ตอนที่ 96 สำเร็จอย่างปาฏิหาริย์
ตอนที่ 96 พรืด !! เสียงลำไส้ที่หมอมิโฮะกำลังจับอยู่ลื่นออกจากตะเกียบไปทำให้มันหล่มลงมา “อ๊ะเกือบไปดีนะชักออกทัน !!” ดนัยที่เห็นลำไส้มันลื่นหลุดลงมาก็รีบชักมือถอยออกมาทำให้ส้อมมันไม่ไปเกี่ยวสร้างแผลให้กับลำไส้จนเป็นแผลเลือดออก “ขอโทษค่ะ...” หมอมิโฮะที่พลาดทำลำไส้ที่จับอยู่หลุดถึงกับหน้าเสีย “ไม่เป็นไรครับผมเข้าใจมันเป็นอุบัติเหตุเพราะตะเกียบมันเป็นเหล็กพอเลอะเลือดจึงลื่นจนจับอะไรไม่ค่อยอยู่” ดนัยไม่ว่าอะไรหมอมิโฮะเขานั้นเข้าใจว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ระหว่างที่ดนัยกำลังสนใจหมอมิโฮะอยู่นั่นเองจู่ๆภาพจากมือถือก็มืดสนิท “หือทำไมจู่ๆมันมืดล่ะ” ดนัยทำหน้างง “อ๊ะตายแล้วเลือดมันท่วมกล้องคุณยูมิรีบปั้มเลือดเร็วค่ะ !!” รินะอุทานออกมา “นี่ก็เร่งอยู่นะคะกล้ามขึ้นหมดแล้วเนี่ย !!” ยูมิบ่นออกมาเธอนั้นปั้มดูดเลือดออกมาอยู่ตลอดไม่ได้พักเลยตั้งแต่ผู้บาดเจ็บผู้ชายแล้วทำให้ความเร็วเธอเริ่มตก “เร่งมือหน่อยครับคุณยูมิอีกนิดนึงก็จะเห็นตับแล้ว” ดนัยบอก “ค่ะ” ยูมิพยักหน้า “เอ่อ...เดี๋ยวฉันช่วยเองค่ะคุณหมอ” พนักงานที่ยืนดูอยู่อาสาช่วยยูมิ “ดีเลยมากดปั้มสลับกันจะได้มีเวลาพักแขนค่ะ” ยูมิพยักหน้าจากนั้นเธอก็สลับตัวกับพนักงานให้เธอช่วยกดปั้มลูกสูบแทนไปก่อน และเมื่อเปลี่ยนคนแล้วความเร็วในการสูบเลือดออกก็เพิ่มขึ้นทำให้ระดับเลือดมันลดลงไปจนกลับมามองเห็นภาพจากกล้องอีกครั้ง “หว๋า...กล้องมัวหมดเลย” รินะพูดออกมา “ก็กล้องราคาถูกนี่ครับเอาล่ะเร่งมือต่อกันเถอะ” ดนัยพูดก็นะแค่กล้องติดไม้แคะหูราคาหลักร้อนหลักพันใครจะบ้าเอากล้องความละเอียดสูงราคาหลักหมื่นหลักแสนมาติดล่ะ หลังจากจัดการปัญหาเรียบร้อยแล้วการผ่าตัดก็ดำเนินต่อไปหมอมิโฮะคอยใช้ตะเกียบของเธอกรุยทางไปเรื่อยๆไม่นานพวกเขาก็ม่ถึงตับของผู้บาดเจ็บ “อยู่นั่นเองปลายมีดที่หักเสียบเข้าไปลึกพอสมควรเลยน่าจะสองเซนติเมตรได้” ดนัยมองปลายมีดที่เสียบคาอยู่ที่ตับซึ่งมันเป็นสาเหตุให้เลือดของผู้บาดเจ็บคนนี้ไม่หยุดไหล และสิ่งที่เขาต้องทำก็คือผ่าเอาปลายมีดนี่ออกมาและก็ทำการห้ามเลือดที่จริงมันต้องเย็บแผลเลยด้วยซ้ำแต่เครื่องมือไม่พร้อมแบบนี้เขาคงทำไม่ได้ “เอาล่ะเรามีผ่าเจ้านี่ออกกันเถอะครับคุณพนักงานช่วยเตรียมผ้าก๊อซด้วยนะครับหลังจากผ่าเจ้านี่ออกมาเราจะยัดผ้าก๊อซเข้าไปเพื่อห้ามเลือดเอาไว้” ดนัยบอก “ค่ะ” พนักงานพยักหน้าก่อนจะวิ่งไปหาผ้าก๊อซจำนวนมากมาให้ดนัย หลังจากพนักงานไปแล้วดนัยก็เริ่มการนำเจ้าปลายมีดนี่ออกจากตับทันทีเขาแทงส้อมสำหรับแกะปูที่มีลักษณะแหลมเข้าไปที่ด้านข้างปลายมีดทันทีซึ่งดนัยนั้นต้องการให้เกิดช่องว่างขึ้นจะได้ให้หมอมิโฮะคีบปลายมีดนั่นออกมาโดยง่าย ฉึก !! ส้อมแกะปูถูกแทงเข้าไป บ้าชิบส้อมแกะปูนี่ไม่มีความคมเลยถ้ามันไม่คมจนแทงไม่เข้าแบบนี้เราก็ต้องใช้แรงในการแทงเข้าไปแทนน่ะและถ้าเป็นแบบนั้นเราจะผ่าเปิดแผลเพื่อให้ปลายมีดที่หักหลุดออกมาไม่ได้ ดนัยคิดในใจ “หมอมิโฮะผมคงทำได้แค่แทงเข้าไปในแผลเพื่อให้เกิดช่องว่างคุณต้องใช้ตะเกียบค่อยๆคีบมันออกมา” ดนัยบอกก่อนจะออกแรงแทงส้อมเข้าไปข้างเศษปลายมีดทันทีที่และเมื่อส้อมแกะปูทื่อๆถูกแทงเข้าไปเลือดก็พุ่งกระฉูดออกมาทันทีทำให้เลือดิเริ่มท่วมกล้องอีกครั้ง ซึ่งทางฝั่งพนักงานและยูมินั้นพยายามสูบเลือดออกอย่างเต็มที่อยู่แล้วแต่เนื่องด้วยมันไม่ใช่เครื่องดูดมือที่ใช้สำหรับการผ่าตัดจริงๆประสิทธิภาพในการดูดเลือดออกจึงแย่มาก “เร็วเข้าครับรีบดึงออกมาก่อนเลือดจะท่วมกล้องจนมองไม่เห็นอะไรอีก !!” ดนัยพูดหมอมิโฮะทีได้ยินแบบนั้นก็รีบใช้ตะเกียบของเธอคีบเจ้าปลายมีดที่หักนั่นและพยายามดึงพยายามโยกมันออกมาแต่เนื่องด้วยตะเกียบที่เปื้อนเลือดตอนนี้มันลื่นมากจึงเป็นการยากมากที่จะดึงปลายมีดที่หักออกมาโดยง่าย กึด !! กึด !! กึด !! กึด !! หมอมิโฮะทั้งพยายามโยกทั้งพยายามดึงแต่มันก็ยังไม่ยอมออกมาส่วนทางดนัยเองก็ไม่กล้าแทงเปิดแผลให้กว้างกว่านี้เพราะเดี๋ยวเลือดจะออกมาและอาจจะหยุดเลือดไม่ได้ถ้าแผลใหญ่เกินไป “เลือดกำลังจะท่วมกล้องแล้วค่ะ !!” รินะที่เป็นคนถือกล้องพูด “ออกมาสิ...