“ อะไรนะ พี่เก้าจะให้ลูกเข้าโรงเรียน ลูกเทียนเพิ่งจะสี่เดือนเองนะ”แม่เจนใหลังจากที่คุณชายเก้ามาบอกว่า พรุ่งนี้จะพาเทียนไปโรงเรียน
“ อย่าเรียกว่าโรงเรียนเลย เป็สถาบันศึกษาสำหรับพัฒนาสมองและร่างกายของเด็กวัยแรกเกิด เขามีเปิดสอนั้แ่ ตอนท้องเลย คุณหมอเทพพรเขาแนะนำมา” คุณชายเก้าเอ่ยอย่างกระตือรือล้น
“ เขายังเด็กขนาดนี้ เจนขอไปอยู่ดูแลลูกได้ไหม” เจนไม่อยากปล่อยเทียนไว้กับคนอื่น
“ แม่ทุกคนต้องไปนั่งอยู่กับลูกๆ ทุกคนอยู่แล้ว เจนไม่ต้องห่วง ถ้าเจนไปกับลูกเทียน ถ้าไม่พอใจ อีกวันก็ไม่ต้องไปก็ได้” คุณชายเก้าตามใจแม่เจนเต็มที่
“ ไปกันเถอะ เด็กสมัยนี้เขาเรียนกันั้แ่ตั้งท้องแล้ว ลูกของสะใภ้ที่นี่ทุกคนก็ไปเรียนโรงเรียนแรกเกิดทุกคน เด็กจะได้ฉลาดขึ้นกว่านี้ แต่อาเทียนหลานย่าฉลาดกว่าคนอื่นอยู่แล้ว ไปเถอะไม่มีใครกล้ารักแกหลานย่าอยู่แล้วจริงไหม” ย่าเดินเข้ามากับคนรับใช้สองคนแล้วพูดออกมา เทียนเห็นย่าเข้ามาก็รีบ วิ่งเข้าไปหายกมือให้ย่าอุ้มทันที ทำให้ย่าต้องก้มลงมาอุ้ม แล้วหอมแก้มซ้าย ขวา เทียนกลัวย่าจะปวดหลังเลยใช้มือััที่ลำคอของย่าเวลากอด แล้วปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์ ช่วยให้ย่าแข็งแรงขึ้น
“ เที่ยว เที่ยว” เทียนบอกย่าให้พาไปเดินเที่ยวเพราะยังอยากถ่ายพลังให้ย่าอีก
ย่าเลยบอกให้เจนตามไปข้างนอกด้วย โดยย่าอาสาอุ้มเทียนเอง ทำให้ทุกคนเป็ห่วงกลัวย่าจะอุ้มไม่ไหว
“ ไม่ต้องห่วง หลานฉันตัวเล็กแค่นี้ ฉันอุ้มไหว อาเก้าไปจัดการเื่เรียนให้อาเทียนให้เรียบร้อย อาเจนเ้าก็ไปกับเทียนด้วยไม่ต้องห่วงใดใดทั้งสิ้น” ย่าอุ้มเทียนตัวน้อยอย่างมีความสุข เพราะย่ารู้ว่า ยิ่งอุ้มเทียนนานเท่าไร ร่างกายตัวเองยิ่งแข็งแรงมากขึ้น ไม่เหน็ดเหนื่อย แม้ขณะนี้อายุ 55 ปีแล้ว แต่พอได้รับพลังปราณบริสุทธิ์จากเทียนเข้าไป มวลกระดูกของย่าในเวลานี้เท่ากับหญิงสาววัยเพียง 40 ปีเท่านั้น
เจนยืนข้างๆ รับคำท่านย่าทันที และยังคอยเป็ห่วง ว่าท่านแม่จะหมดแรงอุ้มเทียนเสียก่อน วันนี้ย่าอยู่กับเทียนทั้งวันไม่ไปไหน จนเทียนหลับคาอกท่านย่า เจนจึงพาเทียนไปเข้านอน เพราะว่าตอนเช้า ต้องไปโรงเรียนครั้งแรก
