ฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 100 ต่างกันเกินไป

            สวีชิ่งหรานมีสีหน้าสับสนตอนที่เกิดเรื่องแย่งบรรดาศักดิ์เขาเพิ่งคลอดออกมา จึงไม่รู้เรื่องราวเก่าๆ เหล่านี้

            “ท่านแม่พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?”เขาถาม

            ฮูหยินสวีรู้เรื่องราวในอดีตไม่มากนักจึงอธิบายให้สวีชิ่งหรานฟังอย่างละเอียด

            “เมื่อก่อนฮูหยินผู้เฒ่าฟู่และท่านโหวมีความรักใคร่ปรองดองกันมากความเสียใจเพียงอย่างเดียวคือไม่มีบุตรด้วยกัน ตอนที่ฮูหยินผู้เฒ่ามีอายุสามสิบเจ็ดสามสิบแปดปีคิดว่าคงไม่มีบุตรแล้ว จึงได้ท่านโหวออกหน้า รับเด็กชายอายุสองขวบจากในตระกูลมาเลี้ยงซึ่งก็คือฟู่ถิงเย่ที่โด่งดังในทุกวันนี้ ท่านโหวได้สอนศิลปะการต่อสู้ให้ฟู่ถิงเย่ด้วยตนเองส่วนฮูหยินผู้เฒ่าฟู่เองก็ดูแลประหนึ่งบุตรแท้ๆ”

            ฮูหยินสวีหยุดคำพูดถอนหายใจเบาๆ แล้วกล่าวต่อ “ใครจะรู้ว่าหลังจากนั้นไม่กี่ปี ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ก็ตั้งครรภ์ตอนนั้นนางก็อายุสี่สิบกว่าแล้ว สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงเหมือนสตรีที่ยังสาว เรียกได้ว่าต้องแลกชีวิตครึ่งหนึ่งของตนไปเพื่อคลอดบุตรออกมาต้องลำบากมากเพียงนี้ ลองคิดดูสิว่าจะรักบุตรคนนี้ที่ได้มายากเย็นขนาดไหน”

            สวีชิ่งหรานได้ยินเช่นนี้ก็เริ่มเข้าใจเรื่องราวคร่าวๆพึมพำขึ้นว่า “เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าฟู่มีสายเลือดแท้ๆ ของตัวเองแล้ว ย่อมไม่ยินยอมให้บรรดาศักดิ์ตกเป็นของฟู่ถิงเย่”

            “เป็นเช่นนั้น” ฮูหยินสวีพยักหน้า“ท่านโหวถือเรื่องกฎเกณฑ์มาก ถึงแม้จะรักใคร่บุตรชายคนเล็ก แต่ก็ไม่อยากให้บุตรชายคนโตเสียใจจึงไม่เห็นด้วย ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่จึงอาละวาด แม้แต่ฮ่องเต้และฮองเฮาในขณะนั้นก็ยังต้องเข้ามาเกี่ยวข้องท่านโหวรู้สึกอับอายขายหน้า หลังจากมีพระราชโองการออกมาได้ไม่นาน ก็พาฟู่ถิงเย่บุตรชายวัยสิบขวบไปประจำการที่ค่ายทหารชายแดน”

            สิบขวบ เป็นวัยที่รู้ความแล้ว

            การเปลี่ยนแปลงของมารดาที่พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน[1] ขนาดนี้ หากจะบอกว่าฟู่ถิงเย่วัยสิบขวบไม่เสียใจก็คงเป็นไปไม่ได้

            ท่านโหวรู้สึกสงสารจึงพาเขาออกจากจวนโหว เพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นมารดาที่เย็นชามากขึ้นทุกวัน

            ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ให้ความรักแค่กับสายเลือดของตนไม่ได้กังวลเลยว่าฟู่ถิงเย่วัยสิบขวบจะต้องเผชิญกับคมดาบคมหอกในสนามรบ

            “ท่านแม่ทัพฟู่เป็นบุรุษที่ยิ่งใหญ่”สวีชิ่งหรานเอ่ยจากใจจริง “ถึงตอนนี้ก็ยังไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องสืบทอดบรรดาศักดิ์เลย”

            ด้วยตำแหน่งและอำนาจในตอนนี้อยากจะเอาบรรดาศักดิ์คืนก็ง่ายดาย แต่เขาก็ไม่ทำ เพราะเห็นแก่ความรู้สึกของฮูหยินผู้เฒ่าฟู่

            ในสายตาของฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ฟู่ถิงเย่ก็เป็นเพียงคนนอก ไม่มีสิทธิ์ที่จะสืบทอดบรรดาศักดิ์ที่เป็นของตระกูลฟู่

            “ตอนนี้ตำแหน่งบรรดาศักดิ์ยังว่างอยู่จวนโหวก็ไม่มีบุตรชายคนอื่น ตำแหน่งนี้คงตกเป็นของฟู่ถิงเย่เข้าสักวัน ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่น่าจะต้องการให้เฉิงหว่านเมี่ยวมีบุตรแล้วให้บันทึกชื่อของเด็กคนนั้นไว้ในนามบุตรของบุตรชายที่ตายไปตั้งแต่ยังเล็กของนางเพื่อจะได้สืบทอดบรรดาศักดิ์ต่อ”

            ฮูหยินสวีพูดถึงข้อสันนิษฐานของตัวเองกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย “ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ยึดติดมากเกินไป นางพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ฟู่ถิงเย่ได้สืบทอดบรรดาศักดิ์”

            สวีชิ่งหรานฟังแล้วก็มีสีหน้าเคร่งขรึม“เช่นนั้นก็สมเหตุสมผลแล้ว...ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ถึงได้ปฏิเสธคนที่มาสู่ขออยู่เรื่อยที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง…”

            ในเมืองเซิ่งจิงแห่งนี้คนที่อยากจะเข้ามาพัวพันกับจวนโหวมีไม่น้อย การแต่งงานก็ถือว่าเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดถึงแม้เฉิงหว่านเมี่ยวจะมาจากจวนโหว แต่ก็ไม่ใช่คนของจวนโหว ง่ายต่อการจัดการ และยังสามารถเข้าใกล้ฮูหยินผู้เฒ่าได้ด้วยปีที่ผ่านมาจึงมีคนมาสู่ขอไม่น้อย ตระกูลสวีก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น

            แต่ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ก็ไม่เคยเปิดปากพูดออกมาเลยสักครั้งมองๆ ดูแล้วตอนนี้เฉิงหว่านเมี่ยวก็อายุสิบหกปีแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่ากลับยังไม่ยอม ท่าทางเช่นนี้ชวนให้ผู้คนเกิดความสงสัยยิ่งนัก…

            ฮูหยินสวีถอนหายใจอีกครั้ง“แต่ว่าวันนี้เจ้าลงไปช่วยเฉิงหว่านเมี่ยว เรื่องงานแต่งครั้งนี้…”

            “ท่านแม่ไม่ต้องกังวล”สวีชิ่งหรานปรับสีหน้าให้ปกติ กล่าวเสียงเบา “หากเป็นอย่างที่ท่านแม่พูดจริง เฉิงหว่านเมี่ยวก็แต่งเข้าบ้านไม่ได้เด็ดขาดไม่อย่างนั้น นอกจากจะทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ไม่พอใจ ยังจะเป็นการขัดใจท่านแม่ทัพฟู่ด้วยเรื่องวันนี้คงต้องจบลงเพียงเท่านี้”

            “แต่ว่า…” ฮูหยินสวีร้อนใจ“แล้วเฉิงหว่านเมี่ยวจะมาวุ่นวายกับเจ้าหรือไม่?”

            สวีชิ่งหรานคิดๆ ดูแล้วก็มีความเป็นไปได้ผู้หญิงคนนั้นเมื่อเห็นเขาแต่ละครั้งก็มักจะมองด้วยสายตาหวานเยิ้ม ตอนที่พลัดตกลงไปในน้ำวันนี้ก็ดูแปลกๆพิกล เห็นได้ชัดว่าเป็นคนไม่ค่อยเรียบร้อย

            “ปีหน้าจะมีการสอบจอหงวนข้าอาจจะเดินทางไปศึกษาต่อทางใต้สักพัก เมื่อเรื่องราวสงบลงแล้วค่อยกลับมา”

            สวีชิ่งหรานตัดสินใจอย่างรวดเร็วเดิมทีเขาให้ความสนใจเฉิงหว่านเมี่ยวก็เพราะคิดว่าจะมีผลประโยชน์ แต่ตอนนี้พบพิรุธจึงถอนตัวออกมาอย่างรวดเร็ว ไม่มีความอาลัยอาวรณ์แม้แต่น้อย

