พิภพเทพเจ้า

    ต้นกำเนิด ตอนที่3

    ที่ร่างของจ้าวหลงกลับพบแสงสีฟ้าลอยออกมาจากร่างหมุนวนรอบร่างกายของจ้าวหลงเมื่อการม้วนคลายออกร่างกายของจ้าวหลง ร่วงหล่นลงไปข้างล่าง กลุ่มแสงกลุ่มนั้นกับหมุนวนแรงขึ้น และลอยขึ้นสูท้องฟ้า
    " เกิดอะไรขึ้นแสงนั้นคือสิ่งได "
    ระหว่างที่พญางูกำลังตกใจกับเหตุการที่เกิดขึ้น มันจึงเพ่งเล็งไปที่แสงกลุ่มนั้นไม่ได้สนใจจ้าวหลงอีก กลุ่มแสงสีฟ้าลอยขึ้นไปหยุดอยู่กลางอากาศ และเกิดการหมุนวน
    ของแสงสีฟ้า อันสวยงานและอักษรรูนหมุนวนอยู่ลอบแสงกลุ่มนั้น ผ่านไปสักครู่แสงก็หายไปกลับ ปรากฎ บ่างสิ่งที่มีขนาดใหญ่มีดวงตาสีแดง
    ทั้งหมดที่ปรากฏออกมากลับเป็นเงาเหมือนกับงู แต่มีเขามีหนวดยาวออกมา ตามลำตัวมีขายื้นออกมา ปลายหาง โบกสะบัดพัดเป็นเกลียวคลื่น ส่วนหัวจะอยู่กับที่ ส่วนลำตัวและหางจะเลื้อยหมุนวนไปมาอยู่ตลอดเวลา
    (ในยุคสมัยนี้จะไม่มีมังกรเหลืออยู่แล้ว ในยุคอดีตก่อนเกิดการพังทลายของวัฏจักรครั้งใหญ่ในอดีตที่ภูมิภาคนี้ยังเคยมีมังกรอาศัยอยู่แต่หลังจากเกิดการทลายของวัฏจักร มังกรได้หายสาบสูญ ไปโดยไม่มีใครในภูมิภาคหรือโลกนี้รู้ ว่าหายไปได้อย่างลัยหรือหายไปอยู่ที่ใดโดยการพังทลายของวัฏจักรนั้นก็เป็นเพียงเรื่องในตำนานที่ผ่านการเล่ามาจากอดีต)
    หลังจากเงานั้นปรากฏเกิดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วภายในรัศมีห้าสิบก้าว โดยรอบทันที น้ำในแม่น้ำจับตัวเป็นน้ำแข็งทันทีใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งลมหายใจ ตันหญ้ากลับถูกแช่แข็ง โดยรอบลำตัวของเงานั้นมีรัศมีพลังกดดันลงมาที่พญางู ทำให้พญางูไม่อาจแม้แต่จะขยับตัว ร่างกายอันยาวของพญางูถูกกดขนานไปกับพื้นดินโดยที่มันพยายามฝืนแรงกดยกหัวขึ้นมองไปที่เงามันพยายามจะเปล่งเสียงออกมา แต่ด้วยพลัง ของมันกับเงานั้น ต่างกันมากถึงขนาดที่ว่าพญางูไม่อาจสัมผัสพลังของอีกฟายได้เลย
    "ท่าน ท่าน เป็นใคร ข้าเกล็ดนิลไม่เคยเป็นศัตรูหรือ ไปล่วงเกินท่าน เหตุใดท่านต้องมาทำร้ายข้า"
    มันพยายามเป็นอันมากในการที่จะเปล่งเสียงออกมาด้วยความยากลำบาก
    "เราผู้เป็นใหญ่ปรากฏตัวออกมา เจ้าเป็นเพียงแค่สัตว์ชั้นต่ำเจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครถึงจะมาเปล่งเสียงต่อหน้าเราได้ หากเราไม่อณุญาติให้พูด เจ้าคิดว่าเจ้าจะสามารถพูดได้อย่างงั้นรึ"
    เงามังกรในตาสีแดงเป่าลมหายใจเพียงเบาๆไปทาง พญางู พลังงานสีฟ้าที่กดทับร่างส่วนหัวของพยางูหายไป

