ตอนที่6 อีก 7 วัน
ในคืนก่อนที่แองเจล่าจะไปพบบาทหลวงเปาโล
ภายใต้เงามืดที่แสงจันทร์ไม่สามารถสาดส่องให้สว่างไสวได้มีหญิงสาวผู้หนึ่งที่รับรับคำสั่งจากเ้านายคนสำคัญให้มาสืบหาความจริงบางอย่างที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง
เธอต้องห่างจากเ้านายคนสำคัญมาเป็เวลาหลายวันเพื่อทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายมาให้สำเร็จลุล่วง
หลังจากที่ได้เฝ้าสังเกตคนที่มาที่โบสถ์ก็ไม่มีใครที่ผิดปกติหรือทำตัวมีพิรุธแต่อย่างใด
พวกขุนนางเองก็ไม่ได้มีใครเข้าข่ายผู้ต้องสงสัยเลยแม้แต่คนเดียว
หรือว่าคนที่ถูกส่งมาจากเขตเทราเรียจะไม่ได้ถูกส่งมาที่โบสถ์
ถ้าเป็แบบนั้นก็ต้องส่งข่าวไปบอกคุณหนูว่าโบสถ์ที่เมืองหลวงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ที่คุณหนูพูดถึง
แล้วคนที่ถูกส่งมาไปอยู่ที่ไหน?
เดิมทีทางนี้เองก็ไม่ได้มีข้อมูลมากพอที่จะเริ่มสืบสวนอย่างจริงจังอยู่แล้วที่ยืนยันได้ก็มีแค่จำนวนคนในโบสถ์ที่เมืองหลวงยังเท่าเดิมไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร
มีสิ่งที่ยังไม่รู้เยอะเกินไป
ข้อมูลที่ได้จากคลาวด์เองก็น้อยเกินไป
รู้สึกเจ็บใจที่ตัวเองไม่สามารถทำประโยชน์ให้คุณหนูได้
ทั้งๆที่คุณหนูในตอนนี้ดูจริงจังและเป็ผู้ใหญ่ขึ้นกว่าเมื่อก่อนทั้งยังมอบหมายเื่สำคัญให้ทำแต่ตัวฉันกลับไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังนั้นได้
ในระหว่างที่กำลังนึกโทษตัวเองอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงของคนที่ออกมาเดินข้างนอกในยามวิกาลที่กำลังพูดถึงอีกบุคคล
“เ้าเปาโลนั่นชักช้าจริงส่วนของรอบนี้ก็ยังไม่ส่งมาอีก”
เสียงของชายแก่วัยกลางคนบ่นเสียงดัง
เนื่องจากตรงที่ฉันซ่อนตัวอยู่นั้นเป็ช่องว่างระหว่างอาคารทำให้ในตอนกลางคืนเหมาะใช้สำหรับหลบซ่อนตัวส่วนชายแก่วัยกลางคนนั้นเดินบ่นอยู่กลางถนนพร้อมกับคนคุ้มกัน 4-5 คนดูแล้วแค่เป็ทหารยามธรรมดา
“ท่านโมริสครับเสียงดังเกินไปแล้วครับ”
“หนวกหูน่าเวลานี้ใครเขาจะมาคอยจับผิดข้ากัน”
คนคุ้มกันที่พยายามเตือนกลับถูกห้ามโดยเ้านายของตัวเอง
เท่าที่สังเกตคงเป็เื่ผิดกฎหมายของพวกขุนนางที่ทำอย่างลับๆ
ถึงจะเป็ความจริงที่โหดร้ายก็เลี่ยงไม่ได้กับพวกขุนนางบางคนที่ทำเื่ผิดกฎหมายภายในเมืองหลวงแห่งนี้
เพราะถือว่าตัวเองมีอำนาจล้นฟ้าอยู่เหนือคนธรรมดาประชาชนทั่วไปเลยทำให้ชอบใช้อำนาจเอารัดเอาเปรียบกับคนที่อยู่ต่ำกว่า
ช่างน่าขยะแขยงยิ่งนัก
“หรือว่ามันจะเล่นกับสินค้าเพลินจนลืมว่าต้องส่งมาให้ข้าน่ะ”
“หรือว่าจะให้ส่งคนไปที่เขตเทราเรียดีครับ”
ดวงตาของฉันลุกวาวขึ้นในทันทีที่ได้ยินคำว่าเขตเทราเรีย
ก็คิดไว้อยู่แล้วว่าต้องเป็เื่ผิดกฎหมายแต่ไม่คิดว่าจะเกี่ยวข้องกับเขตเทราเรียของคุณหนู
ในตอนที่ได้ยินก็เผลอหยิบมีดสั้นออกมาเตรียมจะเข้าไปจัดการให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยอยู่หรอกแต่ถ้าทำแบบนั้นก็จะไม่รู้เื่ที่พวกนั้นทำ
ฉันตัดสินใจเก็บมีดสั้นและแอบตามคนพวกนั้นไป
จะต้องรู้ให้ได้ว่าคนพวกนี้เกี่ยวข้องอะไรกับเขตเทราเรียและคนที่ชื่อเปาโลนั่นอีก
“เธอเองก็อยากเป็ผู้รับใช้พระเ้าเหมือนกับเบตอย่างนั้นหรอ”
“ใช่ค่ะ”
“อืม...”