            ฮูหยินสวีคิดว่าแผนการตัดไฟแต่ต้นลมแบบนี้ดูจะเลวร้ายไปหน่อยแต่ในตอนนี้ก็ไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้แล้ว จึงเห็นด้วยกับบุตรชาย และพยักหน้าเล็กน้อย

            หลังจากปรึกษากันเสร็จทั้งสองคนแม่ลูกก็รู้สึกว่าจวนโหวเป็นสถานที่ที่อันตราย โดยเฉพาะสวีชิ่งหรานที่กลัวว่าเฉิงหว่านเมี่ยวจะมาติดพันอีกจึงอ้างว่าไม่สบายแล้วออกจากงานเลี้ยงชมบุปผาแต่เนิ่นๆ

            ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้เป็นไปอย่างเงียบๆไม่ได้ส่งผลกระทบต่อหวาชิงเสวี่ยที่มางานเลี้ยงเลยแม้แต่น้อย

            นางกินสิ่งที่อยากกินดื่มสิ่งที่อยากดื่ม ชื่นชมดอกไม้ และกินของว่างฆ่าเวลา เพราะตลอดทั้งงานมีฟู่ถิงเย่คอยอยู่ข้างๆถึงคนทั่วไปจะสงสัยสถานะของนาง แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปพูดคุยด้วย

            บรรดาฮูหยินผู้สูงศักดิ์ก็มีถามไถ่บ้างฟู่ถิงเย่จึงแนะนำว่า “นี่คือหวาชิงเสวี่ย แม่นางหวา”

            หวาชิงเสวี่ย?

            แม่นางหวา?

            …ใครกัน?

            ทั่วทั้งเซิ่งจิงก็ไม่เห็นว่าจะมีจวนหวาอยู่

            ในขณะที่ทุกคนสงสัยในที่สุดก็มีคนนึกขึ้นมาได้

            “ข้าเคยได้ยินว่า...ซือปิงฟูเหรินเหมือนจะแซ่หวานะ?”

            “เอ๊ะ?ไม่ใช่หรอกมั้ง…”

            “นางคือซือปิงฟูเหรินหรือ?!”

            “ไม่น่าใช่!”

            ผู้หญิงที่สร้างดาบใหญ่และระเบิดได้ควรจะมีรูปร่างสูงใหญ่ ลักษณะเหมือนผู้ชาย หน้าตาน่าเกลียดและหยาบคายไม่ใช่หรือ?

            เหตุใด…เหตุใดถึงได้…เอ่ออ่อนโยนงดงามราวกับนางในภาพวาดเช่นนี้

            ความแตกต่างที่มากเกินไปทำให้ทุกคนรับไม่ได้

            แม้แต่ฮูหยินของอัครมหาเสนาบดีที่มากประสบการณ์เมื่อกลับไปแล้วก็ยังอดไม่ได้ที่จะบ่นกับสามีว่า ซือปิงฟูเหรินที่สร้างดาบและระเบิดได้นั้นช่างดูอ่อนแอเหมือนเต้าหู้อ่อน! แค่บีบก็คงมีน้ำไหลออกมาแล้ว!

            และฟู่ถิงเย่ ก็เหมือนสุนัขผู้ซื่อสัตย์ที่เฝ้าอยู่ข้างเต้าหู้อ่อนคอยจ้องระวังไม่ให้ใครเข้าใกล้

            …

            เดิมทีฟู่ถิงเย่ตั้งใจจะแนะนำหวาชิงเสวี่ยให้ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่รู้จักแต่เมื่อเฉิงหว่านเมี่ยวได้รับการช่วยเหลือขึ้นมา ฮูหยินผู้เฒ่าก็เอาแต่ดูแลเฉิงหว่านเมี่ยวอยู่ในห้องรออยู่นานก็ไม่เห็นออกมา ฟู่ถิงเย่จึงไม่พอใจ แถมยังไม่ชอบเฉิงหว่านเมี่ยวไปด้วย

            แต่เมื่อเห็นสายตาของคนรอบข้างที่จับจ้องมายังเขาและหวาชิงเสวี่ยอย่างคลุมเครือฟู่ถิงเย่ก็อารมณ์ดีขึ้นมาเล็กน้อย

            “วันนี้ทางบ้านมีธุระท่านแม่ไม่สะดวก ข้าจะให้คนไปส่งเจ้ากลับ แล้ววันหลังข้าจะไปรับเจ้ามาใหม่” ฟู่ถิงเย่กลัวว่าหวาชิงเสวี่ยจะอึดอัดอยู่ที่นี่จึงให้ทหารองครักษ์ไปส่งนางกลับ

