ในพริบตา มู่เซว่หยิงโพล่มาอีกที่นึง ด้วยความตกใจทำให้นางหันไปมองรอบๆอย่างเลิ่กลัก กระพริบตาปริบๆ ที่นี่ที่ไหน ? เมื่อกี้ข้ายังอยู่ในบ้านอยู่เลย นางมองไปรอบๆ ด้านหน้าของนางเป็นภาพที่สวยงาม
พื้นที่มีความกว้างประมาณ 10000 ตารางเมตร กระท่อมไม้ขนาดเล็กที่มีฟางมุงอยู่ และ มีที่ดินเพาะปลูกอยู่ข้างบ้านตรงที่เพาะปลูกมีต้นไม้ต้นใหญ่ตั้งอยู่ ด้านข้างที่ดินยังมีทะเลสาบน้ำฤดูใบไม้ผลิ ใสสะอาด ดูแล้วน่าดื่ม ที่ดินเพาะปลูกมีเนื้อที่ประมาณ 3000 ตารางเมตร และทะเลสาบมีเนื้อที่ประมาณ 1000 ตารางเมตร อากาศโดยรอบสดชื่น ทำให้รู้สึกถึงบรรยากาศที่อุดมสมบูรณ์
"เจ้านาย!?"
ขณะที่นางกำลังสำรวจที่อยู่มีเสียงเรียกมาจากทางด้านหลัง
ใคร ? หันหลังกลับไปดู มู่เยว่ชิงตกใจ ด้านหน้านางมีเด็กชายตัวน้อยอายุประมาณ 4 ปี ซึ่งตัวเล็กกว่านาง ผมสั้นสีดำ ดวงตาน้ำตาลกลมโตสดใส จมูกเล็ก ปากแดง แก้มกลมหน้าหยิก ดูแล้วเป็นไขมันน้อยที่น่ารักมาก
"ไขมันน้อย เจ้าเรียกข้า ?" ชี้ไปที่ตัวเอง มู่เยว่ชิงถามด้วยความสงสัย
"ใช่แล้วเจ้านาย ข้าเรียกท่าน" ไขมันน้อยพยักหน้าตอบ
เกาหัวตัวเองมูเยว่ชิงถาม "ทำไมเจ้าถึงเรียกข้าว่าเจ้านาย แล้ว ที่นี่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้น ทำไมข้าถึงได้มาอยู่ที่นี่ ?"ตอนแรกนางกำลังสับสนมาก หลังจากมาถึงที่นี่นอกจากบริเวณรอบกระท่อมไม้แล้วก็ไม่มีอะไรที่นี่อีก พื้นที่ๆนางอยู่ตอนนี้ มองออกไปรอบๆเป็นผนังสีเทา เหมือนเป็นที่บ่งบอกจุดสิ้นสุดเขต
"เจ้านายไม่ต้อง งง ไป ที่ๆท่านอยู่ตอนนี่อยู่ในมิติแยก เจ้านายได้ประทับตราหยดเลือดแหวนเงิน ที่ท่านใส่อยู่ทำให้ท่านกลายเป็นเจ้านายของข้า ที่ท่านเข้ามาอยู่ที่นี่เพราะเป็นครั้งแรกที่แหวนเงินระบุเจ้านาย"ไขมันน้อยไขข้อสงสัย
ประทับตราหยดเลือดแหวนเงิน? มันคือแหวนที่ท่านปู่บอกให้รักษาไว้ให้ได้ใช่ไหม? ความสงสัยยังไม่หมดมู่เยว่ชิงถามต่อ "ไขมันน้อย แหวนเงินคืออะไร ทำไมข้าถึงได้ประทับตราหยดเลือดได้?"
