนั้นไม่เลว เฉินซื่อมีญาติผู้พี่ที่เติบโตมาด้วยกันั้แ่เล็กหมั้นหมายนานแล้ว นายท่านกู้เกิดต้องตานางที่ริมตลิ่งแม่น้ำลั่ว เห็นแล้วตรึงตาฝังใจอยากแต่งเฉินซื่อเข้าจวนมาโดยตลอด ทว่านางไม่ยินยอม ตระกูลเฉินเองยึดถือศักดิ์ศรีไม่อยากให้บุตรสาวตนเป็อนุ ภายหลัง ตระกูลเฉินเกิดเื่ นายท่านตระกูลเฉินเข้าตาราง ส่วนนางแต่งเข้าจวนตระกูลกู้
ตอนเฉินซื่อเข้าจวนมาใหม่ๆ กู้เชียนโปรดปรานนางยิ่งเกือบค้างคืนในเรือนนางทุกวัน
“ปีที่สองหลังข้าเข้าจวนคลอดลูกชายคนหนึ่ง ตั้งชื่อว่าจิ่งสิง นายท่านชอบเด็กคนนี้มาก ไม่ว่าของดีอะไรก็ส่งมาที่เรือนข้า”“สุขภาพจิ่งสิงไม่ค่อยดีเท่าไร ชอบร้องไห้งอแง ภายหลังนายท่านไม่รู้ไปได้ปิ่นอันนี้มาจากไหน วางไว้ที่หัวเตียงข้า เขาไม่ร้องไห้แล้วตอนนั้นข้ายังนึกว่าได้สมบัติมา แทบอยากจะบูชาปิ่นอันนี้”
“กระทั่งวันหนึ่ง...” หน้าเฉินซื่อฉายแววเจ็บปวดยิ่ง“ข้าผลักเปิดประตูไปก็เห็นกองเลือด เปลว่างเปล่าแล้ว แต่พวกสาวใช้เฝ้าอยู่นอกประตู บอกว่าไม่มีคนเข้ามาภายหลังสืบรู้ว่าจิ่งสิงถูกงูตัวหนึ่งทำร้าย”“ในจวนตระกูลกู้มีงูได้อย่างไร ต่อให้เป็งูเหตุใดงูนั่นต้องทำร้ายลูกข้าคนเดียวด้วย ข้ารู้นายท่านโปรดปรานข้าทำให้คนจำนวนมากตาร้อน พวกเขาถึงกับโเี้ถึงเพียงนี้ข้าหาสาเหตุมาโดยตลอด ้าแก้แค้นให้ลูกข้า ดังนั้นทุกคนเลยบอกว่าข้าบ้าแม้แต่นายท่านยังบอกว่าข้าวุ่นวายไร้สาระ นั่นเป็เหตุไม่คาดฝัน ภายหลังมา ข้าถึงพบว่าปัญหาอยู่ที่ปิ่นอันนั้น”
“กลิ่นของปิ่นอันนั้นเหมือนของคุณหนูอันนี้กลิ่นชนิดนี้เรียกว่ากลิ่นบงกชหมึก ดึงดูดงูพิษได้ท่านเห็นว่านี่เป็ปิ่นหรูหรางดงาม ทว่าจริงๆ แล้วเป็ของคร่าชีวิตคน”
“หลินเย่หรู” เฉินซื่อขบกราม“ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าเป็หญิงชั่วนางนี้ที่ฆ่าลูกข้าตาย”
เฉินซื่อเอ่ยจบ กู้สุ่ยเย่ว์ถึงรู้จุดประสงค์หลินซื่อ
ฝีมือหลินซื่อสูงส่งกว่าหม่าซื่อหลายเท่านักใช้ปิ่นอันหนึ่งล่องูพิษมาสังหารนางถึงเวลานางตายเพราะอุบัติเหตุ แม้เป็จวนอวิ๋นอ๋องก็ไม่ต้องอธิบายอะไรแค่บอกว่านางไร้วาสนาแต่งให้อวิ๋นอ๋องก็พอ