            หวาชิงเสวี่ยพยักหน้าโดยไม่รู้ตัวทันใดนั้นก็นึกถึงปิ่นปักผมและเครื่องประดับที่อยู่บนศีรษะ จึงไม่กล้าเคลื่อนไหว พยักหน้าเบาๆกล่าวว่า “อืม” เสียงนั้นยิ่งฟังดูอ่อนโยนน่ารัก

            มองผู้หญิงที่แสนว่านอนสอนง่ายตรงหน้าหากไม่ใช่เพราะสายตามากมายที่จับจ้องอยู่ ฟู่ถิงเย่คงอยากจะทำอะไรกับนางสักหน่อย…

            หวาชิงเสวี่ยไม่ได้สังเกตเห็นความกระวนกระวายที่อยู่ในแววตาของเขาแล้วกล่าวเตือนอย่างจริงจัง “อย่าลืมเอาของขวัญไปให้แม่กับญาติผู้น้องของท่านด้วยนะ”

            ตอนที่นางมา ได้เตรียมกระจกแก้วให้ฮูหยินผู้เฒ่าและคุณหนูในจวนโหวคนละบาน

            กระจกแก้วทั้งแปลกใหม่และใช้ประโยชน์ได้เหมาะที่จะเป็นของขวัญ

            ฟู่ถิงเย่พยักหน้า แล้วกระซิบบอกกับนาง“ค่ำๆ ข้าจะไปหาเจ้า”

            ใบหน้าของหวาชิงเสวี่ยแดงเรื่อ“ท่านแม่ทัพไปทำธุระเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงข้า”

            ฟู่ถิงเย่มีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทันทีคิดในใจ หากหลี่จิ่งหนานบอกว่าจะไปหา นางจะต้องตอบตกลงอย่างแน่นอน!

            เขาไม่วายอิจฉา คิดว่าหวาชิงเสวี่ยเอาอกเอาใจหลี่จิ่งหนานมากเกินไป!

            “ท่านแม่ทัพต้องเดินทางไปมาสองทางคงจะเหนื่อยแย่...พรุ่งนี้เช้ายังต้องประชุมเช้าไม่ใช่หรือ?”หวาชิงเสวี่ยหน้าแดงเรื่อพร้อมกับพูดเสียงตะกุกตะกัก

            ที่แท้ก็เป็นห่วงเขา

            สีหน้าของฟู่ถิงเย่ดีขึ้นเล็กน้อยตอบว่า “เช่นนั้นคืนนี้ข้าจะค้างด้วย”

            หน้าของหวาชิงเสวี่ยแดงขึ้นมาในทันที!

            ฟู่ถิงเย่กล่าวต่อ“ให้ป้าหลี่จัดห้องเพิ่มอีกห้อง”

            หวาชิงเสวี่ย “…” ที่แท้ก็คิดมากไปเองนางก็ว่าอยู่ คนโบราณที่ไหนจะอยู่ก่อนแต่งแบบนั้นกัน…

            ฟู่ถิงเย่ส่งหวาชิงเสวี่ยที่ใบหน้าแดงก่ำออกจากงานเลี้ยงชมบุปผามองนางขึ้นรถม้าไปจนลับสายตาแล้ว จึงจะสบายใจ

            การกระทำที่ใกล้ชิดเช่นนี้เมื่ออยู่ในสายตาของแขกคนอื่น ก็เป็นผลลัพธ์ที่สื่อออกมาได้เป็นอย่างดี

            ไม่นานนัก ข่าวลือในงานเลี้ยงชมบุปผาก็เริ่มแพร่กระจาย

            “ความสัมพันธ์ของท่านแม่ทัพฟู่และซือปิงฟูเหรินคนนี้ไม่ธรรมดาเลยนะ!”

            “สายตาของท่านแม่ทัพไม่เคยละไปจากตัวนางเลยดูท่าทางคงจะใส่ใจซือปิงฟูเหรินคนนี้มากจริงๆ!”

            “คนก็งดงาม แถมยังสร้างดาบและระเบิดให้ท่านแม่ทัพได้จะไม่ให้ใส่ใจได้อย่างไร?”

