“ห้องนี้แหละหนู ป้าให้แม่บ้านเค้ามาทำความสะอาดให้แล้ว กุญแจวางหน้าโต๊ะเครื่องแป้งนะ” คุณป้าร่างท้วมเ้าของหอพักพูดพลางมองไปรอบๆห้อง
“ขอบคุณค่ะคุณป้า” หญิงสาวพูดขอบคุณด้วยรอยยิ้มที่แฝงความเหนื่อยล้า แต่ขณะที่หญิงสาวกำลังจะปิดประตู ป้าเ้าของห้องที่เพิ่งหันหลังเดินไปไม่ทันสองก้าวก็หันหลังกลับมาพูดบางอย่างกับหญิงสาว
“หนู มาอยู่ที่ใหม่ ก่อนนอนก็ไหว้บอกกล่าวเ้าที่เ้าทางซักนิดนึงนะ ไม่มีอะไรหรอก จะได้เป็สิริมงคล ป้าไปหล่ะ”
ถึงแม้หญิงสาวจะรู้สึกเอะใจอยู่บ้างกับพูดของป้าเ้าของหอเมื่อครู่ แต่ความเหนื่อยล้าจากสิ่งที่หญิงสาวได้ประสบพบเจอมาหลายวันก่อนหน้านี้ ทำให้หญิงสาวคิดแค่เพียงจะต้องจัดแจงของบางอย่างให้พอเข้าที่ อาบน้ำล้างตัว และเอนกายลงนอนบนเตียงนุ่ม ๆ เบื้องหน้านั้น
หญิงสาวยกกระเป๋าสีเทาใบใหญ่ที่ดูเหมือนจะบรรจุของไว้จนเต็มใบ ทว่าล้อลากของกระเป๋าด้านซ้ายนั้นเหมือนจะพังใกล้หลุดไปข้างหนึ่งแล้ว เธอนั่งลงและเปิดกระเป๋าใบนั้น ควานหาของบางอย่าง และเธอก็หยิบเสื้อผ้าขึ้นมาชุดหนึ่งพร้อมอุปกรณ์อาบน้ำ
เธอถอนหายใจเบา ๆ หนึ่งทีและขยับตัวลงนอนที่พื้นห้อง สายตาเธอมองไปรอบ ๆ ห้องสี่เหลี่ยมสีเทาที่มีเฟอร์นิเจอร์ครบชุดอย่างเหนื่อยอ่อน
“จะเป็ยังไงต่อไปนะ นับดาวเอ้ย” หญิงสาวที่มีชื่อว่านับดาวรำพึงกับตัวเองเบา ๆ พลันมือเธอก็ยันร่างระหงของเธอขึ้นอย่างอิดออด
ผิวขาวแห้งแตกหยาบกร้านของเธอกระทบกับแสงสลัวภายในห้อง มือของเธอปลดมวยผมยุ่ง ๆ ออก ผมยาวสีน้ำตาลเข้มซึ่งมีปลายแห้งแตกของเธอทิ้งตัวลงมาบนไหล่บาง ๆ ของเธอ นานเท่าไหร่แล้วที่นับดาวคนนี้ละเลยการดูแลตัวเอง
เธอถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ที่พันธนาการร่างกายของเธอออก แล้วปั้นเป็ก้อนกลม ๆ เล็งเป้าไปที่มุมว่างเปล่าของห้อง มุมนั่นแหละที่อีกไม่นานเธอจะต้องหาตะกร้ามาวางไว้ แล้วโยนก้อนผ้าไปที่มุมนั้นอย่างสาแก่ใจ
“นี่แนะ อยู่ตรงนั้นไปก่อนเถอะ แล้วค่อยว่ากัน”
ภายหลังจากอาบน้ำคร่าว ๆ พอให้สบายใจว่าได้อาบแล้ว เธอใส่เสื้อยืดสีขาวบาง ๆ กางเกงขาสั้นสีดำย้วย ๆ ทิ้งตัวไปบนเตียงที่แม้แต่ผ้าปูที่นอนยังไม่ได้ปู ด้วยสภาพเหนื่อยล้า
นับดาวตอนนี้ปวดหนักที่หัวเหลือเกิน ั์ตาของเธอร้อนผ่าว ๆ แม้แต่แสงสลัวในห้องก็ทำให้เธอเคืองตาจนแทบจะลืมตาไม่ได้ ร่างกายเธอเริ่มปวดร้าวระบม ร่างของเธอหนาวสั่นทั้ง ๆ ที่ผิวกายของเธอตอนนี้ร้อนดั่งไฟลน
“หรือจะไม่สบายนะ” นับดาวคิดในใจ เธอก็ช่างมีวิธีการจัดกระเป๋าที่เหลือร้าย จะหายาเจอได้จากส่วนไหนของกระเป๋า นับดาวก็คิดไม่ออกเหมือนกัน แต่ยังไม่ทันคิดอะไรไปได้มากกว่านี้นับดาวก็ผล็อยหลับไป
“คุณ คุณครับ ตื่นสิ คุณเป็อะไรมั้ย” นี่คือเสียงที่นับดาวได้ยินก้องอยู่ในภวังค์อันมืดมิด
ร่างกายของเธอค่อย ๆ ขยับ เปลือกตาของเธอค่อย ๆ เปิดขึ้น แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า กลับทำให้นับดาวทั้งสับสนระคนใ
ด้านหน้าของเธอเป็ชายผู้หนึ่ง แต่ร่างนั้นโปร่งแสง เจอดีเข้าแล้วนับดาว นับดาวใดวงตาเบิกโพลงแต่ก็ร้องไม่ออก มีเพียงเสียงลอดตะกุกตะกักออกจากริมฝีปาก
“ผะ...ผะ...ผีหลอก...ช่วย...ด้วย” นับดาวพยายามจะะโ แต่เสียงก็ดังได้เท่านี้จริง ๆ นี่คงเป็การะโที่เงียบที่สุดของนับดาวแล้วมั้ง
