ซูอวี่ถูกพาขึ้นจากสระน้ำด้วยอาการมึนงง
ทันทีที่เท้าััพื้น นางก็ไอสำลักน้ำออกมาหลายครั้ง ร่างทั้งร่างหนาวสั่นจนแทบยืนไม่อยู่ ชุดสีเขียวหม่นที่ตั้งใจเลือกมาเพื่อความจืดจาง บัดนี้เปียกแนบไปกับกายจนหมดสภาพตัวประกอบผู้ไร้ตัวตนโดยสมบูรณ์
ไม่สิ
ตอนนี้นางไม่ใช่ตัวประกอบไร้ตัวตนแล้ว
นางกลายเป็ตัวประกอบเปียกน้ำที่คนทั้งงานกำลังมองอยู่ต่างหาก!
รอบด้านเต็มไปด้วยเสียงแตกตื่น
“รีบไปตามหมอมาเร็ว!”
“คุณหนูสามช่วยชีวิตนายน้อยไว้ได้!”
“์เมตตา หากเกิดเื่ขึ้นจริง ๆ คงแย่แน่”
“เอาผ้าคลุมมาเร็ว อย่าให้คุณหนูซูต้องลม!”
ชิงเหอหน้าซีดจนแทบไร้สีเื รีบวิ่งเข้ามาคลุมผ้าให้ผู้เป็นาย มือไม้สั่นไปหมด
“คุณหนู! ท่านทำบ่าวใแทบตายแล้วนะเ้าคะ!”
ซูอวี่ไออีกสองสามครั้ง ก่อนยกมือขึ้นโบกเบา ๆ
“ข้ายังไม่ตาย…”
พูดจบก็ชะงัก
ประโยคนี้ฟังไม่เป็มงคลเลยสักนิด
นางรีบเปลี่ยนคำพูดทันที
“หมายถึง ข้ายังสบายดี”
ชิงเหอมองสภาพเปียกโชกของนางั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า สีหน้าเหมือนอยากถามว่า สบายดีตรงไหนหรือเ้าคะ แต่สุดท้ายก็เลือกกลืนคำพูดลงคอ
ไม่ไกลนัก เด็กชายตัวน้อยที่ซูอวี่ช่วยไว้กำลังกอดมารดาแน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนไหล่เล็ก ๆ สั่นไหว
เมื่อเห็นว่าเด็กปลอดภัย ซูอวี่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ดีแล้ว
อย่างน้อยก็ช่วยคนไว้ได้
ส่วนตัวเอง…
ค่อยไปตายวันหลัง
เดี๋ยวนะ!
ตายวันหลังอะไรกัน!
ซูอวี่รีบส่ายหน้า ไล่ความคิดอัปมงคลออกไปอย่างรวดเร็ว
นางยังไม่อยากตาย ไม่ว่าจะวันนี้ พรุ่งนี้ หรืออีกสามเดือนข้างหน้าก็ไม่อยากทั้งนั้น
ขณะกำลังพยายามตั้งสติ ผ้าคลุมสีเข้มผืนหนึ่งก็ถูกโยนลงมาบนไหล่นาง
ผ้านั้นหนากว่าผ้าคลุมของชิงเหอ อุ่นกว่า และมีกลิ่นไม้จันทน์อ่อน ๆ ติดอยู่จาง ๆ
ซูอวี่ตัวแข็งทื่อ
กลิ่นนี้…
นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
แล้วก็ต้องชะงัก
บุรุษตรงหน้าสวมชุดคลุมสีดำปักดิ้นเงิน รูปร่างสูงโปร่งสง่างามราวต้นไผ่กลางหิมะ แม้ชายแขนเสื้อยังหยดน้ำ แต่กลับไม่ทำให้เขาดูหมดสภาพเลยแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม ความเปียกชื้นกลับยิ่งขับให้ใบหน้าหล่อเหลาคมคายดูเย็นเยียบและอันตรายกว่าเดิม
เส้นผมสีดำขลับถูกรวบไว้อย่างเรียบง่าย มีปอยผมเปียกน้ำตกลงข้างแก้มเล็กน้อย ดวงตาคมลึกราวกับก้นบ่อโบราณ มองไม่เห็นคลื่นอารมณ์ใด ๆ แต่กลับทำให้ผู้ถูกมองรู้สึกเหมือนถูกอ่านทะลุถึงความคิด
เซียวอ๋อง
