ส่วนคนเป็สาเหตุให้หญิงสาวหลับได้ยากยิ่งนั้น ก็เพิ่งเดินลงมาจากห้องพระ หลังสวดมนต์และทำวิปัสสนาราวชั่วโมงครึ่ง มีเต้ยเดินตามไม่ห่าง แล้วเลี่ยงเข้าห้องของตัวเอง ส่วนเขาก็เข้าห้องเช่นกัน แต่ยังไม่ได้ขึ้นเตียง หากเป็โต๊ะตรงหน้าต่าง มีแล็ปท็อปตั้งอยู่คือจุดหมาย
ก่อนอื่น เขาตอบไลน์ปณิตาที่ส่งมาถามถึงธุระด่วน ตอนเขาบอกว่าขอปลีกตัวไปทำก่อนเมื่อตอนบ่ายๆ วันนี้ เดาได้ว่าอีกฝ่ายคงอยากรู้ให้แน่ชัด ว่าเขาไปไหน ทำอะไร หรือกับใครกันแน่
แต่ก็ยังรักษาชั้นเชิงและใช้วิธีถามแบบมีขอบเขต และมีมารยาทมากพอ ด้วยการไม่ก้าวก่ายเื่ส่วนตัว ถ้าเขาไม่เป็ฝ่ายเอ่ยปากบอกก่อน ข้อดีนี้เขาประทับใจไม่น้อย จนต้องให้คะแนนเพิ่มไปอีกหนึ่ง
ทว่ากับอีกสาวที่มีคะแนนในระดับกลางของกลุ่มนั้น กลับได้เพิ่มอีกห้า ไม่รู้ว่าทำไม เพราะหาเหตุผลมารองรับไม่ได้ เขาจึงใช้ความรู้สึกที่เป็สุขใจเอามากๆ ตอนได้ลิ้มลองสองกลีบบุปผามาวัด
ไม่รู้ว่าเธอจะเคยผ่านประสบการณ์แบบนี้บ้างไหม แต่เท่าที่สังเกตอาการแข็งทื่อของกายอรชร ตอนเขาเรียวกระจับอยู่นั้น มันบอกได้ในระดับหนึ่งว่า
‘ไม่’
และไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้ดีใจนักหนา เมื่อตัวเองอาจจะกลายเป็จุมพิตแรกของเธอ แน่นอนว่า ใบหน้าสวยใสก็ลอยมาอยู่ใกล้ๆ เขา แม้ในขณะเดินไปทิ้งตัวลงนอน ก็เผลอยกแขนขึ้นก่ายหน้าผาก
แล้วคิดถึงบ้านหลังน้อย คิดถึงเรือนร่างอรชร ที่อิงแอบอยู่กับอกไม่จบสิ้น หัวใจก็เต้นตึกตัก ราวกับหนุ่มน้อยที่เพิ่งพานพบรักครั้งแรกก็ไม่ปาน แล้วไม่นานก็หลับไปด้วยหัวใจเป็สุข
และในเช้าวันใหม่ เขาก็ตื่นขึ้นมาพร้อมความสดใส หัวใจก็ให้เบิกบาน ยิ่งลงไปห้องอาหารในเวลาสายกว่าทุกวันหน่อยเพราะเป็วันหยุดแล้ว เห็นสมาชิกอยู่พร้อมหน้า ได้พูดคุย ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันด้วยแล้ว เขายิ่งเป็สุขมากขึ้น
“เกียร์! เที่ยงนี้ไปไหนหรือเปล่าจ๊ะ”
แม่รีบเอ่ยเพราะกลัวจะลืม ส่วนลูกกำลังตักข้าวต้มจะเข้าปากอยู่อย่างไม่รีบร้อนนัก ก็ครุ่นคิดนิดหนึ่ง ด้วยไม่แน่ใจ ว่าสองยายหลานจะต้องอยู่โรงพยาบาลต่อ หรือหมอจะให้กลับ
ครั้นจะโทรถามก็ยังเช้าอยู่ และไม่อยากให้คนในบ้านรู้เื่สักเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าจะกลัวใคร แค่ยังไม่อยากให้ใครมายุ่งวุ่นวายเื่หัวใจมากมายเท่านั้น
“อืม! จำตารางไม่ได้ครับ คุณแม่มีอะไรครับ”
“อ้อ! ไม่มีอะไรมากหรอกจ้ะ แค่คุณอ้วนกับหนูอ้อน ชวนแม่ไปดูทำเลทที่ว่าจะเปิดร้านกาแฟจ้ะ แม่ก็เลยคิดว่า ถ้าเกียร์ว่างจะชวนไปช่วยดูหน่อย”
“กี่โมงครับ”
เขาเอ่ยเสียงนุ่ม แล้วครุ่นคิดว่าทำไมเมื่อวานนี้ปณิตาไม่บอกอะไรเลย แต่ก็เข้าใจว่าคงไม่อยากรบกวนเขา และแน่นอนว่าแม่อยากจะหาโอกาสให้เขา ได้อยู่กับหญิงสาวที่แม่หมายตาเอาไว้เป็สะใภ้เอง
