เศษบุปผา :พลิกชะตาบุปผาพร่างพราว (จบ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 67 คุณหนูใหญ่และอี๋เหนียงหายไปแล้ว

            เฉินจิ้งเจียมิได้เข้าไปดูคนบนเตียงแต่อย่างใดนั่งลงบนเก้าอี้ปักยื่นมือเทชาด้วยตัวเอง พลางยกจิบอย่างเชื่องช้า

            แม้แต่กำยานกล่อมประสาทคุณภาพสูงอย่างกำยานกล่อมวิญญาณแบบนี้ยังใช้ได้เฉินจิ้งเจียขมวดคิ้วเคร่งใคร่สงสัยแท้จริงแล้วใครอยู่เบื้องหลังจ้าวอี๋เหนียงกันแน่?

            การคาดเดานี้ทำให้เฉินจิ้งเจียตื่นระวังตัวขึ้นเช่นกันหรือว่าโศกนาฏกรรมในชาติก่อนของนางล้วนเป็นแผนของคนเบื้องหลังผู้นี้ทั้งสิ้น?

            เป็นครั้งแรกที่เฉินจิ้งเจียรู้สึกว่าชาติที่ตนเกิดใหม่นั้นมิได้ช่วยตนในสภาพการณ์ของตัวเองในตอนนี้แม้แต่น้อย

            จ้าวอี๋เหนียงที่นอนรอบนเตียงมาเนิ่นนานไม่เห็นเฉินจิ้งเจียเข้ามาเสียทีก็เป็นอันขมวดคิ้วอย่างฉงนใจ

            เฉินจิ้งเจียหาใช่เฉินจิ้งเจียที่โง่เขลาดังแต่ก่อนแล้วจริงๆ

            ชั่วเวลานั้นนางอดที่จะลอบปรีดาขึ้นเสียมิได้โชคดีที่ตนคิดแผนการอันแยบยลนี้ขึ้นได้ ต่อให้เฉินจิ้งเจียมีความสามารถแล้วอย่างไรคอยกระทั่งนางเร้นออกจากราชวงศ์ต้าเซี่ยไปไกลลิบตาแล้วต่อให้เป็นจวนป๋อชางโหวแล้วอย่างไร ท้ายสุดนางจะยังสอดมือยุ่งได้อีกหรือ?

            ทางเฉินอี้เหอก็เดินทางมาหาเผยฉางชิงถึงหน้าห้องเช่นกันไม่ต้องให้เด็กรับใช้เข้าไปเรียก ก็ยกมือเคาะประตูด้วยตนเอง

            ชั่ววินาทีที่เผยฉางชิงออกมาก็เห็นแววคุกรุ่นบนหน้าเฉินอี้เหอ“แม่ทัพเฉินมาหาข้าน้อยเผยมีเรื่องอันใดหรือขอรับ?”

            เมื่อนึกถึงสิ่งที่เฉินจิ้งเจียบอกไว้ความหวงในใจเฉินอี้เหอพลันตีตื้นขึ้น น้องสาวเขาโตแล้วมีเรื่องอะไรไม่ยอมบอกตนแต่กลับยอมคุยกับคนนอกเสียอย่างนั้น

            “เมื่อครู่เจียเอ๋อร์บอกว่าหากข้าสงสัยเรื่องใดให้มาถามเจ้าให้กระจ่างเจ้ากับเจียเอ๋อร์ปิดบังอะไรข้ากับท่านพ่อไว้กันแน่?” เฉินอี้เหอถามตรงประเด็นทันที

            หากแต่เผยฉางชิงกลับขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง พร้อมถามเรื่องราวจากเฉินอี้เหออย่างละเอียดถึงได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในที่สุด

            “เช่นนั้นยามนี้เจียเอ๋อร์อยู่ในห้องจ้าวอี๋เหนียงอย่างนั้นหรือขอรับ?” เผยฉางชิงถาม

            เฉินอี้เหอพยักหน้า“นางตามแม่นมซุนไป คงไม่ไปที่ไหนอื่นหรอก”

            คำพูดเขายังไม่ทันจบดีเผยฉางชิงก็รีบร้อนปรี่ออกไปทันใด “แม่ทัพเฉินพวกเรารีบไปคุ้มกันที่ฝั่งจ้าวอี๋เหนียง หากข้าน้อยเผยเดาไม่ผิดคืนนี้เจียเอ๋อร์ต้องเกิดเรื่องเป็นแน่ขอรับ”

            เมื่อได้ยินว่าจะเกิดเรื่องกับเฉินจิ้งเจียเฉินอี้เหอก็ไม่สนใจเรื่องน้อยใจหวงน้องสาวกับเผยฉางชิงอีกต่อไปเร่งฝีเท้าตามเขามุ่งหน้าไปรอบนอกเรือนจ้าวอี๋เหนียงทันที

            ถึงอย่างไรก็เป็นอนุของป๋อชางโหวทั้งสองจึงมิกล้าเข้าไป ทำได้เพียงรอคุ้มกันอยู่นอกเรือน

            ท้องนภาอับแสงทีละนิดเฉินอี้เหอทำสงครามข้างนอกมาทั้งปี การหลบซ่อนตัวเช่นนี้มักเกิดขึ้นบ่อยเสมอ

            เขาหันมองเผยฉางชิงข้างกายไม่คิดไม่ฝันว่าปัญญาชนคนหนึ่งจะคอยเฝ้าระวังอยู่ที่นี่ได้นานขนาดนี้โดยสีหน้าหน้าไม่เปลี่ยนไปสักนิดช่างมีจิตใจอดทนแข็งแกร่งยิ่งนัก

            ครั้นนึกถึงสิ่งที่เฉินจิ้งเจียเคยพูดไว้เผยฉางชิงผู้นี้ ต้องโบยบินสู่นภาได้อย่างแน่นอน

            ตอนนั้นเขาแค่คิดว่าเฉินจิ้งเจียถูกความเป็นบุรุษของเผยฉางชิงบังตาให้ลุ่มหลงแต่ตอนนี้มิอาจเชื่อได้ว่าสายตาเฉินจิ้งเจียจะโดดเด่นไม่เหมือนใครจริงๆ

            ขณะกำลังครุ่นคิดทันใดนั้นเหนือหลังคาเรือนจ้าวอี๋เหนียงพลันมีชายชุดดำคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นบนบ่าเขาแบกร่างใครคนหนึ่งไว้ เมื่อดูอย่างละเอียด คลับคล้ายจะเป็นผู้หญิงอาภรณ์ที่สวมใส่นั้น...

            “เจียเอ๋อร์นี่!”

            เฉินอี้เหอตะโกนอย่างตื่นตกใจพุ่งกระโดดตัวออกไปโดยไม่สนใจสิ่งอื่นอีกต่อไป

            ชายชุดดำดูเหมือนไม่คาดคิดว่าได้เจอเฉินอี้เหอชะงักงันครู่หนึ่งก่อนลนลานกระโดดหนีไปบนหลังคากระนั้นกลับไม่ยอมทิ้งคนบนบ่าลงแต่อย่างใด

            เผยฉางชิงเห็นเฉินอี้เหอตามติดชายชุดดำไปเพียงชั่วพริบตาก็ไม่เห็นเงาแล้ว

            เรือนพักเบื้องหน้ามืดมิดเงียบสงัดราวกับตกอยู่ในภวังค์หลับใหล

            หากแต่เผยฉางชิงกลับขมวดคิ้วมุ่นผิดปกติ นี่มันผิดปกติมาก!

            หากชายชุดดำเตรียมตัวมาเพื่อจับเฉินจิ้งเจียเช่นนั้นไม่มีทางที่จะไม่รู้ว่าเฉินอี้เหอให้ความสำคัญกับเฉินจิ้งเจียขนาดไหนไม่มีทางไม่เตรียมการสกัดกั้นเฉินเหอแม่ทัพใหญ่ผู้มากวรยุทธ์เช่นนี้แน่

            ในเมื่อเป็นเช่นนี้ไฉนถึงได้ยืนบนหลังคาอย่างโจ่งแจ้งแม้แต่อาภรณ์สีอ่อนบนร่างเฉินจิ้งเจียยังไม่หาชุดคลุมปกปิดสายตาสักหน่อยหรือ?

            นอกเสียจากว่า...

            สีหน้าเผยฉางชิงซีดเผือดทันใดเรือนเล็กมืดสนิทเบื้องหน้า ดวงตาเขาจดจ้องเรือนพักเบื้องหน้าตาไม่กะพริบ

            เฉินจิ้งเจียต้องอยู่ในเรือนแน่!

            เพียงแต่ข้างกายไม่มีใครอยู่เขามิอาจส่งสารได้ จึงทำได้เพียงคอยจับตาดูด้วยตัวเอง

            เป็นอย่างที่คิดชั่วเวลาหนึ่งก้านธูปผ่านไป ภายในเรือนเล็กเริ่มมีการเคลื่อนไหวเผยฉางชิงจดจ้องร่างเงาดำที่ปรากฏกายขึ้นไม่ละสายตา ลอบตามติดอย่างระมัดระวัง

            เขารู้ดีว่าคนผู้นี้ต้องมีวรยุทธ์ติดตัวแน่ตนจึงทำได้เพียงตามติดไป หากทิ้งห่างเช่นนั้นก็คงทำอันใดไม่ได้อีกต่อไป

            ราตรีมืดมิดลงทุกชั่วขณะเมื่อนั้นแม่นมซุนถึงได้ยกชาที่เตรียมไว้มาไม่ช้าก็ได้ยินเสียงนางแผดตะโกนร่ำร้องดังขึ้น

            “ทหารมาเร็วเข้า!แย่แล้ว! คุณหนูใหญ่กับอี๋เหนียงหายไปแล้ว!”

            ไม่นานป๋อชางโหวก็มาถึงครั้นเห็นห้องหับว่างเปล่า เส้นเลือดบนหน้าผากเขาพลันปูดนูนพุ่งมือคว้าคอแม่นมซุนทันที “เกิดอะไรขึ้น? คนเล่า!ข้าถามเจ้าว่าคนอยู่ไหน!”

            แม่นมซุนเกือบถูกเขาบีบคอตาเหลือกเกือบเข้าเฝ้ายมบาลไปแล้วโชคดีที่ลุงฉีข้างกายป๋อชางโหวเอ่ยปากทันเวลา ถึงได้ช่วยชีวิตแม่นมซุนไว้

            นางร้องไห้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังคุกเข่าบนพื้นยอมรับความผิดของตัวเอง “เป็นความผิดของบ่าวเองเจ้าค่ะ!ล้วนเป็นความผิดของบ่าวทั้งสิ้นเจ้าค่ะ! หากรู้เช่นนี้บ่าวน่าจะอยู่ในห้องกับคุณหนูใหญ่และจ้าวอี๋เหนียงด้วย!”

            เมื่อได้ยินนางร่ำไห้น่ารำคาญใจป๋อชางโหวก็กระทืบซ้ำจิตใจนางอีกครั้งอย่างไม่ไยดี “หุบปาก!หากจะร้องก็ไสหัวไปร้องที่อื่น!”

            บางทีอาจเป็นเพราะไม่เคยเห็นป๋อชางโหวดุร้ายเช่นนี้มาก่อนแม่นมซุนถึงกับมิอาจสะกดกลั้นไว้ได้ แผดร้องไห้เสียงดัง

            “คุณชายใหญ่เล่า?” ป๋อชางโหวถาม “น้องสาวหายไปทั้งคน ยังไม่รีบมาอีก?!”

            เด็กรับใช้ข้างๆตอบรับ “บ่าวจะไปเรียกคุณชายใหญ่มาให้ขอรับ”

            ว่าแล้วก็รีบร้อนถอยไปเตรียมมุ่งหน้าไปเรือนพักเฉินอี้เหอ

            เพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็เห็นเฉินอี้เหอปรี่เข้ามา สีหน้าเขาคร่ำเคร่งขีดสุดจิตสังหารในตัวทวีคูณเหนือกว่าป๋อชางโหวหลายเท่าทำเอาเด็กรับใช้ผู้นั้นไม่กล้าขวางเขาแม้แต่น้อย

            “เจ้าไปอยู่ไหนมา!น้องสาวเจ้าหายตัวไปรู้บ้างหรือไม่!”

            เฉินอี้เหอเข้าห้องมาก็ได้ยินเสียงด่ากราดจากบิดาตนทันที เขาก็เบนจิตสังหารของตนเองเดินหน้าเข้าทำความเคารพป๋อชางโหวครั้งหนึ่ง ก่อนกวักมือเรียกคนข้างหลังเดินเข้ามา

            “อี๋เหนียง? อี๋เหนียงท่านกลับมาแล้ว!” แม่นมซุนเห็นบุคคลผู้ถูกอุ้มเข้ามาก็ระงับความดีใจไว้แทบไม่อยู่

            จ้าวอี๋เหนียงยังไม่ได้สติแต่นี่เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่

            เมื่อเห็นจ้าวอี๋เหนียงสีหน้าป๋อชางโหวก็ยิ่งย่ำแย่กว่าที่เคย “เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

            เฉินอี้เหอเล่าเรื่องราวที่ประสบพบเจอมาให้ฟังจากนั้นจึงคุกเข่า “ความผิดข้าเองขอรับที่บุ่มบ่ามออกไปโดยมิอาจทำใจเย็นประเมินสถานการณ์ก่อนกลายเป็นว่าช่วยเป็นนกต่อให้คนร้าย พวกมันเปลี่ยนชุดของเจียเอ่อร์กับจ้าวอี๋เหนียงข้าถึงได้...”

            เรื่องราวที่เหลือเขาไม่จำเป็นต้องพูดป๋อชางโหวก็เข้าใจได้ ว่าแล้วพลันหันหน้ามองแม่นมซุนทันใด “แล้วเจ้ารู้เรื่องนี้หรือไม่?”

    คล้ายกับเรื่องเศษบุปผา :พลิกชะตาบุปผาพร่างพราว (จบ) ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247