ระหว่างที่ถูกถามอยู่ฉันก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่ชวนให้ขนลุกนั่นสายตาที่กำลังจ้องมายังตัวฉันราวกับกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง
“ได้สิพระผู้เป็เ้าเองก็คงยินดีที่มีผู้รับใช้เพิ่มขึ้น”
“นั่นสินะคะ”
ระหว่างการสนทนาของฉันกับบาทหลวงเปาโลเป็ไปอย่างปกติไม่ได้มีอะไรที่ผิดแปลกแต่จะเรียกได้ว่าเป็ลางสังหรณ์ของผู้หญิงหรือเปล่าฉันเองก็ไม่แน่ใจ
ร่างกายของฉันกำลังบอกว่าคนคนนี้อันตราย
ทั้งสีหน้าระหว่างการสนทนาและท่าทางต่างๆของเขาดูไม่น่าไว้วางใจเลยสักนิด
แต่ถ้าฉันกลัวก็จะช่วยเบตไม่ได้และนั่นถือเป็เื่น่ากลัวยิ่งกว่าถ้าหากต้องสูญเสียเพื่อนคนสำคัญอย่างเบตไป
“อ้อเกือบลืมไปเบต อีก 7 วันจะมีรถม้าจากเมืองหลวงมารับเธอไปนะ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมล่ะ”
“จริงหรอคะท่านบาทหลวงเปาโล”
7วันอย่างนั้นหรอ
แบบนี้ก็แย่แล้วสิมันเร็วกว่าที่ฉันคิดไว้มากเลยนะ
ถ้าหากภายใน7 วันฉันยังไม่สามารถหาหลักฐานมามัดตัวบาทหลวงเปาโลได้เบตก็จะถูกส่งตัวไปยังโบสถ์ที่เมืองหลวง
ถ้าถึงตอนนั้นฉันก็คงทำอะไรไม่ได้
ฉันที่ไม่มีอำนาจสิทธิภายในเมืองหลวงก็เป็ได้แค่สามัญชนธรรมดาที่แย่ไปกว่านั้นถ้าเกิดท่านพ่อรู้เข้าคงกลายเป็เื่ใหญ่แน่
จะทำอย่างไงดี
ฉันพยายามคิดหาวิธีการต่างๆเพื่อที่จะช่วยเบต
แต่ว่าเวลาเองก็ยังคงเดินต่อไป
ตอนนี้ฉันเปลี่ยนมาใส่ชุดสำหรับผู้บำเพ็ญตนเรียบร้อยแล้วเป็ชุดเดรสสีขาวธรรมดายาวจนถึงข้อเท้า ทำให้เวลาเดินลำบากอยู่บ้าง
ความจริงชุดนี้ก็เป็ชุดที่ดูดีพอตัวถึงจะมีบางคนไม่ชอบก็เถอะ
“ไม่มีชุดอื่นแล้วหรือไง”
“ชุดนี้เป็ชุดใส่บำเพ็ญตนจะให้ใส่ชุดอื่นได้อย่างไง”
“เหมือนเธอกำลังจะเป็ซิสเตอร์จริงๆอย่างนั้นแหละ”
“ก็ฉันจะมาเป็ซิสเตอร์ั้แ่แรกอยู่แล้วนี่นา”
“ดะ...เดี๋ยวสิไม่ใช่ว่าหลอกกันเล่นอยู่หรอกนะ”
เหมือนว่าคลาวด์จะไม่ค่อยอยากให้ฉันเป็ซิสเตอร์อย่าบอกนะว่าคลาวด์...
