"เฮ้อ...แต่แม่ว่าลูกสะใภ้แม่จะไม่เข้าใจนะ" โสพิศถอนหายใจเบาๆ
"ยังไงหรอคะคุณแม่มีเื่อะไรที่แพรไม่เข้าใจคุณแม่บอกแพรได้เลยนะคะ" สีหน้าของผ้าแพรอยากรู้คำตอบจากโสพิศเอาเสียมากๆหากเธอไม่เข้าใจอะไรตรงไหนหรือทำอะไรผิดไปเธอก็อยากให้โสพิศนั้นบอกเตือนเธอได้เลย
"ไม่มีอะไรหรอกทานเถอะ" โสพิศพูดอะไรไม่ออกขนาดแม่สามีของเธอว่าพูดตรงแล้วผ้าแพรยังไม่เข้าใจงั้นก็ให้ประสบการณ์หลังจากนี้เป็คนสอนลูกสะใภ้ของเธอเองก็แล้วกัน
ครู่ต่อมา
"ทานจนอิ่มแล้วคุณภูคิดเหมือนคุณย่ากับคุณแม่หรือป่าวคะ" ผ้าแพรใจจดใจจ่อจนภูผานั้นทานอาหารเย็นจนอิ่มแล้วเธอจึงค่อยๆตะล่อมถามเขาว่าพึงพอใจในฝีมือของเธอแค่ไหน
"ก็คิดแบบนั้น" ภูผาพยักหน้าเบาๆ
"เฮ้อ..ค่อยโล่งอกฉันทำสุดฝีมือเลยนะคะเื่นี้ฉันถนัด" เป็คำตอบที่ทำให้ผ้าแพรใจชื้นที่สุดสมกับความเหนื่อยที่เธอเลือกสรรจัดการวัตถุดิบทั้งวันแม้จะมีอาการวิงเวียนอยู่บ้างเพราะกลิ่นอาหารแต่เธอก็อดทน
"อืม..ฉันรู้แล้วไปข้างบนกันเถอะฉันอยากอาบน้ำ" ภูผาเห็นท่าทีดีใจของหญิงสาวเขาก็ยกมือหนายีหัวเธอเล่นด้วยความเอ็นดูเพราะเธอดูจะภูมิใจกับการที่มีคนชมฝีมือของเธอเสียเหลือเกิน
"เดี๋ยวคุณภูค่อยขึ้นไปดีกว่าค่ะฉันจะเตรียมน้ำอุ่นใส่ในอ่างให้นะคะแต่คุณภูต้องรอให้อาหารย่อยก่อนสักครึ่งชั่วโมงแล้วค่อยอาบ"
"โอเคเธอไปจัดการเถอะ"
"ค่ะ" ว่าจบร่างบางก็รีบเดินขึ้นบันไดไปทันที
"เมียแกดีกับแกแบบนี้แกยังจะไปหาความสุขนอกบ้านอีกหรือไง" สายทองเหล่ตามองหลานชายของเธอด้วยสายตาเหนื่อยหน่ายเมื่อเช้าเธอได้ยินเต็มสองรูหูว่าหลานชายเธอจะไปหาความสุขเธอเลยต้องติงสักหน่อย
"เมื่อเช้าผมไปคุยเื่สัญญากับบริษัททัวร์แล้วที่พูดแบบนั้นก็แค่แกล้งเธอเล่นครับคุณย่าก็รู้ว่าเธอเข้าใจอะไรแบบนี้ที่ไหน" ภูผายกยิ้มมุมปาก
"งั้นก็แล้วไปนึกว่าแกไปยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นอีก" สายทองได้ยินเช่นนั้นก็โล่งใจแต่ก็ใช่ว่าจะไว้ใจหลานชายของเธอเสียทีเดียว
"ถ้าผมอยากยุ่งบ้างล่ะครับ" คนตัวโตเอ่ยหยอกคนเป็ย่า
เพี๊ยะ
"เดี๋ยวเถอะนะ.. เฮ้อ...แต่ยังไงถ้าเราจะยุ่งเราก็คงไม่ให้ย่ารู้หรอกใช่มั้ย" มือที่ไม่ค่อยได้ตีหลานชายเท่าไรวันนี้อดที่จะยกฟาดต้นแขนเป็ไม่ได้
"....." ภูผานั่งลอยหน้าลอยตาไมได้ตอบอะไรออกไปก็จริงอย่างที่ย่าของเขาพูด
"ยังไงก็นึกถึงลูกถึงเมียไว้ให้เยอะๆทำอะไรจะได้คิดก่อนทำบ้าง"
"ครับคุณย่า"
"คุณพ่อเราก็หยุดเมื่อตอนมีลูกนะตาภูยังไงก็ถือว่าแม่ขอร้องแล้วกัน" โสพิศรู้ดีว่านิสัยของภูผาเหมือนพ่อของเขาไม่มีผิดและเธอก็ยังเชื่อว่าหากสามีเธอเปลี่ยนได้ลูกชายของเธอก็จะต้องเปลี่ยนได้
"คร้าบ..คุณแม่..นี่เธอมาอยู่ที่นี่ไม่กี่วันดูทุกคนจะเข้าข้างสะใภ้กันไปหมดซะแล้วนะครับ"
20.30 น.
