วันที่ 20 เดือน 7 ปี 2134 กองกำลังต่อต้านที่นำโดย เรลีน แมนเดรส ได้เปิดฉากบุกโจมตีเมือง B แบบสายฟ้าแลบ ด้วยกลยุทธ์ที่เฉียบขาด พวกเขาใช้เวลาเพียงแค่ 57 นาทีในการยึดพื้นที่ของเมืองเอาไว้ได้ถึงครึ่งหนึ่ง ส่งผลให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลที่หวาดกลัวต้องรีบชูธงขาวขอยอมจำนนเพื่อเอาตัวรอดอย่างหมดสภาพ
วันที่ 22 เดือน 7 ปี 2134 กองกำลัง Arcus ถูกส่งเข้าปราบปราม Kairyu ที่พยายามลักลอบบุกเข้ามาในเมือง A ผ่านช่องโหว่ของกำแพงที่พังทลายลงจากการต่อสู้กับเธนท์ในครั้งก่อน ศัตรูในครั้งนี้มี Kairyu ถึง 2 ตัว ได้แก่ Meganus Tarania และ Meganus Juggent ซึ่งเป็ประเภทพิเศษสายพันธุ์ใหม่ที่มีสัญชาตญาณและความสามารถคล้ายคลึงกับสัตว์ป่ามากกว่าปกติ Tarania มีความสามารถในการพ่นใยแมงมุมที่เหนียวแน่นเพื่อดักจับหุ่น DEP ในขณะที่ Juggent นั้นอันตรายไม่แพ้กันด้วยความสามารถในการพรางตัวกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมราวกับกิ้งก่าคามิเลียน
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น A-5 ผู้เยือกเย็นและรอบคอบจึงได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูล และจัดตั้งระบบการจัดลำดับภัยคุกคามของ Kairyu ขึ้นมาอย่างเป็ทางการ เพื่อรายงานให้นายกรัฐมนตรีไคเธียมได้รับทราบและเตรียมรับมือ
วันที่ 29 เดือน 7 ปี 2134 กลุ่มต่อต้านและหน่วย Arcus ได้ตัดสินใจผนึกกำลังกันจนสามารถเข้ายึดครองเมือง C ได้สำเร็จ ทว่าชัยชนะครั้งนี้กลับต้องแลกมาด้วยความสูญเสียที่หนักหนาขึ้นกว่าเดิม นั่นเป็เพราะฝ่ายรัฐบาล The Unbash เริ่มจัดเตรียมกำลังพลและตอบโต้กลับอย่างรุนแรง เพื่อปกป้องอำนาจและวิถีชีวิตแบบเก่าของพวกตนเอาไว้
วันที่ 1 เดือน 8 ปี 2134 ปฏิบัติการบุกเข้ายึดเมือง D ล้มเหลวไม่เป็ท่า เนื่องจากมีหุ่นรบ DEP ปริศนาสีดำทมิฬปรากฏตัวขึ้นมาขัดขวางการโจมตีเอาไว้ด้วยพลังที่เหนือชั้น ส่งผลให้กลุ่มต่อต้านไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสั่งล่าถอยโดยด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้กองกำลังต้องสูญเสียไปมากกว่าที่จำเป็
วันที่ 6 เดือน 8 ปี 2134 หลังจากรวบรวมกำลังพลรอบใหม่และจัดเตรียมยุทโธปกรณ์จนพร้อมสรรพ กลุ่มต่อต้านได้ส่งคำร้องขอให้หน่วย Arcus มาร่วมมือกันอีกครั้ง เพื่อเปิดศึกตัดสินและยึดเมือง D มาให้จงได้
วันที่ 6 เดือน 8 [08:19 PM | 20:19 น.]
