“ จะดีเหรอ มันรบกวนพวกหนูหรือเปล่า ” คุณยายเกรงใจ
“ ไม่เป็ไรหรอก ไม่ได้ออกนอกเส้นทางเท่าไหร่ จริงมั้ย ยัยโย่ง ” มาวินหันกลับมาถาม ซึ่งเหมยลี่ก็พยักหน้ารับ
“ งั้นยายคงต้องรบกวนพวกหนูแล้วล่ะ ” คุณยายก้มหัวขอบคุณ
“ ไม่เป็ไร ยายขึ้นมาเลย ” มาวินพูดจบ ก็ก้มหลังให้คุณยายขี่
คุณยายค่อยๆปีนขึ้นหลังของมาวินอย่างทุลักทุเล พอเสร็จเรียบร้อย เด็กหนุ่มก็กล่าวกับเหมยลี่
“ ยัยโย่งฝากดูแลเ้าสังกะสีด้วย ”
เหมยลี่พยักหน้ารับอีกครั้ง สีหน้าเรียบเฉยจนไม่อาจคาดเดาถึงอารมณ์ กระนั้น มาวินก็ไม่ใส่ใจ คงเพราะเริ่มชินกับบุคลิกของเพื่อนร่วมทาง
มาวินเดินลงไปในแม่น้ำที่เชี่ยวกราก แม้กระแสไหลแรง ราวกับน้ำป่า แต่กลับลึกแค่เอว ทำให้ข้ามผ่านได้อย่างไม่ยาก เมื่อทุกคนก้าวถึงฝั่ง เด็กหนุ่มก็โอ้อวด
“ นึกว่าจะยาก ที่ไหนได้ แค่ลุยตรงๆก็จบแล้ว พวกเราคงโง่มาก ถ้าคิดจะไปข้ามสะพานถัดไป ”
แน่นอนว่าไม่มีเสียงตอบจากผู้ใด ทำให้มาวินรู้สึกแกร่วไปตลอดทาง แต่ถ้าจับสังเกตให้ดี จะเห็นสีหน้าแปลกใจของเหมยลี่ เพราะเธอเองก็ฉงนอยู่เหมือนกัน
“ เอ ปกติแม่น้ำสายนี้จะลึกจนมิดหัวนี่นา แต่ทำไมคราวนี้ถึงตื้นนัก ”
ทั้งสามเดินทางมาถึงหมู่บ้านลูกากู บรรยากาศเงียบเชียบจนผิดปกติ แต่ละหลังเป็บ้านไม้ชั้นเดียวที่สร้างแบบง่ายๆ หลังคาปูด้วยฟางหรือไม่ก็กระเบื้อง
“ เอาไงดี ” มาวินถาม แต่แทนที่จะได้รับคำตอบ เด็กสาวร่างสูงกลับจูงม้าตรงเข้าไปหาชายแก่ร่างผอมที่กำลังผ่าฟืนอยู่หน้าหมู่บ้าน
“ ขอฝากม้าสองตัวไว้ที่ลุงก่อน พวกเราจะไปส่งยายคนนี้ที่บ้าน ” เหมยลี่ไหว้วาน
“ เอ่อ ได้ ว่าแต่คุณยายที่พวกหนูมาส่ง เป็ใครกันเหรอ ” ชายแก่งุนงง
“ อ้าว นี่ลุงจำคนในหมู่บ้านตัวเองไม่ได้เหรอ พิลึกชะมัด ” มาวินเริ่มโวยวายตามสไตค์ของตนเอง
“ เอ แปลกมาก ชั้นอยู่ที่นี่ั้แ่เกิด แต่ไม่เคยเห็นคุณยายคนนี้เลย เอ๊ะ ” ชายแก่พูดจบ ก็เผลอไปสบตากับคุณยายปริศนา ก่อนจะชะงักงันอย่างฉับพลัน
“ อ้าว ลุงเป็อะไรไป ตาค้างเชียว ” มาวินเห็นอาการของชายแก่ ก็นึกสงสัย จึงโบกมือไปมาบริเวณใบหน้า ทว่าอีกฝ่ายได้แต่ยืนนิ่งเป็รูปปั้น
“ ไปกันเถอะจ้ะ บ้านของยายอยู่ด้านหลังหมู่บ้านนี้เอง ” คุณยายร้องบอก
