ภาคที่3 Yan Festival ตอนที่7 อาหารรสเลิศ
สัญญาณมือชี้ไปทางประตูทางเข้าลานประลองขนาดใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายกับโคลอสเซียมแสงไฟทั้งคบเพลิงและหลอดไฟที่ใช้ไฟฟ้าให้แสงสว่างมากพอไม่ว่าจะที่ลานประลองหรือที่นั่งก็สามารถเห็นได้ชัดเจน
มีทางเข้าแปดจุดรอบ ๆ ที่นี่ทุกจุดมียามเฝ้าอยู่สองคนรวมแล้วก็สิบหกคน ซึฮากิเดินอยู่ในจุดที่ห่างไกลอาศัยตัวอาคารที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ คอยเก็บข้อมูลเช่นเดียวกับสเตล่าที่อยู่ห่างออกไปหลายช่วงตึก
ถ้าไม่ได้แสงไฟสลัว ๆจากภายในตัวตึกคงยากที่จะสื่อสารกันได้เราใช้เวลาเป็นชั่วโมงก่อนงานจะเริ่มเพื่อมาตรวจสอบทางเข้าหาทางหนีทีไล่ สเตล่าและซึฮากิค่อย ๆ เคลื่อนไหวกลับมารวมกลุ่มกันอีกครั้ง
"ใกล้จะเริ่มแล้วสินะผู้คนก็เริ่มเข้าไปแล้วเราจะใช้จังหวะที่วุ่นวายนี่แหละ เท่าที่ดูจากไกล ๆประตูที่สามมีการตรวจสอบที่รวดเร็วที่สุดเพียงแค่ดูตั๋วเข้าเสร็จก็สามารถเข้าไปได้ทันทีถ้าเทียบกับประตูอื่นที่มีการตรวจค้นร่างกายด้วยคงยากที่จะพกอาวุธเข้าไป"การแต่งตัวเรียบง่ายแต่ก็ดูเรียบร้อยเหมือนขุนนางที่มียศศักดิ์พวกเขาทั้งสองคนจูงมือกันเดินเข้าไปทางประตูสาม
"ขอดูตั๋วด้วยครับ"ซึฮากิยื่นตั๋วให้ไปหลังจากตรวจดูอยู่พักหนึ่งก็ปล่อยให้ผ่าน แต่ก็ดันมีสายตาแปลกๆ จ้องมองมาที่บั้นท้ายของซึฮากิจุดที่มันนูนขึ้นมาเหมือนแท่งอะไรบางอย่าง
"เดี๋ยวก่อน!"ยามคนนั้นเดินตรงเข้ามาประชิดตัวซึฮากิ
"ผมขอตรวจร่างกายคุณสักหน่อยนะครับ"
เวรแล้วไงกิ สเตล่าได้แต่มองอยู่ข้าง ๆไม่อาจจะขัดขืนหรือทำอะไรนอกแผนได้แต่เธอก็เอื้อมมือไปด้านหลังเตรียมหยิบมีดออกมาได้ทุกเมื่อ
"เชิญเลยครับ"ซึฮากิยังคงนิ่งสนิทไม่มีท่าทางพิรุธอะไรยามคนนั้นล้วงเข้ามาที่กระเป๋ากางเกงที่อยู่ตรงก้นหยิบกระบอกน้ำที่ทำจากไม้ไผ่ปิดปากด้วยใบตองออกมา
"เจ้านี่มัน..."ซึฮากิจ้องยามคนนั้นตาไม่กะพริบขณะที่เขากำลังเขย่ากระบอกน้ำฟังเสียงภายในนั้น
"มีอะไรกับน้ำของผมหรือเปล่าครับ?"ซึฮากิถามจี้ทันทีเพื่อให้พวกยามตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อ
"ไหนนายลองดื่มให้ดูสิ"ยามคนนั้นยื่นกระบอกน้ำกลับมาให้ซึฮากิดื่มเขาดึงใบตองออกเงยหน้าขึ้นเทน้ำลงปากให้เห็นกันจะจะก่อนจะกระดกอย่างต่อเนื่อง