ตัวร้ายอันดับหนึ่งของเื่
บุรุษผู้ถูกใส่ร้ายจนกลายเป็ฏในอนาคต
และเป็คนที่หล่อเกินความจำเป็อย่างมาก
ซูอวี่รีบก้มหน้าทันที
ไม่ได้
ห้ามมองนาน
คนหน้าตาดีมักนำพาหายนะ
โดยเฉพาะคนตรงหน้า
ต่อให้หล่อเหมือน์ตั้งใจปั้นมากับมือ นางก็ห้ามหวั่นไหวเด็ดขาด
เพราะ์องค์เดียวกันนี้อาจกำลังถือบัญชีรายชื่อคนตายของนางอยู่ด้วย
นางค้อมศีรษะอย่างรวดเร็ว
“ขอบพระทัยท่านอ๋องที่ช่วยชีวิตข้าเพคะ”
พูดจบก็เตรียมถอย
แผนคือกล่าวขอบคุณ
ขอโทษที่รบกวน
แล้วหายตัวกลับจวนให้เร็วที่สุด
แต่ก่อนที่นางจะก้าวหนี เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นเสียก่อน
“เ้าไม่กลัวตายหรือ”
ซูอวี่ชะงัก
คำถามนี้…
ในนิยายไม่มี
นางเงยหน้าขึ้นอย่างระมัดระวัง
เซียวอ๋องกำลังมองนางตรง ๆ
ไม่ใช่สายตาเ็าราวน้ำแข็งอย่างที่ผู้คนลือกัน
ไม่ใช่สายตารังเกียจที่มักใช้กับสตรีที่พยายามเข้าหาเขา
แต่เป็สายตาสงสัยปนสนใจ
ราวกับเขากำลังพิจารณาสิ่งแปลกประหลาดบางอย่างที่บังเอิญตกลงมาจากฟ้า
ซูอวี่ลังเลเพียงครู่เดียว ก่อนตอบตามความจริง
“กลัวสิเพคะ”
นางกอดผ้าคลุมแน่นขึ้นเล็กน้อย
“ข้ากลัวตายมาก”
มุมปากของชายหนุ่มกระตุกเล็กน้อย
ไม่ชัดพอจะเรียกว่ารอยยิ้ม
แต่ก็ชัดพอทำให้ขันทีและองครักษ์ที่ยืนไม่ไกลแข็งค้างไปพร้อมกัน
“เช่นนั้น เหตุใดจึงะโลงไป”
ซูอวี่นิ่งไปครู่หนึ่ง
เพราะเป็สัญชาตญาณ?
เพราะทนเห็นเด็กจมน้ำไม่ได้?
เพราะในโลกเดิมนางเคยถูกสอนว่า หากช่วยได้ก็ช่วย?
เหตุผลพวกนั้นฟังดูดีเกินไป
ดีจนเหมือนนางตั้งใจจะสร้างภาพ
สุดท้ายซูอวี่จึงตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
“เพราะเด็กคนนั้นว่ายน้ำไม่เป็เพคะ”
รอบด้านเงียบลงไปชั่วขณะ
แม้แต่ชิงเหอยังทำหน้ามึนงง
เซียวอ๋องเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“แล้วเ้าว่ายน้ำเป็หรือ”
ซูอวี่เม้มปาก
“เป็…นิดหน่อยเพคะ”
“นิดหน่อยจนเกือบจมน้ำตาย”
“…”
เอาล่ะ
เถียงไม่ออก
นางก้มหน้ามองพื้นอย่างขายหน้า
เหตุใดตัวร้ายผู้นี้ถึงได้พูดตรงนัก
ไม่เห็นเหมือนในนิยายเลยสักนิด
ในต้นฉบับ เขาควรเป็คนเ็า ไม่ชอบยุ่งกับผู้ใด ไม่สนใจความเป็ความตายของคนอื่น และไม่มีทางะโลงน้ำช่วยคนด้วยตนเอง
แต่เมื่อครู่นี้…
เขากลับเป็คนลงไปช่วยนาง
ช่วยทั้งที่เขาสามารถสั่งให้องครักษ์ทำแทนได้
ช่วยทั้งที่ไม่จำเป็ต้องเปียกน้ำด้วยตนเอง
หรือเพราะนางเปลี่ยนเนื้อเื่ไปแล้ว?
ขณะที่ซูอวี่กำลังครุ่นคิด เสียงแหลมสูงปนสั่นเครือก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“คุณหนูซู!”
สตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งรีบเดินเข้ามาพร้อมเด็กชายที่ซูอวี่ช่วยไว้
นางคุกเข่าลงทันที น้ำตาไหลอาบหน้า
“ขอบคุณท่านที่ช่วยชีวิตบุตรชายของข้า หากไม่ได้ท่าน ข้าคงไม่รู้จะทำอย่างไร”
ซูอวี่ใ รีบประคองอีกฝ่ายขึ้น
“ไม่ต้องมากพิธีหรอกเ้าค่ะ ท่านอย่าคุกเข่าเลย เด็กปลอดภัยก็ดีแล้ว”
เด็กชายตัวน้อยยังตาแดงก่ำ เขากำขนมชิ้นหนึ่งไว้แน่น ก่อนยื่นให้นางด้วยมือสั่น ๆ
“พี่สาว…ข้าให้”
ขนมชิ้นนั้นเปียกน้ำไปครึ่งหนึ่งแล้ว
ดูไม่เหมาะจะกินอย่างยิ่ง
แต่แววตาของเด็กน้อยกลับจริงใจจนหัวใจซูอวี่อ่อนยวบ
นางรับขนมมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง
“ขอบใจนะ”
เด็กชายสะอื้นเบา ๆ
“พี่สาวอย่าตายนะ”
ซูอวี่ชะงัก
คำอวยพรนี้ช่างตรงประเด็นเสียจนนางแทบอยากจับมือเด็กน้อยแล้วบอกว่า พี่สาวเองก็หวังเช่นนั้นเหมือนกัน
นางยิ้มแห้ง ๆ
“พี่สาวจะพยายาม”
ภาพตรงหน้าทำให้ผู้คนเริ่มซุบซิบกันอีกครั้ง
“คุณหนูสามสกุลซูไม่เหมือนข่าวลือเลย”
“ใช่ นางกล้าเสี่ยงชีวิตช่วยคนด้วย”
“ก่อนหน้านี้ข้ายังคิดว่านางเป็คนเอาแต่ใจเสียอีก”
“ดูท่าข่าวลือคงเชื่อไม่ได้ทั้งหมด”
ซูอวี่สะดุ้ง
ไม่ดี
การเป็จุดสนใจไม่ดีเลย
เดิมทีนางตั้งใจแต่งตัวให้จืดจางที่สุด แต่ตอนนี้กลับกลายเป็คนที่ทุกสายตากำลังพูดถึง
นี่มันผิดแผนไปไกลมาก
นางรีบหันไปทางเซียวอ๋อง ตั้งใจกล่าวลาแล้วกลับจวนทันที
แต่เมื่อเงยหน้าขึ้น ก็พบว่าอีกฝ่ายยังคงมองนางอยู่
ดวงตาสีเข้มคู่นั้นคล้ายกำลังค้นหาบางอย่าง
ไม่ใช่แค่มองคนที่ตนช่วยขึ้นจากน้ำ
แต่เหมือนกำลังชั่งน้ำหนักว่า นางเป็คนเช่นไรกันแน่
ครู่หนึ่ง เขาจึงเอ่ยขึ้น
“ชื่อของเ้า”
ซูอวี่ตัวแข็ง
หลีกเลี่ยงได้หรือไม่?
ไม่ได้
โกหกได้หรือไม่?
ยิ่งไม่ได้
นางฝืนยิ้ม
“ซู…ซูอวี่เพคะ”
ชายหนุ่มพยักหน้าช้า ๆ
“ข้าจำได้แล้ว”
หัวใจของนางหล่นวูบ
ไม่!
ท่านไม่ควรจำข้าได้!
ข้าเป็ตัวประกอบ
ตัวประกอบที่ปลอดภัยต้องไม่มีใครจำชื่อได้ โดยเฉพาะตัวร้ายอันดับหนึ่งของเื่!