“นายเองก็อยากเป็ซิสเตอร์อย่างนั้นเองสินะ”
“หะ...”
“ก็เพราะว่าเบตกำลังจะกลายเป็ซิสเตอร์และฉันก็กำลังบำเพ็ญตนเพื่อที่จะเป็เป็ซิสเตอร์นายคงจะเหงาใช่ไหมล่ะที่เพื่อนสมัยเด็กตั้งสองคนกำลังจะกลายเป็ซิสเตอร์”
อะไรกันที่แท้ก็เพราะว่าเหงานี่เอง
ทั้งๆที่โตกว่าฉันตั้ง 2 ปีแต่นิสัยอย่างกับเด็ก ไม่ไหวๆ
“แองจี้”
“ฉันไปก่อนนะคลาวด์”
ความจริงคลาวด์คงจะอยากตามฉันไปด้วยแต่เนื่องจากกฎของโบสถ์ทำให้ผู้ที่ยังไม่ใช่ซิสเตอร์จะมีผู้ติดตามไม่ได้
ฉันจึงฝากให้คลาวด์คอยจับตาดูการกระทำของบาทหลวงเปาโลจากภายนอกโบสถ์เพราะฉันเชื่อว่าจะต้องมีคนที่รู้เห็นเกี่ยวกับเื่นี้อีกแน่นอน
ส่วนฉันจะสืบหาจากภายในโบสถ์เอง
แต่นั่นคือสิ่งฉันไม่ได้บอกคลาวด์ถ้าหากฉันพูดออกไปแบบนั้นคลาวก็คงจะต้องมาตามติดฉันอยู่ภายในโบสถ์แห่งนี้แน่นอน
ด้วยนิสัยที่ดื้อรั้นของคลาวด์ทำให้ฉันต้องบอกความจริงไปแค่บางส่วนเท่านั้น
ขอโทษนะ
หวังว่านายคงจะไม่โกรธฉันนะคลาวด์
“หลังจากนี้เธอจะกลายมาเป็ผู้ติดตามของฉันเป็ระยะเวลา6 เดือน แต่ถ้าเธอมีความตั้งใจจริงและความพยายามเหมือนกับเบตเวลานั้นก็อาจจะลดลง”
ผู้ติดตามงั้นหรอก็ไม่ใช่เื่ที่เลวร้ายอะไร
ถ้าให้เทียบกับตอนที่ต้องไปทำงานั้แ่เช้าแล้วต้องกันขึ้นรถไฟที่มีคนแน่นเต็มขบวนจนแทบจะหายใจไม่ออกเพื่อนร่วมงานที่คอยจะขอร้องให้ช่วยทำนู่นทำนี่ทำนั่นแล้วล่ะก็แค่ผู้ติดตามฉันเองก็เป็ให้ได้อยู่แล้ว
“ทำได้หรือเปล่า”
“ทำได้ค่ะ”
“ดีถ้างั้นวันนี้เธอก็ค้างที่นี่ไม่ต้องกลับไปที่บ้าน”
“ค้างที่นี่?”