"อืม...งั้นก็เข้าไปได้"ซึฮากิพยักหน้าแล้วเก็บกระบอกน้ำใส่ลงไปในกระเป๋ากางเกงเหมือนเดิมสีหน้าโล่งใจของสเตล่าแสดงออกมาพร้อมกับการถอนหายใจยาวๆ หนึ่งครั้งยังดีที่พวกยามไม่เห็นไม่ได้ยินไม่งั้นคงจะสงสัยแน่ ๆ
"นี่กิทำไมนายถึงพกกระบอกน้ำใหญ่ๆ แบบนั้นมาล่ะ แถมปกติก็ไม่เห็นนายจะพกกระบอกน้ำด้วยซ้ำ"
"เดี๋ยวเธอก็รู้เอง...ตอนนี้เราเข้าไปข้างในกันก่อนดีกว่า"ทางขึ้นบันไดไปยังที่นั่งที่เหมือนอัฒจันทร์ผู้คนมากมายกำลังตั้งหน้าตั้งตารอการประลองแถมยังมีการพนันเลือกฝ่ายชนะอีกด้วย
"สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทุกๆ ท่าน พวกเราเหล่าสมาคมนักค้าทาสยินดีต้อนรับการมาไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามความสนุก ความบันเทิงหรือแม้แต่เพื่อเงินทองและอำนาจพวกท่านมีสิทธิ์ที่จะเลือกฝ่ายชนะได้แค่คู่ละหนึ่งครั้งนั่นหมายความว่าการลงเดิมพันนี่จะมีแค่ได้หรือเสียแน่นอนว่าฝ่ายที่มีคนเลือกและลงเดิมพันเยอะมาก ๆจนอีกฝ่ายเทียบไม่ติดเงินที่จะได้ก็จะไม่มากนักแต่หากฝ่ายน้อยได้พวกเขาจะเหมือนตกถังข้าวสารแม้จะลงพนันไปแค่หนึ่งเหรียญทองแต่ก็สามารถได้กลับมาเป็นสิบเหรียญทองหรือมากกว่านั้นด้วยซ้ำ"
"นายคิดว่าไง?"สเตล่าเอ่ยถามขณะที่พวกเขามองดูพิธีกรกำลังปลุกเร้าความตื่นเต้นให้ผู้ชมอยู่
"การเดิมพันในครั้งนี้หากใครมีสกิลตรวจสอบหรืออะไรพวกนั้นก็ยิ่งได้เปรียบดูพวกนั้นสิ" ซึฮากิใช้สายตาเป็นเหมือนกับชี้นิ้วไปที่แถวล่างกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่รวมตัวกันน่าเกรงกลัวเหมือนพวกอันธพาลนั่งอยู่หน้าโต๊ะลงพนัน
"ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วที่พวกมันคอยเก็บเงินเพิ่มจากคนที่จะลงฝั่งขวาแล้วดูคู่ประลองที่ยืนรออยู่นั้นสิ"สเตล่าพยายามมองตามที่ซึฮากิพูดพยายามทำความเข้าใจแต่มันก็เหมือนจะทำให้สมองเธอประมวลผลไม่ทันต้องใช้เวลาสักพัก
"อย่าบอกนะว่า [ตรวจสอบ]" สเตล่าจ้องมองลงไปยังสนามประลองที่ทาสทั้งสองยืนอยู่
"อย่างงี้เองสินะคนที่อยู่ฝั่งขวาของการพนันมีเลเวลมากกว่าอีกฝ่ายใครก็ตามที่มาลงเดิมพันฝั่งนั้นแล้วยอมเสียเงินเพิ่มจ่ายให้พวกมันก็เพราะได้ข้อมูลในจุดนี้นี่เองแต่ทำแบบนี้ไม่ผิดกฎบ้างเหรอ?" ซึฮากิถอนหายใจสั้น ๆส่ายหน้าด้วยความไม่พอใจ
"อิทธิพลน่ะมันทำได้ทุกอย่างนั่นแหละฉันคิดว่าพวกสมาคมนั้นก็คงรู้เห็นเป็นใจแถมสามในกลุ่มคนพวกนั้นก็มีเลเวลห้าซะด้วย"