ออกมาสิ...” หมอมิโฮะที่เห็นว่าหน้าหน้าจอกล้องมองไม่เห็นไปกว่าครึ่งก็ยิ่งร้อนใจและในตอนนั้นเองความพยายามของเธอก็สำเร็จ ปึด !! หมอมิโฮะดึงเศษปลายมีดออกมาได้สำเร็จ “ดึงออกมาแล้วค่ะ !!” หมอมิโฮะตะโกนออกมาและเมื่อปลายมีดที่เคยหักคาอยู่ที่ตับถูกเอาออกมาดนัยก็รีบดึงส้อมแกะปูออกมาและเมื่อส้อมถูกดึงออกมาแล้วเลือดก็ยิ่งไหลออกมาจากปากแผลเร็วขึ้นอีกทำให้เลือดที่ไหลออกมาท่วมกล้องไปทันที “กล้องถูกท่วมไปแล้วค่ะมองไม่เห็นภาพแล้ว !!” รินะบอก “หมอมิโฮะคีบไว้อย่าให้หลุดนะครับแล้วรีบเอาออกมาจากนั้นเราจะรีบยัดผ้าก๊อซเข้าไปเพื่อหยุดเลือด !!” ดนัยบอก “ค่ะฉันจะไม่ปล่อยให้เศษปลายมีดนี่หลุดออกจากตะเกียบเด็ดขาด” หมอมิโฮะพูดเธอนั้นยังรู้สึกได้ว่าเศษปลายมีดยังคงอยู่ที่ปลายตะเกียบของเธอถึงแม้ตอนนี้จะมองไม่เห็นก็เถอะ หมอมิโฮะค่อยๆชักมือกลับออกมาอย่างเบามือเพื่อระวังไม่ให้ปลายตะเกียบที่คีบเศษปลายมีดอยู่นั้นไปชนกับอวัยวะภายในของผู้บาดเจ็บ หนึ่งวินาที !! สองวินาที !! สามวินาที !! เพียงแค่สามวินาทีเท่านั้นที่หมอมิโฮะใช้เวลาในการชักมือออกมาแต่ทว่าทุกคนในที่นี้กลับรู้สึกว่าเวลาที่ผ่านไปสามวินาทีนั้นนานหลายสิบนาทีเพราะทุกคนต่างลุ้นกันตัวโก่งว่าทันทีที่ชักมือออกมานั้นเศษปลายมีดนั่นจะยังคงถูกคีบอยู่ที่ปลายตะเกียบหรือไม่ ฟุ่บ !! และในวินาทีที่ปลายตะเกียบถูกดึงออกมาจากช่องท้องที่ปลายตะเกียบนั่นก็มีเศษพลาสตีสีขาวขุ่นที่เลอะคราบเลือดอยู่ติดออกมาด้วย “เยี่ยมยัดผ้าก๊อซด่วนเลยคุณยูมิอย่าหยุดมือนะครับเรายังไม่รู้ว่าผ้าก๊อซจะหยุดเลือดได้มั้ยคุณรินะดึงกล้องออกมาได้เลยครับแล้วก็คอยเช็คชีพจรกับความดันคนไข้ให้ด้วยถ้าความดันกับชีพจรดีขึ้นนั่นหมายความว่าเลือดหยุดแล้ว” ดนัยบอก “ค่ะ !!x2” ทั้งสองคนพยักหน้ารินะทำการดึงกล้องออกมาจากช่องท้องส่วนยูมิเองก็สลับกับพนักงานและเริ่มกดลูกสูบเพื่อดูดเลือดออกมาอีกครั้งหลังจากได้พักไปครู่หนึ่ง ส่วนทางด้านดนัยและหมอมิโฮะก็รีบช่วยกันยัดผ้าก๊อซลงไปที่ตับเพื่อหยุดเลือดด้วยตะเกียบ “เป็นไงบ้างครับชีพจรดีขึ้นมั้ย” ดนัยหันไปถามรินะที่กำลังวัดชีพจรคนไข้ด้วยมืออยู่ “ไม่เลยค่ะชีพจรอ่อนมาก” รินะส่ายหน้า “เลือดในท้องเองก็ไม่ลดลงเลยแสดงว่าเลือดที่ตับยังไม่หยุด” ดนัยเริ่มเคลียด “ถ้าในเวลาแบบนี้มียาที่ทำให้เกล็ดเลือดแข็งตัวล่ะก็เลือดคงหยุดไหลไปแล้วแท้ๆ” หมอมิโฮะพูดออกมา ได้โปรดเถอะได้โปรดหยุดไหลสักทีฉันไม่อยากให้ผู้บาดเจ็บคนนี้ตายนะ !! ดนัยภาวนาอยู่ในใจ “จะยัดผ้าก๊อซเพิ่มมั้ยคะ” หมอมิโฮะถาม “ครับเอาเลย” ดนัยพยักหน้าทำให้หมอมิโฮะยัดผ้าก๊อซเพิ่มเข้าไปอีกจนกระทั่งหลายนาทีต่อ “อ๊ะ...