พิชชาภัสร์เดินทางสู่จังหวัดตามที่เด่นดนัยบอกมาด้วยรถโดยสารประจำทางซึ่งมีสถานีจอดอยู่ในตัวเมือง จากนั้นเธอก็ต่อด้วยรถสองแถวที่วิ่งจากตัวเมืองไปสู่หมู่บ้านต่างๆอีกทอดหนึ่งและตอนนี้เธอก็ลงจากรถสองแถวตรงหน้าทางแยกเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ป้ายชื่อปักอยู่ตรงปากทางเข้าระบุไว้ตรงกับที่เด่นดนัยได้บอกมาพอดี
เวลานี้ก็เห็นจะเป็ประมาณบ่ายโมงเศษๆแดดกำลังร้อนเปรี้ยงทีเดียว หญิงสาวเข้าไปยืนอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ซึ่งอยู่ใกล้ๆนั้นแล้วก็หันรีหันขวาง ลังเลกับการเริ่มต้นเดินทาง ป้ายบอกไว้ว่าระยะทางกว่าจะถึงตัวหมู่บ้านนั้นสามกิโลเมตร ไม่ไกลเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ใกล้เลย เดินตอนแดดแรงๆอย่างนี้คงมีหวังได้ลิ้นห้อยออกมายาวเป็คืบแน่
สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจว่าจะยืนรอโบกรถเข้าไปดีกว่าหวังว่าคงจะมีคนใจดีผ่านมาบ้างหรอกนะยืนรอจนขาแข็งอยู่ร่วมชั่วโมงหญิงสาวก็ได้เห็นพระเอกขี่ม้าขาว เอ๊ย ขี่รถกระบะสภาพกลางเก่ากลางใหม่ต่างหาก กำลังแล่นมาใกล้และทำท่าว่าจะเลี้ยวเข้าไปยังซอยเดียวกับที่เธอ้าจะไปเธอจึงรีบออกไปโบกไม้โบกมือแสดงความจำนงว่าจะขอติดรถไปด้วยทันที นั้นแน่ะ เขาก็จอดให้จริงๆด้วย
หญิงสาวรีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจ ก่อนโฉมหน้าของเ้าของรถที่ไขกระจกลงแล้วโผล่ออกมานั้นจะทำให้เธอถึงกับชะงักผงะออกมา ไอ๊หยา ทำไมหน้าตาถึงได้รกรุงรังเต็มไปด้วยหนวดเคราเหมือนมหาโจรหลงป่ามาเป็ปีอย่างนี้ล่ะ
“มีอะไร”
เขาถามเสียงห้วนให้หญิงสาวผงะซ้ำสอง แค่หน้าตาก็น่ากลัวพอแล้ว ยังจะเสียงดุอีก
“เอ่อ...อ้า...คือ...”
“ติดอ่างหรือไง”
น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้นมาอีกจนเกือบเป็ตะคอก ทำให้หญิงสาวกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอนี่เธอโชคร้ายหรือว่าโชคดีกันแน่นะที่โบกรถได้
เขาทำท่าไม่พอใจ เหมือนโกรธกันมาั้แ่ชาติที่แล้วถ้าไม่เต็มใจก็ไม่ต้องจอดรับฉันก็ได้นะ ไม่ได้บังคับไม่ใช่จอดรับแล้วก็มาทำท่าเหมือนจะกินเืกินเนื้อกันอย่างนี้หญิงสาวนึกคำพูดในใจได้ยาวเหยียด แต่ปากพูดออกไปได้แค่
“ไม่ ไม่ คือ...”
“เอางี้ดีกว่า เธอโบกรถฉันทำไม”
เ้าของรถเปลี่ยนคำถามใหม่
“เอ่อ คือ ฉันว่าจะขออาศัยติดรถคุณเข้าไปในหมู่บ้านด้วย”
หญิงสาวระงับความใที่เห็นหน้าเขาลงอย่างยากเย็นแล้วพูดออกไปจนได้
“ก็เท่านั้นแหละ ทำอ้ำอึ้งอยู่ได้ แล้วนั้นมัวยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ ขึ้นมาสิ”
ปฏิกิริยาจากวาจาและน้ำเสียงของเขาทำให้หญิงสาวรีบถอนคำพูดในใจของตัวเองที่ตอนแรกคิดว่าเขาคือพระเอกขี่ม้าขาวนั้นทันที เพราะตอนนี้มั่นใจแล้วว่าเขาคือผู้ร้ายต่างหากพระเอกที่ไหนจะพูดกับนางเอก เอ๊ย ผู้หญิงแบบนี้ แต่ไม่ว่าเขาจะเป็อย่างไร เธอก็รีบวิ่งไปเปิดประตูรถแล้วขึ้นไปนั่งคู่กับเขาอยู่ดีเพราะมีทางเลือกอยู่แค่นั้น แล้วเขาก็กระชากรถออกไปแรงๆจนเธอถึงกับหัวคะมำเธอรีบหันไปมองหน้าเขาอย่างตำหนิ แต่ก็เห็นเขายังวางสีหน้าได้เรียบเฉย คงมีนิสัยกักขฬะอย่างนี้อยู่เป็นิจละมั้ง ถึงได้ไม่รู้สึกตัวเลยว่าทำอะไรไม่ดีลงไปบ้าง
“เธอเป็ใคร”
จู่ๆเสียงของเขาก็ถามออกมา ทำเอาคนที่ไม่ได้เตรียมคำพูดเอาไว้ก่อนเพราะมัวแต่นึกนินทาเขาอยู่ในใจถึงกับสะดุ้ง
“เอ่อ...คือ...”