“ก็น้าอ้วนชวนแม่ไปกินมื้อเที่ยงที่บ้านก่อน แล้วค่อยออกไปดูร้าน ถ้าเกียร์ไม่มีธุระก็ไปกับแม่นะ”
“ออกจากบ้านเราราวสิบเอ็ดโมงหรือเปล่าครับคุณแม่” เพราะแม่ไม่ได้ตอบในสิ่งที่เขาอยากรู้ แต่ดันแอบมัดมือชกอย่างแเี
“ก็น่าจะประมาณนั้นล่ะจ้ะ เป็อันว่าตกลงใช่มั้ยจ๊ะ”
“ครับ”
ไม่ใช่ว่าเพราะเกรงใจแม่ หรือเพราะอยากไปเจอหน้าอีกสาว แต่เป็เพราะเขาล้มเลิกแผน ที่จะไปดูสองยายหลานในโรงพยาบาลมากกว่า ด้วยคิดได้ว่า คงไม่ดีแน่ ถ้าจะทำให้สาวที่เขาเพิ่งมอบจุมพิตเมื่อคืนนี้อึดอัด เวลาเจอหน้ากะกัน การเว้น่ไปบ้างคงจะดีไม่น้อย
จู่ๆ มือถือในกระเป๋าของเขาก็ดัง เลยต้องรีบเอาขึ้นมาดู มีชื่อ ‘อรรถิมา’ หราอยู่หน้าจอ ซึ่งเป็หนึ่งในหลายสาว ที่มีคะแนนสูง เขารีบเลี่ยงออกจากห้องไปรับข้างนอก เพราะไม่อยากให้แม่ใจแป้ว ที่อุตส่าห์เป็เจ๊ดันให้ปณิตา
“ครับคุณมา มีอะไรให้รับใช้ครับผม” เขาส่งเสียงนุ่มๆ ไปตามแบบฉบับของตัวเองกับคนในสาย
“หือ! ตอบเสียงหวานขนาดนี้ แปลว่าคุณเกียร์อารมณ์ดีใช่มั้ยคะ”
“ครับผม ว่าแต่ยังไม่ได้ตอบเลย ว่ามีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”
“มาไม่กล้าใช้คุณเกียร์หรอกค่ะ แค่จะถามว่าเช้านี้ว่างมั้ยคะ จะชวนไปดูที่แถวรามอินทราหน่อยค่ะ เสร็จงานแล้ว มาจะเลี้ยงมื้อเที่ยง ถ้าคุณเกียร์ยังไม่มีนัดนะคะ แต่ถ้ามีแล้ว มาเลี้ยงกาแฟพอค่ะ”
“อืม! ผมว่างถึงสิบโมงครับ ไม่ทราบว่าพอได้มั้ยครับ”
“ถ้าออกตอนนี้ก็คงทันค่ะ งั้นมาแต่งตัวรอที่บ้านเลยนะคะ แล้วพบกันค่ะ”
“ครับ”
เขาวางสายแล้วถอนหายใจน้อยๆ เพราะอยากจะนั่งกินมื้อเช้ากับครอบครัวให้นานกว่านี้หน่อย และอยากจะเล่นกับเ้าสามตัวด้วย แต่ก็คิดว่า การให้เวลาสาวในรายชื่อ ก็สำคัญไม่น้อย เลยเดินเข้าห้องอาหารไป
“ผมจะออกไปทำธุระแป๊บหนึ่งนะครับคุณแม่ แล้วจะรีบกลับมารับตอนสิบเอ็ดโมง แต่ถ้ารถติดคุณแม่ให้มวนไปส่งที่บ้านคุณน้าอ้วนนะครับ ผมจะไปเจอกันที่นั่นเลย เดี๋ยวถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงยังไงผมจะโทรมาบอกครับ”
“จ้ะพ่อเ้าเสน่ห์”
คนเป็แม่รับคำแล้วเหน็บน้อยๆ ด้วยท่าทีไม่จริงจังนัก เมื่อเดาได้ว่าสายเรียกเข้าเมื่อครู่นี้ คงจะเป็สาวคนใดคนหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนลูกนั้นแค่ยิ้ม มือก็ลูบหัวเ้าสามตัวที่เข้ามาคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ ราวกับมันรู้ว่าเ้านายจะหนีไปข้างนอกอีกแล้วก็ไม่ปาน
“เฮ้อ! ผมต้องทำยังไงนะครับคุณแม่ ถึงจะคิวไม่ว่างอย่างพี่เกียร์บ้าง” น้องชายแซวพี่พร้อมกับส่งสีหน้าและแววตาอิจฉานิดๆ ทว่าไม่ได้จริงจังเอาเสียเลย
“แหมๆๆ นายก็ใช่ว่าจะย่อยนะยะ ได้ข่าวว่าวันก่อนมีสาวบุกไปหาถึงห้องทำงานเลยไม่ใช่เหรอยะ”
จารุวีได้ที เลยรีบดักคอน้องชายด้วยใบหน้าเจือยิ้มน้อยๆ และนั่นก็ทำให้จักรภัทรยิ้มด้วยความชอบใจ เพราะได้ข่าวจากเลขามาเหมือนกัน