สถาบันพัฒนาเด็ก เดอะเบบี้จีเนียส เป็อาคาร 8 ชั้น ด้านหน้ามีสนามเด็กเล่นทั้งกลางแจ้งในร่ม มีที่จอดรถกว้างขวางมีคนใหญ่คนโต พาลูกๆ มาเรียนกันที่นี่มากมาย พอ คุณชายเก้า แม่เจน และเทียนมาถึง หมอเทพพร ก็เดินออกมาต้อนรับอยู่หน้าโรงเรียน หลังจากที่ได้รับการติดต่อจากคุณชายเก้า พอเห็นทั้งหมดมาถึงหมอเทพพรก็รีบเดินเข้ามาหาทันที
“ สวัสดีคุณพ่อ คุณแม่ น้องเทียน” หมอเทพพรทักทายทันที
“ ว่าไงหนูน้อย จำพี่หมอได้หรือเปล่า”
“ แม่หมอ” เทียนส่งเสียงออกไป ทำให้หมอเทพพรใ
“ ไม่ใช่ต้องพี่หมอ อย่าเรียกแม่หมอฟังดู แล้วไม่เหมือนหมอเด็กเลย” หมอเทพพรเอ่ยเสียงเตือนเทียนเบาๆ เทียนเอามือลูกหน้าหมอเทพพร ทำให้หมอรู้สึกดีมากเลยขออุ้มเทียนเอง แล้วพาทั้งหมดเข้ามาในห้องลงทะเบียน
“ ที่นี่มีหลายคอร์สที่เปิดสอน แต่หมอแนะนำให้ลงเรียน คอร์สเด็กแรกเกิดถึง 6เดือนก่อน มาทางนี้เลยครับ เรามาลองทดสอบกันก่อนว่า หนูน้อยเทียนของเราจะอยู่ในระดับไหน” แล้วหมอเทพพรก็พามาในห้องทดสอบ โดยรอบแรกจะมีเด็กๆ มารอทดสอบกันเกือบ ยี่สิบคน โดยแต่ละคนมีอายุระหว่างแรกเกิด ถึง 6 เดือน โดยแบบทดสอบ จะให้ลองปล่อยเด็กที่ให้คลานหรือ กระดื๊บๆ ไปข้างหน้าเพื่อดูพัฒนาการของเด็กว่าอยู่ในระดับไหน ทั้งหมดเตรียมพร้อม พ่อเก้าจับอาซันไว้อีกฝั่งหนึ่งโดย ฝั่งตรงข้ามแม่เจนคุกเข่าร้องเรียกเทียน ให้มาหา พอโดนปล่อยตัวไปเทียนก็วิ่งกระดุ๊กๆ เข้าไปหาแม่เจน ก่อนใคร สร้างความยินดีให้กับแม่เจนยิ่งนัก ส่วนเด็กคนอื่นๆ กลับได้แต่กระดี๊บๆ บ้าง คลานบ้าง อย่างทุลักทุเล
ส่วนหมอเทพพรได้ยืนยิ้มมองดูกรรมการทดสอบมองเทียนตาค้าง รีบถามหมอเทพพรทันที
“ คุณหมอเทพพร น้องเทียนเขาเพิ่ง สี่เดือนจริงหรือนี่ พัฒนาการแบบนี้ เด็ก1ปีบางคนยังวิ่งไม่ได้เลยนะ” เ้าหน้าที่ตรวจสอบ ตื่นเต้นที่ได้เห็นเทียนวิ่ง ในวัย สี่เดือน
“ 4 เดือนแน่นอน หมอทำคลอดเขาออกมาเองกับมือ “ หมอเทพพรเอ่ยอย่างอารมณ์ดี
หลังจากนั้นก็มีบททดสอบเลือกวัตถุที่มี ขนาดวงกลม สามเหลี่ยมสี่เหลี่ยมไปประกอบ ตามที่กำหนดเอาไว้ แล้ว เลือกสีไปวางตามที่กำหนด แบบทดสอบเด็กๆ
