บทที่ 45 : เล่นเป็นักยิงธนู
“เอาล่ะเ้าหนุ่มเ้าหนูตัวน้อย ฉันมีนามว่า “ฮารุ มายุมิ” ได้โปรดออมมือให้ฉันพร้อม ๆ กับการสู้อย่างเต็มที่นะ!” คู่ต่อสู้ของอาคุมุพูดพร้อมกับยกคันธนูขึ้นมา
“เอ๋? อ… อะไรนะครับ?!” อาคุมุที่ได้ยินอย่างนั้นก็ใในสิ่งที่ได้ยิน
“แหะ ๆ ก็นะ ฉันไม่ค่อยได้สู้กับคนเก่ง ๆ มากนักน่ะ ยังไงก็ช่วยออมมือไปพร้อมกับต่อสู้อย่างเต็มที่นะ” มายุมิพูดพร้อมกับยิ้มเล็ก ๆ
“ผมจะ… พยายามครับ”
‘หลอกให้ฉันเบามือแล้วจะเล่นงานฉันแบบหนัก ๆ หรือเปล่านะ?’
“แล้วนายชื่ออะไรล่ะ” มายุมิถามกลับมา
“ผมชื่ออาคุมุ…” ในขณะที่อาคุมุกำลังจะตอบนั้น การโจมตีจากมายุมิก็เกิดขึ้นในทันที
ตู้มมม!!!
“นี่น่ะคือศรดวงตะวันของฉัน นายควรจะตอบสนองได้ไวกว่านี้นะเพื่อน เพราะถ้ามันจบเร็ว…” มายุมิพูดยังไม่ทันจบประโยค เขาก็ต้องชะงักไปเมื่อควันจากการะเิเริ่มเบาบางลง
“ว้าว! น่าสนุกดีนะครับ จะใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรก็เอามาให้เต็มที่เลย… ผมจะเล่นด้วยเอง” อาคุมุตอบกลับไปพร้อมกับตาข่ายอัสนีที่กางอยู่ตรงหน้า
“แล้วก็นี่คือตาข่ายอัสนีของผมล่ะครับ”
อาคุมุสามารถมองเห็นได้ถึงความลังเลของคู่ต่อสู้ตรงหน้า วิธีที่มายุมิใช้นั้นเป็การเบนความสนใจของอาคุมุและโจมตีเข้ามาด้วยความเร็ว ซึ่งจากความมั่นใจของเขาทั้งท่าทางรวมถึงคำพูดนั้น แสดงให้เห็นแล้วว่าใช้วิธีแบบนี้บ่อยครั้งและใช้ได้ผลมามากพอสมควร
“เอาน่า ฉันแค่ลองเชิงของนายก็เท่านั้นเอง ฮึบ!” มายุมิกางแขนออกทั้งสองข้างและวงแหวนเวทสีแดงปรากฏขึ้นที่รอบข้อมือของเขา ข้างหลังของมายุมิเผยให้เห็นวงแหวนเวทขนาดใหญ่สีฟ้าเข้ม
‘สีฟ้าเข้มเลยแฮะ ไม่น้อยเลยนะเนี่ย’
ด้วยสีของวงแหวนเวทที่เป็สีฟ้าเข้ม นั่นจึงทำให้อาคุมุทราบได้ว่าแต้ม B ของมายุมินั้นอยู่ที่ 1,000-9,999 ซึ่งเป็ระดับก่อนที่จะถึงระดับเดียวกันกับอาคุมุเพียงหนึ่งระดับ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนของแต้ม B เช่นเดิม เพราะแต้ม B ของอาคุมุนั้นอยู่ในระดับที่สูงมากพอสมควร ซึ่งก็คือ 21k (21,000)
“ระดับพลังของพี่นี่ใกล้เคียงกับผมเลยนะครับ” อาคุมุพูดออกไปเพื่อที่จะทำให้มายุมิใจชื้นขึ้นมาบ้าง
“ถ้าอย่างนั้น ฉันจะลุยเต็มที่เลยนะ นายก็มาเต็มที่ด้วย!!” มายุมิพูดพร้อมกับลูกธนูจำนวนมากที่ปรากฏขึ้นบริเวณวงแหวนเวทด้านหลังเขา
ด้วยขนาดที่ใหญ่ของวงแหวนเวทและจำนวนที่ค่อนข้างมากของลูกธนู ทำให้การโจมตีนี้ดูเป็การโจมตีที่อลังการไปโดยปริยาย ซึ่งเป็เื่ปกติที่ผู้คนในเมืองจะตื่นตาตื่นใจเพราะไม่ได้พบเห็นการต่อสู้บ่อยมากนัก จึงได้มีเสียงฮือฮาเกิดขึ้นทั่วสนามประลอง
“เราเป็คู่แรก พี่เป็คนแรกที่เรียกเสียงแบบนี้จากคนดูได้เลยนะครับ” อาคุมุพูดพร้อมกับปรบมือ
“ขอบคุณนะ ฉันก็จะให้นี่แทนคำขอบคุณล่ะ… ศรดวงตะวัน!!!” ศรดวงตะวันจำนวนนับร้อยพุ่งตรงเข้ามาหาอาคุมุ เปลวเพลิงจากดวงตะวันที่ร้อนและสว่างเจิดจ้าครอบคลุมทั่วทั้งดอกของลูกศร
“ยิ่งใหญ่มากเลยล่ะครับ”
ตู้มมม!!!
‘รุนแรงใช้ได้เลยแฮะ’ อาคุมุไม่ได้ใช้ทักษะป้องกันเพิ่มแต่อย่างใด อีกทั้งยังหลบทักษะโจมตีด้วยตัวเองเมื่อตาข่ายอัสนีนั้นถูกทำลายลง
‘เคลื่อนที่ด้วยสายฟ้า… เจ๋งชะมัด!’ อาคุมุเคลื่อนที่หลบการโจมตีด้วยพลังเวท ซึ่งนั่นเป็สิ่งที่ใช้งานได้ดีเป็อย่างยิ่งในการต่อสู้จริง เขาหลบทักษะโจมตีของมายุมิได้โดยไม่ออกห่างจากรัศมีของการโจมตีนั้นเลยแม้แต่น้อย
ศรดวงตะวันจำนวนมากก็ยังคงพุ่งเข้าหาอาคุมุอย่างไม่หยุดหย่อน ทางด้านของอาคุมุเองก็ไม่หยุดการเคลื่อนที่เช่นกัน จนกระทั่ง…
“อืม… หมดเวลาของพี่แล้วล่ะครับ!!” อาคุมุพูดขณะที่ตัวเขานั้นหลบการโจมตีอยู่
“น… นี่นาย ไม่เป็อะไรเลยหรือไงกัน?!” มายุมิตอบกลับมาด้วยความใ
“ัอัสนี!!!” อาคุมุะโออกไป ออร่าพลังเวทรอบตัวเขาถูกแผ่ออกอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงที่ดังสนั่นทั่วทั้งสนามประลอง
ตู้มมม!!!
การะเิของพลังเวทนี้รุนแรงและยิ่งใหญ่กว่าการโจมตีของมายุมิหลายเท่า ซึ่งนั่นสามารถเรียกเสียงฮือฮาและความใของผู้ชมรอบด้านได้มากกว่าเดิม เพราะนี่เท่ากับว่าที่ผ่านมานั้นเป็ทางด้านของอาคุมุที่ยังไม่ได้แสดงพลังอันแท้จริง
สายฟ้าเล็กใหญ่ได้ปรากฏขึ้นรอบตัวอาคุมุและบริเวณพื้นของสนามประลองอย่างเห็นได้ชัด การโจมตีของมายุมิถูกหยุดไปในทันที
“ผมจะ…” อาคุมุพูด พลังเวทที่ปะทุออกนั้นค่อย ๆ ถูกรวบรวมไปที่มือทั้งสองข้าง
“แสดงให้ดู…” วงแหวนเวทสีฟ้าปรากฏขึ้นที่ข้อมือของเขา พร้อมกันกับวงแหวนเวทสีม่วงขนาดใหญ่ซึ่งปรากฏขึ้นข้างหลัง สิ่งที่อาคุมุกำลังจะทำนั้นคือแบบเดียวกันกับที่มายุมิทำ
“ว่าการโจมตีด้วยธนูที่แท้จริงมันเป็ยังไง…” พลังเวทได้ถูกควบแน่นเป็คันศรอัสนีที่อยู่ในมือของอาคุมุ
ลูกธนูสายฟ้าได้ปรากฏขึ้นข้างหลังเขาอย่างช้า ๆ จนกระทั่งมันมีจำนวนมากเกินกว่าที่จะนับได้ พลังเวทแห่งสายฟ้าที่ถูกแผ่ออกไปนั้นทำให้มายุมิเกิดอาการสั่นกลัวเล็กน้อย ซึ่งอาคุมุนั้นเห็นได้ชัด
“เอาสิ! น่าสนุกดีนะ ฉันจะโต้กลับนายแบบเต็มกำลังเลยเ้าเพื่อนตัวน้อย!” มายุมิพูดขึ้นมาพร้อมกับยกคันธนูและตั้งท่าพร้อมโจมตี วงแหวนเวทสีแดงปรากฏขึ้นรอบข้อมือของเขา วงแหวนเวทสีฟ้าเข้มกว้างเท่าใบหน้าของเขาเองปรากฏขึ้นมาที่หน้าคันธนู ศรดวงตะวันขนาดใหญ่ได้ออกมาจากวงแหวนเวทอย่างช้า ๆ
“พี่อาจเป็นักยิงธนู… แต่ผมจะเล่นเป็นักยิงธนูให้เองครับ คันศรอัสนี!!” ศรอัสนีจำนวนมากพุ่งตรงไปยังมายุมิที่ยืนอยู่
“มาเลย! แสงตะวันสาดส่อง!!” ทักษะของมายุมิถูกปล่อยออกมาเช่นกัน
ตู้มมม!!!
สองทักษะโจมตีขนาดใหญ่ปะทะกันจนทำให้เกิดเสียงะเิที่ดังสนั่น การต่อสู้คู่แรกก็ทำให้เกิดการสั่นไหวของสนามประลองได้หลายต่อหลายครั้ง อีกทั้งยังทำให้หลาย ๆ คนนั้นมองอาคุมุผิดไป เพราะเขาไม่ใช่เด็กที่จะร้องไห้กลับบ้านเหมือนกับที่ผู้ชมได้กล่าวเอาไว้… ไม่ใช่เลยแม้แต่น้อย
“พลังเวทและทักษะของพี่น่ะแข็งแกร่ง แต่ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะผมได้ครับ!!!” ศรอัสนีของอาคุมุยังคงโจมตีอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งทักษะแสงตะวันสาดส่องของมายุมิหายไปในที่สุด
ตู้มมม!!!
เสียงจากการะเิได้ดังขึ้นอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้เป็เสียงของการตัดสินผลแพ้ชนะ ซึ่งเป็ทางด้านของอาคุมุที่ยังคงยืนหยัดและเอาชนะไปได้ ส่วนทางด้านของมายุมินั้นล้มลงไปที่พื้น แต่มองจากภายนอกนั้นไม่ได้มีาแสาหัสเลยแม้แต่น้อย
“น… นี่ฉัน ไม่ตายเหรอ?” มายุมิลืมตาขึ้นก็หันมามองที่อาคุมุ
“ทักษะของพี่ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะทำลายทักษะของผมลงได้ครับ” อาคุมุพูดพร้อมกับเดินเข้าไปหามายุมิ
“ไหนนายรับปากว่าจะสู้อย่างเต็มที่ไง?” มายุมิถามกับอาคุมุ
“ผมเต็มที่แล้วครับ โจมตีแบบเต็มกำลังด้วย แค่หยุดการโจมตีสุดท้ายไว้เท่านั้นครับ” อาคุมุพูดพร้อมกับยื่นมือให้มายุมิ
‘กับคนแบบนี้สู้แค่ชนะก็พอแล้วล่ะ ส่วนไอ้พวกคนของจักรพรรดิ… ฉันจะเอามาเป็แต้ม B ของฉันซะ’
“โอ้! คู่แรกนี้มันสนุกเกินคาดจนกระผมลืมทำหน้าที่ของตัวเองเลยล่ะครับ ผู้ชนะในการต่อสู้นี้คือนักสู้ที่อายุน้อยที่สุดของเรา… ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข B4 หนูน้อยอาคุมุ!!!”
“เห็นไหมล่ะฉันบอกแล้วว่าเด็กคนนี้อาจจะมีฝีมือ”
“ฉันมองเขาผิดไปแล้วล่ะ”
“สุดยอดชะมัดเ้าหนู!!”
“อาคุมุ! อาคุมุ! อาคุมุ!!!”
…
เสียงตอบรับจากผู้ชมทั่วทั้งสนามประลองนั้นเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือไปในทันที การประลองต่อจากนี้ชื่อของอาคุมุจะเป็ที่น่าจดจำมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน!
‘ว่าไงล่ะ ท่านจักรพรรดิ… หึหึ’