“คุณหนูใหญ่ ท่านเอาปิ่นอันนี้ไปคืนหลินเย่หรูเสียตอนนี้อย่าได้เก็บไว้ข้างกายตน” เฉินซื่อเอ่ยอย่างร้อนใจ
กู้สุ่ยเย่ว์กำปิ่นเย็นเยียบนั้นไว้ในฝ่ามือ “หากคืนปิ่นให้นางไปเช่นนี้ นางคงสบายเกินไป อี๋เหนียงสี่ ท่านไม่อยากแก้แค้นหรือ”แก้แค้นรึ เวลาฝันนางยังอยากแก้แค้นแต่ว่าจะแก้แค้นได้อย่างไร
ตอนนี้หลินซื่อเป็นายหญิงใหญ่ผู้สูงศักดิ์แห่งจวนตระกูลกู้คุมความเป็ตายทั้งหมดของจวนส่วนหลังตระกูลกู้ แม้แต่นายท่านกู้ยังยำเกรงนางชะตาของบรรดาคุณหนูและเหล่าอี๋เหนียงอย่างพวกนางตามจริงแล้วล้วนแต่ถูกกำอยู่ในมือหลินซื่อ ต่อให้นางอยากแลกชีวิตกับหลินซื่อ ก็ยังหาวิธีแลกชีวิตกับนางไม่ได้เมื่อเทียบนางกับหลินซื่อแล้วก็เหมือนมดปลวกเล็กจ้อยพวกนั้น
กู้สุ่ยเย่ว์ปักปิ่นอันนั้นเข้าไปในมวยผมตน หัวเราะเสียงเบานางขอดูหน่อยแล้วกันว่าหลินซื่อจะใช้งูพิษฆ่านางอย่างไร
“แต่ว่ากลางเมืองหลวงเช่นนี้ ใต้ฝ่าพระบาทโอรส์เหตุใดถึงมีคนเลี้ยงงูได้กัน”
“หลีกทาง หลีกทาง!”
บนถนนใหญ่คึกคักวุ่นวายแหวกออกเป็นทางสายหนึ่งรวดเร็วคนหลายสิบคนคุ้มกันกรงเหล็กมุ่งตรงไปยังทิศทิศหนึ่ง ในกรงขังเสือตัวใหญ่เอาไว้หน้าตาดุร้ายโหดขึง ลายขาวแดงพาดเต็มตัวนั่งอยู่ตรงนั้นยังดูตัวใหญ่หาใดเปรียบ มันอ้าปากกว้าง แยกเขี้ยวแหลมคม บนเขี้ยวยังมีเศษเนื้อจำนวนหนึ่งติดอยู่ ในน้ำลายเปื้อนโลหิตแดง กลิ่นคาวเลือดโชยคลุ้งแผ่พุ่งผู้คนขนาดมองเห็นจากไกลๆ ยังรู้สึกหวาดกลัวยิ่งพากันรีบหลบหลีก
“คนพวกนี้เป็ผู้ใดกัน เหตุใดต้องจับเสือมาด้วย”มีคนถามขึ้นอย่างสงสัย
คนที่อยู่เมืองหลวงมานานรู้กันดี “คนพวกนี้มาจากจวนฉุนอ๋องฉุนอ๋องเ้าเคยได้ยินกระมัง”
คนที่ถามพลันเข้าใจ
ย่อมเคยได้ยินอยู่แล้ว
ชื่อเสียงฉุนอ๋องลือกันทั่วซั่วอวิ๋น เป็นอ๋องไม่ได้ความผู้หนึ่ง เขาเป็นน้องชายแท้ๆ ของฝ่าบาทองค์ปัจจุบันได้รับความโปรดปรานจากไทเฮาและฝ่าบาทยิ่ง เป็นอ๋องที่ถูกตามใจจนเสียคนความไม่อยู่ในร่องในรอยของเขาคือชอบสัตว์หายากแปลกประหลาดจวนอ๋องของเขาเป็ประหนึ่งสวนสัตว์ มีสิงโต เสือ ถึงขั้นมีงูพิษร้ายฉุนอ๋องมักใช้สัตว์ดุร้ายพวกนี้กลั่นแกล้งคนบ่อยๆ ไม่ใช่แค่ชาวบ้านสามัญชนแม้แต่นางสนมในวังหลวงยังกลัวเขามาก ปีนี้ฉุนอ๋องอายุยี่สิบแปดชันษาได้ทว่าจนบัดนี้ก็ยังไม่ได้แต่งภรรยา เป็เพราะไม่มีผู้ใดกล้าให้ลูกสาวแต่งกับเขา