            “ใช่แล้ว ใครจะไปคิดว่าซือปิงฟูเหรินจะมีรูปโฉมงดงามเช่นนี้…”

            แขกที่มางานเลี้ยงรู้สึกว่าวันนี้ได้รับประโยชน์ไปมากมายสรุปแล้วมีอยู่สองเรื่อง—เรื่องแรก คุณหนูจากจวนโหวพลัดตกลงไปในน้ำ เรื่องที่สอง ท่านแม่ทัพฟู่และซือปิงฟูเหรินแสดงความรักต่อกัน

            ข่าวเหล่านี้ย่อมไปถึงหูฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ด้วย

            นางเพิ่งปลอบโยนเฉิงหว่านเมี่ยวเสร็จเมื่อได้ยินเรื่องนี้ก็รู้สึกเจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที!

            ฟู่ถิงเย่อายุยี่สิบแปดปีแล้วตลอดมาไม่เคยมีผู้หญิงอยู่ข้างกาย นางคิดว่าบุตรชายอาจจะยังไม่เปิดใจ ใครจะไปคิดว่าจะพาสตรีกลับมากะทันหันแบบนี้?

            ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ระงับอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านรอจนกระทั่งงานเลี้ยงชมบุปผาจบลง ส่งแขกกลุ่มสุดท้ายกลับไปแล้ว ก็เรียกฟู่ถิงเย่มาสอบถามด้วยความไม่สบายใจ

            “ได้ยินว่าวันนี้ซือปิงฟูเหรินก็มาที่จวนด้วยหรือ?”

            ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ก็เป็นเช่นนี้เสมอไปไม่ว่าจะร้อนใจเพียงใด ก็ไม่แสดงออกบนใบหน้าแม้แต่น้อย ขณะถามก็แอบสังเกตฟู่ถิงเย่ไปด้วย

            ฟู่ถิงเย่ตอบอย่างตรงไปตรงมา“ตั้งใจจะพามาพบท่านแม่ แต่บังเอิญที่วันนี้มีเรื่องขึ้นมา ข้าเห็นว่าท่านแม่ไม่สะดวกจึงให้นางกลับไปก่อน”

            ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่กล่าวด้วยรอยยิ้ม“เจ้าเด็กคนนี้ ทำไมไม่บอกข้า จะได้ไม่เป็นการละเลยแขก”

            “นางไม่ถือสาเรื่องพวกนี้หรอก”ฟู่ถิงเย่ตอบ จากน้ำเสียงดูเหมือนจะสนิทสนมกันมาก

            ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่รู้สึกใจหายรอยยิ้มบนใบหน้าจางลงเล็กน้อย กล่าวอย่างไม่แสดงอาการ “เจ้าเอาแต่ต่อสู้ในสนามรบมาโดยตลอดไม่เคยมีสตรีคอยดูแลเอาใจใส่ ข้าเป็นห่วงมาตลอด ไม่คิดว่าเจ้าจะมีคนในใจแล้ว…”

            ฟู่ถิงเย่เผยรอยยิ้มจางๆอย่างหาได้ยาก ถึงแม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่นั่นก็เป็นการบอกทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว

            เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าฟู่เห็นท่าทีที่ยอมรับของฟู่ถิงเย่ก็รู้สึกเหมือนมีก้อนความโกรธมาจุกอยู่ที่ลำคอ กลืนไม่เข้า คายไม่ออก!

            ที่นางอุตส่าห์เตรียมการมาตั้งหลายปีกลับโดนคนอื่นชิงตัดหน้าไปเสียแล้ว?!

            หากมีบุตรของตระกูลฟู่เกิดจากหญิงอื่นแล้วบรรดาศักดิ์โหวกับนางจะมีความเกี่ยวข้องกันอีกได้อย่างไร?เฉิงหว่านเมี่ยวอย่างไรก็ยังมีสายเลือดเดียวกับนาง!

            “แต่ว่า…” ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่เงียบไปครู่หนึ่งกล่าวว่า “ได้ยินมาว่าซือปิงฟูเหรินเป็นดวงดาวมฤตยูกลับชาติมาเกิด มีดวงชะตาที่ร้ายกาจหากให้อยู่ในค่ายทหารก็ไม่เป็นไร แต่หากแต่งเข้ามาในบ้านแล้ว เกรงว่าจะทำให้บ้านแตกสาแหรกขาดนำภัยมาให้…”

            ——————————————————————

            [1]พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน(天翻地覆)ตรงกับสำนวนไทยว่าพลิกหน้ามือเป็นหลังมือมักใช้ในสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730