บทที่12-2 ให้เวลาทำใจก่อนเ้าค่ะ
“พี่อี้โจวเ้าคะ ข้าคิดว่าข้าชอบท่านเข้าแล้วเ้าค่ะ”หญิงสาวจ้องมองไปที่ดวงตาดอกท้อทรงเสน่ห์ของชายหนุ่มอย่างไม่ละสายตาแล้วรุกถามชายหนุ่มต่อว่า
“แล้วพี่อี้โจว ชอบข้าบ้างหรือไม่เ้าคะ”
ชายหนุ่มที่กำลังหน้าแดงระเรื่อลามไปถึงใบหูเมื่อได้ยินคำถามของหญิงสาว ก็ใจนอ้าปากค้าง เขาไม่คาดคิดว่า จะได้ยินคำถามเช่นนี้จากหญิงสาวเขาเคยได้ยินน้องชายกล่าวอยู่เสมอว่า หญิงสาวเป็คนพูดจาตรงๆแต่เขามิคิดว่านางจะตรงได้มากขนาดนี้ นางถึงกับทำให้เขาอึ้งงุนงงและนึกคำพูดไม่ออก
“พี่อี้โจวไม่ยอมตอบคำถามของข้าท่านคงกำลังใอยู่ มิเป็ไรข้าเข้าใจดีเ้าค่ะ มีหลายคนที่เป็เช่นท่านเมื่อได้ยินคำพูดตรงๆ ของข้าเ้าค่ะ”
หวังิซินจ้องมองไปที่ใบหน้าและดวงตาของชายหนุ่มพร้อมกับเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า
“ข้าขอบอกพี่อี้โจวว่า ั้แ่เกิดมาข้ามิเคยชอบบุรุษผู้ใดมากกว่าเงินเ้าค่ะแต่ท่านเป็คนแรกที่ทำให้ข้ารู้สึกชอบท่านมากกว่าเงินเ้าค่ะข้าจะไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน วันนี้ข้าให้ท่านพักทำใจก่อนเ้าค่ะแล้วข้าจะมาหาท่านอีกนะเ้าคะพี่อี้โจว” หวังิซินส่งสายตาหวานฉ่ำและรอยยิ้มละมุนให้ชายหนุ่มจากนั้นจึงยอบกายคารวะแล้วเดินจากไปปล่อยให้ชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งอึ้งอ้าปากค้างอยู่กับที่
ชายหนุ่มผู้ซึ่งตกอยู่ในภวังค์จากการกระทำของหญิงสาวที่ได้ก่อไว้เขาอยากจะบอกกับหญิงสาวว่า ตัวเขาชอบนางมากเพียงใด แต่เขาไม่อาจกระทำเช่นนั้นได้เขาไม่อยากให้นางเอาตัวเข้ามาเสี่ยงอันตรายด้วยรอให้เขาจัดการหาตัวผู้บ่งการที่คิดทำร้ายครอบครัวของเขาให้ได้เสียก่อนเขาจึงวางใจที่จะให้นางมาอยู่ข้างกายของเขาและเขาจะได้เปิดเผยสิ่งที่แอบซ่อนอยู่ในใจออกมาเสียที
หวังิซินที่กำลังนั่งรถม้าเพื่อกลับไปยังจวนท่านนายอำเภอได้เอ่ยถามสาวใช้ส่วนตัวว่า
“พวกเ้าคิดว่า ข้ารุกน้อยเกินไปหรือไม่รึว่าครั้งหน้าข้าควรจะรุกให้มากกว่านี้ดี”
“ข้าคิดว่าคุณหนูควรรุกให้มากกว่านี้นะเ้าคะวันนั้นฮูหยินิเยว่สอนท่านตั้งหลายอย่างมิใช่หรือเ้าคะท่านควรตั้งใจมากกว่านี้นะเ้าคะคุณหนู” เป็สาวใช้ตัวน้อยที่เอ่ยตอบคำถามเ้านาย
“ได้ครั้งหน้าข้าจะทำให้เต็มที่มากกว่านี้ ข้าสัญญาเพ่ยฟาง”