ได้ยินมาว่าฉุนอ๋องมีสัตว์ตัวโปรดเป็งูหลามตัวใหญ่ั์เวลาฉุนอ๋องหลับมักกอดงูหลามตัวนั้นนอน หากแต่งกับฉุนอ๋องนั่นก็หมายความว่าต้องนอนเตียงเดียวกับงูหลามตัวหนึ่งถามหน่อยว่าบนโลกนี้มีหญิงใจกล้าเช่นนั้นอยู่ที่ใด ต่อให้ทำเพื่อความมั่งคั่งแต่ก็ไม่ควรมอบชีวิตตนไปด้วย
สรุปแล้วคือฉุนอ๋องเป็ตัวตนประดุจมารร้ายในเมืองหลวง
ตอนเขาย้ายออกมาสร้างจวน รอบด้านมีจวนขุนนางชนชั้นสูงอยู่มากมาย ทว่าพอเขาอยู่ไปได้หลายปี จวนรอบด้านนานวันยิ่งน้อยลงตอนนี้เหลือเพียงบ้านอัครมหาเสนาบดีกู้ครอบครัวเดียวแล้วเพราะเหตุนี้ ฉุนอ๋องชื่นชมอัครมหาเสนาบดีกู้ยิ่งบางครั้งยังมาเยี่ยมเยือนที่จวนอัครมหาเสนาบดี
กรงขังเสือเพิ่งหยุดลงหน้าประตู บุรุษอาภรณ์หรูหราผู้หนึ่งก็พุ่งออกมาจากด้านใน จ้องเสือในกรงด้วยแววตาแผดเผา“ท่านอ๋อง นี่เป็เสือที่อวิ๋นอ๋องล่าได้จากวั่งเย่ว์ตั้งใจให้เป็ของขวัญวันเกิดท่านอ๋องโดยเฉพาะ” ทหารเอ่ยรายงาน
รูปโฉมของฉุนอ๋องตรงข้ามกับความไม่อยู่ในร่องในรอยเขาอย่างสิ้นเชิงเขามีใบหน้าหล่อเหลาหาใดเปรียบ ตาผลท้อ จมูกโด่งสูง ริมฝีปากบางเวลายิ้มริมฝีปากยกโค้ง ดูมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก
“ฮ่า ยังเป็พี่กงซุนที่รู้ใจข้านี่เป็ของขวัญที่ข้าพึงพอใจที่สุดจากของที่ได้รับมาในปีนี้”
กรงถูกกลุ่มคนดันเข้าไป เพิ่งจะปิดประตูเงาร่างสีครามสายหนึ่งพุ่งพรวดออกมา มุดเข้าไปในกรงนั่น ตีกับเสือดุร้ายตัวนั้นนั่นเป็งูสีครามตัวหนึ่ง ขนาดหนาเท่าแขนคนหัวทรงสามเหลี้ยมบ่งบอกว่ามันเป็อสรพิษร้าย
ร่างกายมันใหญ่สู้เสือยักษ์ไม่ได้เลยสักนิดแต่ภายใต้ความใหญ่โตเกินปกตินั่น เสือยักษ์ล้มลงอยู่ในกรง น้ำลายฟูมปาก เห็นชัดว่าถูกงูพิษกัดตายแล้วงูพิษสีครามขดอยู่บนตัวเสือ แลบลิ้นใส่กลุ่มคนทำตัวประดุจราชันย์ก็ไม่ปาน แสดงชัยชนะของตนผู้ที่เห็นเหตุการณ์ตอนนี้ล้วนแต่ขาอ่อนยวบอย่างไม่อาจควบคุม เพราะพวกเขารู้สึกว่าสายตางูพิษตัวนี้กำลังมอง
พวกเขาเป็อาหาร