3.ภาระกิจวันแรก
วิทย์ตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวหนึบๆ น่าจะแฮ้ง เบียร์ที่กินมาเมื่อคืนนี้ เสียงโหวกเหวกโวยวายของไก่ตัวผู้ที่ลุงจรแกเลี้ยงไว้ดังมาเป็นระยะๆ มันขันตั้งแต่ ตี 3 รอบหนึ่ง และมาขันอีกครั้งตอนตี 5 คราวนี้มันจัดเต็มขันยาวเลยจนพระอาทิตย์ขึ้นยังไม่ยอมหยุด วิทย์นอนฟังเสียงมันขัน อยู่ฟังไปฟังมาเหมือนมันพูดว่า ต้มกะต้มโลดดดด ซะงั้นจริงๆ เขาก็ไม่ได้กินต้มไก่แบบบ้านๆ มานานแล้ว กับข้าวถุงที่ชลบุรีส่วนใหญ่เป็นอาหารไทยซะมากกว่า อาหารพื้นบ้านอีสานมักจะไม่ค่อยมีขายพอตื่นมาจะเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าแปรงฟัน แต่ดันหาแปรงสีฟันยาสีฟันไม่เจอ เขาลืมว่าเอาไว้ในกระเป๋าใบไหน ต้องรื้อของอยู่พักใหญ่ ตอนเช้าของที่นี่มีหมอกลงหนามาก น้ำค้างตอนเช้าจับตามยอดหญ้าเปียกไปหมด เขาต้องออกไปล้างหน้าแปรงฟันที่ตุ่มที่อยู่ข้างบ้าน เพราะน้ำในห้องน้ำไม่สะอาด ในอ่างปูนซีเม็น มีตะกอนอะไรก็ไม่รู้ เต็มก้นอ่างให้ตักอาบนะพอไหว ให้เอาเข้าปากบอกเลย ไม่มีทางน้ำในตุ่มนี้โคตรจะเย็น หลังจากล้างหน้าเสร็จ น้ำเย็นทำให้เขาหน้าชาอยู่พักหนึ่ง ถ้าให้เขาอาบน้ำตอนนี้คงจะเป็นไปไม่ได้ล้างหน้าเสร็จก็กลับเข้าห้องอย่างรวดเร็ว วิทย์เอาเสื้อแขนยาวมาใส่เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นวิทย์สงสัยเหมือนกันว่าทำไมในห้องนี้อากาศอุ่นกว่าด้านนอกมาก แต่พอมาสังเกตดูดีๆ กำแพงทุกด้านทำจากก้อนดิน ห้องนี้ต่อเติมออกมาจากบ้านปูนหลังใหญ่ กำแพงห้องสามด้านทำจากก้อนดิน กำแพงอีกด้านเป็นปูนซีเม็น ก้อนดินที่ใช้ทำบ้าน ลงทุนน้อย แต่คุณภาพเยี่ยม เสียอย่างเดียว ต้องลงแรงเยอะหน่อย การทำบ้านดินต้องมีมานะ และ ใจรักจริงๆ เพราะดินแต่ละก้อนต้องลงแรงทำมันขึ้นมาเองภารกิจของวิทย์วันนี้คือ ขายที่ แล้วไปสำรวจแปลงนาที่จะทำ Project ชีวิตของตัวเอง ที่ดินแปลงที่วิทย์จะตั้งรกราก ถูกปล่อยเช่า คนเช่าทำนามาตลอดระยะเวลา 10 ปี และเปลี่ยนคนเช่ามาแล้วกว่า 4 ราย ในยุคลุงตู่หาคนเช่าลำบากมากเพราะคนเช่ามักขาดทุนเนื่องจากราคาข้าวเปลือกตกต่ำ เก็บเกี่ยวผลผลิตได้น้อยตอนนี้ผ่านหน้าเก็บเกี่ยวมาแล้ว