บทนำ (4)
“จริงสิ วันนี้แม่นายโทรมา บอกให้นายโทรกลับด้วย ตอนนั้นนายกำลังอาบน้ำอยู่” พออวี๋ซย่าพูดถึงเื่นี้ขึ้นมา แววตาก็เปลี่ยนไป เขารู้ว่าความสัมพันธ์ของมู่เจ๋ออวี่กับที่บ้านไม่ดีสักเท่าไร และทุกครั้งที่แม่เขาโทรมาก็มักจะไม่ใช่เื่ดี คิดว่าครั้งนี้ก็คงเหมือนครั้งก่อนๆ
พอได้ยินว่าคนที่บ้านโทรมา มู่เจ๋ออวี่ก็ขยับตัว ดวงตาสวยค่อยๆ ลืมขึ้น เขาเอ่ย “หรือว่าจะเห็นข่าวแล้ว อยากจะด่าฉันหรือเปล่า”
“ไม่แน่ใจเหมือนกัน” อวี๋ซย่าตอบพลางมองอีกฝ่ายอย่างเห็นใจ
“…” มู่เจ๋ออวี่ไม่ได้พูดอะไร หยิบมือถือแล้วต่อสายกลับทันที พอปลายสายรับกลับไม่มีเสียงด่ากระทบกระทั่งเหมือนอย่างที่คิดไว้ กลับเป็น้ำเสียงนุ่มนวลที่แม่ของเขาไม่เคยทำมาก่อนแทน “เสี่ยวเจ๋อลูก เมื่อไรจะกลับมาเยี่ยมบ้านอีกล่ะ ตอนนี้ที่บ้านเกิดเื่ อยากให้ลูกกลับมาช่วยหน่อย”
“เื่อะไร” มู่เจ๋ออวี่ไม่ได้เปลี่ยนท่าทีแม้น้ำเสียงของแม่จะเปลี่ยนไปก็ตาม เขารู้ว่ายิ่งแม่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนมากเท่าไรก็ยิ่งยืนยันได้ว่าต้องมีเื่วุ่นวายรอเขาอยู่
“ไว้กลับมาค่อยคุยกันเถอะ คุยผ่านโทรศัพท์ไม่ค่อยสะดวก จริงสิ อย่าลืมแต่งตัวเป็ผู้หญิงด้วยล่ะ ต้องพบใครบางคนด้วยน่ะ”
“แต่งหญิงเหรอ ขอโทษด้วย ผมไม่แต่งหรอก” มู่เจ๋ออวี่ปฏิเสธ
พอได้ยินคำปฏิเสธของคนในสาย คุณแม่มู่ก็ตวาดเสียงแหลมปรี๊ดด้วยความโมโหทันที “หรือแกอยากจะให้พวกเราทั้งครอบครัวตายกันล่ะ! ถ้าแกยังมีความเป็คนอยู่ ก็ฟังที่ฉันพูดซะ!”
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่” มู่เจ๋ออวี่คิ้วกระตุกเล็กน้อย นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้ยินน้ำเสียงที่ดูสิ้นหวังจากแม่ที่แสนแข็งกร้าว หรือว่าที่บ้านจะเกิดเื่อะไรขึ้นจริงๆ
“กลับมาเดี๋ยวก็รู้เอง!” พูดจบก็วางสายไป
มู่เจ๋ออวี่มองโทรศัพท์ คิ้วขมวดแน่น
คลื่นเก่ายังไม่ทันสงบคลื่นใหม่ก็มาซะแล้ว!
เขาหงุดหงิดสุดๆ อวี๋ซย่าเห็นสีหน้าอีกฝ่ายก็อดถามไม่ได้ “แม่นายโทรมามีเื่อะไร”
มู่เจ๋ออวี่บอกสิ่งที่แม่เขาพูดให้อวี๋ซย่าฟัง อีกฝ่ายฟังจบสีหน้าก็ดูดุร้ายทันที เขากล่าว “ฟังฉันนะ อย่าไปเด็ดขาด! พวกเขาต้องมีแผนร้ายแน่!”