    "ข้าเป็นใครอย่างงั้นรึ ด้วยอำนาจอันน้อยนิดของเจ้า เจ้าไม่แม้จะมีสิทธิ์ที่จะคุยกับข้าผู้เป็นใหญ่่ด้วยซ่ำ แล้วที่บอกว่าเจ้าไม่เคยไปล่วงเกินข้านั้น เจ้าตาแตกไปแล้วหรืองัย ก็เห็นๆอยู่ว่าข้าออกมาจากร่างกายเด็กหนุ่มนั้นที่นอนอยู่ตรงนั้น ซึ่งก็เป็นเจ้านั้นแหละที่ทำให้มันมีสภาพแบบนั้น เจ้ายังจะบอกว่าข้ากับเจ้าไม่มีความแค้นอีกรึ ก็เป็นเจ้าไม่ใช้หรืองัย ที่ทำให้ข้าต้องออกมา"
    "ท่านผู้อาวุโสข้าผู้น้อย ไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นบริวาณของท่าน ข้าถึ่งได้ล่วงเกินไป ผู้อาวุโส ให้อภัยข้าด้วย"
    "ไม่ต้องมาเรียกข้าว่าผู้อาวุโส ข้ายังไม่แก่ เรียกข้าว่าผู้เป็นใหญ่ แล้วเด็กหนุ่มนั้นก็ไม่ใช้บริวาณข้าด้วย แต่เป็นอะไรนั้น เจ้าไม่มีสิทธิ์รู้ แต่สิ่งที่เจ้าทำลงไป เจ้าจะต้องได้รับผลตอบแทนแต่ด้วยตัวเจ้าไม่รู้เรื่องของเด็กหนุ่มคนนี้ ทำให้เจ้าล่วงเกินเขาไปจะโทษก็ต้องโทษเจ้าที่ดวงซวยขนาดนี้ถึงต้องมาเจอกับเจ้าหนุ่มนี้ ตัวข้าก็ไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้น แต่โทษของเจ้ายังอยู่ โทษดับศูนย์เว้นได้แต่โทษตายเว้นไม้ได้ "
    พญางูฝู้บำเพ็ญถึงขั้นกำหนดจิตขั้นต้นได้ ถ้าไม่ตายเพราะหมดอายุขัยสามารถ สร้างร่างกายใหม่ได้ จากการใช้พลังแห่งการบำเพ็ญเพียร แต่ต้องใช้เวลาในการสร้างร่างกายใหม่ ซึ่งเงามังกร ก็รู้อยู่แล้วว่าพญางูบำเพ็ญเพียรถึงขั้นใหนแต่ โทษของพญางูไม่ถึงขั้นดับศูนย์จนต้องกลับไปเวียนว้ายตายเกิดใหม่จึงไม่ต้องถูกทำลายดวงจิต
    "เจ้าจงทิ้งร่างกายของเจ้าไว้แล้วเจ้าไปได้ เจ้าแค่ใช้พลังแห่งการบำเพ็ญเพียรหนึ่งร้อยปีของเจ้า ใช้เวลาในการสร้างเก้าปี ก็สร้างร่างกายใหม่ได้ "
    "ท่านผู้อาวุโสโปรเมตตา ผู้อาวุโสโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าสัณญาจะไม่ไปข้องแวะเกี่ยวกับเด็กหนุ่มคนนี้อีก ผู้อาวุโสโปรดเมตตา"
    แต่พญางูไม่ยอมรับการลงโทษ พยายามร้องขอความเมตตาจาก เงาร่างมังกร
    "ฮึ ข้าให้โอกาศเจ้าโดยการไม่ทำลายด้วงจิตเจ้า ให้โอกาศเจ้าเพียงแค่จะเสียพลังในการบำเพ็ญเพียรไปเพียงหนึ่งร้อยปีในการสร้างร่างกายใหม่ของเจ้า ดีในเมื่อข้าให้โอกาศเจ้าแต่เจ้าไม่รับ งั่นข้าจะทำให้เจ้าดับศูยย์ไปตลอดการ "
    "ผู้อาวุโสโปรดเมตตาข้า ข้ายอมรับแล้ว"
    "มันสายไปแล้ว เจ้าจงดับศูยน์ไปซะ"
    "ผู้อาวุโสข้ามีของบางสิ่งที่ต้องการจะแลกกับชีวิตข้า"
