่ลมวสันต์โชยพัดใบข้าวสีทองอร่ามลู่พัดไหว โยก หยอกล้อไปตามสายลมแรง เมืองเล็กๆ ติดชายแดนชนบทผู้คนอยู่กันอย่างสุขสงบ
แม้ในบางครั้ง จะมีสัตว์อสูรปีศาจหนูพังพอนั์ มาทำลาย บุกแปลงนาชาวบ้านเป็บางครั้งบางคราก็ตาม แต่ยังถือว่าเป็สถานที่สุขสงบ น่าอยู่อาศัย
ทว่า ตรอกเล็กๆ ของถนนผิงเหยา ผู้คนกลับหวาดกลัว ขอทานกะล่อนประจำซอยมากกว่าสัตว์อสูร ปีศาจกันแล้ว โดยเฉพาะเหล่าคุณชายที่มีแผลติดตัว
ว่ายเปียว เด็กหนุ่ม ร่างบางเหมือนไม้เสียบกระดาษ คล้ายร่างจะปลิวไปตามแรงลมได้ทุกเวลา เขาก็คือหนุ่มน้อย หัวโจกขอทาน ที่ตรอกคนรวย ยังต้องหวาดกลัวในคำพูด
แม้จะหน้าตามอมแมม แต่ภายใต้ผมคลุมปรกหน้า กลับฉายความทะเล้น เ้าแผนการบนใบหน้า หาตัวจับได้ยากจาก ‘ขอทาน’ คนไหนในเมืองเล็กๆ แห่งนี้
ซึ่งเด็กหนุ่มจะทำสิ่งที่เขาถนัด ‘ขอทาน’ ตรอกย่านคนรวยที่สุดของหมู่บ้าน ขณะเตรียมข้อมูลเหล่าคุณชาย มีแผลมาอย่างดิบดี ประหนึ่งเป็ตำราบทท่องจำ
ว่ายเปียวจัดแจงที่นั่ง เสร็จสับ พร้อมมีเด็กขอทานข้างๆ อีกสองสามคน ล้วนเป็กลุ่มเพื่อนขอทาน มา รอ อยู่ก่อนแล้ว
พวกเขาพลางฉีกยิ้มกว้าง ที่ลูบปากหวานเจี๊ยบ “คราวนี้สงสัยเราจะได้เงินตำลึง เร็วขึ้น พอมีเวลาให้ไปวิ่งเล่น หลังเขา เร็วขึ้นอีกแล้วซินะวันนี้” ลู่อ่าวที่กล่าว มองว่ายเปียวด้วยสายตามีเลศนัย
เสียงเด็กหญิงข้างๆ จู่ฉิงเองก็เอ่ยสำทับด้วยความมั่นใจ “อืมๆ ข้าเชื่อมั่นฝีมือ พี่ว่ายเปียว มันจะเป็ฝันร้าย ของคุณชาย ที่ได้พบเจอเขาแน่…ในวันนี้”
“ใช่ๆ ต้องเป็แบบนั้นแน่นอน”
ซึ่งก็เหลือแค่รอผู้ราบมากดีมาเยือน ข่าวการไปดูตัวของหนุ่มสาวแถวนี้ ล้วนถูกพวกเขาสืบ จดจำอย่างขึ้นใจ
แม้ตรอกผิงเหยาแห่งนี้ จะมีผู้คนเดินกันไม่มาก แต่ก็พอมองเห็นสายตาดูถูกดูแคลน จากเหล่าพ่อค้า ขุนนางเล็กๆ ตามชนบทเดินสัญจร มองเหยียดหยาม ขอทาน ต้อยต่ำอยู่บ้าง
…ทว่าหาได้เป็เป้าหมายหลักของว่ายเปียวกับพวกขอทานตัวน้อย ดวงตาใสกระจ่าง พวกเขาเป็ประเภท ‘เลือกเหยื่อ’ ที่จะลงมือ
คุณชายบางคนผวาแล้ว ที่จะออกจากบ้าน บางคนออกคำสั่ง ให้พ่อบ้านออกไปดูหน้าตรอก ‘มีขอทานตัวซวยอยู่หรือไม่’ “พวกเ้าส่งคนไปดูหน้าตรอก เร็ว! วันนี้มีพวกเด็กตัวแสบ อยู่หรือเปล่า?”