ในที่นาเหลือแค่ ตอฟางข้าวเหลืองๆ เต็มที่นา“พี่วิทย์ พี่วิทย์ แม่เรียกกินข้าว”เสียงของแพรวดังขึ้น“ครับๆ ไปแล้วไปแล้ว แปบหนึ่ง”บ้านนอกเราก็แบบนี้คนส่วนใหญ่มีน้ำใจดี มาพักบ้านเขา นอกจากค่าที่พักจะฟรีแล้ว ยังมีอาหารเช้าให้อีก ถ้าเป็นชีวิตในเมืองเหรอ คนข้างห้องกันยังไม่รู้จักกันเลยก็มี เวลาไปกินข้าวก็กินใครกินมัน ไม่มีหรอกเรียกกันกินข้าวแบบที่นี่ เพราะคนเมืองส่วนใหญ่เร่งรีบ หรืออะไรก็ไม่รู้ชัด แต่วิทย์ก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น เวลาไปกินข้าว ไม่มีหรอกเรียกโต๊ะข้างๆ มากินด้วย อีกอย่างอาจจะเป็นเพราะพวกเรามาจากต่างถิ่น มาไกลต่างบ้านต่างเมือง ร้อยพ่อพันแม่ จะไว้ใจใครก็ยาก เลยทำให้พวกเราห่างเหินและระวังตัวกันมากขึ้น“โห! วันนี้มีเมนูต้มไก่บ้านจริงๆ ลาภปากไอ้วิทย์จริงๆ”วิทย์คิด ทุกคนนั่งล้อมวงกันทั่วหน้ามี ลุง ป้า แพรว แพร และวิทย์ เมื่อคืนนี้แพรค้างที่นี่ และวันนี้ก็เป็นวันหยุดของสองสาว ทั้งสองจึงไม่ได้ไปโรงเรียนแพรและแพรวมาในชุดกางเกงขาสั้นโปโล ลายคาดสีรุ้งใส่เสื้อยืดสีเขียว ทีแรกวิทย์ก็งง จะใส่เหมือนกันทำไม แต่เขามารู้ทีหลังว่าเสื้อ แพรวที่แพรใส่เป็นของแพรว แพรวนี้ชอบซื้ออะไรเป็นเซต แบบชอบเสื้อยืดสีเขียว แม่ก็จะซื้อแบบที่ 2-3 ชุดเหมือนกันเด๊ะคนที่นี่กินข้าวเหนียวกัน มีแกงไก่บ้านเป็นจานหลัก เป็นธรรมเนียมที่นี่หรืออะไรก็ไม่รู้แต่คนอีสานมักจะมีน้ำพริก ติดมาด้วยทุกมื้ออาหาร เป็นน้ำพริกที่เขาเรียกว่าแจ่วฟ้าผ่า ซึ่งก็ทำง่ายๆ เอาพริกสด กระเทียม ตำรวมกัน ใส่น้ำปลา ชูรส นิดหน่อย แค่นี้เสร็จผักมีเยอะแยะมากมายบางครั้งผักเคียงไม่ได้เข้ากับอาหารที่ทำมาเลย แต่ก็แกล้มมา อย่างตอนนี้ มีแตงกวา ผักกาดขาว มะเขือ กินแกล้มกับต้มไก่ไม่ได้แน่นอนเมนูต้มไก่นี้เป็นอะไรที่วิทย์ชอบมาก เป็นไก่บ้านต้มยำใบมะขามอ่อน รสชาตินี้แซ่บถึงใจมาก“เออ วิทย์ ลุงได้ยินแพรวมันบอกว่าเอ็งจะขายที่ให้ผู้ใหญ่บ้านเหรอ”“ครับ ผมว่าจะให้ลุงไปคุยกับแกให้หน่อย”“เอ็งจะเรียกเท่าไรละ”“ผมว่าจะเรียก ล้านห้า เผื่อต่อรอง ขายทั้งที่ทั้งบ้าน”“อืม เดี๋ยวลุงจะไปคุยให้ เอ็งแน่ใจนะว่าจะขาย ที่ทางทุกวันนี้ ขายไปแล้วมันซื้อกลับมายาก”ลุงจรพูดแนะนำ“ผมรู้ครับลุง ผมว่าจะขายอีกแปลงด้วย ที่อยู่ติดโรงเรียนฝั่งโน้น แปลงนั้น 3 ไร่ ผมจะเรียก 3.8 ล้าน ลุงบอกผู้ใหญ่ไปด้วยเลยก็ได้ และอีกเรื่อง ผมยากซื้อที่ดินที่ติดกับที่นาของผม 32 ไร่ เป็นเจ้าของเขาจะขาย ไร่ละ แสนสอง ก็ตกเป็นเงินเกือบๆ สี่ล้าน”วิทย์คำนวณคร่าวๆ“อ๋อเอ็งจะซื้อที่นาเพิ่มแต่ที่ตรงนั้นมันเป็นที่ดอน เอ็งจะเอาไปทำอะไรวะ ที่ครึ่งหนึ่งยังเป็นป่า อยู่เลย ถ้าทำนาก็คงไม่งามเพราะน้ำไม่มี เอ็งคิดดีแล้วนะที่จะซื้อนะ”“ฉันอยากได้นะลุง มันติดกับที่ดินของฉันพอดี รวมกันที่ฉันมีอยู่ก็ 40 ไร่ ฉันก็จะไปปลูกบ้านที่นั่น”วิทย์บอกแผนการของเขา“เอ็งจะไปปลูกบ้านที่นั่น นี้เอ็งไม่รู้เหรอว่าที่นาเอ็งนะมันเป็นดอนปู่ตา ผีเนี้ยเฮี้ยนสุดๆ ปีที่แล้ว ไอ้ผินที่เช่านาเอ็งทำนะ มันเอารถไถไปดันตอไม้ หน้าดิน ยังโดนผีตบตกรถไถเลย”ลุงจรพูดออกมาเร็วปรื๋“เหลวไหลน่าลุง ไม่ใช่ตาผิน โดนรถไถสะบัดกระเด็นออกจากรถเพราะชนตอไม้หรอกหรือ”แพรพูดขัดขึ้น“เฮย! เรื่องแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ นอกจากไอ้ผินแล้ว มีคนไปส่องหนูนา ที่ดอนนาเอ็งเจอดีมาหลายคนแล้ว ล่าสุดก็ หลานตาผิน นั่นแหละที่เจอจังๆ มันเล่าว่า มันส่องไฟเป็นเจอตาหนู สีแดงเท่าเม็ดข้าวโพดคู่หนึ่งในพุ่มหญ้าเล็กๆ มันคิดว่าเจอหนูพุกหนูแผงโทน มันยกปืนแก๊ปขึ้นประทับบ่า ลั่นไกปัง! มันยิงในระยะสองวาเศษ มันคิดว่าไม่พลาดแน่ ยิงแล้ว ก็ยืนอัดกระสุนชุดต่อไปเฉยไม่ได้ส่องไฟดูอีก พออัดเสร็จควันปืนจาง มันส่องไฟไปดูอีกที ตาหนูยังอยู่ที่เดิม แต่คราวนี้ใหญ่ขึ้น เท่า ลูกมะนาวมันตกใจสุดขีด ประทับปืนขึ้นลั่นไกไปอีกนัด ปัง!! คราวนี้มันไม่ได้อัดนัดใหม่ มันจี้ไฟใส่ตรงที่เห็นตาหนู พอควันปืนหายไปเท่านั้นละ ตาหนูมันใหญ่ขึ้นเท่ากำปั้น มันตกใจแหกปากร้องลั่นทุ่ง ทิ้งปืนวิ่งสับส้นตีนแตกกลับบ้านแทบป่าราบ มันนอนคลุมโปงไม่ออกจากบ้านอยู่สองวัน”ลุงจรเล่าอย่างออกรสออกชาติ“โห! ขนาดนั้นเหรอลุง ลุงนี้เล่ายังกะลุงไปยื่นอยู่ข้างๆ มันเลย”วิทย์ไม่ยากจะเชื่อสักเท่าไร“แพรวว่า หลานตาผิน มันเมายาบ้าหลอนไปเองมากกว่า หึ ได้ข่าวว่ามันเสพยาติดต่อกัน 3 วันไม่หลับไม่นอน