มาวินหันไปมองเหมยลี่เป็เชิงปรึกษาอีกครั้ง เด็กสาวจึงพยักหน้ารับและผูกม้าทั้งสองตัวที่ต้นไม้ใหญ่แถวนั้น จากนั้นก็เดินไปยังท้ายหมู่บ้าน
ระหว่างทาง ทุกบ้านปิดสนิท ทำให้บรรยากาศดูวังเวง และถ้าจะบอกว่าที่นี่เป็หมู่บ้านผีสิง ก็ไม่ใช่เื่ที่พูดเกินจริงนัก
“ ทำไมถึงเงียบแบบนี้ คนที่นี่ เขาไม่ทำงานทำการกันรึไง ” มาวินเริ่มบ่นตามประสาคนปากเปราะ ส่วนเหมยลี่แม้จะไม่พูดอะไร แต่ก็ปรากฏเค้าของความกังวลอยู่บนใบหน้า ด้วยเธอเองก็คิดไม่ต่างจากเด็กหนุ่ม
“ ที่เงียบก็เพราะแก๊งยมทูตคอยรังควานชาวบ้าน ตอนนี้พวกมันน่าจะอยู่กับหัวหน้าหมู่บ้านตรงลานกว้าง ” คุณยายร้องบอกเบาๆ ราวกับกลัวว่าใครจะได้ยิน
“ โธ่เอ๊ย แค่อันธพาลกระจอกไม่กี่คน พวกชั้นไม่กลัวหรอก จริงมั้ย ยัยโย่ง ” มาวินสวนขึ้นมาด้วยอารมณ์คะนอง แต่เหมยลี่ไม่ตอบคำใด กลับถามคุณยายต่อ เพื่อขอรายละเอียด
“ พวกมันมีกี่คน หัวหน้าเป็ใคร ฝีมืออยู่ระดับไหน ”
คุณยายขมวดคิ้วนิดนึง ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเครียดขึง
“ มีราวๆ 20-30 คน ล้วนเป็ชายฉกรรจ์ พวกมันมาเก็บส่วยทุกเดือน คราวหนึ่งเอาเสบียงไปเกือบครึ่งหมู่บ้าน ทำให้ลำบากมาก ”
“ โธ่เอ๊ย จำนวนแค่นี้เอง เราไปปราบพวกมันกันเถอะ ” มาวินรู้สึกดีใจที่จะได้เล่นบทบู๊อีกครั้ง แต่เหมยลี่ยังไม่กล่าวคำใด สีหน้าส่อแววครุ่นคิด ความเงียบมาเยือนคนทั้งสามได้ครู่นึง คุณยายก็ห้ามปราม
“ อย่ามีเื่เลย พวกหนูเป็แค่เด็กวัยรุ่นธรรมดา สู้รบตบมือกับกลุ่มชายฉกรรจ์ไม่ไหวหรอก แถมหัวหน้าของพวกมันก็คือ……”
“ อย่าบอกนะว่า หัวหน้าของพวกมันเป็เนโครมันเซอร์ ” เหมยลี่ร้องถามโดยไว
“ ใช่แล้วจ้ะ ” คุณยายพยักหน้ารับคำ
“ อืม แสดงว่าข่าวลือนั้นเป็จริง ” เด็กสาวก้มหน้านิ่ง ท่าทางครุ่นคิดยิ่งกว่าเดิม
การสนทนาดังกล่าว สร้างความงุนงงแก่มาวินอย่างมากมาย เด็กหนุ่มจึงหันไปมองคุณยายที เหมยลี่ที ก่อนจะเอ่ยถามตรงๆ
“ นี่ตกลง จะมีใครบอกชั้นมั้ยว่า......เนโครมันเซอร์คืออะไร ”
สองสาวต่างวัยพากันเงียบกริบ ราวกับว่าสิ่งที่จะกล่าวต่อไป เป็เื่ที่น่าสะพรึงกลัวและสยดสยองจนเกินบรรยาย แต่สุดท้าย เด็กสาวก็จำใจขยายความ
“ เนโครมันเซอร์คือสายอาชีพขั้นสาม ”
“ งั้นเ้านี่ก็เก่งพอตัวอ่ะดิ สายไหนล่ะ บู๊แหลก ว่องไวรึไง ” มาวินร้องถาม
“ ไม่ใช่ พวกนี้มาจากสายนักศึกษาที่เน้นพลังเวทและปัญญา ดังนั้น ด้านกำลังและความเร็วไม่มีทางสู้สายนักสู้อย่างพวกเราได้ ทว่า….” เด็กสาวอธิบายอย่างใจเย็น ก่อนจะหยุดไปซะอย่างงั้น
“ เอ้า เล่าต่อดิ หยุดทำไม ” เด็กหนุ่มร้อนรน เขาอยากรู้เื่นี้อย่างรุนแรง เด็กสาวจึงรวบรวมกำลังใจอยู่ครู่นึง ก่อนตอบกลับอย่างยากลำบาก
“ เนโครมันเซอร์เป็พวกที่ถนัดเวทมนตร์เฉพาะด้าน ซึ่งแตกต่างจากคาถาอื่นๆ ”
“ ต่างยังไง พวกนี้ยิงเวทะเิกระจาย หรือสามารถทำลายหมู่บ้านนี้ในพริบตาเดียวรึไง ” มาวินถามต่อ สีหน้าเริ่มตึงเครียดเล็กน้อย
“ ไม่ใช่จ้ะ พวกนี้ใช้มนตร์มืดที่เกี่ยวข้องกับความตายและคำสาป จัดเป็สายพิเศษที่หายาก อาชีพนี้ไม่สามารถสมัครกับ NPC ประจำเมือง แต่ต้องผ่านการทำภารกิจที่แปลกประหลาด พิสดารและน่าสะพรึงกลัว ” คราวนี้คุณยายเป็ฝ่ายอธิบายบ้าง
ความเงียบปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง มันสงัดซะจนทั้งสามได้ยินเสียงลมโชยที่คล้ายเสียงปีศาจโอดครวญ อันชวนให้รู้สึกขนพองสยองเกล้า มาวินเลยถามต่อ ปากคอเริ่มสั่น
“ แล้วพวกนี้เรียกผีได้รึเปล่า ”
“ ไม่ใช่แค่เรียกผีได้ พวกนั้นยังใช้คำสาปที่โดนเข้าไปทีเดียว อาจถึงตายหรือกลายเป็บ้า นับเป็สายอาชีพที่รับมือยาก ” เหมยลี่เสริมขึ้นมาบ้าง
“ ฮะๆ หรือเราจะเปลี่ยนใจ หนีซะตอนนี้ ” เด็กหนุ่มหัวเราะแห้งๆ
………………………
ทั้งสามเดินทางมาถึงกลางหมู่บ้าน ก็พบกับบ้านไม้สองชั้นที่ดูโดดเด่น ด้านหน้ามีลานกว้างทรงกลมซึ่งปรากฏกลุ่มชายฉกรรจ์ราวๆ 10 คนยืนอยู่ พวกมันล้วนมีหน้าตาที่บ่งบอกว่าเป็อันธพาล ยูนิฟอร์มหลักคือเสื้อยืดและกางเกงยีนส์สีดำ ใกล้ๆกันนั้น มีชายร่างผอมสูงวัยกลางคนยืนตัวสั่น สีหน้าฉายแววหวาดกลัว
“ เกิดอะไรขึ้น ” มาวินร้องถาม
“ พวกนั้นเป็ลูกน้องแก๊งยมทูตจ้ะ ส่วนชายผอมๆคือหัวหน้าหมู่บ้าน” คุณยายรีบบอก เสียงของเธอสั่นเครือ
“ เอาไงดี ยัยโย่ง ” มาวินหันไปถามเด็กสาวร่างสูง เธอจึงนิ่งคิดอยู่อึดใจ ก่อนตอบกลับมาเบาๆ
“ อย่าไปยุ่ง หัวหน้าของมันคือเนโครมันเซอร์ที่รับมือยาก เรารีบพาคุณยายไปส่ง แล้วไปจากที่นี่ดีกว่า ”