“แต่ไม่ว่ายังไงพวกเขาก็เป็ครอบครัวผม แล้วนี่ก็เป็ครั้งแรกที่ผมได้ยินแม่พูดด้วยน้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้ อาจเกิดเื่บางอย่างขึ้นจริงๆ ก็ได้” มู่เจ๋ออวี่มองผู้จัดการแล้วตอบกลับ
“เจ๋ออวี่ ทำไมนายถึงได้โง่แบบนี้ พวกเขาเคยเห็นนายเป็ลูกแท้ๆ เสียที่ไหน นั่นเป็เพราะว่านาย...เฮ้อ ยังไงฉันก็กล้ายืนยันว่าพวกเขาต้องมีแผนร้ายแน่!” อวี๋ซย่าชะงัก เหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็กลืนกลับลงคอไป
“พี่ซย่า ขอบคุณพี่จริงๆ แต่ยังไงผมก็คงต้องไปดูสักหน่อย ต่อให้พวกเขาจะมีแผนไม่ดี แต่ก็คงไม่ถึงขั้นทำให้ผมตายหรอกใช่ไหมล่ะ”
“…” พอเห็นว่ามู่เจ๋ออวี่ตัดสินใจแล้ว อวี๋ซย่าก็ได้แต่ถอนหายใจ “ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล ก็โทรหาฉันได้เลย ฉันจะไปช่วยนายทันที!”
“ฮะๆ พี่ซย่า พี่พูดแบบนี้ทำเหมือนว่าผมกำลังจะไปลงสนามรบอย่างนั้นแหละ ไม่เป็ไร สบายใจเถอะ” มู่เจ๋ออวี่ปลอบใจผู้จัดการ
ตอนบ่ายในวันเดียวกัน มู่เจ๋ออวี่ก็แต่งตัวเป็ผู้หญิงแล้วนั่งเครื่องบินกลับ
ณ บ้านมู่...
หลังจากที่คุณแม่มู่วางสาย ก็หันไปมองผู้ชายกับผู้หญิงที่นั่งอยู่บนโซฟา “เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวเสี่ยวเจ๋อก็กลับมาแล้วละ ฉันรู้นิสัยของเขาดี ต้องกลับมาแน่นอน”
ในตอนนี้ น้ำเสียงของคุณแม่มู่ดูมีความสุข ไม่เหมือนกับกำลังสิ้นหวังจะร้องไห้อย่างตอนที่คุยกับมู่เจ๋ออวี่เลยสักนิด
“ทำได้ดี หนึ่งล้านนี่เป็เงินมัดจำ รอให้เขาได้แต่งงานกับคนที่ฉันพูดถึงแล้ว อีกหนึ่งล้านที่เหลือก็จะถูกส่งเข้าบัญชีตรงเวลา” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างเ็า
“คุณชายหลี่ เกรงใจกันเกินไปแล้วค่ะ พวกเราต้องให้เสี่ยวเจ๋อแต่งงานกับคนคนนั้นแน่นอน เดิมทีเสี่ยวเจ๋อก็เป็ M อยู่แล้ว การหาคู่แต่งงานก็นับว่าเป็เื่ที่ต้องทำ” คุณแม่มู่พูดด้วยสีหน้าประจบสอพลอ
พ่อ น้องชาย และน้องสาวของมู่เจ๋ออวี่ที่อยู่ด้านข้างกลับมองไปยังเงินหนึ่งล้านที่อยู่บนโต๊ะเป็ตาเดียว ในหัวจินตนาการถึงเหล้าชั้นดี เครื่องเกม และชุดเสื้อผ้าสวยๆ
คุณแม่มู่พูดจบ หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ ชายหนุ่มกลับเอ่ยเตือน “ห้ามเรียกคุณชายหลี่อีก หลังจากนี้ต้องเรียกว่าคุณชายกัว”
“อ้อ ได้ค่ะได้ คุณหนูหลินพูดถูกแล้วค่ะ เมื่อกี้พลั้งปาก พูดผิดไปหน่อย คุณชายกัว” คุณแม่มู่รีบแก้ทันที
“คนคนนั้นจะมาภายในวันนี้ ให้เขาเห็นลูกชายของคุณตอนแต่งเป็ผู้หญิง คิดว่าคงชอบไม่น้อยเลย ถ้าจัดการเรียบร้อยแล้วก็ติดต่อหาลี่ลี่ซะ” พูดจบ ชายหนุ่มก็พาหลินลี่กลับไป