คงหลอน ที่นอนไม่ออกจากบ้านมาสองสามวัน มันคงยาลงนั่นแหละ”แพรวพูดขัดขึ้น“อ่าว ยังไงนี้ลุง หลานตาผินมันเล่นยาด้วยรึ”วิทยถาม“เฮ้อ! เรื่องแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ นะโว้ยอีแพรว”ลุงจรเอ็ดลูกสาวเสียงดัง“โวะ! ผมละนั่งฟังตั้งนาน ที่แท้เด็กเมายา ลุงก็ไปเชื่อมันเป็นตุเป็นตะ ผมไปแล้วว่าจะไปดูที่นาก่อน ถ้าทางลุงได้เรื่องยังไงโทรหาผมเลย”วิทย์บ่นขึ้น“กูไม่มีเบอร์เอ็ง”“อ่าว! 0970350701 โทรมาเลยลุง”วิทย์บอกเบอร์ตัวเองอย่างรวดเร็ว“กูไม่มีโทรศัพท์”ลงจรพูด“อ่าว โว๊ะยังไงนี้ลุงกวนแต่เช้าเลย ให้แพรวโทรมาก็ได้ แพรว 0970350701”แพรวกดโทรทันที“โทรไม่ติดพี่”เธอตอบมาสั้นๆ“อ่าว ลืมเปิดเครื่อง “วิทย์มองมือถือของตัวเองก่อนจะกดเปิดเครื่อง“โอ้ว! สวยโทรศัพท์พี่เครื่องเท่าไร”แพรวถามขึ้น“เท่าฝ่ามือนี้แหละ”“กวน หนูหมายถึงราคาเท่าไรW“ฮ้าๆ หมื่นหน่อยๆ”วิทย์หัวเราะ“โห! แพง ถ้าไม่ใช้แล้วให้หนูนะ หนูจอง ฮ้าๆๆ”“อะติดละ อ่าวไหงหน้าจอโทรศัพท์มันหายหมดแบบนี้หว่า เหลือแค่ เอ็มแบ้งกิ้งกับเกม กำโดนไวรัสแดกแล้วมั้ง ลองโทรมาดิ แพรว”วิทย์บ่น“ไม่ติ้ดเหมือนเดิม”เธอตอบ”“กำ ของ กำ แถวนี้มีร้านซ่อมโทรศัพท์ไหม”วิทยถาม“มี ที่ตัวอำเภอ เดียวหนูพาไป คิดค่าจ้างเท่าเดิม ฮ้าๆ”เธอหัวเราะเบาๆ“โอ้ย! ทุกดอก งั้นไปร้านซ่อมก่อนเลย ลุงถ้าได้เรื่องยังไงให้แพรโทรหาแพรวก็ได้”วิทย์พูด“เออ เดี๋ยวกูบอกผู้ใหญ่โทรไปเลย จะได้ไม่ยุ่งยาก”“ได้ลุง ไปละแพรจะไปด้วยไหม...... (แพรส่ายหัว)”สรุปแผนของวันนี้ของเขาต้องเลื่อนไปตอนบ่าย เพราะโทรศัพท์ เจ๊งเรียบร้อย ต้องพาไปหาหมอด่วน ร้านมือถืออยู่ไม่ไกลมากขับรถ 20 นาทีก็ถึง แต่ต้องนั่งรอ ช่างซ่อมเช็คเครื่อง อยู่นาน มันรื้อไปรื้อมาประกอบนั้น ถอดนี้ เปลี่ยนนั้นนี้อยู่ ชั่วโมงกว่าๆ สุดท้ายก็เดินเกาหัว งง ออกมา“เออโทรศัพท์ของพี่ ซ่อมไม่ได้ครับ เปิดเครื่องติด แต่เชื่อมต่อระบบของตัวเครื่องไม่ได้ การทำงานของเครื่องเหมือนปกติแต่ไม่ปกติ ตรงที่มันเข้าได้แค่เกมกับเอ็มแบ้งกิ้งเท่านั้น อย่าอื่นทำอะไรไม่ได้เลยครับ”ช่างซ่อมพูด“อันนี้ไม่ต้องบอกผมก็รู้แล้วครับ สรุปซ่อมไม่ได้”วิทย์ถามมาแบบเซ็งๆ“ครับ แต่ซิมยังใช้ได้อยู่ ผมถอดออกมาแล้ว แต่แปลก เหมือนเอ็มแบ้งกิ้ง กันทำงานได้เหมือนมีเน็ต พี่ลองเข้าระบบดู”วิทย์หยิบโทรศัพท์คืนมาและเข้ารหัส ปรากฏว่าได้ ทีนี้งงกันเป็นไก่ตาแตก เน็ตก็ไม่ได้เชื่อมต่อ แต่มันมาจากไหน ซิม ก็ไม่มี มันใช้ได้ เอากับมันสิ“พี่จะซื้อเครื่องใหม่เลยไหมครับ ตอนนี้เรามี ซุงซุง รุ่นใหม่มาเป็นแกรนม่าม่า”ช่างซ่อมการยร่างเป็นเซลล์แมนเรียบร้อย“ไม่ผมไม่ชอบซุงซุงมันชอบค้าง แรมน้อย ช้า เอา เหว่ยเหว่ย มาให้ดูหน่อย มีรุ่นล่าสุดไหมครับ”“มีครับ Mate 30 Pro นะครับ”“เอารุ่นนั้นละ สีดำ ราคาเท่าไร”วิทย์ถามราคา“22090 บาท ครับ”“เครื่องเก่า นี้ ซื้อเท่าไร”วิทย์ถามขายเครื่องเก่า เผื่อได้เงินกลับมาบ้าง“50 บาทครับ เอาไว้ทำอะไหล่”คนขายตอบหน้านิ่งๆแบบไม่ใยดี“เชี้ย! ซื้อมาเป็นหมื่น ไม่ขาย -*-“วิทย์พูดวิทย์ต้องไปกดเงินมาจ่ายค่า โทรศัพท์เครื่องใหม่ ทั้งที่เครื่องเก่ายังใช้ไม่คุ้มเลย เซ็งจิตกันไปเลย“เอาไหมเครื่องนี้แพรว”วิทย์ถามแพรวพร้อมกับยื่นมือถือให้เธอ“เอาไปทำไมพี่ 50 บาท ฮ้าๆ พี่เอาไว้เล่นเกมเหอะ เกมนี้ลงทุนซื้อเครื่องเล่นแพง ตั้งเป็นหมื่น ว่าแต่พี่ไม่ลองเอาเครื่องใหม่โหลดมาดูอีกที จะได้รู้มันเป็นที่เกมหรือเปล่า”แพรวพูดหยอกเย้าเขา“ไม่เด็ดขาด เครื่องนี้สองหมื่น”ตอนที่กำลังขับรถกลับ ผู้ใหญ่บ้านก็โทรมา พอดี และนัดวิทย์ไปตกลงเรื่อง ราคาที่บ้านผู้ใหญ่เลยพอไปถึงบ้านผู้ใหญ่ ก็ต่อรองราคากัน พักหนึ่ง เขาขายที่ 1.3 ล้าน และ 3.4 ล้าน รวมเป็นเงิน 4.7 ล้าน กำลังเซ็นสัญญาซื้อขายกันเจ้าของที่ดินที่วิทย์จะซื้อก็ติดต่อเข้ามา วิทย์นัดเขามาที่บ้านผู้ใหญ่เลย สรุปเขาซื้อที่นาแปลงนั้นในราคา 3.8 ล้าน ผู้ใหญ่บ้านจ่ายเป็นเงินสดวิทย์พึ่งเคยเห็นคนเก็บเงินสดไว้ที่บ้านเยอะขนาดนี้ อย่างว่าละนะเงินร้อนคงไม่เอาเข้าธนาคารกัน พอรับเงินมาก็ส่งต่อไป เงินหลายล้านได้จับไม่ถึงนาทีวิทย์เหลือส่วนต่างอยู่ 9 แสน หลังจากทำสัญญากันเสร็จก็ทั้งสามก็ไปกรมที่ดินโอนกรรมสิทธ์ให้เจ้าของที่คนใหม่ กว่าจะเสร็จก็ตกเย็นพอดี วิทย์ให้ค่านายหน้าลุงจรไป 30000 ทีแรกแกจะไม่เอา วิทย์เลยจะให้แพรว ทันทีที่เห็นแบบนั้นแกรีบคว้าเงินตัดหน้าลูกสาวไปทันที