“ เฮือก ” มาวินกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ ในใจแอบคิดว่าคงจะดีไม่น้อย ถ้าไม่ต้องพบคนที่ใช้เวทคำสาป ซึ่งโดนเข้าไปทีเดียว แล้วถึงตาย
เมื่อตกลงกันได้ วัยรุ่นทั้งสองก็เดินผ่านกลุ่มคน เพื่อไปส่งคุณยายที่ท้ายหมู่บ้าน ระหว่างนั้นเอง หูของมาวินก็แว่วเสียงขู่ตะคอกของเหล่าชายฉกรรจ์
“ ไอ้แก่ ทำไมเสบียงของเดือนนี้ มันน้อยจังวะ ”
“ เดือนนี้ผลผลิตไม่ดีครับ เห็นใจพวกผมเถอะ ” ชายวัยกลางคนอ้อนวอน ท่าทางน่าสงสาร
“ ไม่ได้ ข้าไม่สนว่าพวกแกจะลำบากแค่ไหน ยังไงก็ต้องส่งเสบียงเพิ่ม เข้าใจมั้ย ” ชายร่างใหญ่กระชากคอเสื้อของชายวัยกลางคนขึ้นมาขู่
“ แต่ว่า…… ” หัวหน้าหมู่บ้านพยายามต่อรอง
“ ผั้ว ”
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่น พร้อมชายวัยกลางคนที่ร่วงล้มลงไปนอนกองบนพื้น เพราะถูกลิ่วล้อร่างใหญ่ตบใบหน้าด้วยหลังมือ
“ อู้ย ” ชายวัยกลางคนโอดครวญเบาๆด้วยความเ็ป เืแดงไหลทะลักออกจากปาก
“ ยังมีคำว่าแต่อีกมั้ย จำไว้ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว จงไปหาเสบียงมาเพิ่ม ” ชายร่างใหญ่ตวาด
“ ขอร้องล่ะครับ ถ้าเอาไปมากกว่านี้ พวกเราคงไม่รอดในหน้าหนาวแน่ ” ชายวัยกลางคนก้มลงคุกเข่า พร้อมอ้อนวอนขอความเห็นใจ
“ ยังมีหน้ามาขอร้องอีก รุมกระทืบมันจนกว่าจะยอมให้เสบียงเพิ่ม ” ชายร่างใหญ่สั่งสมุนที่มาด้วย
“ ได้เลยลูกพี่ ” ลิ่วล้อสองคนเดินออกมาจากกลุ่ม เพื่อหวังรุมยำคนไร้ทางสู้
“ อย่า…….ขอร้องเถอะ ” ชายวัยกลางคนถอยกรูด แต่ก็ไม่ทำให้หนีพ้น เมื่อลิ่วล้อคนหนึ่งเข้าถึงตัว หมัดหนักๆก็พุ่งปะทะใบหน้า ทำให้เขาล้มลงไปนอนหงายอีกครั้ง
“ โอ๊ย ” ชายแก่ร้องลั่นด้วยความเ็ป เือีกสายทะลักออกจากปลายจมูก
“ ฮ่าๆ หมัดหนักนี่หว่า ทีเดียว หงายเงิบไปเลย ” กลุ่มชายฉกรรจ์ที่มาด้วย พากันหัวเราะชอบใจต่อความชั่วช้าที่พวกตนเพิ่งก่อ
“ เฮ้ย ยังไม่จบแค่นี้หรอกเฟ้ย พวกเอ็งดูนี่ให้ดี ฮัดช่า ” ลิ่วล้อคนนั้นพูดจบ ก็ตรงเข้าไปซัลโวท้องน้อยด้วยแข้งขวา ส่งผลให้หัวหน้าหมู่บ้านถึงกับตัวงอ
“ ฮ่าๆ ยิงประตูได้สวยมากว่ะ ” พลพรรคพากันโห่ร้องดีใจ