"เจ้านาย แหวนเงินเป็นสิ่งที่บรรพบุรุษของท่านได้สร้างไว้ มันเป็นสิ่งประดิษฐ์อมตะ ไม่ใช่แค่หยดเลือดอย่างเพียงอย่างเดียวจะเป็นเจ้านายได้ เงื่อนไขที่จะกลายเป็นเจ้านายของแหวนเงิน คืออายุต้องต่ำกว่า 10 ปี และต้องมีรากจิตวิญญาณ 5 ธาตุ ที่สำคัญคือต้องมีสายเลือดของบรรพบุรุษไหลเวียนอยู่ภายในตัว"
หลังจากฟังเสร็จแล้วมู่เยว่ชิงก็ได้แต่ยืนงง สิ่งประดิษฐ์อมตะ ? อายุต่ำกว่า 10 ปี ? รากจิตวิญญาณ 5 ธาตุ ? สายเลือดบรรพบุรุษ ? ยิ่งฟังนางก็ยิ่งรู้สึกว่าแหวนเงินนี้ไม่ใช้แค่มรดกธรรมดาๆซะเแล้ว เมื่อได้ยินคำใหม่ๆที่นางไม่เข้าใจ
นางก็ยิ่งอยากรู้เข้าไปอีก "ไขมันน้อย ที่เจ้าพูดมางั้นก็หมายความว่าบรรพบุรุษของข้าเป็นอมตะใช่หรือไม่?" มู่เยว่ชิงถามด้วยความตื่นเต้น บรรพบุรุษนางเป็นอมตะ!! นั่นหมายความว่ายังไง ? มันหมายความว่าบรรพบุรุษเธอต้องทิ้งวิธีฝึกอมตะไว้!
เหมือนรู้ความคิดของเจ้านายของตัวเองไขมันน้อยยิ้มด้วยใบหน้าที่หน้ารัก "ใช้แล้วเจ้านายบรรพบุรุษของท่านเป็นอมตะ เป็น 'อมตะ' จริงๆ ไม่ใช้แค่ผู้เพาะปลูกที่มนุษย์เรียกว่าเป็นอมตะ ในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวเพียงคลื่นของมือ บรรพบุรุษของท่านก็สามารถทำลายสนามดวงดาวได้ เรื่องความแข็งแกร่งไม่ต้องพูดถึงแม้แต่ในโลกเบื้องบนในยุคโบราณ บรรพบุรุษของท่านก็ถือว่าเป็นหนึ่งในที่ดีที่สุด แต่ก่อนที่ท่านจะจากไปท่านได้ทิ้งแหวนเงินที่ได้สร้างไว้ให้กับตระกูล ภายในแหวนนั้นมีทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูกอมตะ เช่น วิธีการเพาะปลูกต่างๆ การปรุงยา การกลั่นสิ่งประดิษฐ์ การจัดเรียงอาคม รวมทั้งยาบางอย่างที่สำคัญหรือหายากที่ท่านเก็บไว้ในแหวน"
ถึงแม้ประโยคกลางๆนางจะไม่รู้ความหมายของมันก็เถอะ แต่ฟังแล้วมันดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ยิ่งได้ฟังนางก็ยิ่งตื่นเต้น แต่มันก็ค่อยๆกลายเป็นหดหู่ ถ้านางได้มรดกในแหวนนี่ก่อนหน้านี้ท่านปู่ของนางก็จะไม่ตายใช่ไหม ?
เหมือนอ่านจิตใจ ไขมันน้อยกล่าวต่อ "เจ้านาย ไม่ต้องเศร้าไป จริงๆแล้วมันมีวิธีท่านจะให้ปู่ของท่านกลับมามีชีวิตได้อยู่" ไขมันน้อยมองนางแล้วลังเลไม่แน่ใจว่าจะพูดต่อดีไหม มู่เยว่ชิงซึ่งหดหู่เมื่อครู่กลายเป็นความตื่นเต้นอีกครั้ง "บอกข้ามันคือ อะไร เร็วๆ!!" เหมือนคนบ้านางวิ่งไปเขย่าตัวไขมันน้อย
ไขมันน้อยสั่นสะเทือนกรีดร้อง "อ่าาาาา นายท่านนน ใจเย็นๆข้าจะบอกท่านเดี๋ยวนี่แหละ หยุดก่อนนนน !?" หลังจากได้ฟังไขมันน้อยเรียก มู่เยว่ชิงที่ลืมตัวไปได้สติกลับมา
"ไขมันน้อยข้าขอโทษก็เจ้าไม่บอกข้ามาให้หมดนิ" ไม่วายนางยังบ่นอุบอิบ
"จริงๆก็ไม่ใช้ว่าข้าไม่อยากจะบอกท่านแต่ว่าถึงบอกไปตอนนี้มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร แต่..."ไขมันน้อยที่ลังเลโดนมู่เยว่ชิงจ้องอย่างคาดคั้น จึงได้แต่ยอมบอกไปแต่โดยดี "ถ้าวันนึงการเพาะปลูกของท่านถึงระดับอมตะสวรรค์ ท่านจะสามารถพลิกกลับสวรรค์และโลกย้อนกลับหยินหยางฟื้นคืนชีพคนตายได้" อมตะสวรรค์ ? มันคืออะไร ? หลังจากที่ฟังมู่เยว่ชิงมองไปที่ไขมันน้อยด้วยความงงงวย ซึ่งไขมันน้อยก็มองกลับมาด้วยความเหนื่อยใจ เจ้านายของมันไม่ได้ฟังที่มันอธิบายเลยใช่ไหม ?
