บทที่ 28 นาง์ที่ถูกใช้เยี่ยงทาส
หลี่ลี่ยังไม่เคยเห็นสาวน้อยขี้อายและขี้กลัวเช่นนี้มาก่อน แถมใบหน้ายังงดงาม บุคลิกก็ดูสูงส่ง ไม่เพียงแต่ไม่เคยเห็น แต่เขาก็มั่นใจว่านางไม่ใช่อะไรที่สามารถพบเห็นได้ง่าย ๆ ด้วย
เส้นผมนุ่มสลวยของสาวน้อยถูกมัดเป็มวยต่ำ ปล่อยปลายผมไว้ข้างหลังเส้นหนึ่ง ทิ้งตัวลงบนไหล่ ดำขลับเป็มันเงา ยาวจรดเอว รูปร่างผอมสูง เกือบจะเทียบเท่าหลี่ลี่ เอวเล็กคอด ปากเล็กแดงระเรื่อ คิ้วเรียวงดงาม ดวงตากลมโตแอบมองหลี่ลี่ ใบหน้าก็แดงก่ำ รีบซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดของยายเฒ่า
ชายหนุ่มตกตะลึงกับรูปโฉมอันงดงามของสาวน้อย คิดในใจว่านางช่างเหมือนนาง์ นางเป็ใครกันแน่
ยายเฒ่าเห็นหลี่ลี่อ้าปากค้าง ประหลาดใจ ก็ยิ้มออกมา "เ้าเรียกข้าว่า ยายหลิว ก็ได้ ส่วนนางคือคุณหนูของข้า ชื่อหลิวเหมยเอ๋อร์"
"คารวะท่านยาย ขอคารวะคุณหนูหลิว" หลี่ลี่ทำความเคารพ
เมื่อครู่เห็นยายหลิวผู้นี้ ก็เคยทำความเคารพแล้ว แต่ตอนนี้พวกนางแนะนำตัวอย่างเป็ทางการ จึงต้องทำความเคารพอีกครั้ง แถมยายเฒ่าผู้นี้เรียกสาวน้อยผู้นั้นว่า คุณหนู คงละเลยไม่ได้เด็ดขาด
ยายหลิวเผยสีหน้ายินดีออกมา พร้อมกล่าวชมเชย "เด็กดี รู้จักมารยาทดี" จากนั้นก็พูดอย่างหยิ่งผยอง "อย่าคิดว่าคุณหนูของข้าตกยากมาถึงเพียงนี้ แล้วจะสามารถรังแกนางได้ตามใจชอบ เ้าอยู่ที่นี่ ต้องเชื่อฟัง อย่าหลอกลวงคุณหนูของข้า ไม่อย่างนั้น ฮึ่ม!" นางยกนิ้วมือขึ้น ปราณยุทธ์ก็พุ่งออกมาเป็รูปร่างคล้ายมีดบิน ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไกลออกไปถูกตัดขาดเป็สองท่อน
หลี่ลี่ใ ปราณยุทธ์ที่ยายหลิวปล่อยออกมานั้น เหมือนกับมีดบินที่เป็รูปร่างจริง ๆ ตัดต้นไม้ขาดสะบั้นเช่นนี้ อย่างน้อย ๆ ต้องเป็ยอดฝีมือในขอบเขตรูปลักษณ์ที่ซึ่งแข็งแกร่งกว่าเขามากมายนับครั้งไม่ถ้วนแน่นอน หากต่อสู้กัน คงถูกปราณยุทธ์สังหารั้แ่ยังไม่ออกกระบวนท่าเสียด้วยซ้ำ
"ท่านยายเก่งจัง!" หลี่ลี่แลบลิ้น
"รู้ก็ดี เหมยเอ๋อร์ พาเด็กนี่ไปทำงานซะ ถ้าเขากล้ารังแกเ้า ก็มาบอกข้า ข้าจะถลกหนังเขา" หลิวเหมยเอ๋อร์ก้มหน้า แอบมองหลี่ลี่แวบหนึ่ง แล้วหันหลังเดินจากไป
หลี่ลี่เห็นคอนางแดงก่ำ คิดในใจว่า สาวน้อยผู้นี้ช่างแปลกประหลาดนัก หรือว่าไม่เคยพบท่านคนแปลกหน้ามาก่อน มีท่านยายที่เก่งกาจเช่นนีอยู่ ใครจะกล้ารังแกนางได้? แถมนางยังมีรูปโฉมงดงามสะดุดตาเช่นนี้ ทั้งขี้อายและขี้กลัวเช่นนี้ ใครจะกล้ารังแกนางลง?