หากพวกแก๊งขอทานอยู่ ชายหนุ่มเ้าสำราญ ‘สาบาน’ ว่าเขาจะไม่ออกไปจากบ้านอย่างแน่นอน
“หากข่าวคราว การดูตัวของข้า แพร่งพรายออกไป ถึงคุณหนูบ้านจวนทหาร ข้าถูกท่านพ่อนางไล่ฟันหัวแบะแน่”
“ขอรับ! ขอ รับ!” บ่าวรับใช้ รับคำ ที่ได้ยินคุณชายร้องฮือๆ แล้ววิ่งออกไปดูหน้าตรอก อย่างรวดเร็ว
…ย่านตรอกผิงเหยา มีกลุ่มพ่อบ้านหลายคน มาเดิน ‘สำรวจ’ พวกเขาต่างก็ชะงัก หัวใจกระตุก วูบ ข้างกำแพง ตามๆ กัน
เมื่อเห็นกลุ่มขอทานตัวน้อย… ก่อนจะวิ่งปรี่กลับไปรายงานนายน้อย คุณชายพวกเขาอย่างเร็วจี๋ “สงสัยวันนี้ฟ้าจะไม่เปิด สำหรับคุณชายของพวกเราแล้ว”
บริเวณกลุ่มขอทานน้อย…ลู่อ่าว จะกล่าวเสียงจริงจัง ถามขึ้นมาระหว่างพวกเขารอเหยื่อ “เ้าไม่อยากเป็ผู้ฝึกวรยุทธ์ หรืออย่างไร ว่ายเปียว?”
อีกคนเองก็พยักหน้า “ใช่ๆ ข้าเองก็กำลังคิดถึงเส้นทางนี้อยู่เชียว”
ทว่าเด็กหนุ่มอายุ14-15ปี อย่างเขา ทำไม จะไม่เคยคิดฝันถึง… เมื่อว่ายเปียวหัวเราะยิ้ม แห้งๆ แก้ต่างตนเอง “ผู้ฝึกยุทธ์อะไรกัน ข้ายังไม่มีความคิด เื่นั้น เท่าใดหรอก”
เพื่อนข้างๆ ถามกลั้วยิ้มที่เห็นแผลอีกฝ่าย “เ้า ไอ้ ขี้โม้! เห็นชัดๆ ว่าสนใจ”
ว่ายเปียว ได้แต่เกาหัวแก้เขิน เมื่อพวกเขารับรู้ ‘ตำราหมัด’ อีกฝ่ายซื้อไปก่อนหน้านี้ จากชายแก่ฝึกฝนที่บ้าน ถูกท่านพ่อชายชรา ตาบอดพิการ ชอบกินเหล้า ตีก้นลาย ไม่ยินยอมให้เขาฝึกฝน ทำอะไรไร้สาระ จึงกล่าวบ่ายเบี่ยงออกมาเท่านั้น
จู่ฉิง หัวเราะสำทับ “ฮ่าๆ ข้าไปซื้อวิชาหมัด วิชาฝ่ามือ มาอีกหลายเคล็ดวิชาเลย เ้าสนใจ อีกสักเล่มไหม พี่ว่ายเปียว คราวหลังก็ระวังพ่อ..ตาแก่บ้าของเ้าหน่อย”
“ฮ่าๆ” ก่อนเด็กสาวจู่ฉิงขอทาน ยักคิ้วมองไปทางตรอก เหมือนจะมีคุณชายที่มีแผลโผล่มา ให้พวกเขาเชือด นิ่มๆ กันแล้วที่ส่งสายตาให้กัน
เด็กสาวจะรีบยัดวิชาฝ่ามือ ใส่อกเสื้ออีกฝ่ายทันที “พี่ เก็บไว้ให้ดี ล่ะ!”
ส่วนว่านเปียว เตรียมปัดออก พลางบ่นขอทานเด็กสาว “เ้าหนูจู่ฉิงไปเจอเ้าแก่ หนวดหร็อมแหร็ม นั้น ‘หลอกขายเคล็ดวิชา’ ให้อีกแล้ว ซินะ”
ครั้นส่ายหัวว่ายเปียวก็มองไปที่ คุณชายเฟิงเจี้ยน ตรอกบ้านคนรวยถัดไป8หลัง มีต้นสวน 'มันจู' อยู่หน้าบ้าน
ซึ่งอีกฝ่ายพึ่งไปดูตัวมาแบบ ลับๆ มั่นใจว่าเด็กพวกนี้ ไม่รู้เื่ของเขาแน่
ระหว่างชายหนุ่มในชุดหรูหราเตรียมจะเดินผ่าน ฮัมเพลงด้วยความชื่นบาน พร้อมแอบลอบคลี่ยิ้มในใจ มองขอทานเ่าั้ ไม่มีทางได้กินนิ่มเขาหรอก
ทว่า่เวลานั้นเองฝีเท้าเขาต้องหยุดชะงัก เมื่อว่ายเปียวกล่าว ปากฉีกยิ้มเป็มุมโค้งขึ้น “คุณชาย เฟิงเจี้ยน บ้านคนรวยตรอกผิงเหยา ไปดูเ้าสาว เมื่อวันก่อน…”
“แต่ ข้าจำได้ว่า เมื่อ15วันที่แล้ว ท่านพึ่งไปดูตัว มั่นหมายสาวอีกคนไว้แล้วไม่ใช่หรือ?”
“อืมๆ ใช่ พี่ว่ายเปียวข้าเองก็จำได้ หรือว่าคุณชาย เฟิงเจี้ยน จะเขี่ยสาวบ้านแรก เงินน้อยกว่า ทิ้งไปแล้วกัน”
“พวกเ้า!”
เสียงข้างๆ กลุ่มขอท่านเริ่มร้องโหวกเหวก ให้คนสนใจ “แบบนี้ ต้องเอาเื่ไปรายงานบ้านคุณหนู หลี่ บ้านแรกแล้ว”
ว่ายเปียว ข่มขู่ เล็กน้อย แล้วรู้จุดที่จะผ่อนคว้าโอกาส “หากได้เศษเงินตำลึงใส่ ขัน คงจะช่วยเหลือคนยากไร้ พวกเราไม่น้อย จริงๆ ที่ไม่ต้องถ่อไปหาบ้านคุณหนู หลี่”
คุณชายเฟิงเจี้ยน หน้าดำหน้าแดง เหมือนคนถูกลากไปตบ ปากกระตุก ถี่ๆ พูดไม่ออก ขณะเห็นมีคนเริ่มตั้งใจฟัง เขารีบ จุ๊! ปาก “เบาเสียง!” ‘ไอ้เด็กบ้าพวกนี้’
ซึ่งเขาไม่คิดมาก่อนว่า เื่ราวของเขา แพร่งพรายไปถึงเด็กเวรเหล่านี้แล้ว นี่มันหลอกปล้นชิงทรัพย์ กลางวันแสกๆ ชัดๆ “เ้าหนูแค่นี้พอหรือไม่ เงินดื่มสุราของข้า วันนี้ทั้งหมดเชียว”
ขณะพูดไปหางตาคุณชายก็กระตุกถี่ๆ แม้จะคันไม้คันมือ อยากจะกระทืบ ซ้อมตบตี ไอ้พวกเด็กบ้า ขอทานตัวน้อย กำฝ่ามือจนเกิดเสียงบีบรัดแน่น
แต่คิดไปก็เปล่าประโยชน์ ร่างกายทนดื้อด้าน เหมือนขี้ดื้อน้ำ เด็กขอทานเหล่านี้ กำจัดยังไงก็ไม่ยอมออก คุณชายบางคน ยังต้องยอมแพ้ โดยเฉพาะเ้าหัวโจกอย่างว่ายเปียว
พร้อมเสียงดังจากบ้านตอกคนรวยติดกัน ดังอื้ออึงขึ้นมาทันใด “คุณชายเฟิงเจี้ยน โดนแก๊งอาเปียว เล่นเข้าแล้วไง!”
เมื่อจังหวะคุณชายเฟิงเจี้ยนยื่นถุงเงิน…เป็่เวลาเดียวกับที่สำนักมารบูรพา ขี่กระบี่บินทะยานผ่านหมู่บ้านเงียบสงบ เล็กๆ ของเขตตงกว่าน
หญิงสาวพึ่งไปรับศิษย์กลับมา เห็นเื่แปลกตา ขอทานไถเงินผู้ราบมากดี มีอันจะกิน…
ซึ่งมู่หลง นางดันนับลูกศิษย์สำนักมารบูรพา10คนมาผิดเสียได้ ตามจริง้าศิษย์สายนอก 10 คนมาทำงานจิปาถะ
แม้จะเป็สำนักมารเล็กๆ ก็ยังมีคน อยากเข้าสำนักเป็ศิษย์ เพื่อเข้าสู่เส้นทางการฝึกฝน ราวกับเป็โชคหล่นทับ โอกาสกลายเป็เซียน
หญิงสาวมีรอยสักอักขระเืบนใบหน้าขวา จะบังคับกระบี่ ไปพร้อมศิษย์ใหม่ทั้ง9 ขวางการเจรจาว่ายเปียว ไว้เสี้ยวขณะ เมื่อเกิดความสนใจ ขอทาน มารตัวน้อย
ทว่าแววตามู่หลง ดูเ็า และอันตรายอย่างยิ่ง แม้ใบหน้านาง จะดูสะสวย งดงามภายใต้รอยสักครึ่งใบหน้า แต่ยังไม่ทันให้มู่หลงเอ่ยปาก
พวกว่ายเปียวรีบประสานฝ่ามือ เตรียมจะเดินหนีทันที ขณะเผยความตกอกใ ‘ผู้มาเยือนมีประสงค์ไม่ดี’ ไม่เว้นแม้แต่คุณชายเฟิงเจี้ยน แล้วตอนนี้ ที่ฝีเท้าสั่น ก้าวฝีเท้าออกอย่างยากลำบาก
มู่หลง แววตาเ็า ไม่เอ่ยอ้อมโลก “เ้าหนู สนใจไปฝึกวิชาที่สำนักมารบูรพา ของเราหรือเปล่า?”
ทว่าพวกว่ายเปียว สับเท้าตีนแตก เผ่นกันแนบแล้ว ที่ส่งคำพูดไล่หลัง “สำนักมาร พวกเราไม่สนหรอก ชิ้วๆ ต่างคนต่างอยู่เถอะ”
ศิษย์ที่อยู่บนกระบี่แทบอยากจะหลุดขำ ก๊ากกันออกมา
ก่อนพวกเขาชี้นิ้วไปทางคุณชายหนุ่ม ที่ตอนนี้ ยืนตัวแข็งทื่อ ราวกับเสาหินไปแล้ว “ศิษย์พี่ เอาเ้าหนุ่มนี่ไป เป็อย่างไรดี”
“อืมๆ” ศิษย์ที่อยู่บนกระบี่คนอื่นๆ เองก็พยักหน้าเห็นด้วย
มู่หลง นางหางตากระตุก ถี่ๆ กับคำพูด ว่ายเปียว นางตอบออกมาคำเดียว “ไม่!”
แล้วจ้องเขม็งไปที่ขอทานตัวน้อยอายุเข้าเกณฑ์14-15ปี ขณะเร่งการเหาะทะยาน กระบี่บิน ‘ติดตาม’ พวกว่ายเปียวไปทันควัน “เ้าเด็กเหลือขอ ช่างโอหังนัก วันนี้ต้องมีเ้าหนึ่งคน ตามข้าไปยังนรก!”
จู่ฉิง เด็กสาวขอทานเร่งตะกุยฝีเท้าน้อยๆ ของนางพลางบ่นอุบ “ซวยแล้วไง นางบ้านั้นตามเรามาแล้ว เป็เพราะพี่ว่ายเปียว ไปหาเื่นาง แท้ๆ”
ลู่อ่าว เด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับว่ายเปียวเองก็กล่าวสำทับ “อืมๆ หาเื่ซวยแล้วไง นางกัดพวกเราไม่ปล่อยแล้วไง”
“พวกเ้า รีบๆ วิ่งไปเถอะน่า ใช่เวลามาหาคนผิดไหม”
ด้านลู่อ่าวที่รู้ว่าพวกเขาสลัดนางมาร มู่หลงอายุห่างพวกเขา2ปี ไม่หลุดแน่ จู่ๆ ก็เกิดเสียง “ผลัก!” ดังขึ้นทันทีเมื่อสกัดขา ว่ายเปียว ไว้ “โชคดีเพื่อนสำหรับ เส้นทางการฝึกฝน”
“ใช่ๆ พวกเรา จะคิดถึงพี่ชายจากไปแน่”
ร่างว่ายเปียว กลิ้ง หลุนๆ คำรามออกมา “อ๊าก พวกเ้า เล่นกันแบบนี้…เลยหรือ?” พริบตานั้นเสียงเขา จะหายไปจากปากทันควัน
เมื่อ มู่หลง หญิงสาวถลึงตามอง ดุ เด็กหนุ่ม ซึ่งเข้ามาใกล้ว่ายเปียวั้แ่เมื่อใดไม่รู้ เล็บของนางบาดผิวคอ อีกฝ่ายมีเืไหลซึม ข่มขู่น้อยๆ “หากเ้าดื้อด้าน ตายแน่!”
ว่ายเปียว ลอบกลืนน้ำลายลงคอดัง อึก! ที่ชูมือขึ้น “ท่านเทพยุทธ์ผู้ปราดเปรื่อง เล็บท่านยาวเกินไปหรือเปล่า ให้ผู้น้อยตัด ทำเล็บให้ดีไหม ราคาไม่แพงหรอกน่า”
ศิษย์อยู่บนกระบี่บิน พลางลอบแอบยิ้มเล็กๆ “เงาหัวไม่มียัง จะทำใจดีสู้เสืออีก”
มู่หลงถลึงตาดุ คล้ายรอยสักอีกตัวตน บนหน้านาง จะพุ่งออก ร่างหลักมาได้แล้ว
เมื่อ ยก ร่าง ว่ายเปียวขึ้นกระบี่บิน แบบตัวแข็งทื่อ ก่อนจะพุ่งกระบี่ทะยาน กลับสำนักมารบูรพา…
“ไป! เดินทางต่อ!”
มู่หลง เหลือบมองดูด้วยใบหน้าเ็า ด้านหลัง อดไม่ได้ลอบประหลาดใจ ที่เสียงโหร้องด้านหลังดังขึ้น พร้อมเหล่าคุณชายออกมาะโโลดเต้นเป็บ้าเป็หลัง “ฮ่าๆ ในที่สุดไอ้ปีศาจน้อยว่ายเปียว มันก็ไปเสียที”
“ฮือๆ ์มาโปรดบ้านคนรวย อย่างพวกเรา ชัดๆ”
ศิษย์บนกระบี่ มองหน้าเบ้ปากใส่กัน ด้วยสายตาแปลกๆ ชอบกล ที่หันกลับไปมองตรอกเมือง เล็กๆ เหมือนจะดีใจที่ว่ายเปียวหายตัวไป จวนแทบจะจัดงานเลี้ยงกันแล้ว
ทว่าเมื่อเห็นไอ้เด็กบ้า ว่ายเปียว นิ่งค้างไปสักครู่ ราวกับก้อนหินแล้ว เริ่มร้องะโ ก็พอให้พวกเขาคลี่ยิ้ม ขึ้นมาได้บ้าง ไม่มากก็น้อย
ส่วนมู่หลง พลางลอบฉีกยิ้มมุมปาก เล็กๆ ที่ยากจะเห็นจากดวงหน้าเ็า ดุจน้ำแข็งของนาง ‘คอยดูเ้า จะมีชีวิตอยู่ได้กี่วัน…’
ทว่าไม่ใช่สำหรับชายพิการ นอนบนเก้าอี้หวายแผ่หลา มีไหเหล้าอยู่ข้างฝ่ามือ นอนแหงนหน้ามองบุตรชายถูกลักพาตัวไป
เขาจะบ่นพึมพำออกมา น้อย ๆ “เฮ้อ! เ้าตัวเล็กของข้า ไปเสียแล้วรึ สงสัยว่าเขาจะไม่ถูกใจ พ่ออย่างข้าเท่าใดนัก ถึงได้ไปไม่ลา กันแบบนี้!”