เฟย์ คิวเทเธอคนนั้นมีสกิลพวกมนตร์ดำด้วยถ้าไปมีเรื่องเข้าคงจะลำบากหรือไม่ก็อาจจะถูกจับได้ก็ได้ทางที่ดีก็คืออยู่ให้ห่างไว้แต่ก็นะ
"กิ"สเตล่าเรียกด้วยตื่นตระหนกตกใจ
"มีอะไร?" สเตล่าชี้ไปที่ผู้หญิงรูปงามที่อยู่ท่ามกลางเหล่าอันธพาลพวกนั้น
"เมื่อกลางวันฉันกับคานะก็เจอเธอมาก่อนดูเหมือนจะเป็นพวกเจ้าถิ่นมีการเก็บค่าคุ้มครองอะไรแบบนั้นด้วยแค่สามคนนั้นก็มีเลเวลห้าแล้วไม่รู้เลยว่าพรรคพวกของเธอจะมีคนที่แข็งแกร่งกว่านี้อีกไหม"
"เราแค่ไม่ไปยุ่งหรือขวางทางพวกเขาคนที่ควรระวังมากที่สุดก็คงเป็นผู้หญิงคนนั้นสินะ"ระหว่างที่ซึฮากิกำลังสาดส่องอยู่ทาสทั้งสองก็ได้เริ่มประลองกันไปแล้ว
เหล่าทาสผู้โชคร้ายที่ถูกจับฉลากเงื่อนไขในการประลองดันได้มัดมือชกพวกเขาจะถูกล่ามโซ่มือซ้ายติดด้วยกันไม่มีอาวุธแม้แต่ชิ้นเดียวเหลือเพียงกำปั้นและเท้าที่ใช้ต่อยใช้เตะการต่อสู้อันทรหดต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอมแพ้ใบหน้าของฝ่ายซ้ายช้ำเขียวและเละทั้งกรามและจมูกก็แตกเลือดกระเซ็นไปทั่ว
"ดูนั้นสิครับฝ่ายสีน้ำเงินกำลังจะเผด็จศึกแล้ว"
ทางขวามือเรียกฝั่งน้ำเงินสินะ ขณะที่ฝ่ายแดงกำลังจะหมดแรงแทบจะยืนไม่ขึ้นได้แต่ชันเข่าไว้วินาทีนั้นฝั่งน้ำเงินก็ง้างแขนขึ้นสูงฟันศอกลงที่หน้าเต็มๆ หมดสติไปทันที เสียงโห่เชียร์และเสียงปรบมือมาพร้อมกับรอยยิ้มเปื้อนเลือดของฝ่ายน้ำเงิน
"ยินดีกับเหล่าผู้คนที่พนันฝั่งน้ำเงินด้วยนะครับคู่ต่อไปปล่อยเข้ามาได้เลย!"
และแล้วการประลองก็ดำเนินไปโดยที่พวกของคิวเทที่คุมจุดลงพนันเป็นฝ่ายที่ได้อย่างไม่ต้องสงสัยพวกเขาแค่คอยเก็บเงินค่าลงพนันไปเรื่อยๆ แต่สำหรับผู้ที่ลงพนันตามพวกเขาก็ชนะทุกคู่เรื่อยมากลายเป็นเรื่องเทา ๆที่ต่างฝ่ายต่างก็ได้ประโยชน์ไม่มีใครร้องเรียนหรือกล้าขัดอะไร
"และก็มาถึงคู่สุดท้ายในวันนี้ซึ่งเป็นคู่ที่ใครๆ ก็จับตามองเพราะอะไรน่ะหรือ...ก็เพราะว่ามีเอลฟ์นั่นเองเผ่าอันเย่อหยิ่งและหายากทาสที่อยู่กับพวกเราสมาคมนักค้าทาสมานานหลายปีเพราะค่าตัวที่สูงเกินไปในวันนี้มันจะได้ออกมาแสดงลวดลายเพื่อเรียกหาเจ้านายของมัน"
"เธอมาแล้วสินะเอลฟ์ที่เหลือเพียงน้อยนิดยิ่งภายในอาณาจักรเซียก็ยิ่งน้อยไปใหญ่ถ้าไม่ถูกทหารฆ่าตายก็เลือกที่จะปลิดชีพตัวเองไม่ว่าจะยังไงฉันก็ต้องได้เจ้านั่นมาให้ได้"เสียงจากทางขึ้นบันไดกำลังเข้ามาใกล้พ่อหนุ่มร่างกายสมส่วนดูมีน้ำมีนวลไม่ใช่มีแต่กล้ามเนื้อเขาสวมเสื้อสีน้ำตาลมีลวดลายเป็นทางสีดำ