เสียงคำรามของปืนใหญ่จากยานเกราะดังกึกก้องะเืไปทั่วทั้งเมือง แสงสีวาบวับจากะุปืนและเปลวเพลิงจากแรงะเิสว่างจ้าไปทั่วทุกหัวระแหง ประชาชนจำนวนมากต่างพากันวิ่งหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต ท่ามกลางซากปรักหักพังของหุ่น DEP ร่างของทหาร และเศษซากยานรบที่นอนเกลื่อนกลาดเต็มสมรภูมิ
“หัวหน้าครับ! มีประชาชนติดอยู่ตรงนั้น!” เสียงของทหารนายหนึ่งะโรายงานด้วยความร้อนรน
ทันใดนั้น หุ่นรบ Nuro สีขาวที่คุ้นตา ซึ่งบัดนี้ได้รับการติดตั้งอาวุธยุทโธปกรณ์เสริมจนเต็มอัตราศึก ก็ได้พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูง มันพุ่งเข้าปะทะกับกองกำลังฝ่ายตรงข้ามที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว แม้การโจมตีจะดุดัน แต่ฮิมารุก็ยังคงยึดมั่นในหลักการ เขาไม่ได้ลงมือสังหารใคร แต่เน้นโจมตีเพื่อทำให้ศัตรูหมดสภาพในการต่อสู้ไปเท่านั้น
“หน่วย 3 รีบเข้าไปอพยพประชาชนเดี๋ยวนี้! และยกเลิกการยิงสนับสนุนทั้งหมดซะ ฉันไม่อยากให้ลูกหลงไปโดนพวกเขานะ!” เสียงของฮิมารุสั่งการผ่านวิทยุสื่อสารอย่างเฉียบขาด
“รับทราบครับหัวหน้า!” ทหารนายนั้นตอบรับคำสั่งทันที
Nuro หันขวับไปมองยังทิศทางที่มีกองทัพหุ่นรบศัตรูจำนวนมากกำลังพุ่งกรูกันเข้ามาหา ทันใดนั้น ร่างของหุ่นสีขาวก็เริ่มเปล่งแสงสีแดงฉานสว่างวาบออกมาจากบริเวณข้อต่อของเกราะทุกส่วน
“เปิดใช้งานระบบ AVENEXIS 2.0” หน้าจอแสดงผลขึ้นข้อความ
พริบตานั้น Nuro ได้ทำการปลดแยกชิ้นส่วนเกราะภายนอกออก ชิ้นส่วนเ่าั้แตกตัวกระจายออกเป็ยานรบโดรนขนาดเล็กจำนวนมาก พวกมันพุ่งทะยานทะลวงฝ่าอากาศพร้อมกับสาดะุพลังงานเข้าใส่เหล่า DEP ฝ่ายศัตรูอย่างแม่นยำ ในขณะเดียวกัน เมื่อสลัดน้ำหนักของเกราะนอกทิ้งไป ความเร็วของ Nuro ก็พุ่งทะยานถึงขีดสุด ฮิมารุบังคับหุ่นใช้ความเร็วระดับมหาศาลพุ่งเข้าประชิดและกวาดล้างศัตรูจำนวนนับไม่ถ้วนจนหมดสภาพไปในชั่วอึดใจ ก่อนที่ชิ้นส่วนเกราะทั้งหมดจะบินวนและกลับเข้ามาประกอบเข้ากับตัวหุ่นจนสมบูรณ์เหมือนเดิม
ท่ามกลางความเงียบที่เพิ่งก่อตัว มีเสียงของใครบางคนดังแทรกเข้ามาในช่องสัญญาณอย่างใจเย็น “ในที่สุดก็โผล่หัวมาสักทีนะ…” มันเป็น้ำเสียงที่ราบเรียบ หากแต่อัดแน่นไปด้วยจิตสังหารและความแค้นที่ฝังลึก
ก่อนที่ฮิมารุจะได้กวาดสายตาสำรวจ ลำแสงพลังงานสายหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศเฉียดหน้าจอมอนิเตอร์ของเขาไปอย่างฉิวเฉียด โชคดีที่ปฏิกิริยาตอบสนองของเขาไวพอที่จะกระชากคันบังคับให้ Nuro โยกตัวหลบออกมาได้ทัน
“ลอบกัดทีเผลองั้นเหรอ?! ขี้ขลาดชะมัด!” ฮิมารุสบถออกมาอย่างหัวเสียพลางเพ่งสายตามองหาผู้จู่โจมตี
ทันใดนั้น เงาดำทมิฬขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นเหนือหัวของ Nuro ศัตรูปริศนาเงื้อดาบั์ในมือแล้วฟาดฟันลงมาที่พื้นดินอย่างเกรี้ยวกราด Nuro ดีดตัวะโหลบฉากออกมาได้อย่างหวุดหวิด ทว่าแม้จะหลบคมดาบพ้น แต่ด้วยขนาดและน้ำหนักของอาวุธั์นั้น มันได้สร้างคลื่นแรงกระแทกมหาศาลจนพื้นดินแตกกระจุยเป็วงกว้าง แรงสั่นะเืรุนแรงถึงขั้นทำให้ตึกรามบ้านช่องรอบบริเวณนั้นถล่มครืนลงมาในทันที
Nuro ต้องพยายามทรงตัวตั้งหลักอย่างยากลำบากบนสภาพพื้นที่ที่พังทลาย เมื่อได้จังหวะ ฮิมารุจึงเหนี่ยวไกยิงปืนพลังงานสวนกลับเข้าใส่เ้าหุ่นสีดำตัวนั้นทันที แต่เื่น่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น เมื่อลำแสงทำลายล้างที่พุ่งกระทบเป้าหมายกลับถูกสะท้อนดีดตัวออกไปรอบทิศทาง โดยที่ตัวหุ่นสีดำไม่ได้รับรอยขีดข่วนเลยแม้แต่น้อย
“บ้าน่า! นั่นมันไม่ใช่เกราะ Absorption Life Fiber นี่นา!?!” ฮิมารุเบิกตากว้างด้วยความใและเสียอาการไปชั่วขณะ
หุ่นรบสีดำไม่รอช้า มันเอื้อมมือไปจับที่เอวด้านหลังแล้วขว้างมีดสั้นพลังงานเข้าใส่ฮิมารุอย่างรวดเร็ว Nuro ยกตัวดีดะโหลบวิถีของมีดนั้นไปได้ แต่สิ่งที่ฮิมารุคาดไม่ถึงคือ มีดพลังงานที่พุ่งทะลุไปแล้วนั้นกลับหมุนตวัดโค้งกลับมาในลักษณะคล้ายกับบูมเมอแรง คมมีดเฉือนเข้าที่ด้านหลังของ Nuro อย่างจังจนชิ้นส่วนเกราะหลุดกระเด็นออกไปเล็กน้อย
“ลูกเล่นเยอะนักนะ อะไรกันอีกล่ะเนี่ย!?” ฮิมารุกัดฟันพูดขณะพยายามรักษาสมดุลของหุ่น
ในขณะที่ฮิมารุกำลังรวบรวมสติเพื่อหาทางตอบโต้ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นรหัสที่สลักอยู่บนตัวหุ่นสีดำทมิฬเครื่องนั้น 'ANX-FC001' ตัวเลขดังกล่าวทำให้เขาต้องเบิกตากว้างด้วยความทึ่งปนอึ้ง
“ของก๊อปปี้งั้นเหรอ? นี่พวก Unbash มันสร้าง Nuro ตัวเทียมขึ้นมาได้จริงๆ งั้นสิ! แต่สีของแกมันไม่เหมือนต้นฉบับ!” ฮิมารุะโเยาะเย้ยกลับไปเพื่อกวนประสาทศัตรู
ทันใดนั้น Nuro ได้เปิดช่องเก็บอาวุธที่บริเวณหัวไหล่ออก ก่อนจะสาดขีปนาวุธจำนวนมหาศาลเข้าถล่มใส่ Nuro สีดำตัวนั้นแบบไม่ยั้ง แรงะเิต่อเนื่องดังสนั่นหวั่นไหว เปลวเพลิงและแรงกระแทกเป่าทำลายพื้นที่โดยรอบจนราบเป็หน้ากลอง กลายเป็ลานโล่งๆ ไปในชั่วพริบตา
ทว่า เมื่อกลุ่มควันและฝุ่นละอองค่อยๆ จางลง ภาพที่ปรากฏกลับทำให้ฮิมารุต้องตะลึง Nuro สีดำยังคงยืนตระหง่านอยู่ ณ จุดเดิมโดยไม่เป็อะไรเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำ พื้นดินบริเวณที่มันเหยียบยืนอยู่ก็ยังคงสภาพเดิมไม่บุบสลาย ก่อนที่จะมีเสียงติดต่อแทรกเข้ามาจากฝั่งตรงข้าม
“ช็อกไปเลยสิท่า? นี่คือนวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่า Barium Shield โล่พลังงานที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อบดขยี้หุ่น DEP โดยเฉพาะไงล่ะ” เสียงของนักบินชายฝั่งนั้นดังเย้ยหยันเข้ามาในช่องสัญญาณวิทยุของฮิมารุ
“นายเป็ใครกัน? เธนท์มันเป็คนส่งนายมาใช่ไหม?” ฮิมารุตะคอกถามกลับไปอย่างดุดัน
“โคโลส์ นาโอะ... นั่นคือชื่อของฉัน! และมันจะเป็ชื่อสุดท้ายที่แกจะได้ยินก่อนตาย! คานาตะ ฮิมารุ!!” นาโอะคำรามลั่นด้วยความคลุ้มคลั่งและเคียดแค้น
สิ้นเสียงคำราม Nuro สีดำก็พุ่งทะยานตัวเข้าใส่ทันที มันโยนดาบั์ที่เทอะทะทิ้งไป แล้วชักดาบพลังงานสีฟ้าเล่มใหม่ออกมาแทน ทางด้าน Nuro สีขาวก็ไม่ยอมน้อยหน้า ฮิมารุชักดาบพลังงานของตนขึ้นมาตั้งรับ ก่อนที่หุ่นรบทั้งสองเครื่องจะพุ่งเข้าปะทะฟาดฟันกันอย่างดุเดือด การต้านทานกำลังและคมดาบของทั้งสองฝ่ายทำให้เกิดประกายแสงเจิดจ้าสาดส่องไปไกล เป็การปะทะกันอย่างเอาเป็เอาตายระหว่างประกายดาบสีเหลืองทองและสีฟ้าคราม
และการต่อสู้แห่งความแค้นครั้งนี้จะลงเอยเช่นไร โปรดติดตามได้ในตอนหน้า……
ข้อมูลท้ายตอน