เขาปรายสายตาคมดุมามองหน้าทันทีเมื่อได้ยินเธอเริ่มขึ้นด้วยประโยคที่น่ารำคาญอยู่พอดูนั้นอีกแล้ว
“ทำไมต้องเริ่มด้วยคำนั้น”
“แหม...คุณ มันเป็ประโยคจำเป็ในเวลาที่เราต้องรีบพูดแต่นึกอะไรไม่ทันไง”
หญิงสาวตอบพร้อมรอยยิ้มทะเล้นทำให้เขารีบตวัดสายตากลับไปทันทีอย่างไม่อยากจะมอง
“แล้วเธอจะบอกฉันได้หรือยัง ว่าจะเข้าไปในหมู่บ้านนี้ทำไม เพราะดูหน้าตาแล้วเธอไม่น่าจะใช่คนแถวนี้นี่”
“ที่หมู่บ้านนี้เขาห้ามคนแปลกหน้าเข้ามาด้วยเหรอ แล้วคนหน้าแปลกอย่างคุณทำไมถึงให้เข้ามาได้ล่ะ”
ถ้อยคำของหญิงสาวทำให้รถที่นั่งมาถึงกับเบรกเอี๊ยดก่อนที่จะจอดลงกะทันหันทันที
“นี่เธอ ฉันถามดีดีนะ ทำไมต้องกวนประสาทด้วย”
คนที่บอกว่าตัวเองพูดดีดีหันมาตวาดใส่อย่างเกรี้ยวกราดพิชชาภัสร์ถึงกับทำคอย่น กระพริบตาถี่ยิบด้วยท่าทางหวาดกลัว นี่เหรอคนพูดดีๆ เขาพูดกันแบบนี้เหรอ
“ก็คำถามของคุณมันทำให้ฉันแปลกใจนี่”
หญิงสาวกล่าวเสียงอ่อย
“ตกลงว่าเธออยากลงไปเดินใช่ไหม”
เอ้า เลยเข้าใจผิดไปกันใหญ่
“ไม่คะ ไม่ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”
เธอรีบบอกเร็วปรื๋อ กลัวจะถูกเขาไล่ลงจากรถ
“งั้นจะบอกฉันได้หรือยังว่า เธอจะเข้าไปในหมู่บ้านทำไม”
“คุณออกรถไปก่อนสิ”
หญิงสาวรีบมีข้อแม้เพื่อสวัสดิภาพของตัวเอง อย่างน้อยถ้าเขาขับรถไปคุยกันไปหากว่าเขาจะไล่เธอลงจากรถจริงๆเธอก็คงเข้าไปใกล้จุดหมายปลายทางมากกว่านี้ หรืออาจจะถึงเลยก็ได้ และอีตาหน้าดุ ตาดุและเสียงดุนั้นก็ยอมออกรถไปให้เธอรู้สึกโล่งอกจริงๆ
“แล้วทีนี้จะบอกฉันได้หรือยัง”
เขารีบทวง ก็ไม่ทราบว่าจะอยากรู้ทำไมนักหนา หน้าตาก็ไม่ได้บอกเลยว่าเป็คนที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเื่ของชาวบ้านหญิงสาวแอบคิดอยู่ในใจ
“ฉันจะไปหาคนที่ชื่อเดชบดินทร์ คุณรู้จักบ้านเขาไหมล่ะ”
คำตอบบวกคำถามของหญิงสาวทำให้รถที่นั่งอยู่กระตุกไปนิดหนึ่ง แต่เธอก็เข้าใจว่ามันคงตกหลุมกระมังเพราะถนนที่วิ่งนั้นยังเป็ลูกรังอยู่
“เธอจะไปหาเขาทำไม”
เสียงถามดังตามมาอีก
“ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณหรอกน่า”
หญิงสาวกล่าวออกมาอย่างรำคาญในความช่างซักช่างถามของเขา
“จะไม่เกี่ยวได้ไง ในเมื่อฉันนี่แหละ คือเดชบดินทร์”