“ เฮ้ย ข้าเริ่มคันมือแล้วว่ะ ขอมั่งดิ ” ลิ่วล้ออีกคนนึกคะนอง จึงตรงเข้ามากระทืบกลางแผ่นหลังของอีกฝ่าย
“ อุ้ก ” ร่างผอมบางกระแทกพื้น พร้อมกระตุกกายแรง โลหิตแดงทะลักออกจากปาก
“ ฮ่าๆ มีกระตุกด้วยโว้ย เบรกแดนซ์รึไงวะ ” ชาวแก๊งเฮฮา
“ เฮ้ย เอาแค่เจ็บนะ อย่าให้ถึงตาย ข้า้ารีดเสบียงจากพวกมันเท่านั้น เข้าใจมั้ย ” ชายร่างใหญ่หัวหน้ากลุ่ม ร้องบอกพรรคพวกให้ลดความคะนอง ไม่งั้นจะเสียงาน
“ จัดให้ ลูกพี่ ” ลิ่วล้อคนที่กำลังเหยียบแผ่นหลัง ยิ้มรับ ก่อนจะหวดเท้าขวาไปที่ชายโครงซ้าย ทำให้ชายวัยกลางคนกระเด็นกระดอนไปตามแรง
“ โอ๊ย” เสียงร้องด้วยความเ็ปดังออกมาจากปากของหัวหน้าหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง ใบหน้าเกราะกรังไปด้วยคราบฝุ่นผสมคราบเืจนแยกไม่ออก ดูน่าเวทนาเป็ที่สุด แต่ไม่มีใครในกลุ่มชายโฉดนึกเห็นใจ กลับมองว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเป็ความบันเทิงหลังอาหารเท่านั้น
ระหว่างที่เหล่าลิ่วล้อกำลังสนุก ก็มีใครบางคนพุ่งเข้ามาเหวี่ยงแข้งขวาไปที่ต้นคอ ส่งผลให้หนึ่งในสองชายโฉดร้องได้คำเดียว ก่อนจะร่วงล้มลงไปนอนกองบนพื้น
“ อั้ก ”
“ เฮ้ย! แก ” ลิ่วล้ออีกคนใ จึงหันกลับมาต่อยขวา แต่คนผู้นั้นก้มหลบอย่างง่ายดาย และสวนกลับด้วยการปล่อยหมัดรัวสุดกำลัง
“ ย่า ย่า ย่า ”
“ อุกๆ อั้กๆ ” ลิ่วล้อถึงขั้นกระตุกกายไปตามน้ำหนักหมัดที่กระทบถูก
“ ย้าก ” บุคคลปริศนากู่ร้องยาว ก่อนเหวี่ยงหมัดสุดท้ายไปที่ขมับ ส่งผลให้ใบหน้าสะบัดไปตามแรง แน่นอนว่าจุดจบของสมุนผู้นี้คือนอนตาลอย
เหล่าชายฉกรรจ์ดูตื่นกลัวผสมงุนงง ผู้มาใหม่ที่มีฝีมือร้ายกาจคือใคร เมื่อเห็นเต็มสองตา ก็พบว่าคนผู้นั้นเป็เพียงเด็กหนุ่มวัยเยาว์ กายเพรียวถูกซ่อนอยู่ในชุดกังฟูแขนกุดสีเขียว ดวงตาเรียวแฝงแววมุ่งมั่น บนศีรษะประดับผมรองทรงที่ตั้งเป็กะบังด้านหลังไว้รากไทร
“ เฮ้ย! แกเป็ใครวะ ไอ้หนู ” หัวหน้าทีมร่างใหญ่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม แต่ก็ไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มตื่นกลัว เขาตีหน้าเข้ม พร้อมตอบกลับอย่างจริงจัง
“ ชั้นชื่อมาวิน และงานนี้ ชั้นขอเป็พระเอก ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
