ปลาไหลลายเสือ [ บุรามฉัตร ]

    บทที่ 9 [ 2 ]

    แป้งร่ำไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าพาหนะคันใหญ่ที่ขับออกมาแล่นอยู่บนท้องถนนนานเท่าไหร่ไม่รู้ตัวสักนิดว่ารถยนต์ของเธอวิ่งฝ่าความเร็วบนท้องถนนโล่ง...ข้างทางที่มองผ่านแม้จะเห็นตึกรามบ้านช่องเรียงอยู่ติดกันเป็นแถว แต่ภาพเหล่านั้นก็พร่ามัวหรือนั่นอาจเป็นเพราะม่านน้ำตาที่เอ่อท้น

                    เธอใช้หลังมือปาดน้ำใสกะพริบตารัวเร็วเพื่อขับไล่ความอัดอั้นที่สุมอยู่ในอก...นี่หรือคือเวลาที่เธอรอคอยนานนับสิบกว่าปี มันคุ้มค่ากับหัวใจของเธอหรือไม่ ที่ยังคงฝังจำกับเขาคนนั้นเขาซึ่งเป็นรักแรกของเธอ

                    ‘พี่ปลา...ทำไมชอบมาดึงหางเปียของแป้งอยู่เรื่อยเลย’ เด็กหญิงแป้งร่ำขณะนั้นทำหน้าง้ำพลางโบกปัดมือของเด็กชายที่ยังคงดึงหางเปียเธอไม่หยุด

                    ‘อยากรู้เหรอ...ไม่บอกหรอก’ พี่ปลาของเธอในตอนนั้นยังคงดึงหางเปียไม่หยุดแถมยังกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจที่ได้แกล้งเธอ

                    เขาแลบลิ้นปลิ้นตาใส่...เธอวิ่งกวดเท่าไหร่แต่ก็ไม่ทันเพราะขานั้นสั้นกว่า แต่ก็ไม่วายที่จะโบกไม้โบกมือหวังปัดให้โดนตัวเด็กชายตัวแสบแต่เมื่อเขาวิ่งเป็นวงกลมจนเธอเหนื่อยสิ่งที่เด็กหญิงอย่างเธอจะทำได้ก็คือ...ไม้ตาย

                    น้ำตาของเด็กขี้แยเรียกให้คุณแม่ของพี่ปลาออกมาดุ แล้วก็จับมือคนขี้แกล้งเอาไว้ไม่ให้ดิ้นก่อนจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น

                    ‘พี่เขาแกล้งอะไรลูก...ไหนบอกน้ามาซิเดี๋ยวน้าจะตีพี่เขาให้’

                    ยิ่งโดนถาม...เธอจำได้ว่าเอาแต่ร้องไห้ไม่รู้กลัวที่น้ำเสียงคุณกาญจนานั้นเข้มงวด หรือกลัวที่คุณแม่ของพี่ปลากำลังเงื้อมือตั้งท่าจะหวดก้นเขากันแน่

                    สุดท้ายเด็กชายก็ถูกฟาดด้วยมือไปสามครั้งจนเขาต้องแอ่นตัวไปข้างหน้า เหมือนกำลังกระเด้งขึ้น วินาทีนั้นเธอรู้สึกผิดที่ความขี้แยของเธอ ทำให้พี่ชายจอมแกล้งต้องโดนฟาด

                    เธอจำได้ว่าตัวเองได้แต่ยืนตาปริบๆเห็นแต่หน้าตาขุ่นเคืองในตัวเขา เข้าใจว่าคงจะโกรธเธอ เข้าใจเช่นนั้นมาตลอดและยังจดจำได้เสมอ แม้ว่าเรื่องราวเหล่านั้นจะผ่านพ้นมาเนิ่นนาน

                    ภาพเหตุการณ์ครั้งหนึ่งลอยวนไปมาอยู่นอกหน้าต่างรถบางครั้งมันรัวเร็วจนในหัวนั้นอึดอัดและบางครั้งภาพเหล่านั้นก็ทำให้รู้สึกอ่อนล้าและสับสน

                    ภาพเหตุการณ์ในอดีตหยุดกึกลงเมื่อเสียงเคาะกระจกรถดังขึ้น...แป้งร่ำถึงรู้สึกตัวว่าตอนนี้เธอกำลังจอดรถเข้าข้างทางเธอเงยหน้าขึ้นจากการซวนซบอยู่หลังพวงมาลัยรถ นี่เธอไม่รู้ตัวแม้กระทั่งว่ารถมาจอดอยู่ที่ไหนตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังก้มหน้าร้องไห้อย่างเอาเป็นเอาตาย

                    แป้งร่ำเงยหน้าขึ้นทั้งที่แก้มสองข้างยังคงเปียกชื้นมองผ่านกระจกรถไปก็เห็นนายตำรวจคนหนึ่งกำลังค้อมตัวมองข้างกระจกรถ แล้วริมฝีปากกำลังขยับเหมือนพูดอะไรบางอย่างเธอเอามือปาดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะลดกระจกลง

                    คำแรกที่ตำรวจหนุ่มนายนั้นเอ่ยถามก็คือ“มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ”

                    หญิงสาวคิดอะไรไม่ออกนึกพาลอยากจะตะโกนใส่หน้านายตำรวจผู้หวังดีตรงหน้าเหลือเกิน ‘อย่ามายุ่งกับฉันได้ไหม...คนกำลังอกหักคนกำลังเสียใจ คุณเป็นใครกัน จะมาช่วยอะไรได้ หรือว่าจะมาช่วยดามใจฉันล่ะ’

                    ทำได้เพียงแค่คิดนายตำรวจหนุ่มตรงหน้ายื่นผ้าเช็ดหน้าผืนบางสีเทาหม่นส่งมาให้.เธอส่ายหน้าปฏิเสธความหวังดี แม้คำพูดที่เขาเอ่ยก็แทบไม่ได้ยิน

                    “รับไว้เถอะครับ...เช็ดน้ำตาซะก่อนตอนนี้หน้าตาคุณดูไม่จืดเลยนะครับ ไม่เชื่อก็ลองส่องกระจกดู”

                    แป้งร่ำยื่นมือไปรับผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นคลี่ออกก่อนจะซับเข้าไปที่วงหน้าเปียกชื้นหันไปมองหน้าผู้หวังดี ก็เห็นเขายิ้มให้อย่างกันเอง...คนกำลังใจเสียหัวใจจึงชื้นขึ้น

                    ท่ามกลางความเศร้าเสียใจแม้เพียงรอยยิ้มเล็กๆจากคนแปลกหน้า ก็ทำให้หัวใจคลายทุกข์ได้กระนั้นหรือ...

                    “ผมร้อยตำรวจโทก้องภพครับ...”ชายหนุ่มที่แต่งเครื่องแบบนายตำรวจเต็มยศแนะนำชื่อ พร้อมกับบอกสถานีตำรวจท้องที่ซึ่งตัวเองสังกัดอยู่

                    แล้วประโยคถัดไปที่ทำให้แป้งร่ำรู้สึกประหลาดใจและคุ้นชินในคราเดียวกันก็ออกมาจากปากของเขา “เราเคยรู้จักกันมาก่อนไหมครับทำไมผมถึงรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาคุณจังเลย เหมือนกับว่าเราน่าจะเคยรู้จักกันที่ไหน”

                    ชายหนุ่มตรงหน้ายังคงทำท่าครุ่นคิดแต่คนถูกถามกลับนึกไม่ออกเพียงแต่รู้สึกบ้างเช่นกันว่าตำรวจหนุ่มดูคุ้นตาอย่างที่พูด

                    เธอจึงแนะนำตนเอง “ฉันชื่อแป้งร่ำ”

                    “แป้งร่ำ...คุณชื่อแป้งร่ำ”เขาพูดชื่อเธอซ้ำสองครั้ง พร้อมกับทำหัวคิ้วย่นขึ้น

                    น้ำตาเมื่อครู่เริ่มเหือดแห้งลงไปกลับมีรอยยิ้มแต้มอยู่มุมปากเมื่อทำท่านึกไปถึงความคุ้นเคยที่ฝ่ายชายอ้างถึง...แล้วเพียงครู่เขาก็ทำท่าตื่นเต้นเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้

                    “นั่นแป้งจริงๆด้วย”

                    เขานึกออกอย่างนั้นหรือว่าเธอเป็นใครแต่ทำไมเธอกลับจำเขาไม่ได้ หรือว่านายตำรวจหนุ่มตรงหน้าแอบขี้ตู่

                    “ผมครับ...นายก้องที่ชอบดึงเปียของน้องแป้งไง”

                    แม้ยังนึกไม่ออก...ว่าชายหนุ่มที่ชื่อก้องภพนี้เป็นใครแต่ประโยคสุดท้ายที่เขาพูด ทำเอาเธอตกตะลึงเพราะมันช่างคล้ายกับเรื่องราวในวัยเด็กที่อยู่ในความทรงจำของเธอ...แต่ผู้ชายที่ชอบดึงเปียเธอก็คือกัลปพฤกษ์...ไม่ใช่ก้องภพ

                    “คุณเป็นใครคะ...ทำไมถึงรู้จักฉัน”

                    แววตาของแป้งร่ำใคร่รู้และคงแจ่มแจ้งขึ้น หากไม่มีเสียงโทรศัพท์ของใครคนหนึ่งขึ้นมาขัดจังหวะหญิงสาวขอตัวรับโทรศัพท์หน้าจอมีชื่อของคุณปรารถนากะพริบเป็นระยะ...มารดาของเธอโทรมาและเธอก็รู้ว่าเรื่องที่จะพูด คงหนีไม่พ้นเรื่องของกัลปพฤกษ์

                    เธอเดาผิด...เมื่อประโยคแรกทางปลายสายเอ่ยขึ้นและเสียงคนพูดไม่ใช่เสียงของคุณปรารถนา แต่เป็นเสียงของปิ่นมุก น้องสาวของเธอ

                    น้ำเสียงของปิ่นมุกร้อนรนจนเธอลืมความสนใจชายหนุ่มชื่อก้องภพไปชั่วขณะและตกใจจนมือไม้สั่นปากสั่น เมื่อน้องสาวของเธอบอกข่าวร้าย

                    “พี่แป้ง...พี่แป้งอยู่ที่ไหนรีบมาด่วน ตอนนี้แม่ประสบอุบัติเหตุ”

                    ปิ่นมุกพูดไปร้องไห้ไปน้ำเสียงขาดห้วงไม่เป็นคำ...ไม่ต่างจากเธอมือข้างที่ถือโทรศัพท์อ่อนแรงจนจับเครื่องมือสื่อสารนั้นไม่อยู่ร่วงหล่นลงบนหน้าตัก

                    หัวสมองมึนชา...ดั่งพายุลูกที่สองลูกที่สามกำลังเคลื่อนที่ด้วยความแรงลมขนานใหญ่...วินาทีนี้นึกห่วงมารดาจับใจทำตัวไม่ถูก ไม่ได้ยินเสียงของนายตำรวจหนุ่มสักนิดว่าเขากำลังพูดอะไรและก็ไม่รู้ตัวเลยว่าทำไมถึงยอมลุกออกจากที่นั่งคนขับย้ายมานั่งเบาะด้านข้างคนขับตั้งแต่เมื่อไหร่

                    ไม่รู้ทำไมถึงไว้ใจให้ผู้ชายที่ไม่รู้จักมักคุ้นขึ้นมานั่งแทนที่คนขับ หรือเป็นเพราะเครื่องแบบนายตำรวจที่น่าเชื่อถือดูแลทุกข์สุขของประชาชนหรือเป็นเพราะความรู้สึกอันคุ้นเคยบางอย่างที่เคยก่อเกิด

                    นายตำรวจหนุ่มขึ้นไปนั่งแทนที่คนขับหลังจากประคองหญิงสาวออกจากตัวรถ เพื่อไปนั่งเบาะด้านข้างแป้งร่ำหันไปมองหน้าผู้ชายแปลกหน้า ไม่เข้าใจตัวเอง...ได้แต่นั่งนิ่งดวงตาเหม่อลอย ตอบคำถามชายหนุ่มได้เพียงอย่างเดียว ว่าตอนนี้จะไปที่ไหน

                    ‘ขออย่าให้แม่เป็นอะไรเลย’

    ..........................................

    คล้ายกับเรื่องปลาไหลลายเสือ [ บุรามฉัตร ] ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405