"ทำไมหัวหน้าถึงสนใจเอลฟ์ตัวนั้นมากนักล่ะครับ?"ใบหน้าและรูปลักษณ์ที่คุ้นเคยเหมือนเคยเห็นที่ไหนกับความใหญ่โตของตัวใครเห็นก็ต้องเกรงกลัว
"เจ้าแกนนายไม่เข้าใจความน่ารักของสาวเอลฟ์หรอกนะมันเป็นความฝันเลยที่จะได้ไปกินข้าวร่วมโต๊ะ ล่ามอนสเตอร์และนอนจับมือกัน"รอยยิ้มกรุ้มกริ่มกำลังจินตนาการถึงเรื่องบางอย่างจนเผลอแสดงท่าทางอันนิ่มนวลออกมา
"ฉันว่าเราอย่าไปยุ่งเรื่องนี้เลยจะดีกว่า"แกนหันไปกระซิบกับชายร่างใหญ่ข้าง ๆ เมื่อมองดูก็แทบจะแยกพวกเขาไม่ออกเลย
ขณะเดียวกันก็มีเสียงหัวเราะคิกคักเบาๆ มาจากฝูงชนที่นั่งกันอยู่นั่นทำให้ชายร่างโตทั้งสองคนไม่พอใจเป็นอย่างมากขมวดคิ้วจ้องไปทั่ว
"ไปหาที่นั่งกันดีกว่า"ชายหนุ่มคนนั้นพูดตัดจังหวะก่อนที่เรื่องมันจะบานปลายไปมากกว่านี้
"เกือบไปแล้วไง...พวกนั้นมันมือขวามือซ้ายของหัวหน้ากลุ่มคิวเทนี่"
"แล้วพ่อหนุ่มคนนั้นเป็นใครถึงได้มีคนคอยปกป้องขนาดนั้น"เสียงกระซิบคุยกันสนุกปากอยู่ชั้นบน ๆ ของที่นั่ง
"นี่นายเป็นคนนอกหรือยังไงเขานั่นแหละหัวหน้ากลุ่มคิวเทเห็นหนุ่ม ๆ แบบนั้นก็เป็นนักผจญภัยแรงค์ A แล้วก็มีเลเวลมากถึงเจ็ดเลยนะ" แววตาวาวขยายขึ้นขณะที่กำลังเล่าเรื่องของกลุ่มคิวเทด้วยความตื่นเต้น
บรรยากาศการลงพนันกำลังดำเนินไปด้วยดีเสียงดังโครมครามเป็นบางครั้งแต่ก็ไม่มีใครว่าอะไรเพราะความครึกครื้นกำเงินในมือเตรียมลงคู่สุดท้ายบางคนก็หยิบเศษเงินที่เหลือออกมาทั้งน้ำตาที่เต็มไปด้วยความหวังบางคนก็ยิ้มเห็นฟันราวกับเก็บเงินเตรียมไว้แล้วหลังจากจัดแจงและจดชื่อการลงพนันเรียบร้อยการประลองก็เริ่มขึ้นด้วยการจับสลาก
"มาดูกันครับว่าพวกเขาจะได้การประลองรูปแบบไหน!" วงล้อเสี่ยงโชคที่คุ้นตาหากใครเคยเล่นเกมมาก่อนมันหมุนอย่างรวดเร็วเมื่อพิธีกรออกแรงเหวี่ยงเวลาผ่านไปสักพักมันก็เริ่มช้าลง
"และผลที่ได้ก็คือ...ลูกตุ้มถ่วงขานั่นเอง"ทันใดนั้นเสียงโห่ร้องจากผู้ชมก็ดังขึ้นเหมือนเป็นสัญญาณการประลอง
เอลฟ์สาวผมสั้นคนนั้นเอาแต่มองพื้นด้วยใบหน้าที่อดอาลัยตายอยากแทบไม่สนใจการประลองด้วยซ้ำเธอเงยหน้าขึ้นเมื่อมีคนนำลูกตุ้มเหล็กมาถ่วงขาไว้ ในภายภาคหน้ามีชายวัยกลางคนที่ถูกใช้แรงงานมาหนักจนมือและเท้าหยาบกร้านแววตาเต็มไปด้วยความดุร้ายเหมือนสัตว์ป่าที่จ้องจะโจมตีทุกสิ่งที่อยู่ใกล้มัน
"การประลอง...เริ่มได้!"เมื่อเสียงประกาศดังขึ้นชายคนนั้นก็วิ่งเข้าใส่ลากลูกตุ้มไปด้วยความยากลำบากแต่เอลฟ์คนนั้นกลับยืนนิ่งอยู่กับที่