“ใช่การเป็ผู้ติดตามของฉัน ถ้าเกิดเธอไม่ได้อยู่ใกล้ๆฉันแล้วฉันจะเรียกหาเธอได้อย่างไงกัน”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
ไม่รู้ว่านี่จะเป็ประสงค์ของพระผู้เป็เ้าหรือไม่ก็ตามแต่การที่ได้เข้ามาอยู่ที่นี่ก็ทำให้แผนการขั้นแรกของฉันสำเร็จไปได้ด้วยดี
บาทหลวงเปาโลเองก็ไม่ได้สงสัยอะไรในตัวฉันทำให้ฉันที่แอบเข้ามาเพื่อหาหลักฐานที่จะใช้มัดตัวเขาทำงานได้ง่ายขึ้น
ส่วนเื่ที่จะส่งพวกซิสเตอร์ตั้งหลายคนไปยังเขตอื่นหรือไปที่ไหนก็ตามจะต้องมีหนังสือรับรองการส่งตัวของซิสเตอร์คนนั้นเพื่อยืนยันว่าการส่งตัวถูกต้อง
เพราะการจะไปยังโบสถ์ของเขตอื่นไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเองยิ่งเป็แค่ซิสเตอร์ชั่วคราวอย่างเบตยิ่งเป็ไปไม่ได้
ซิสเตอร์จะมีหนังสือรับรองจากทางโบสถ์ต้นสังกัดที่อนุญาตให้ทำการย้ายหรือข้ามเขต
ดูเผินๆอาจจะเป็เื่ที่ยุ่งยากสำหรับคนทั่วไปที่ต้องทำเอกสารให้ดูวุ่นวายเพื่อที่จะได้ข้ามไปยังเขตอื่นได้อย่างถูกต้อง
แต่ฉันกลับคิดว่าการมีเอกสารรับรองของพวกซิสเตอร์ทำหน้าที่คล้ายกับหนังสือเดินทางของโลกที่ฉันจากมาก่อนหน้าทำให้สามารถระบุจุดหมายปลายทางของผู้เดินทางได้และยังคอยบอกสถานที่ที่เดินทางไปได้อีกด้วย
เพื่อไว้ใช้เป็หลักฐานในการเดินทาง
หลักฐานการเดินทาง
หลักฐาน!!!!!
ใช่แล้วหลักฐานยังไงล่ะ
ซิสเตอร์ที่ต้องเดินทางข้ามเขตทุกคนจะต้องมีหนังสือรับรองในการเดินทางเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนว่าถูกส่งมาจริงแล้วเมื่อซิสเตอร์คนนั้นเดินทางไปถึงก็จะได้รับการยืนยันทำให้เอกสารของทั้งสองที่ระหว่างต้นทางกับปลายทางนั้นตรงกัน
ถ้าบาทหลวงเปาโลติดต่อกับพวกขุนนางเื่การส่งตัวซิสเตอร์ไปให้ก็จะไม่มีหลักฐานยืนยันว่าซิสเตอร์พวกนั้นได้ไปที่เมืองหลวง
อาจจะต้องให้เนเน่ที่อยู่เมืองหลวงตามสืบเื่หลักฐานให้เพราะถ้าหากจะใช้หนังสือรับรองเป็หลักฐานก็ต้องใช้จากของซิสเตอร์ที่ถูกส่งไปเมืองหลวงโดยมีลายเซ็นของบาทหลวงเปาโล
ถ้าเป็แบบนั้นสิ่งที่ฉันสามารถทำได้ตอนอยู่ที่นี่ก็คือสืบหาสถานที่ที่บาทหลวงเปาโลส่งซิสเตอร์พวกนั้นไปและเอกสารเกี่ยวกับการส่งตัวของซิสเตอร์ทั้งหมดที่บาทหลวงเปาโลส่งซิสเตอร์พวกนั้นไป
ฉันที่กลายมาเป็ผู้ติดตามของบาทหลวงเปาโลกำลังพยายามสืบหาหลักฐานเพื่อช่วยเบต
แต่ว่าการมาเป็ผู้บำเพ็ญตนโดยการเป็ผู้ติดตามของบาทหลวงเปาโลทำให้ฉันสืบหาสถานที่ที่บาทหลวงเปาโลส่งพวกซิสเตอร์ไปทำได้อย่างยากลำบากเพราะบาทหลวงเปาเรียกหาฉันแทบจะทุกๆ 5นาทีจนฉันไม่มีเวลาที่จะไปตามค้นหาหลักฐานตามห้องต่างๆ ภายในโบสถ์แห่งนี้
ทำให้ใน่เวลากลางวันฉันจึงกลายเป็ผู้บำเพ็ญตนไปจริงๆจนได้