"เธอเสียใจหรือป่าวที่รู้ว่าตัวเองมีลูก" ภูผาที่พึ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเขาอยู่ในชุดนอนสีเทาแบบเดิมที่ใส่ในทุกๆวันเพราะเขามีชุดนอนแบบเดียวกันสีเดียวกันหลายชุดคนตัวโตนั่งพิงหัวเตียงคุยกับหญิงสาวเช่นเดิมอย่างที่เคยทำในทุกๆวันั้แ่ผ้าแพรมาอยู่ที่นี่
"ไม่ค่ะที่ฉันเสียใจเพราะทำให้คนอื่นทุกข์ใจกันมากกว่าทั้งยายทั้งน้าพิมไหนจะคุณอีกที่ต้องมารับผิดชอบฉัน" ร่างบางเอ่ยตอบชายหนุ่มพร้อมกับหั่นแตงกวาที่เธอถือขึ้นมาเป็ชิ้นบางๆ
"เธอหิวหรอ" คิ้วเข้มขมวดกันเล็กน้อยเมื่อเห็นหญิงสาวอยากจะทานแตงกวาในเวลานี้
"ป่าวค่ะฉันเห็นคุณขอบตาคล้ำๆก็เลยจะเอาแตงกวามามาร์คให้" ร่างบางเดินถือจานแตงกวาที่หั่นเป็ชิ้นบางๆเข้ามานั่งตรงหน้าของชายหนุ่มเธอเห็นขอบตาของเขาค่อนข้างคล้ำจึงอยากจะบำรุงให้
"เธอดูแลคนอื่นเป็ปกติแบบนี้เลยหรือป่าว"
"ก็ทำเท่าที่ทำได้ค่ะ" หญิงสาวขยับเข้าใกล้ๆภูผามือน้อยหยิบชิ้นแตงกวาขึ้นค่อยๆเอื้อมไปวางชิ้นแตงกวาแผ่นบางที่ใต้ดวงตาคมของชายหนุ่ม
"เอ่อ..." ภูผาแทบกลืนน้ำลายไม่ลงคอใจเริ่มเต้นไม่เป็ส่ำเมื่อใบหน้านวลที่แสนน่ารักไร้สีแต่งแต้มเข้ามาใกล้กันไม่ถึงคืบกลิ่นสบู่อ่อนๆเตะจมูกจนอยากจะเข้าไปดอมดมใกล้ๆแต่ก็ต้องอดใจเอาไว้เพราะกลัวว่าหญิงสาวจะใ เขาไม่เคยประหม่าแบบนี้เพราะผู้หญิงคนไหนมาก่อนนอกจากเธอ
"เป็อะไรคะไม่ชอบหรอคะ" ผ้าแพรผละออกจากชายหนุ่มเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเขานิ่งไป
"อ่อป่าวฉันว่าปิดไปทั้งตาเลยจะดีกว่า" ภูผาหลุดจากภวังค์เมื่อได้ยินคำถามเขารีบหยิบชิ้นแตงกวามาปิดตาทั้งสองข้างและรีบนอนลงไปอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะสงบใจไม่ให้ฟุ้งซ่าน
"คุณภูหลับไปได้เลยนะคะเดี๋ยวอีกสักพักฉันจะเอาออกให้เอง" ผ้าแพรก้มมองหน้าชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินถือจานไปวางที่โต๊ะตรงมุมห้อง
"อือ" คนตัวโตค่อยหายใจทั่วท้องได้หน่อยที่ได้ยินเสียงร่างบางอยู่ไกลๆ
............................................
ปิดตานอนเดี๋ยวจะฟุ้งซ่านเนอะ
ตอนต่อไปไรท์จะติดเหรียญเแล้วนะคะขอค่าขนมไรท์หน่อยน้าาาาาาาาขอบคุณค่าาาาาาา