ชีพจรดูเหมือนจะเต้นเร็วขึ้นค่ะ” รินะอุทานออกมาหลังจากสัมผัสได้ว่าชีพจรของผู้บาดเจ็บเริ่มเต้นเร็วขึ้น “หือถ้าเป็นแบบนั้นแสดงว่า” ดนัยเบิกตากว้างก่อนจะใช้นิ้วชี้ล้วงเข้าไปในบาดแผล “อ๊ะในท้องไม่มีทะเลเลือดแล้ว” ดนัยอุทานออกมา “คุณยูมิครับ !!” ดนัยหันไปมองยูมิ แกร๊ก !! ยูมิที่เห็นดนัยอุทานว่าในท้องไม่มีทะเลเลือดแล้วจึงเปิดฝากระติกออก “หือเลือดในนี้ไม่มีแล้วค่ะแสดงว่าเลือดไม่ได้ถูกดูดออกมาแล้ว” ยูมิพูด “ถ้าอย่างนั้นแสดงว่า...” หมอมิโฮะอ้าปากค้างดนัยยิ้มออกมาก่อนจะยกมือซ้ายขึ้นและกำหมัด “สำเร็จแล้วเราช่วยทั้งสองคนได้แล้ว !!” ดนัยพูดออกมาด้วยความดีใจ “เราช่วยทั้งสองคนสำเร็จแล้วเย้...” รินะเองก็ดีใจมากส่วนซากิที่ดูแลผู้บาดเจ็บอีกคนอยู่ก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งอกทางด้านหมอมิโฮะเองก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะล้มตัวหงายหลังลงนอนกับพื้น อีกด้านหนึ่ง สำเร็จแล้วเราช่วยทั้งสองคนได้แล้ว !! / เราช่วยทั้งสองคนสำเร็จแล้ว...เย้ เสียงดีใจของผู้ที่อยู่ปลายสายอีกด้านดังลอดเข้ามาให้ฮิคาริและพนักงานต้อนรับชั้นเฟิร์สคลาสได้ยินซึ่งพอพวกพนักงานได้ยินว่าช่วยผู้บาดเจ็บไว้ได้สำเร็จพวกเธอก็กอดกันกลมเพื่อแสดงความดีใจ แกร๊ก !! ฮิคาริที่ถือโทรศัพท์อยู่วางมันลงกลับไปที่เครื่องก่อนจะถอนหายใจออกมา “ฟู่ว...นายยังคงดวงแข็งเหมือนเดิมเลยนะดนัยสถานการณ์นี้ถ้าให้ประเมินโอกาสที่นายจะช่วยทั้งสองคนได้มีไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำแต่นายก็ยังช่วยพวกเขาทั้งคู่ให้รอดมาได้” ฮิคาริพูด เคยมีคนพูดกันว่าหมอน่ะมีสองประเภทซึ่งประเภทที่หนึ่งก็คือคนที่เลือกอาชีพที่จะเป็นหมอกับประเภทที่สองคือคนที่ถูกอาชีพหมอเลือกนายน่ะคงเป็นประเภทที่สองสินะเพราะนายสร้างปาฎิหาริย์ได้เสมอ !! ฮิคาริคิดในใจก่อนจะเข็นรถเข็นตัวเองกลับไปที่นั่ง จบ...