เย่ชิงชิงเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าตนมีส้มที่หยิบออกมาจากมิติแต่ด้วยความที่ไม่กล้าหยิบออกมามากนัก นางจึงหยิบออกมาแค่ลูกเดียวแล้วบอกว่าเป็ส้มที่เก็บได้จากต้นไม้
“บนเขายังมีส้มป่าอีกหรือนี่?” นางซูดีใจที่เห็นส้มลูกใหญ่เต็มมือหัวเราะแล้วเอ่ยว่า “มีเวลาว่าง ข้าจะไปหาบ้าง”
“ท่านแม่ยุ่งขนาดนี้ ปล่อยให้ข้ากับพี่ชายไปก็พอแล้วเ้าค่ะ” บนเขานั้นจะหาส้มป่าที่ไหนได้ แม้มีก็คงจะเปรี้ยวฝาดเย่ชิงชิงรีบห้ามพลางเอ่ยว่า “อย่าบอกคนอื่นนะเ้าคะมิเช่นนั้นเดี๋ยวจะถูกเก็บไปจนหมด”
นางซูยิ้มแล้วแบ่งส้มให้เด็กทั้งสองคนคนละครึ่ง“พวกเ้ากินเถอะ เดี๋ยวแม่จะไปต้มโจ๊ก”
นางไม่ยอมกินเลยแม้แต่นิดเดียวเย่ชิงชิงผลักมือของมารดากลับไป อธิบายว่าตนเองกินแล้วพร้อมกับหอบตะกร้าเดินออกไปข้างนอก
นางจะไปถามลุงขาเป๋เห็ดป่าที่เก็บมาครึ่งวันนี่ขออย่าให้เสียเปล่าเลย
ระหว่างทางเย่ชิงชิงบังเอิญเจอหญิงชาวบ้านสองคนนางยิ้มแล้วทักทาย อีกฝ่ายก็ไม่ได้รังเกียจที่นางหน้าตาอัปลักษณ์กลับยิ้มตอบแล้วถามว่านางจะไปที่ใด
“ข้าเพิ่งได้ผักกาดขาวมาสองหัว เ้ารับไปแล้วกัน!” ป้าหวังยิ้มแล้วยัดผักกาดขาวใส่ตะกร้าของนาง“ซูเหนียงจื่อเป็คนขยัน ว่างๆ มาเยี่ยมบ้านข้าบ้างนะ”
“ขอบคุณท่านป้าเ้าค่ะ ท่านแม่ของข้าต้องไปแน่!” เย่ชิงชิงไม่ปฏิเสธชาวบ้านในหมู่บ้านเป็คนขยันขันแข็ง ในไร่นาไม่ขาดผักผิดกับสกุลเย่ที่มีคนในครอบครัวมากแต่ทำงานน้อย ปลูกผักไม่พอกินเองเสียด้วยซ้ำ
บอกลาหญิงชาวบ้านทั้งสองคนแล้วเย่ชิงชิงก็เดินมาถึงนอกลานบ้านของลุงขาเป๋ เมื่อเห็นประตูเปิดอยู่นางจึงเคาะประตูเป็พิธีแล้วเดินเข้าไป
ลุงขาเป๋กำลังนั่งเด็ดผักอยู่ในลานบ้านดูท่ากำลังจะทำอาหารกลางวัน
เย่ชิงชิงผู้มาขอความช่วยเหลือยิ้มแล้วเดินเข้าไปใกล้ “ท่านลุงยุ่งอยู่หรือเ้าคะ?”
ลุงขาเป๋เงยหน้าขึ้นเผยสีหน้าประหลาดใจ “แม่หนูนี่เอง...”
“อื้ม ตอนนั้นต้องขอบคุณท่านลุงที่ช่วยชีวิตไว้เ้าค่ะ” น่าเสียดายที่เวลานี้นางไม่ได้มาเพื่อตอบแทนบุญคุณเย่ชิงชิงหน้าหนาเอ่ยว่า “วันนี้อยากจะรบกวนท่านลุงช่วยดูให้หน่อยว่าเห็ดพวกนี้กินได้หรือไม่เ้าคะ...”
นางวางผักกาดขาวในตะกร้าไว้ข้างๆแล้วเทเห็ดป่าทั้งหมดออกมา เป็เห็ดป่ากองใหญ่ที่มีหลากหลายชนิด
“ยังรอดอยู่ก็ดีแล้ว” ท่านลุงไม่แสดงสีหน้าใดๆ ออกมาเขายื่นมือเขี่ยกองเห็ดแล้วช่วยคัดแยก
“เห็ดที่มีจุดสีน้ำตาลเล็กๆ พวกนี้ คราวหน้าอย่าเก็บมาอีกนะแล้วก็อันนี้...”
เย่ชิงชิงจ้องมองเขาคัดแยกอย่างตั้งใจด้วยสีหน้าพร้อมจะรับคำสั่งสอน
หลังจากแยกเห็ดเสร็จแล้วลุงขาเป๋ก็บอกให้นางรอก่อนแล้วเดินกะโผลกกะเผลกเข้าบ้านไปหยิบเนื้อหมูตากแห้งออกมาเส้นหนึ่งโยนใส่ตะกร้าของนาง
“ท่านลุง สิ่งนี้มัน...” เย่ชิงชิงหน้าหนาขนาดไหนก็ยังรู้สึกกระดากอาย
เดิมทีนางก็ได้รับความช่วยเหลือเื่น้ำหนึ่งชามจากเขาแล้วทั้งยังรบกวนให้เขาช่วยคัดแยกเห็ด สุดท้ายเขายังจะให้เนื้อหมูตากแห้งแก่นางอีกหรือ?