ไม่รอให้ไขมันน้อยพูดอะไรมู่เยว่ชิง ถามก่อน "ก่อนอื่นเลย ข้าอยากรู้ว่า รากจิตวิญญาณ 5 ธาตุ โลกเบื้องบน ระดับอมตะสวรรค์ คืออะไร และ บรรพบุรุษของข้าไปที่ไหน" ถามด้วยน้ำเสียงจริงจังซึ่งมันไม่ค่อยเข้ากับหน้าตาที่จิ้มลิ้มและน่ารักของนางเลย
เหมือนปลงแล้วไขมันน้อยกล่าว "เจ้านายท่านคิดว่าผู้เพาะปลูกเกิดขึ้นได้ยังไง? ทุกๆคนที่สามารถเพาะได้จะมีสิ่งนึงที่เหมือนกัน นั่นคือ รากจิตวิญญาณ หากไม่มีมัน ท่านจะไม่สามารถปลูกฝังได้" กล่าวจบไขมันน้อยสะบัดมือ ทันใดนั้นแผ่นหยกเขียวกลม ลอยมาทางนาง มู่เยว่ชิงจับแผ่นหยกที่ลอยอยู่ในอากาศ ทันใดนั้นหยกเรืองแสงสีสดใสแตกต่างกันออกมา 5 สี มี สีแดง เขียว ทอง น้ำตาล และสีน้ำเงิน ซึ่งแต่ละสีแข่งกันประชันแสงตรงหน้านาง
"แต่ละสีเป็นตัวแทนรากจิตวิญญาณและเป็นตัวแทนธาตุของมันเอง เจ้านายมี 5 สี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเจ้านายมี 5 ราก รวมทั้ง 5 ธาตุ สีแดงคือ ไฟ ธาตุ สีเขียวคือ ธาตุไม้ สีทองคือ ธาตุทอง สีน้ำตาลคือ ธาตุดิน สีน้ำเงินคือ ธาตุน้ำ และ มีอีก 3 ธาตุที่ท่านไม่มี นั่นคือ สีฟ้าคือ ธาตุลม สีขาวคือ ธาตุน้ำแข็ง สีม่วงคือ ธาตุสายฟ้า ส่วนโลกเบื้องบนนั่นคือโลกที่สูงขึ้นจากที่ท่านอยู่ โลกที่ท่านอยู่ถือเป็นโลกเบื้องล่างที่เรียกแบบนี่เพราะมันต่างกันด้านทรัพยากร ลมปราณในอากาศโลกเบื้องบนนั่นหนาแน่นมาก ซึ่งแตกต่างจากโลกเบื้องล่างที่มีลมปราณเบาบาง ทำให้วัสดุและสมุนไพรต่างๆหายากมากขึ้นและทำให้ผู้เพาะปลูกปฎิบัติยากขึ้น"
"แล้วระดับอมตะสวรรค์ คืออะไร บรรพบุรุษไปที่ไหน ?" ไม่รอให้ไขมันน้อยพักหายใจนางถามต่อ
สูดหายใจไขมันน้อยกล่าวต่อ "ระดับอมตะสวรรค์คือระดับการเพาะปลูกของโลกเบื้องบนซึ่งท่านยังไม่จำเป็นต้องรู้ ส่วนบรรพบุรุษของท่านนั้นไปที่ไหนอันนี้ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะหลังจากที่ท่านสร้างเสร็จนอกจากข้อมูลอื่นๆแล้ว ก็ไม่มีข้อมูลในความทรงจำข้าที่บอกว่าไปที่ไหนมีแต่บอกว่าจากไป" ถอนหายใจไขมันน้อยมองไปที่ มู่เยว่ชิงที่ยืนขมวดคิ้วอยู่
หลังจากคิดไปสักพักนึงมู่เยว่ชิงที่ก้มหน้าอยู่นวดหน้าผากของนางเองคลายคิ้วขมวดแล้วถอนหายใจ ข้อมูลมันเยอะจริงๆ หลังจากที่ปู่ของนางเสีย นางก็ต้องมารับข้อมูลเยอะๆแบบนี้อีกซึ่งทำให้นางไม่มีเวลาปรับอารมณ์จริงๆ นางเกือบจะลืมว่านางเป็นแค่เด็กหญิงตัวน้อย 6 ขวบ จริงๆแล้วมีอีกสิ่งนึงที่นางอยากจะถามเป็นครั้งสุดท้าย มู่เซว่หยิงเงยหน้าขึ้นมองไขมันน้อยที่มองมาทางนางและถามด้วยรอบยิ้ม
"เจ้าอ่านใจข้าได้ใช้ไหม ?"