พวกนี้เทียนไม่อยากเสียเวลาวิ่งเข้าไปวางเสร็จก็เข้ามากอดแม่เจนแล้วหลับตาไม่สนใจใครอีก จนกระทั่งแบบทดสอบสุดท้าย ทางกรรมการทดสอบได้เปิดทีวีมีจอใหญ่มี สัตว์ประหลาดอยู่ในทีวีมากมาย ส่วนใหญ่เด็กทุกคนต่างวิ่งเข้ากอดแม่กันหมด เทียนคิดในใจ
“ปัญญาอ่อนจริงๆ ที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้”
“ มีใครไม่กลัวสัตว์ประหลาดเหล่านี้บ้าง ใครไม่กลัวยกมือขึ้น” เทียนเดินไปที่จอทีวีแล้วกดปุ่มปิดทันทีแล้ววิ่งมากอดแม่เจนเหมือนเดิม สร้างความมึนงง ให้กับกรรมการทดสอบยิ่งนัก หมอเทพพรหัวเราะอย่างชอบใจ
“ คุณหมอเด็กสี่เดือน รู้จักกดปุ่มทีวี ได้ยังไง”
“ หมอว่าให้น้องเทียน เขาไปเรียนระดับ 1-3 ขวบเลยดีกว่า ถ้าเขาเรียนกับเด็กแรกเกิดถึง 1ปี จะทำให้เขาเสียเวลาเพราะสมองของเขาพัฒนาไปมากกว่าเด็กแรกเกิดถึง1ปี” กรรมการทดสอบคิดตรงกัน จึงมาบอกผลสอบกับพ่อเก้ากับแม่เจน
“ ทางสถาบันตัดสินใจให้น้องเทียนเริ่มเรียนกับระดับ 1-3 ขวบไปเลย เพราะระดับ แรกเกิดถึง 1 ปี ตามน้องเทียนไม่ทันแน่ คุณพ่อกับคุณแม่ ใช้วิธีเลี้ยงน้องยังไงบ้าง ทางเราเจอเด็กจีเนียส ครั้งนี้เป็ครั้งแรก เลยอยากเก็บข้อมูลไว้” เ้าหน้าทีสถาบันสงสัยวิธีการเลี้ยงของแม่เจน
“ ก็ให้กินแต่นมแม่ ไม่ได้สอนอะไร แต่เขานอนหลับวันหนึ่งมากกว่า 16-18ชั่วโมงกลางคืนไม่ลุกมากวนใจเลย เช้ามากินแต่นมแม่ จนหมดทั้งสองเต้า แล้วก็นอนแล้วก็ไปวิ่งเล่น แล้วก็นอน ตื่นมาก็กินนม จนหมดเต้าของแม่ ตอนเย็นก็เช่นเดียวกัน ก็ไม่มีอะไรผิดปกตินี่คะ” แม่เจนพูดตามจริง แต่เ้าหน้าที่สงสัยว่าต้องมีอะไรมากกว่านั้น
“ ถ้าเช่นนั้น บ่ายนี้ลองให้เขาไปเรียนกับเด็ก ระดับ1-3 ขวบคอยดูปฏิริยาของเขาดีไหมคะ” เ้าหน้าที่ลองเสนอ เจนกับคุณชายเก้า พยักหน้า อยากรู้ ว่าเทียนเจอคนเยอะๆ แล้วจะเป็อย่างไร เ้าหน้าที่ถามว่า
“น้องเทียน ห่างคุณแม่แล้วร้องไห้บ้างไหมคะ” เจนกับเก้า ถึงกับอึ้ง เพราะั้แ่คลอดเทียนออกมาแล้ว จำได้ว่า ไม่เคยได้ยินเสียงของเทียนร้องไห้เลยสักครั้งเดียว ได้ยินแต่เสียงหัวเราะเอี๊กอ๊ากอย่างมีความสุข ทั้งสองมองหน้ากันเหมือนจะรู้สึกพร้อมกัน