"นายหญิงแน่ใจใช่ไหมครับว่าหมอนั่นจะชนะ"เจ้าแลนเอ่ยถามเฟย์นายหญิงรูปงามของตน
"เลเวลของเขาคือสี่ถึงจะมากกว่าเอลฟ์ตัวนั้นแค่เลเวลเดียวแต่นั่นก็ทำให้เห็นความแตกต่างของพลังแล้วดูจากการที่เธอไม่ขยับไปไหนก็คงจะไม่มีแรงมากพอน่ะสิ" เธอตอบกลับอย่างมั่นใจเมื่อมองดูกองพนันก็เห็นได้ชัดถึงความแตกต่างผู้คนมากมายเลือกที่จะเชื่อเฟย์ตลอดสิบสองคู่ที่ผ่านมามันไม่มีผิดเลยแม้แต่คู่เดียวใครเห็นก็ต้องเชื่อเธออยู่แล้ว
"ถึงฉันจะเดินทางมานานหลายปีแต่ก็พึ่งเคยเห็นเอลฟ์ตัวเป็นๆ นี่แหละ พวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์ที่หาได้ยากกว่าพวกมนุษย์สัตว์เสียอีกยกเว้นก็เผ่าจิ้งจอกล่ะนะ"สเตล่ากวาดสายตามองรอบ ๆ เห็นสีหน้าทั้งความหวังความสนุกและความทุกข์ปนกันไปหลากอารมณ์
"เดี๋ยวมา"ซึฮากิเดินลงไปชั้นล่างตรงไปที่ที่ลงพนัน ด้วยใบหน้าท่าทางดูทะมัดทะแมงกลับกันเมื่อสเตล่าได้เห็นทางที่ซึฮากิมุ่งไปก็ทำเอาเธอนั่งไม่ติดเก้าไปเลยขณะที่เธอกำลังจะลุกขึ้นเดินตามก็มีแต่คนหันมาจ้องมองด้วยความสงสัยหรืออาจจะเพราะสีผมสีเงินที่ใครเห็นก็นึกว่าพวกเธอสองคนเป็นพี่น้องกัน
"ผมลงพนันฝั่งเอลฟ์นั่น"ในมือของเขามีถุงผ้าเล็ก ๆ ที่ใส่เงินไว้จำนวนหนึ่ง ซึฮากิโยนมันลงบนโต๊ะเหมือนกำลังท้าทายความน่ากลัวของพวกมัน
"กล้ามากเลยนะ"พนักงานที่นั่งอยู่ที่ตรงนั้นเปิดถุงผ้าดูเงินที่อยู่ภายในนั้นเหรียญสีทองจำนวนกว่าสิบเหรียญซึ่งมากพอที่จะใช้จ่ายได้หลายเดือนเลยทีเดียวใบหน้าตกตะลึงของชายตรงหน้ากำลังหายไปเปลี่ยนเป็นดึงหน้าตึงให้เหมือนไม่พอใจ
"ฝั่งเอลฟ์แน่นะ"เขาหยิบกระดาษจดขึ้นมาพร้อมกับปากกา
"อย่าให้ต้องพูดซ้ำเขียนชื่อไปว่ายากิก็พอ"
"หน็อยเจ้านี่"แลนที่อยู่ใกล้ ๆรู้สึกโมโหเลือดขึ้นหน้าหลังจากมองดูท่าทางอันแสนจะเย่อหยิ่งและทะนงตนของซึฮากิเขาพยายามจะเข้ามากระชากคอเสื้อ
"หยุดนะเจ้าแลน"นายหญิงของพวกเขาดึงแขนของแลนไว้ได้ทันซึฮากิหันหน้ามาส่งสายตาหยิ่งผยองที่เหมือนกับกำลังมองเห็นสิ่งของไร้ค่าให้กับพวกแลนหลังจากนั้นซึฮากิก็กลับไปนั่งที่เดิมข้าง ๆ สเตล่า
"ฉันว่าพวกเขาคงจะจับตามองนายแน่ๆ