เธอพยายามดันตัวหนี แต่สภาพร่างกายเธอตอนนี้ ไม่เอื้อให้เธอมีเรี่ยวแรงแม้แต่จะเอี้ยวตัวหนีได้เลย
“คุณเห็นผมหรอ ไม่ต้องกลัว ผมมาดี ผมไม่ใช่ผีนะ” ร่างชายหนุ่มค่อย ๆ เดินเข้าหาอย่างช้า ๆ
“ไม่ใช่ผีแล้วนายเป็ตัวอะไร หยุด นายอย่าเดินเข้ามาอีกนะ ฉันมีพระนะ เฮ้ย พระอยู่ไหนอะ” หญิงสาวเอามือคลำหาสร้อยพระที่คอ แล้วอุทานเบา ๆ “เอ๊า ลืมเอามาา”
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ผี แล้วผมเองก็ไม่รู้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง จะไปไหนก็ไปไม่ได้ คุณหน่ะ หายากินเสีย นอนร้องหงิงหงิงน่ารำคาญ ผมจะไปนั่งตรงมุมห้องโน้น ไม่ยุ่งกับคุณหรอก” ชายหนุ่มพูดด้วยความรู้สึกที่เริ่มหงุดหงิด เพราะปลอบยังไงหญิงสาวก็ยังดูตื่นตระหนกเหมือนเดิม ส่วนเขาเองก็ยังสับสนกับสภาพของตัวเองไม่หาย แต่น่าแปลกที่การแสดงออกแบบนี้ของเขากลับทำให้หญิงสาวสงบลงได้บ้าง
ชายหนุ่มเดินไปนั่งที่มุมของห้อง ส่วนนับดาวก็ยักแย่ยักยันลงจากเตียง มาควาญหายาในกระเป๋า เมื่อกินยาเรียบร้อยแล้ว เธอจึงกลับไปนอนตามเดิม
นับดาวนอนมองชายหนุ่มพลางคิด ถ้ามองข้ามร่างกายโปร่งแสงของเขาไป เขาก็เป็ผู้ชายคนหนึ่งที่หน้าตารูปร่างเข้าขั้นดีมากเลยทีเดียว ผู้ชายที่เหมือนผิวจะขาวเนียน ตาโต จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากกระจับแดงระเรื่อแบบร้าย ๆ ส่วนสูงคาดจากสายตาน่าจะประมาณซัก 185 ทรงอย่างแบดพิมพ์นิยมขวัญใจสาว ๆ เลย
“ให้นอนไม่นอน มองอะไรคุณ ไม่กลัวกันแล้วหรอ” ชายหนุ่มโพล่งถามออกมา หลังจากที่เห็นหญิงสาวมองมาที่เขาอย่างไม่วางตา
นับดาวรีบหลับตาลงนอนนิ่ง คิดในใจว่าเขาจะได้ยินความคิดเมื่อกี้ไหมนะ ถ้าได้ยินเธอคงดูเป็ผู้หญิงบ้าผู้ชายน่าดู ทันใดนั้น ท้องเ้ากรรมก็ดันร้องโครกคราก หิวจัง เธอค่อย ๆ ลุกมาหยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในกระเป๋าออกมาและเดินไปต้มน้ำร้อน เขามองมาที่เธอ เธอหันไปบอกเขาทันที “มีซองเดียว”
ชายหนุ่มโต้กลับทันที “กินไปเถอะ ใครเขาไปหิวด้วยกับคุณ”
“นายใบ้หวยเป็มั้ย ถ้านายให้เลขดีดีได้ ถ้าฉันมีตังค์ ฉันซื้อมาม่าส่งไปให้กินเอามะ” หญิงสาวต่อรอง การที่พบเจอเขาครั้งนี้อาจเป็ขุมทรัพย์แห่งโชคที่ดีของเธอบ้างก็ได้ ใครมันจะไปโชคร้ายซับซ้อนขนาดนั้นนะ มันต้องได้เจออะไรดีดีมั่งหล่ะ
“ใบ้ไม่ได้อะ แต่คุณ ถูกหวยแล้วส่งมาม่าให้กิน มันไม่ขี้งกเกินไปหรอ”
“ผีอะไรไม่มีประโยชน์เลย” นับดาวพึมพำเบา ๆ อีกที โชคชะตาส่งผีมาให้ ก็ยังส่งผีปากร้ายไม่ได้เื่มาอีก เธอวางชามมาม่าที่ต้มแล้วลงที่โต๊ะกินข้าว แล้วนั่งกินมาม่า ปากของเธอตอนนี้กินอะไรก็ไม่อร่อย รสขมรสฝาดไปหมด
“นายบอกว่านายไม่รู้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ไปไหนก็ไปไม่ได้ นี่มันหมายความว่ายังไง นายจะบอกว่าอยู่ ๆ นายก็แว็บมา แล้วนายก็ออกห้องหรือออกจากหอพักไม่ได้อย่างนี้หรอ” นับดาวถามด้วยความอยากรู้ ก็ตามธรรมดาที่ท้องเริ่มอิ่ม ยาออกฤทธิ์ ร่างกายเริ่มฟื้น เธอจึงมีเรี่ยวแรงสงสัยใคร่รู้ขึ้นมาบ้าง
*******โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ*******