    "เจ้ามีสิ่งของอันใดอย่างนั้นรึ สิ่งที่เจ้ามีมันจะไปมีประโยชน์อันใดกับเรา ผู้เป็นใหญ่อย่างงั้นรึ"
    พญางูแสดงท่าทางอึกอัก ลังเลชั่ววครู่มัน หยิบลูกแก้วลูกหนึ่งออกมาจากความว่างเปล่า
    "ท่านเห็นของสิ่งนี้ ท่านจะรู้เอง"พญางูใหญ่ส่งสิ่งของมีลักษณะทรงกรมเป็นแก้วใสภายในมี สายฟ้า3สี วิ่งอยู่ภายในลูกแก้วนี้เงามังกร สบัดมือเบ่าๆ ลูกแก้วลอยไปเขามือทันที
    "ฮึม นี้มัน มุกมังกรสายฟ้า เจ้ามีของสิ่งนี้ได้อย่างไร "
    "ของสิ่งนี้ ข้าได้มาจากบรรพบุรุษของข้า บรรพบุรุษให้ข้ามามันเป็นสิ่งตกทอด มาจากยุกอดีต"ของสิ่งนี้ เมื่อปรากฏ อยู่ที่มือข้างหนึ่งของเงามังกรถึงขนาดทำให้ดวงตาสีแดงของร่างเงามังกรเปิดโตขึ้นด้วยความดีใจ ปนไปกลับความตกใจ
    เพราะของสิ่งนี้เกิดจากอำนาจของ มังกรที่มีตบะ ถึงขั้นมังกรจักรพรรชดิ ถึงจะสร้างมุกมังกรขึ้นมาได้ สายฟ้าภายในจะเท่ากับการบำเพ็ญของมังกรตนนั้น สายฟ้าหนึ่งเส้นจะเท่ากับการบำเพ็ญหนึ่งหมื่นปี เท่ากับว่าผู้ที่สร้างลูกแก้วนี้ขึ้นมาจะต้องมี การบำเพ็ญไม่ตำกว่าสามหมื่นปีเป็นแน่
    ถ้ากำจัด เจ้าพญางูตัวนี้ อาจะทำให้มีปัญหากับเจ้าของมุกนี้ในอนาคตได้ข้าจะปลอยมันไว้ก่อนจะดีกว่าเมื่อถึงเวลาค่อยให้เจ้าหนุ่มนี้เป็นคนจัดการเองเพราะถึงอย่างไร ผู้ที่ผนึกข้าไว้บนร่างกายมัน ก็เป็นถึงมารดาของมัน เมื่อมันจัดการกับพญางูตนนี้ จะทำให้ผู้ที่อยู่เบื่องหลังของพญางูต้องเป็นศัตรูกับมารดามัน
    แต่เมื่อไหรก็ตามที่ข้าหลุดออกจากผนึกนี้และสร้างร่างกายได้ข้าจะกินไอหนุ่มนี้เป็นคนแรกเลยให้หายกับความแค้นที่ มารดามันผนึกข้าไว้กับร่างกายมันแต่ถ้าข้าปลอยให้เด็กหนุ่มนี้ตาย จะทำให้จิตของข้าดับศุนย์ไปด้วยแต่ปัญหาคือการที่ข้าจะปรากฏตัวได้ก็ต่อเมื่อ พลังชีวิตของมันจะดับลงเท่านั้นเอง นางมารนั้นมันร้ายกาจนักคิดจะใช้ข้าคอยปกป้องเด็กหนุ่มนี้
    ได้ข้าจะทำแต่สิ่งที่ข้าจะทำคือให้มันเป็นมารร้ายแล้วไปคิดบัญชีกับเจ้าคอยดูแล้วกัน แต่เมื่อไหรเจ้าหนุ่มนี้มันจะรู้ถึงตัวตนของข้ากัน แถมข้ายังต้องถูกผนึกอยู่กับ เจ้านกเหม็นเขียวนี้อีก เงามังกรใช้เวลาชั่วครู่หลั่งจากได้รับมุกมังกรมา
    "ได้ข้าจะรับของสิ่งนี้ไว้ แต่โทษของเจ้าจะยังอยู่ เจ้าจงทิ้งร่างกายของเจ้าใว้แล้วไปได้ ดวงจิตของเจ้า ใช้เวลาอีกเก้าปีก็สร้างร่างกายใหม่ได้ แต่ข้าจะขอเตือนไว้หากทำอันตรายอันใดกับหนุ่มน้อยผู้นี้ อย่าหาว่าเราโหดเหี้ยมก็แล้วกัน เจ้าไปได้แล้ว"
    แล้วจิตวิณญาณของพญางูใหญ่ทิ้งร่างกายของมัน แล้วหายวับไปในแม่น้ำ