"ฉันรู้สึกแปลก ๆกับผู้หญิงคนนั้น เธอห้ามเจ้ากล้ามโตนั่นไว้แต่เท่าที่ดูปกติไม่เห็นจะทำกับคนอื่นแบบนี้เลยแม้ฉันจะเปลี่ยนสเตตัสให้น้อยลงแล้วก็ตามอาจจะบอกได้ว่าเธอก็ปกปิดสเตตัสตัวเองไว้ด้วยสกิลที่คล้ายกันแต่เลเวลก็ยังเป็นสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้ทำให้ไม่สามารถมองสเตตัสของฉันได้เลเวลห้าของเธอน่าจะเป็นของจริงแต่เรื่องของสเตตัสคงสูงกว่านี้แน่ ๆยังไงก็ตามเธอลองใช้จุดอ่อนกับเธอดูสิแขนขวาต้องมีอะไรบางอย่างแน่ ๆ"สเตล่านั่งฟังเงียบ ๆ ก่อนจะเริ่มจ้องมองนายหญิงที่อยู่ข้างล่างนั่น
" [จุดอ่อน] "
--- แขนขวาเคยหักมาก่อนค่อนข้างอ่อนไหวและเจ็บจี๊ดง่ายๆ ---
"แขนขวาเคยหักมาก่อน...นายรู้ได้ยังไงเนี่ย?"ขณะที่สเตล่ากำลังตกตะลึงอยู่การประลองก็เริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆแล้ว
"ตอนที่เธอคนนั้นเข้ามาห้ามทั้งที่ตรงนั้นมันอยู่ในจุดที่สามารถใช้มือขวาเอื้อมมาจับได้ทันทีแต่เธอกลับเลือกใช้มือซ้ายแทนฉันก็เลยสงสัย"
"โอ้!ดูการเข้าปะทะกันเมื่อกี้สิครับหมัดขวาที่ปล่อยออกมาของเจ้าหมอนี่สามารถต่อยกำแพงให้เป็นรอยได้เลยทีเดียวขณะที่อีกฝ่ายได้แต่เดินถอยหนีไปเรื่อย ๆ เลยครับ"
"ฉันคงดูไม่ผิดนั่นแหละยังไงความต่างของเลเวลก็คือลำดับชั้นที่ยากเกินจะต้านทานได้ต่อให้จะมีความสามารถเหนือกว่าคนปกติแต่ถ้าเลเวลน้อยกว่าก็ย่อมด้อยกว่าด้านพลัง"แม่สาวรูปโฉมงามยืนกอดอกจ้องมองลงไปยังสนามประลอง รอยยิ้มอ่อน ๆ แสดงถึงความพออกพอใจเธอมีความมั่นใจในการตัดสินของตัวเองยิ่งกว่าใครในกลุ่มคิวเท
"โย่!น้องเฟย์คิดว่าการประลองนี้เป็นยังไงล่ะ ?" ชายหนุ่มคนก่อนหน้านี้เดินตรงเข้ามาทัก
"สวัสดีค่ะพี่น้องว่าฝั่งผู้ชายคนนั้นน่าจะชนะนะคะเขามีเลเวลมากถึงสี่ ซึ่งมากกว่าเอลฟ์ตัวนั้นแถมดูจากการเคลื่อนไหวก็พอจะเดาได้แล้วล่ะค่ะ"ท่าทางนอบน้อมผิดปกติกับตอนที่เธอพูดกับคนอื่นเฟย์ยิ้มจนเห็นไรฟันเดินเข้าไปควงแขนของชายหนุ่ม
"เฟย์เธอก็โตขนาดนี้แล้วยังจะอ้อนพี่อีกเหรอ?"
"ก็แหม่หนูคิดถึงพี่นี่หน่าก็แค่อยากอ้อนสักนิด"น้ำเสียงอันอ่อนหวานแตกต่างจากก่อนหน้าคนละคนเลยเธอเข้ามาเกาะแกะตัวชายหนุ่มคนนั้นไม่หยุด
"เฮ้ย...นั่นมันหัวกลุ่มคิวเทใช่ไหม?"
"ช-ใช่ กุสตาฟคิวเทเป็นเขาแน่นอน"
เสียงกระซิบคุยกันของผู้คนบนที่นั่งเริ่มดังขึ้นชั่วขณะละสายตาไปจากการประลองกุสตาฟเงยหน้าขึ้นมองจ้องเข้าไปยังดวงตาของผู้คน นั่นทำให้พวกเขาแทบจะมุดหัวหนีบางคนก็ตัวสั่นยิกเพียงแค่มองตาเท่านั้น
"เอาแล้วครับเอลฟ์เริ่มตอบโต้กลับได้แล้ว!แม้มันจะไม่รุนแรงมากแต่ก็ทำให้เธอทิ้งระยะห่างได้หลายเมตรเลยครับ!"
"เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นน่ะไม่ทันได้ดู"สเตล่าตกใจไปตามเสียงของพิธีกร
"เวทแรงดันสูงผลักเจ้านั่นออกมาเอลฟ์ตัวนั้นมีอะไรบางอย่างที่ฉันรู้สึกถูกใจยังไม่รู้สิหรือเพราะว่า...แววตาคู่นั้น"ซึฮากิกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยยกศอกขึ้นเท้าคางพลางมองดูทุกอิริยาบถของเอลฟ์ในสนามประลอง
ตรวจสอบ
Lv.3 ยูกิ เอลโฟเรีย
STR 112 AGI 163
VIT 180 DEF 20
INT 161 LUK 10
HP 361 MP 433
[Mana Ball] [Heal] [Mana Shield][Wild Slash] [Wild Wall] [Mana Bomb] [High pressure] [TheCook] [Water Wall] [Power Up] [Speed Up] [เสริมกำลังระดับหนึ่ง][เสริมกำลังระดับสอง] [เสริมกำลังระดับสาม]
เวทลมกับเวทน้ำสินะ สเตตัสก็ปกติสำหรับเลเวลสามแต่เธอจะสู้กับเลเวลสี่ยังไงนะ? สเตล่าจ้องเขม็งด้วยความสงสัยเธอเหลือบตามองหน้าซึฮากิที่กำลังจ้องมองการประลองตาไม่กะพริบ
"แม้สเตตัสจะต่างกันแต่เอลฟ์ก็มีสิ่งที่เหนือกว่าก็คือเวทมนตร์เธอสามารถใช้เวทมนตร์โดยไม่ต้องพึ่งอาวุธเหมือนมนุษย์ โดยเฉพาะกับการประลองแบบนี้เธอก็ยิ่งได้เปรียบ"ซึฮากิพูดลอย ๆออกมาโดยไม่มองหน้าแต่มันเหมือนเขาจะรู้ว่าสเตล่าสงสัยอยู่แล้วจึงพูดออกมาแบบนั้น
จริงด้วยการประลองนี้ไม่มีอาวุธให้เลยสักชิ้นหากใช้เวทมนตร์ไม่ได้ก็เหลือแต่การใช้กำลังเท่านั้นแต่หากพูดถึงเรื่องระยะห่างยังไงทางเอลฟ์ก็ได้เปรียบ สเตล่าพยายามครุ่นคิดตามสิ่งที่ได้เห็นได้รู้
"บ้าน่าพวกเขาไม่ได้ตัดหูของเจ้าเอลฟ์นั่นก่อนเริ่มประลองหรอกเหรอ?" ท่าทางสุขุมของนายหญิงเฟย์เตลิดหายไปเธอเผลออุทานออกมาเสียงดังจนคนบริเวณนั้นก็ตกใจไปด้วย
"แบบนั้นมันก็ขี้โกงนี่โดนปรับแพ้ไปเลย"มือขวาและพรรคพวกของเธอต่างก็ช่วยกันตะโกนเรียกร้องด้วยความไม่พอใจ
"ใช่ ๆนังเอลฟ์นั่นมันขี้โกงต้องปรับแพ้เท่านั้น"เสียงจากผู้ชมที่เลือกฝ่ายชายวัยกลางคนเริ่มลุกฮือขึ้นช่วยพวกกลุ่มคิวเทเมื่อท่าทีดูไม่สู้ดีของฝ่ายที่ตนเองลงพนันและยิ่งมีผลประโยชน์มากมายที่ค้ำคอพวกเขาอยู่ก็ยิ่งต้องขัดขวางฝ่ายตรงข้ามเพื่อชัยชนะของตัวเอง
ถึงแม้บนอัฒจันทร์จะวุ่นวายสักแค่ไหนแต่ที่สนามประลองก็แทบจะไม่สนใจเลยสักนิดเสียงโซ่ตีกันตอนลากของชายวัยกลางคนขณะที่เขากำลังวิ่งเข้าใส่เอลฟ์เขาเอียงตัวไปด้านหลังเหมือนจะง้างหมัดนั่นทำให้เธอที่กำลังเดินถอยอยู่ต้องยกมือขึ้นมากันช่วงบนไว้แต่ใครจะคิดว่าชายคนนั้นจะยกลูกตุ้มขึ้นมาและเหวี่ยงมันจากทางขวากระแทกเข้าที่สีข้างเต็มๆ จนกระดูกซี่โครงหัก
"ใครจะไปคิดล่ะครับว่าเขาจะใช้ลูกตุ้มหนักๆ นั่นมาเป็นอาวุธ ตอนนี้ทางฝ่ายน้ำเงินก็ร่วงลงไปกับพื้นแล้วครับ !"