มันคือเนื้อเลยนะ!เย่ชิงชิงข้ามมิติมาครึ่งเดือน เพิ่งจะได้เห็นเนื้อเป็ครั้งที่สองซึ่งครั้งแรกก็คือเนื้อไก่เมื่อตอนนั้น
“เอาไปกินเถอะ” ลุงขาเป๋โบกมือแล้วเอ่ยสีหน้าเรียบเฉย “เมื่อเช้าข้าเห็นอี๋เหนียงสกุลเย่ไปที่บ้านพวกเ้า”
อะไรนะ?เถาอี๋เหนียงงั้นหรือ?
เย่ชิงชิงนึกถึงนางซูที่แอบเช็ดน้ำตาหรือว่าจะเป็เพราะนางคนนั้น?
“ท่านลุง ข้าจะนำเนื้อมาคืนท่านโดยเร็วเ้าคะ” เย่ชิงชิงหอบตะกร้าไม่ว่าจะเป็ความสงสารหรือความเวทนา นางก็ยอมรับความหวังดีครั้งนี้
หมู่บ้านเถียนซินไม่ใหญ่โตนักชาวบ้านทำการเกษตรมาหลายชั่วอายุคน เรียบง่าย ชอบนินทาจิกกัดเพื่อผลประโยชน์เพียงเล็กน้อยจะเยาะเย้ยและหลีกเลี่ยงนางเพราะเป็คนหน้าตาอัปลักษณ์แต่ก็ยังมีผู้ที่มอบความเมตตาให้
“ไม่คิดเลยว่าจะยังมีคนใจดีช่วยเหลือพวกเราสามแม่ลูก” นางซูถอนหายใจยาว “ยามยากมีแต่คนทับถมน้อยนักที่จะมีคนยื่นมือช่วย ยามนี้มีคนนำแผ่นแป้งหยาบมาให้ ผักกาดขาวก็มีเนื้อหมูตากแห้งก็มี ช่างไม่คาดฝันจริงๆ”
นางเพียงหวังว่าจะมีชีวิตอยู่รอดต่อไปพร้อมกับบุตรทั้งสอง
เตียวตัวนั้นถูกเลี้ยงไว้ในกรงขาที่าเ็จะส่งผลต่อราคาของมัน นางซูบอกว่าควรเลี้ยงมันไว้ให้ดีเสียก่อน
เย่ชิงชิงกลุ้มใจนักพวกนางในยามนี้้าเงินอีกมาก จะต้องทำให้เตียวตัวนี้มีราคาสูงขึ้นให้ได้...ไม่รู้ว่าน้ำจากลำธารในมิติจะรักษาาแของมันได้หรือไม่?
ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วทำได้เพียงลองเสี่ยงดู เพราะน้ำนี้มีแต่ประโยชน์ไม่มีโทษไม่ทำให้ตัวเตียวสู่ตายแน่!
นางแอบตักน้ำมาหนึ่งชามย่อตัวเข้าไปใกล้ ยังไม่ทันลงมือ เตียวสู่ก็พุ่งเข้ามาหาเองแล้ว
มันแลบลิ้นเล็กๆของมันออกมาเลียน้ำในชาม ดื่มอย่างมีความสุขไม่สามารถควบคุมได้จนแทบจุ่มหัวลงไปในชาม
“เอ่อ...เ้ากระหายน้ำขนาดนั้นเลยหรือ?” เย่ชิงชิงพูดไม่ออกได้แต่มองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้น “นี่สำหรับใช้ล้างเท้าให้เ้า”
“จี๊ดจี๊ด!” เตียวสู่ไม่เต็มใจที่จะละจากชามเล็กๆนั้น มันพยายามดิ้นรน
เย่ชิงชิงทำได้เพียงวางมันลง“เอาล่ะๆ เ้าดื่มให้พอเลยแล้วกัน”
เป็เช่นนี้อยู่สองสามวันขาซ้ายของเตียวสู่ก็ค่อยๆ ฟื้นตัวจนหายเป็ปกติ ไม่เพียงเท่านั้นขนทั่วทั้งตัวของมันยังดูเงางามและเรียบลื่นกว่าเดิมด้วย
น้ำจากลำธารในมิติไม่ใช่ของธรรมดาจริงๆไม่แน่ว่าอาจจะรักษาใบหน้าที่เสียโฉมของนางได้
เย่ชิงชิงดีใจเป็อย่างยิ่งนางลูบขนมันอย่างกระตือรือร้น “เอาไปขายได้แล้วสินะ!”
“จี๊ดจี๊ด~~” เตียวสู่ส่งเสียงร้องแหลมเล็กออกมาแล้วมองนางด้วยดวงตาฉ่ำน้ำราวกับอ้อนวอนขอความเมตตา
หลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันสองสามวันเย่ชิงชิงก็รู้แล้วว่ามันเป็สัตว์เ้าเล่ห์เพียงใด ส้มกับส้มโอในมิติก็กินได้หมดแต่กลับไม่สนใจโจ๊กที่นางซูทำ
“เสแสร้งทำเป็น่าสงสารไม่มีประโยชน์หรอกนะ” เย่ชิงชิงไม่สะทกสะท้าน“พวกเรายากจนมาก ข้าวสารก็จะหมดแล้ว”
ราวกับเ้าเตียวสู่ตัวนี้เข้าใจคำพูดของนางมันส่งเสียงจี๊ดจี๊ดไม่หยุด พยายามก้มหน้าลงกัดเชือกที่ขา แต่ก็ไร้ประโยชน์ะโไปมาอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ล้มตัวลงนอนแผ่ราบไม่ขยับอีก