ซูอวี่พยายามรักษารอยยิ้มสุภาพ แม้ในใจจะร้องไห้ไปสามรอบแล้ว
“ความจริง…ไม่จำก็ได้นะเพคะ”
รอบด้านเงียบกริบ
ขันทีข้างกายเซียวอ๋องเกือบสำลักลมหายใจ
ใครกันกล้าพูดกับท่านอ๋องเช่นนี้
ทว่าครั้งนี้ มุมปากของเซียวอ๋องกลับยกขึ้นชัดเจนกว่าเดิม
เป็รอยยิ้มจาง ๆ ที่ทำให้ผู้คนรอบข้างตะลึงไปตาม ๆ กัน
เพราะแทบไม่มีใครเคยเห็นเขายิ้มมาก่อน
แม้แต่ซูอวี่เองก็เผลอมองค้างไปชั่วขณะ
ต้องยอมรับว่า…
คนผู้นี้เวลายิ้มอันตรายกว่าตอนไม่ยิ้มเสียอีก
“สายไปแล้ว”
เขาตอบเรียบ ๆ
“ข้าจำคนที่ติดหนี้ชีวิตข้าได้เสมอ”
ซูอวี่เบิกตากว้าง
เดี๋ยวนะ
ติดหนี้ชีวิต?
คนที่เกือบจมน้ำคือนางก็จริง
แต่คนที่นางช่วยคือเด็กน้อยไม่ใช่หรือ
เหตุใดจู่ ๆ ถึงกลายเป็นางติดหนี้เขาไปได้
ซูอวี่อ้าปาก เตรียมอธิบายด้วยเหตุผลอันสมควร
แต่ก่อนที่นางจะทันเปล่งเสียง ลมเย็นวูบหนึ่งก็พัดผ่านสันหลัง
ความรู้สึกประหลาดแล่นขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ
ดวงตาของเซียวอ๋องพลันเย็นลง
เพียงเสี้ยววินาที เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นจากอีกฟากของสวน
“ระวัง!”
ซูอวี่หันขวับไปตามเสียง
ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วสูง
ปลายธนูสะท้อนแสงเย็นวาบ
เป้าหมายของมันคือ…
เซียวอ๋อง!
ในชั่วขณะนั้น ความทรงจำจากนิยายต้นฉบับไหลทะลักเข้ามาในหัวของซูอวี่
ไม่ใช่
เหตุการณ์นี้ไม่ควรเกิดขึ้นตอนนี้
ในต้นฉบับ การลอบสังหารควรเกิดขึ้นหลังงานเลี้ยงเริ่มไปแล้วครึ่งชั่วยาม ในบริเวณศาลากลางสวน ไม่ใช่ตรงริมสระน้ำ ไม่ใช่ท่ามกลางผู้คนมากมายเช่นนี้
เส้นเื่เปลี่ยนไปแล้ว
และอาจเปลี่ยนเพราะนาง
ซูอวี่เบิกตากว้าง
ร่างกายของนางขยับไปก่อนความคิด
ก่อนที่นางจะทันรู้ตัว มือของนางก็คว้าชายแขนเสื้อของเซียวอ๋อง แล้วออกแรงดึงเขาไปด้านข้างสุดแรง
“หลบ!”
ลูกธนูเฉียดผ่านข้างแก้มของเขาไปเพียงเส้นผม
ปักฉึกลงบนเสาไม้ด้านหลัง
เสียงกรีดร้องดังระงมทั่วสวน
แต่ซูอวี่กลับได้ยินเพียงเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นแรงจนแทบทะลุอก
นางเพิ่งทำอะไรลงไป
นางเพิ่งช่วยเซียวอ๋อง
ตัวร้ายที่ตั้งใจจะหลบให้ไกลที่สุด
และแย่ยิ่งกว่านั้น…
มือของนางยังจับแขนเสื้อเขาอยู่แน่น
เซียวอ๋องก้มมองมือนั้น ก่อนเงยหน้ามองนางช้า ๆ
ดวงตาคมลึกมีประกายบางอย่างวาบผ่าน
เย็นนิ่ง
เฉียบคม
และจดจ้องนางมากกว่าทุกครั้ง
“ซูอวี่”
เขาเรียกชื่อนางเป็ครั้งแรก
เสียงนั้นเบา ทว่าชัดเจนอย่างประหลาด
“เ้ารู้ได้อย่างไรว่าธนูจะพุ่งมาทางนี้”
เืในกายซูอวี่เย็นวาบ
รอบด้านยังคงวุ่นวาย ผู้คนกรีดร้อง องครักษ์กรูกันเข้ามา แต่สายตาของเซียวอ๋องกลับจับจ้องอยู่ที่นางเพียงผู้เดียว
ซูอวี่กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก
จบแล้ว
คราวนี้ไม่ใช่แค่ถูกเขาจำชื่อได้
แต่เขาเริ่มสงสัยนางแล้ว