"แกคงเป็นทาสที่เขาลือกันสินะหน้าตาสะสวยกับหุ่นผอมเพรียวรูปทรงนาฬิกาทรายนั่นมันทำให้ฉันมีอารมณ์สุด ๆไปเลยเพราะฉะนั้นฉันจะไม่ทำให้หน้าสวย ๆแบบนั้นต้องเสียโฉมเด็ดขาดแต่ก็ไม่รับประกันชีวิตหรอกนะต่อให้ตายไปแล้วก็ยังใช้ร่างกายของเธอทำอะไรได้อีกเยอะเลย...ฮ่าฮ่าฮ่า"
ร่างบางที่นอนนิ่งอยู่กับพื้นเหมือนกับเธอได้ตายไปแล้วชายวัยกลางคนคนนั้นค่อย ๆเดินเข้ามาพร้อมกับลากลูกตุ้มเหล็กเตรียมตัวง้างสุดแขนเหวี่ยงจากด้านข้างอีกครั้งเล็งไปที่ลำตัวของเธอ
"...อ-อร่อยไหม ?"เสียงเบา ๆ จากหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังขยับกายลุกขึ้นยืน สีหน้าอันแสนเศร้ากำลังเหม่อลอยมองลูกตุ้มที่กำลังพุ่งเข้ามาไม่มีแม้แต่ความกลัวเลยสักนิด
"ก-เกิดอะไรขึ้นกันครับเนี่ย?" เสียงจากผู้ประกาศดังลั่นด้วยความตกใจลูกตุ้มที่กำลังเหวี่ยงถูกหยุดอยู่กลางอากาศก่อนที่จะถึงตัวของเธอไม่นานนักชายคนนั้นก็อาเจียนออกมาเป็นเลือดอยู่พักหนึ่งท่ามกลางความตกตะลึงของผู้ชมทั้งอัฒจันทร์
"ฝ่ายน้ำเงินยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยแต่ฝ่ายแดงกลับอาเจียนออกมาเป็นเลือดได้ยังไง?" เสียงจากพิธีกรดังลั่นยิ่งทำให้ใครหลาย ๆคนนึกสงสัยเช่นกัน
"จำก่อนหน้านี้ไม่ได้เหรอ...ตอนที่ฝ่ายแดงถูกซัดกระเด็นออกมาน่ะ"ใครบางคนเดินเข้ามาทางด้านหลังพิธีกรเขาพูดผ่านไมโครโฟนขณะที่ทุกคนกำลังตกใจกันอยู่
"เป็นไปได้ด้วยเหรอครับตอนนั้นเขาก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยสักนิด"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน"ประโยคทิ้งท้ายก่อนที่ชายคนนั้นจะเดินหายไป
ชายวัยกลางคนคนนั้นพยายามฝืนลุกขึ้นยืนจ้องมองหน้าของเอลฟ์ด้วยความโมโห
"ฉันถามว่าอร่อยไหม ?"
"หน็อยนังนี่...อัก !"
พวกชอบดื่มถึงขนาดตอนที่เข้ามาก็ยังได้กลิ่นเหล้าลอยมาแต่ไกลฉันไม่สนหรอกว่าพวกมันจะเอาเหล้าที่ไหนมาดื่มแต่ข้อมูลของแกทั้งหมดอยู่นหัวฉันหมดแล้วยาแก้อักเสบที่ขโมยมามากพอที่จะให้คนขี้เหล้าแบบนายเป็นแผลในกระเพาะได้รวมทั้งการแปรสภาพเศษดินที่พุ่งเข้าปากไปทำให้เกิดกรดไหลย้อนและหลอดเลือดโปร่งพองอีกทั้งเรายังใส่น้ำอะไรบางอย่างที่พวกผู้คุมใช้กำจัดน้ำเสียสิ่งที่รู้คือมันอันตรายมากจนถึงขนาดพวกผู้คุมยังไม่กล้าสูดดมเลยสักนิดถ้ามันเข้าไปในร่างกายคนโดยตรงถึงจะเล็กน้อยก็เถอะแต่มันก็คงจะเพียงพอต่อการล้มศัตรูตรงหน้าได้
ไม่ทันได้เข้าถึงตัวชายคนนั้นก็ล้มลงไปกับพื้นดิ้นทุรนทุรายเหมือนจะตายอยู่ไรๆ เธอยืนมองด้วยความสะใจภายใต้ใบหน้าอันใสซื่อผู้คนมากมายต่างก็ตื่นตระหนกตกใจเจ้าหน้าที่หลายคนเตรียมตัวจะเข้ามาช่วยหรือจะเก็บกวาดก็ไม่รู้