“ น้องเทียนไม่เคยร้องไห้เลยั้แ่เขาเกิด” แม่เจนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เ้าหน้าที่ ถึงกับหยุดเดินทันที หันมามองเจนด้วยความสงสัย
“ คุณแม่น้องเทียน แน่ใจหรือคะ”
“ แน่ใจค่ะ” เทียนถูกอุ้มเดินนำหน้าไปกับหมอเทพพร ไม่ได้หันมามองแม่กับพ่อเลยสักนิด แล้วเจนก็เห็นหมอเทพพร ให้เทียนเข้าไปนั่งตรงไหนก็ได้ในห้อง
ที่มีเด็กวัย 1-3 ขวบนั่งรวมกันอยู่บางคนยังร้องไหน้ำตาไหล บางคนยังไม่ยอมมานั่งรวมต้องไปนั่งกับพ่อกับแม่อีกฝั่ง ส่วนใหญ่จะมีเด็ก 3 ขวบไม่ค่อยร้องนั่งอยู่เกือบ 20 คน หลังจากที่หมอเทพพรบอกว่าให้ลองมาเรียนห้องนี้ดู แล้วสั่งให้เทียนไปนั่งหน้าสุดเพราะตัวเล็กที่สุด เทียนเลยไปนั่งหน้าสุดจริงๆ ครูที่กำลังจะเริ่มสอนมองหน้าเทียน เห็นตัวน้อยๆ ไม่คิดว่าจะอายุเกิน 1 ปีแล้ว คุณครูเริ่มสอนทันที แต่คำพูดที่พูดออกมานั้นเป็ภาษาอังกฤษทั้งหมด โดยสอนอ่านตัวเลข และสอนร้องเพลง ล้วนแต่เป็ภาษาอังกฤษทั้งหมด เทียนได้แต่นั่งตาแป๋ว ไม่หลับ คิดว่า จะทำตัวยังไงให้เป็เด็กธรรมดาที่สุดไม่ให้เด่น ครูสอนไปเรื่อยๆ จนสักพัก คุณครูก็ให้เทียนยืนขึ้น แล้วให้แนะนำตัวกับเพื่อนเป็ภาษาอังกฤษ
“ ไฮ้ ไอแอม เทียน ไอ เลิฟ ยู ออล” เทียนแนะนำตัวและบอกรักทุกคน แล้วส่งจุ๊บให้ทุกๆ คน โดยจำมาจากคอนเสิร์ตของพวกนักร้อง แม่เจนกับพ่อเก้า ใไม่คิดว่าเทียนจะ ฟังออกและ พูดภาษาอังกฤษได้
“ พวกคุณสอนลูกพูดได้ชัด และเป็ประโยคยาวๆ แบบนี้ได้ยังไงกัน” หมอเทพพรสงสัยเช่นกัน
“ พวกเราไม่ได้สอน แต่คงจำมาจากคอนเสิร์ตที่คนในบ้านชอบเปิดดูแน่ๆเลย”
คุณชายเก้าบอกกับหมอเทพพร เป็อันว่าเทียน ได้ลงเรียนชั้นระดับ 1-3 ขวบ
อาจารย์ที่สอนมารู้ภายหลังว่าเทียนเพิ่งจะอายุได้สี่เดือน ใร้อง หาพระเ้า
ไม่คิดว่าจะมีเด็กเช่นนี้ ทางสถาบันให้มาเรียนแค่วันละ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น โดยเวลาส่วนใหญ่พ่อกับแม่ ได้มาคุยกัน แล้วปล่อยให้เด็กๆ มาพบเจอกัน เล่นกัน