คุณแม่มู่ไม่รู้ว่าหลินลี่ก็คือแฟนเก่าของมู่เจ๋ออวี่ ตอนที่ทั้งสองคบกันคนในบ้านไม่รู้เื่นี้ แน่นอนว่าต่อให้รู้ก็ไม่มีประโยชน์ เดิมทีพวกเขาไม่ได้ใส่ใจลูกชายคนนี้อยู่แล้ว
เมื่อคนทั้งสองกลับไปแล้ว ครอบครัวมู่ก็เข้ามาล้อมเงินสองถุงที่อยู่บนโต๊ะ ตื่นเต้นเสียยิ่งกว่าอะไร ลืมไปเสียสนิทว่าพวกเขาเอาลูกชายไปแลกเปลี่ยนกับชายหนุ่มที่ไม่เคยเห็นหน้าเพื่อได้มันมา
ในขณะที่มู่เจ๋ออวี่กำลังกังวลว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวหรือไม่ พอลงจากเครื่องบินก็รีบกลับมาที่บ้าน สุดท้ายก็ไม่เห็นว่าบรรยากาศจะน่ากังวลเหมือนอย่างที่คาดไว้ อีกทั้งยังเห็นว่าคนในบ้านกำลังทำการต้อนรับคนปากยื่นแก้มตอบราวกับลิงอย่างกระตือรือร้น เป็ชายที่รูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์สิ้นดี
พอมู่เจ๋ออวี่ปรากฏตัวอยู่ในห้องรับแขก ทุกคนต่างมองมาที่เขาเป็ตาเดียว เขาที่แต่งตัวเป็ผู้หญิงนั้นสวยมากจริงๆ ทำเอาิญญาของชายอัปลักษณ์คนนั้นโดนดูดจนไม่เหลือ
ชายคนนั้นอ้าปากค้างจ้องมองมู่เจ๋ออวี่ที่อยู่หน้าประตู เอ่ยทั้งอ้าปากพะงาบ “ผมชอบ ผมจะแต่งกับลูกชายของคุณ!”
คุณแม่มู่ได้ยินเช่นนั้นก็ยินดีปรีดา พวกเขาเหมือนได้เห็นเงินอีกหนึ่งล้านที่เหลือกวักมือเรียกพวกเขาแล้ว
มู่เจ๋ออวี่ได้ยินคำพูดของพวกเขาก็เข้าใจในทันที คนพวกนี้หลอกเขาจริงๆ ด้วย! เขาน่าจะเชื่อพี่ซย่าว่าอย่ากลับมา!
ในตอนนี้ คุณแม่มู่ยิ้มหน้าบานเดินมาหามู่เจ๋ออวี่ ยื่นมือกำลังจะดึงให้อีกฝ่ายเข้ามา กลับถูกมู่เจ๋ออวี่หลบเลี่ยงเสียก่อน
คุณแม่มู่หัวเราะไม่สนใจ กล่าวว่า “เสี่ยวเจ๋อลูก คุณคนนี้ก็คือสามีในอนาคตของลูกไงล่ะ ลูกต้องเป็เด็กดีนะ แม่ได้ยินมาว่าครอบครัวเขามีเงินเยอะทีเดียว ต้องทำให้ลูกมีความสุขได้แน่นอน”
“ใช่แล้ว แต่งไปเหอะน่า แต่งแล้วพวกเราก็จะได้อีกหนึ่งล้าน...อึก!!!” มู่หลัวน้องชายของมู่เจ๋ออวี่เพิ่งพูดจบก็ถูกคุณแม่มู่อุดปากเอาไว้
แต่มันสายไปแล้ว มู่เจ๋ออวี่ได้ยินหมดแล้ว เขามองคนในครอบครัวตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ เพื่อเงินหนึ่งล้านถึงขั้นต้องขายเขาทิ้งเลยงั้นเหรอ
สารเลว!
มู่เจ๋ออวี่จะยอมงั้นเหรอ จะเป็ไปได้ยังไงกัน!
ทันใดนั้นเขาก็กระแทกส้นสูง หมุนตัววิ่งออกมา คุณแม่มู่เห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งตามออกไป น้องชายน้องสาวและพ่อของมู่เจ๋ออวี่เองก็ตามออกมาเช่นกัน
ไม่ไล่ตามได้ไงล่ะ ไม่ตามก็ไม่ได้เงินน่ะสิ!
พอได้ยินเสียงที่ตามหลังมา มู่เจ๋ออวี่ก็ปวดใจแสนสาหัส บ้านหลังนี้เขาจะไม่มีวันกลับมาอีก...