“ดียิ่งนักเ้าค่ะคุณหนู”
ทางด้านซิ่งฮวาที่นั่งฟังบทสนทนาของทั้งสองคนได้แต่บอกกับเ้านายของตนเองในใจว่า
‘คุณหนูเ้าคะ ท่านควรเบามือลงบ้างข้าสงสารคุณชายอี้โจวเ้าค่ะ’
ใน่เช้าของสองวันต่อมา คนรับใช้ได้มาแจ้งกับหวังิซินในห้องทำงานว่าหญิงสาวที่นางได้ช่วยเหลือมานั้น ตอนนี้มีอาการดีขึ้นมากสามารถโต้ตอบพูดคุยได้แล้ว หวังิซินจึงเดินไปที่ห้องพักของหญิงสาวผู้นั้นแลเมื่อผู้ป่วยเห็นนางเดินเข้าไปในห้อง จึงรีบลุกขึ้นนั่งบนเตียงแล้วเขยิบตัวเพื่อลงจากเตียงนอน
“แม่นาง เ้ายังาเ็อยู่อย่าเพิ่งลงจากเตียงเลย อาจทำให้กระทบกระเทือนต่อาแได้” หวังิซินรีบกล่าวห้ามผู้ป่วยที่้าก้าวลงจากเตียง
“ขอบคุณท่านผู้มีพระคุณที่ช่วยเหลือของข้าน้อยไว้เ้าค่ะ”
หวังิซินสังเกตเห็นท่าทาง กิริยาและคำพูดของหญิงสาว จึงคิดว่าคงเป็หญิงสาวที่ได้รับการฝึกอบรมมาพอสมควร
“ข้าชื่อหวังิซินเป็น้องสาวของท่านนายอำเภออู่โหว ผู้เป็เ้าของจวนแห่งนี้ ข้าอยากถามเ้าว่าเหตุใดเ้าจึงมีสภาพเยี่ยงนี้ได้ ใครเป็ผู้ทำร้ายเ้า”
“ข้าชื่อจูเสี่ยวเวยเ้าค่ะส่วนเื่ที่เหตุใดข้าจึงมีสภาพเช่นนี้ได้ ข้าบอกได้เพียงแค่ว่าข้าเป็สาวใช้ส่วนตัวของฮูหยินผู้หนึ่งเ้าค่ะนายท่านผู้เป็สามีของฮูหยินพึงพอใจในตัวข้า พวกเราจึงลักลอบมีความสัมพันธ์กันจนข้าตั้งครรภ์เ้าค่ะ พอฮูหยินรู้เื่เข้า จึงสั่งให้คนงานกรีดใบหน้าของข้าเพื่อระบายความแค้นจากนั้นให้ใช้ดาบแทงมาที่ท้องของข้า เพื่อสังหารตัวข้าและลูกเ้าค่ะ”หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำตาไหลนองอยู่เต็มบนใบหน้าเพราะคิดถึงลูกของตนเองที่ไม่มีแม้แต่โอกาสได้ลืมตาดูโลก
“ข้าจึงกลั้นลมหายใจและแกล้งตายเ้าค่ะฮูหยินสั่งให้คนนำข้าไปทิ้งที่ป่า พอคนพวกนั้นทิ้งข้าที่ชายป่าแล้วเดินจากไป ข้าพยายามเดินออกไปขอความช่วยเหลือแต่ข้าหมดแรง จึงนอนหมดสติอยู่บนถนนเ้าค่ะ”
“แล้วเ้านายของเ้าคือผู้ใดพี่ข้าเป็ถึงท่านนายอำเภอ ย่อมช่วยเหลือเ้าได้” หวังิซินเอ่ยถามหญิงสาว
“เ้านายของข้าอำมหิตมากเ้าค่ะข้าอยู่กับนางมานาน เห็นการกระทำหลายอย่างของนาง ท่านเป็ผู้มีคุณของข้าข้าไม่อยากให้ท่านต้องไปข้องเกี่ยวกับนางเ้าค่ะ”จูเสี่ยวเวยไม่อยากให้ผู้มีพระคุณต้องเดือนร้อน
หวังิซินเข้าใจในความหวังดีของหญิงสาวจึงได้เอ่ยออกไปว่า
“ข้าขอบอกเ้าว่า ครอบครัวของข้ามิเกรงกลัวผู้ใดที่กระทำความผิดแต่ถ้าเ้าลำบากใจ ไม่อยากบอกถึงเื่นี้ ข้าก็จะไม่บังคับเ้าแต่เ้าลองคิดดูเถิด ถ้านางเป็คนอำมหิตอย่างที่เ้ากล่าวนางจะไปทำร้ายผู้คนเพิ่มอีกเท่าใดเ้าอยากให้คนอื่นต้องเป็อย่างลูกของเ้าเช่นนั้นหรือ”
จูเสี่ยวเวยได้แต่ก้มหน้ามองพื้นนางเข้าใจในสิ่งที่คุณหนูผู้นี้กล่าว แต่เ้านายของนางเป็คนที่อำมหิตมากจริงๆสามารถทำร้ายคนบริสุทธิ์เพื่อสิ่งที่ตนเอง้าได้โดยไม่กะพริบตานางไม่อยากให้คุณหนูผู้นี้ต้องเดือดร้อนเพราะนาง
หวังิซินที่เห็นว่าคงไม่ได้คำตอบอย่างแน่นอนว่า เ้านายของหญิงสาวผู้นี้คือใครจึงได้กล่าวกับหญิงสาวว่า
“เอาเถิดถ้าเ้าไม่อยากพูดถึงก็ช่างมันเถอะ แล้วเ้าจะทำเช่นไรต่อไปเ้ายังมีญาติมิตรอยู่หรือไม่”
“ข้าเป็เด็กกำพร้าจึงถูกขายไปเป็ทาสั้แ่ยังเด็กเ้าค่ะ”
“เช่นนั้น เ้าก็รักษาตัวให้หายก่อนถ้าเ้าไม่มีที่ไป ข้าจะให้เ้าไปทำงานที่โรงงานเครื่องสำอางของข้า”
“ขอบคุณ คุณหนูิซินมากเ้าค่ะ”
หลังจากหวังิซินทานอาหารมื้อกลางวันเสร็จแล้วผู้ช่วยมือหนึ่งของนางพาเจิงเข่อนีมาขอเข้าพบนางที่จวนท่านนายอำเภอหลังจากทั้งสองคนได้คารวะทักทายิซินแล้ว เป็เจิงเข่อนีที่เอ่ยปากว่า
“เ้าของร้านลี่กันเรียกข้าไปพบเ้าค่ะนางได้สอบถามข้าเกี่ยวกับเื่ทั้งหมดข้าจึงได้แจ้งนางไปตามที่คุณหนู้าเ้าค่ะ อีกทั้งข้ายังได้แกล้งสอบถามนางว่าจะทำอย่างไรต่อไปดีเ้าค่ะ”
“นางบอกข้าว่าต่อไปคงต้องใช้วิธีการลดราคาสินค้ามากกว่านี้ เพื่อเป็การเรียกความสนใจของลูกค้าเ้าค่ะ”
“เจิงเข่อนี เ้าทำได้ดีมาก”ิซินเอ่ยชมสายลับของตน
“ขอบคุณเ้าค่ะคุณหนู”
“ข้ามีเห็ดหลินจืออยู่ท่านปู่เป็คนส่งมาให้ข้าจากเมืองหลวง ข้าจะแบ่งให้เ้านำไปบำรุงรักษาแม่ของเ้า”
เจิงเข่อนีที่ได้รับความเมตตาจากเ้านายรีบคุกเข่าลงกับพื้น แล้วคำนับให้กับิซิน
“ขอบพระคุณ คุณหนูมากเ้าค่ะ”
“เ้าลุกขึ้นเถอะแล้วไปรับเห็ดหลินจือที่ท่านพ่อบ้าน”
“เ้าค่ะคุณหนู”
ซิ่งฮวารับหน้าที่นำทางเจิงเข่อนีไปพบกับท่านพ่อบ้านของจวนนายอำเภอเพื่อขอเบิกเห็ดหลินจือจำนวนหนึ่ง เจิงเข่อนีที่ได้รับความเมตตา ตั้งใจว่า จะช่วยเหลือโดยการเป็สายลับให้ดีที่สุดเพราะ้าตอบแทนบุญคุณของเ้านาย