มากกว่า ตกบ่ายพ่อเก้ากับแม่เจน พาเทียนไปกินข้าวที่ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งโดยมี ผู้คุ้มกันไป ทั้งหมด 4 คน ที่เหลืออีก 10 กว่าคนให้รออยู่ที่ในรถไม่ต้องตามเข้าไป ทั้งสามคน กินร้านอาหารอย่างมีความสุข ซึ่งเทียนได้แต่ดูดนมในขวดไม่ยอมกินอาหารใดใดทั้งสิ้น
ในขณะนั้นก็มีเสียงผู้คนส่งเสียง กรีดร้อง ใ ไปทั่วห้างสรรพสินค้า เพราะเกิดมีการปะทะกันระหว่างแก๊งสองแก๊งที่ได้นัดหมายเจอกันระหว่างหัวหน้าแก๊งทั้งสอง คือแก๊งชินจูกุ กับแก๊งเซี่ยงไฮ้ ซึ่งหลังจากตกลงเื่พื้นที่เก็บค่าคุ้มครองกันไม่ได้ ทั้งสองแก๊งที่นำกำลังรออยู่ด้านนอกห้างสรรพสินค้า ก็เฮกันเข้ามาปะทะกันในห้างต่อทันที กำลังคนของแต่ละฝ่ายขนมากันไม่ต่ำกว่า 100 คน มากันทั้งสองแก๊ง ห้างก็แทบจะไม่มีที่ยืนอยู่แล้ว
ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ก็รีบออกจากห้างไปในทันที โดยห้างแห่งนี้มีทั้งหมด สี่ชั้นและที่พวกแก๊งทั้งสองแก๊ง เข้าปะทะกันคือ ชั้นที่ 4 โซนร้านอาหารชั้นที่เทียนกับแม่เจนพ่อเก้ากำลังนั่งกินอาหารด้วยกันอยู่ หน่วยรบพิเศษเรียกกำลังทั้งหมดให้รีบมาช่วยกันทันที เพื่อจะเคลียร์ทางให้ สามคนพ่อแม่ลูก รีบออกไปจากที่นี่
โดยสั่งให้คนขับรถ เตรียมรถไว้ให้พร้อม แต่ว่าพวกมันทั้งสองแก๊งต่างเริ่มสาดะุปืนใส่กัน จนะุปืนปลิวว่อนไปทั่วทั้งห้าง ร้านค้าต่างๆเสียหาย อย่างย่อยยับ เริ่มแรกแค่ชกกันธรรมดา แล้วก็เพิ่มมีดไม้ และสุดท้ายเริ่มใช้อาวุธปืนยิงใส่กัน ทำให้ผู้คุ้มกันไม่สามารถพา เทียนกับพ่อแม่ออกไปได้ในตอนนี้ จึงให้รอในร้านเพื่อความปลอดภัย หากไปเวลานี้ อาจถูกลูกหลงก็เป็ได้ เทียนจับััได้ทั้งสองแก๊งมีคนที่มีอาวุธปืน ประมาณฝ่ายละ 20 คนเท่านั้น ะุที่ยิงไปยิงมา
เริ่มถูกผู้บริสุทธิ์าเ็ล้มตายกัน เพื่มขึ้นเรื่อยๆ คราวนี้าระหว่างแก๊งไม่จบง่ายๆ เสียแล้ว พวกมันกลับขนคนมาอีกฝ่ายละ 200 คน พร้อมอาวุธาชุดใหญ่ต่างฝ่ายคิดว่าวันนี้ต้องเผด็จศึกอีกฝ่ายให้ได้ กำลังเสริมของพวกมันทั้งสองแก๊งนี้ มาเร็วกว่าพวกตำรวจทหารที่รับผิดชอบเื่นี้เสียอีก หลังจากพวกมันมากันครบ คราวนี้าอย่างแท้จริง ได้เริ่มขึ้น