เดินตามหลังหลิวเหมยเอ๋อร์ เขาได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ สาวงามผู้นี้ไม่เพียงแต่มีใบหน้างดงาม แถมยังมีกลิ่นกายหอมเช่นนี้ หลี่ลี่รู้สึกเคลิบเคลิ้ม คิดในใจว่า วันนี้ขัดใจสาวอ้วนหลิงเหมยผู้นั้น ถือว่าเป็การตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด ไม่อย่างนั้นจะได้มาที่นี่ พบกับหลิวเหมยเอ๋อร์ที่งดงามราวกับนาง์ผู้นี้ได้อย่างไร
เดินไปตามทางเดินที่ปูด้วยหินก้อนเล็ก ๆ ผ่านป่าทึบ ทันใดนั้นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้า มองไม่เห็นขอบเขต
มองเห็นแล้วทำให้หลี่ลี่รู้สึกปลอดโปร่ง โล่งสบาย เดินก้าวเท้ายาว ๆ สองสามก้าว ไปถึงทุ่งหญ้า สูดหายใจเข้าลึก ๆ สองสามครั้ง ดื่มด่ำกับกลิ่นหญ้าสดชื่น
ใครจะไปรู้ว่าจู่ ๆ จะมีกลิ่นเหม็นประหลาดโชยมาด้วย หลี่ลี่เกือบอาเจียนออกมา ต้องรีบเอามือปิดปากและจมูก
หลิวเหมยเอ๋อร์หลุดขำ เมื่อสบตากับหลี่ลี่ ใบหน้าก็แดงก่ำอีกครั้งพร้อมหันหน้าหนีไป มือเล็ก ๆ แกะถุงหอมออกมาจากเอว ไม่หันกลับมามอง ยื่นมือส่งให้หลี่ลี่
หลี่ลี่รับมาโดยไม่รู้ตัว กลิ่นหอมจากถุงหอมโชยเข้าจมูก คลุมกลิ่นเหม็นประหลาดนั้นไว้ได้ทันที
"นี่คือกลิ่นอะไรงั้นหรือ? เหตุใดถึงเหม็นเยี่ยงนี้?" หลี่ลี่เอาถุงหอมมาแนบจมูก ดมเข้าไปแรง ๆ สองครั้ง จากนั้นก็เลียนแบบหลิวเหมยเอ๋อร์ เหน็บไว้ที่เอว
"หืม? กลิ่นแค่นี้ก็ทนไม่ได้ แล้วเดี๋ยวเ้าไปเก็บขี้ม้าทองคำพวกนี้ ไม่ตายกันพอดีรึ?"
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงของยายหลิวดังขึ้น แต่ไม่เห็นร่าง
หลี่ลี่ใ "อะไรนะ พวกนี้คือกลิ่นขี้ม้าทองคำ? หรือว่าต้องให้ข้าทำหน้าที่เก็บขี้ม้าต่ำต้อยเช่นนี้?"
พอพูดจบ หลิวเหมยเอ๋อร์ก็หน้าซีดเผือด น้ำตาคลอเบ้า
ยายหลิวโกรธจัด "พูดเหลวไหลอะไรของเ้าน่ะ? ใครใช้ให้ใช้คำว่า ‘ต่ำต้อย’ กัน? ขี้ม้าของม้าหกขาพวกนี้ เป็ปุ๋ยชั้นดีสำหรับปลูกสมุนไพรล้ำค่า หากไม่มีพวกเราคอยเก็บขี้ม้าทองคำพวกนี้ สมุนไพรในสำนักก็คงเหี่ยวเฉาตายไปนานแล้ว! เ้าหนู ถ้าเ้ายังพูดจาเหลวไหลอีก ข้าจะถอนฟันเ้าออกให้หมดปากเลย!"
หลี่ลี่เป็คนฉลาด พลันเมื่อเห็นสีหน้าเศร้าสร้อยของหลิวเหมยเอ๋อร์ ก็ใ คิดในใจว่า หรือว่าสิ่งที่นาง์ผู้นี้ทำเป็ประจำคือ...
เพียงพริบตา เขาก็เข้าใจทั้งหมด เขาผ่านโลกนี้มาสองภพชาติ และเดินทางร่อนเร่มาหลายปี ธรรมเนียมปฏิบัติต่าง ๆ จะไม่เข้าใจได้อย่างไร รีบยิ้มออกมา "ท่านยายอย่าได้โกรธาไป ข้าพูดผิดไปเอง การเก็บขี้ม้านั้นเป็งานที่ยิ่งใหญ่ หากไม่มีสมุนไพร สำนักิเยว่ก็จะไม่มีโอสถต่าง ๆ ไม่สามารถฝึกฝนยอดฝีมือออกมาได้ ในอนาคตคงต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน นี่เป็งานที่ยิ่งใหญ่ ข้าถึงตั้งใจมาที่นี่ไง!"