“สาวเสิวที่ไหนพี่วีก็ นั่นลูกค้าต่างหาก”
จักรพันธุ์แย้งพี่น้อยๆ ขณะส่งขนมจีบเข้าปากอย่างคนไม่คิดอะไรมาก แต่พี่สาวอีกคนกลับคิดมากแทน
“สวยขนาดนั้น นายคิดค่าบริการเป็อะไรล่ะยะ ขอเดทสองสามครั้ง หรือแค่เลี้ยงข้าวเท่านั้น”
“ถ้าเขายอมก็ดีสิครับคุณนาย คนอะไรเล่นตัวชะมัด หน้าก็ดุ๊ดุ มาหาทีก็มีแต่เื่งานๆๆ จะชวนคุยอะไรก็ไม่เปิดโอกาสให้ซะเลย”
ในที่สุดคนถูกต้อนก็เผยไต๋ออกมาให้ทุกคนได้หัวเราะไปตามๆ กัน
“ผมไปนะครับคุณแม่ แล้วเจอกันครับ”
พี่ชายใหญ่แม้อยากจะอยู่คุยกับทุกคนมากแค่ไหน แต่เมื่อรับปากแล้ว ก็ต้องทำตาม เพราะเป็คนรักษาคำพูดไม่น้อย ทำเอาสมาชิกในบ้านมองตามด้วยความเสียดายไม่แพ้กัน
เพราะวันหยุดถึงจะได้อยู่คุยกันให้สนุกสนานแบบนี้สักครั้ง วันอื่นๆ ก็มักจะรีบเร่งกันทั้งนั้น จะได้เห็นหน้ากันก็ตอนมื้อเช้า บางครั้งลงมาก็ไม่ค่อยจะพร้อมกันอีกต่างหาก ส่วนเ้าสามตัววิ่งตามไปส่งถึงรถเช่นเคย จากนั้นก็เดินคอตกกลับเมื่อพ่อสั่งลาแล้วออกรถไป
มัทรีแทบไม่มีเวลาได้เงยหน้าจากงานตรงโต๊ะไปมองใครเลย เพราะตลอดทั้งอาทิตย์ต้องจัดอบรมทุกวัน เรียกว่าเวลาว่างแม้แต่จะกินข้าวยังแทบไม่เหลือ เสาร์นี้เลยคิดว่าจะไม่กินข้าวในแคนทีน แต่จะทำงานให้เสร็จก่อน ไว้ค่อยไปหาอะไรกินกับสองเพื่อน ตอนเดินเที่ยวตลาดแทน
ส่วนเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ก็ยุ่งไม่แพ้กัน และไม่มีใครยอมจะก้าวขาออกจากห้องไปกินข้าว เพราะต่างคิดว่าเลิกงานแล้ว ค่อยออกไปหาอะไรอร่อยๆ กินข้างนอกแทนเช่นกัน
“สาวๆ ทำอะไรอยู่ มีใครว่างบ้าง”
ชูชาติเดินออกจากห้องมาชะโงกหน้าถาม ในมือมีซองสีน้ำตาลอยู่ ไม่บอกก็รู้ว่าจะได้งานเพิ่มขึ้นแน่ สาวๆ ทุกคนต่างก็ก้มหน้างุด เพราะกลัวจะถูกเรียกใช้ และนั่นหมายความว่า จะได้กลับบ้านช้ากว่าที่เป็
“มัทสรุปรายงานอบรมอยู่ค่ะ พี่ชาติจะให้ทำอะไรมั้ยคะ” มัทรีไม่เคยกลัวงาน เลยไม่ต้องหลบหน้า
“เหรอ! แล้วใกล้เสร็จหรือยัง” ชูชาติยิ้มให้พนักงานอายุน้อยสุดในออฟฟิศด้วยความชอบใจ เพราะไม่คิดจะหนีหน้าเหมือนรุ่นพี่ที่ต่างก้มหน้างุดๆ
“ใกล้แล้วค่ะพี่”
“โอเค! งั้นมัทเอาซองนี้ไปให้คุณอรนภา เลขาคุณเกียร์ทีนะ”
“ค่ะ”
มัทรีรู้ดี ว่าการขึ้นชั้นสามสิบห้าตอนนี้เป็อะไรที่ต้องใช้เวลามาก เพราะใกล้เที่ยงแล้ว ทุกคนต่างใช้ลิฟต์กันทั้งนั้น แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อหัวหน้าสั่งก็ต้องทำตาม
“มัทเอาของออกไปด้วย ส่งเอกสารแล้วก็กลับบ้านเลย ค่อยมาทำรายงานต่อวันจันทร์ พี่ไม่รีบมากหรอก ไปตอนนี้เลยนะ คุณอรรออยู่” สาวๆ ที่ก้มหน้างุดๆ ต่างเงยขึ้นมามองชูชาติเป็ตาเดียวกัน เพราะไม่คิดว่าจะใจดีให้กลับบ้าน ก่อนเวลางานเลิกขนาดนี้
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น







