มีผู้เสียชีวิตทั้งสองฝ่ายเพื่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้ใครเป็ใคร ทำให้เทียนทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงรีบหลับตาทำสมาธิใช้พลังจิตออกมาจับััผู้ที่มีอาวุธปืนทั้งหมดของทั้งสองฝ่าย แล้วใช้พลังจิต จับะุที่ปลิวว่อนไปทั่ว ให้มุ่งเป้า ไปที่คนยิงของทั้งสองฝ่าย ลูกะุเปลี่ยนวิถี จากที่ควรจะเป็ กลายเป็วิถีแห่งความตายไปมอบให้กับคนที่ใช้อาวุธปืนทุกคน โดยตั้งเป้าที่ หัวกระโหลกของทุก ๆ คน ะุที่พวกมันยิงกันออกไปไม่สามารถยิงถูกผู้บริสุทธิ์อีก แต่ยิงถูกฝ่ายตรงข้ามที่มีอาวุธปืน หลังจากผู้ที่ใช้อาวุธปืนคนสุดท้ายยิงคู่กรณีตายจนหมด ลูกะุสุดท้ายก็ย้อนกลับมาเด็ดชีพตัวคนยิงจนตายตกตามกัน
ถึงแม้มีบางคนไปหยิบอาวุธปืนขึ้นมายิงฝ่ายตรงข้าม แต่สุดท้ายคนที่ยิงก็ถูกะุเม็ดนั้นย้อนกลับมาเด็ดชีพตัวของมันเองตามไปด้วยเช่นกัน ในที่สุดเสียงปืนก็เงียบเสียง ตำรวจเข้ามาเคลียร์พื้นที่ ก็พบศพคนทั้งสองแก๊งถูกยิงตายไป สองร้อยคน ที่เหลือไม่มีปืน หลบหนีออกไปได้กว่าร้อยคน เหลืออีกไม่ถึงร้อยไปไม่ไหวาเ็ลุกไม่ขึ้น คนบริสุทธิ์ต้องมาเสียชีวิตไปกับพวกมันร่วมสิบคน ส่วนสาเหตุที่พวกมันมาเจรจาตกลงกันในห้าง เพราะต่างฝ่ายก็คิดว่าอีกฝ่ายคงไม่กล้าก่อเื่ในห้างสรรพสินค้า แต่ที่ไหนได้พออารมณ์อยู่เหนือเหตุผลแล้ว ไม่ว่าอะไรก็หยุดไม่อยู่ ผลสุดท้ายกลายเป็เื่น่าเศร้าไปในที่สุด
ส่วนเทียนยังเล็กนัก ฝืนใช้พลังจิตระดับสูงไปมากทำให้นอนหลับคาอกพ่อเก้าไม่รับรู้อะไรอีก มีเสียงกรนออกมาเล็กน้อย สร้างรอยยิ้มให้กับ หน่วยรบพิเศษที่เห็นเด็กคนนี้ไม่กลัว ไม่ร้อง ทั้งที่เสียงปืนดังมาก ผู้ใหญ่บางคนใเป็ลมร้องไห้ กันไปเป็จำนวนมา แต่เทียนกลับหลับสบาย แถมมีกรนอีกต่างหาก แม่เจนได้แต่สวดมนต์อย่างเดียว ไม่รู้จะทำอะไรได้อีก เมื่อกลับมาถึงบ้าน คุณย่ารีบมาหาเทียนด้วยความเป็ห่วงหลังดูข่าวทีวี พอรู้ว่าเทียนอยู่ในห้างที่เกิดเื่ด้วย คุณย่าลมแทบใส่ทันที เพราะเป็ห่วงหลาน แต่เทียนกลับมาแล้วหลับเลยไม่มีใครกล้ามาเล่นด้วย เทียนหลับยาวยันเช้าเลย เพราะใช้พลังมากเกินตัวไปหน่อย...