ไขมันน้อยไม่ตกใจแต่ยิ้มตอบกลับ "จะบอกว่าอ่านใจก็ไม่ถูก ถ้าท่านไม่อนุญาติข้าก็สามารถอ่านได้แค่พื้นผิวของอารมณ์เท่านั้น เพราะท่านและข้าได้ทำสัญญากันแล้ว ในทางกลับกันท่านสามารถอ่านใจข้าได้เพราะท่านเป็นเจ้านายของข้า" หลังจากฟังไขมันน้อยจบนางก็พยักหน้าอย่างพอใจ นางไม่ชอบให้ใครรู้ความคิดของตัวเอง แน่นอนว่ามันต้องไม่ใช้แค่นางที่ไม่ชอบคนอื่นๆก็คงไม่ชอบเหมือนกันที่มีคนมาอ่านความคิดของตัวเอง จากนั้นนางพึ่งนึกขึ้นได้ นางมาอยู่ที่นี่แล้วป้าหลี่จะไม่ตกใจเหรอว่านางหายไป
"ไขมันน้อยฉันจะออกไปข้างนอกได้ยังไง"โดยไม่ต้องเข้าไปสำรวจในกระท่อมไม้นางรีบถามไขมันน้อย ไขมันน้อยรู้สิ่งที่นางคิดเขาจึงพยักหน้าตอบ "เจ้านายไม่ต้องห่วงที่เข้ามาในที่นี่มีแต่จิตใจของท่านเท่านั้นส่วนร่างเนื้อยังอยู่ข้างนอกที่เดิมและอีกอย่างเวลาที่นี่กับข้างนอกมันต่างกัน 1:10 ภายนอก 1 ชั่วโมงเท่ากับภายใน 10 ชั่วโมง อืม...ดูเหมือนว่าป้าหลี่จะเรียกท่านแล้วนะ หากท่านอยากออกไปเพียงแค่คิด 'ออก' ท่านก็สามารถออกไปได้แล้ว" หลังจากฟังไขมันน้อยจบนางเพียงแค่คิด 'ออก'
"....ออร์ เอ๋อร์ ชิงเอ๋อร์!?"หลังจากออกมาข้างนอกนางที่ยังกอดคุณปู่อยู่คืนสติกลับมาด้วยความงุนงงพลางหันหน้าไปทางป้าหลี่ที่สั่นไหล่นางอยู่
"ชิงเอ๋อร์หลานเป็นอะไรไหม ?" ป้าหลี่ถามด้วยความเป็นห่วง เนื่องจากนางเห็นหลานสาวของนางนิ่งเงียบไปนานเรียกก็ไม่ขานรับ
"ป้าหลี่ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว" มู่เซว่หยิงยิ้มให้กับป้าของนางพลางเอามือเช็ดน้ำตา เย็นวันนั้นป้าหลี่ไปซื้อโลงศพและจ้างคนมายกปู่ของนางไปฝังที่นอกเมือง หลังจากจุดธูปวางของเส้นไหว้และคำนับปู่ของนางแล้วก่อนที่จะเดินกลับบ้าน นางหันกลับไปมองหลุมฝังศพ อีกรอบแล้วกำมือแน่น นางจะเดินบนเส้นทางการเพาะปลูกสู่ความเป็นอมตะ นางไม่เต็มใจที่จะเป็นมนุษย์ ไม่ใช้เพราะมนุษย์ไม่ดี แต่ เพราะมนุษย์นั่นเปราะบางเกินไป เพื่อที่จะมีพลังที่จะทำในทุกสิ่งที่เธอต้องการ รวมทั้งการคืนชีพคุณปู่ของเธอ นางจะต้องเพาะปลูก นี่คือจุดเริ่มต้นเส้นทางสู่ความเป็นอมตะของนาง