"ฮึ่ม! รู้จักพูดก็ดี" ยายหลิวไม่ได้พูดอะไรต่อ เสียงก็หายไป
จนกระทั่งตอนนี้เขาก็ยังไม่เห็นร่างของนาง เพียงแต่เมื่อเห็นสีหน้าของหลิวเหมยเอ๋อร์ดีขึ้นเล็กน้อย เว้นแต่รอยยิ้มบนใบหน้าที่ไม่กลับมา กลายเป็สีหน้าเหม่อลอยแทน มันก็ทำให้เขาเ็ปแปลบในใจ สงสารนางเหลือเกิน...
หลิวเหมยเอ๋อร์ไม่พูดอะไร นางพาหลี่ลี่เดินไปข้างหน้า มองเห็นบ้านหลังใหญ่หลายหลังตั้งอยู่บนทุ่งหญ้า ห่างกันหลายลี้
หลี่ลี่รู้สึกผิดในใจ แต่หลิวเหมยเอ๋อร์ไม่พูด เขาก็ไม่กล้าพูดจาเหลวไหลอีก กลัวว่าจะไปทำให้สาวน้อยขุ่นเคืองใจ
มาถึงบ้านหลังที่สาม หลิวเหมยเอ๋อร์พาหลี่ลี่เข้าไป บอกว่านี่คือห้องนอน กลางคืนนอนที่นี่ได้ จากนั้นก็พาเขาไปที่ห้องโถงใหญ่ด้านนอก มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่
หลิวเหมยเอ๋อร์เปิดฝาครอบสระน้ำออก ทำท่าทางให้ดู จากนั้นก็ถือพลั่วที่ใสราวกับทำมาจากอัญมณีโปร่งแสง ลากรถเข็นเล็ก ๆ ที่มีล้อ เดินมุ่งหน้าไปยังทุ่งหญ้า
ระหว่างทางนางก็ใช้พลั่วเล็ก ๆ ตักขี้ม้า ใส่ลงในตะกร้าบนรถเข็น แม้จะมีกลิ่นหอมจากถุงหอม แต่ขี้ม้าของม้าหกขานี้เหม็นเกินไป ทำให้หลี่ลี่เกือบเป็ลม
เขามองดูหลิวเหมยเอ๋อร์เก็บ "ทอง" ที่เหม็นสุดขีดนี้ สาวน้อยที่งดงามราวกับนาง์ ทำงานต่ำต้อยเช่นนี้ต่อหน้าเขา ทำให้เขาใเป็อย่างมาก
ความแตกต่างที่รุนแรงเช่นนี้ช่างมากมายเหลือเกิน คนที่งดงามราวกับนาง์เช่นนาง ควรจะอยู่ในห้องหอคอยสูง สนุกสนานกับการเป็คุณหญิงอย่างสุขสบายสิ จะมาทำงานต่ำต้อยเช่นนี้ได้อย่างไร?
เขาเคยพุ่งตัวเข้าไปสองครั้ง อยากจะทำงานนี้แทน แต่กลิ่นนั้นทำให้เขาทนไม่ได้ เขาไม่สามารถกลั้นหายใจได้นาน เพราะเขามีเป็เพียงผู้ผันแปริญญายุทธ์ระดับห้าเท่านั้น สุดท้ายเขาก็กัดฟัน ก้าวเข้าไป "คุณหนูหลิว ให้ข้าทำเองเถิด ต่อไปนี่คืองานของข้า ใช่หรือไม่?"
หลิวเหมยเอ๋อร์หยุดฝีเท้า พยักหน้า ก้มหน้าลง เหมือนกับรวบรวมความกล้าอย่างมาก กว่าจะพูดออกมาอย่างช้า ๆ "ก่อนหน้านี้ข้าเป็คนทำเอง เ้าอยู่ที่นี่อย่างสบายใจสองสามวันก่อนเถอะ ไม่ว่าเ้าจะมาหรือไม่มา ข้าก็ต้องเป็คนทำอยู่ดี"
น้ำเสียงของหลิวเหมยเอ๋อร์นั้น นุ่มนวลอ่อนหวาน ฟังแล้วรื่นหู คำพูดคำจาก็ช่างอ่อนโยน
หลี่ลี่รู้สึกละอายใจ กัดฟันพูด "จริง ๆ แล้วข้าเป็เด็กกำพร้ามาก่อน ทำงานแบบนี้มาไม่น้อย ถ้าผู้ดูแลหลิงให้ข้ามาทำงานรับใช้อยู่ที่นี่สองสามวัน ข้าก็ต้องลงมือทำเองสิ จะไปรบกวนเ้าได้อย่างไร?"
เด็กสาวหน้าแดงก่ำ ไม่พูดอะไร ยื่นพลั่วให้เขา จากนั้นก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว