ลี่หวินกับลู่หยางเดินทางมาถึงจวนท่านแม่ทัพที่เมืองผังโจ พวกเขาแปลกใจมากที่ได้ยินเสียงร้องไห้มาแต่ไกล เมื่อเดินเข้าใกล้จวนก็พบว่ามีผ้าสีขาวผูกระโยงระยางเสียทั่ว มันเป็บรรยากาศการไว้ทุกข์ สองหนุ่มสาวมองหน้ากันแล้วรีบเข้าไปในจวนทันที
“ไม่ ไม่จริง ท่านพ่อต้องยังไม่ตาย” ลี่หวินใสุดขีด เพราะมันยังไม่ถึงกำหนดเวลาเสียด้วยซ้ำ ลี่หวินพยายามวิ่งเข้าไปดูศพของพ่อบุญธรรม
ฉินหลงรีบเข้ามากอดน้องสาวไว้ “ไม่เอาน่าลี่หวิน พี่รู้ว่าเ้าเสียใจมาก แต่พ่อจากไปอย่างสงบแล้วจริงๆ อย่าให้พ่อจากไปอย่างมีห่วงเลยนะ”
ลี่หวินยังคงร้องไห้ไม่หยุด นางก็เลยกอดพี่ชายร้องไห้อยู่อย่างนั้น
ลู่หยางจึงเข้าไปเคารพศพของท่านแม่ทัพทันที
เมื่อเหตุการณ์สงบ ทุกคนเข้าไปประชุมกันภายในจวน
จอมยุทธ์ท่านหนึ่งกล่าวว่า “อย่าเสียใจไปเลยนะลี่หวิน เป็ธรรมดาที่ต้องมีบางครั้งที่หมอวินิจฉัยผิดพลาดไปบ้าง และอีกอย่างมันถึงเวลาของท่านแม่ทัพแล้ว ปล่อยให้ท่านจากไปอย่างสงบเถอะ”
ลี่หวินทำได้แต่พยักหน้า เพราะนางพูดอะไรไม่ออกแล้วจริงๆ
“น้องสาวข้าคงยังไม่พร้อมจะพูดอะไร งั้น เดี๋ยวข้าขอพาน้องสาวไปพักก่อนนะ” ฉินหลงกล่าวพร้อมกับประคองตัวลี่หวินออกไปจากที่ประชุม
“จริงด้วย นางอุตส่าห์เดินทางไปเก็บสมุนไพรมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ก็สมควรแล้วที่ต้องไปพัก” ท่านจอมยุทธ์อีกท่านกล่าว
ลี่หวินเดินไปอย่างคนไร้ิญญา และนางก็ไม่รู้ตัวเองเลยว่าได้ถึงห้องนอนของนางแล้ว
“พี่ขอตัวไปประชุมก่อนนะ น้องอยู่คนเดียวได้ใช่มั้ย” ฉินหลงกล่าว
ลี่หวินไม่ยอมพูดอะไรอีกเช่นเคย นางทำได้แต่พยักหน้าตอบรับแล้วกลับเข้าไปในห้อง
เมื่อลี่หวินได้สติ นางก็ปล่อยโฮร้องไห้ แล้วพร่ำรำพึงโทษตัวเอง “เป็เพราะข้า เพราะข้าคนเดียว ข้าไม่ใช่หมอ ข้าไม่สมควรเป็ลูกศิษย์ท่านเลย ท่านอาจารย์”
ลี่หวินตัดสินใจเก็บข้าวของแล้วรีบออกเดินทางกลับท่าเรือ นางตัดสินใจแล้วว่าจะกลับไปเป็สาวน้อยเรือจ้างดังเดิม และจะไม่ยอมรักษาผู้ใดอีก
ลี่หวินเดินเข้าไปในป่า แต่เฉียนฟงรีบดักหน้านางไว้ จนนางใ
“มีอะไรไม่ทราบ” ลี่หวินกล่าวเพราะไม่มีอารมณ์ทะเลาะ
“เ้าวินิจฉัยผิดพลาด แล้วกำลังจะหนีเพื่อปัดความรับผิดชอบสินะ” เฉียนฟงแกล้งพูด
“ใช่ ฉันมันไม่ใช่หมอ วินิจฉัยพลาดไปมันก็ไม่แปลกนี่” ลี่หวินยอมรับทุกข้อกล่าวหา
“แล้วเ้ากำลังจะไปไหน” เฉียนฟงรีบถาม
“มันไม่เกี่ยวกับท่าน” ลี่หวินกล่าว
“ยังไงเ้าก็เป็บุตรสาวท่านแม่ทัพ เ้าสมควรจะอยู่ที่นี่” เฉียนฟงไม่อยากให้นางไปในสภาพแบบนี้
“ข้าไม่อยู่ แล้วจะทำไม” ลี่หวินกล่าวอย่างเอาเื่
เฉียนฟงพยายามลากแขนนางกลับจวน แต่ลี่หวินขัดขืน เขากำลังจะอุ้มนางไป แต่ลู่หยางรีบเข้ามาขวางไว้
“ปล่อยนางไปเถอะเฉียนฟง นางเสียใจมาก ให้นางกลับไปสงบสติอารมณ์ที่บ้านของนางเถิด ขืนให้นางอยู่ที่นี่ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ นางได้ฆ่าตัวตายเพราะคิดว่าเป็ความผิดของตัวเองแน่นอน” ลู่หยางเข้าใจความรู้สึกของลี่หวิน
เฉียนฟงจึงยอมปล่อยมือ ลี่หวินพยักหน้าให้ลู่หยางแทนคำขอบคุณ เพราะนางพูดอะไรไม่ออกจริงๆ แล้วเดินจากชายทั้งสองไป
“พวกเราเข้าไปในงานศพเถิด ยังคงมีเื่ให้จัดการอีกมาก” ลู่หยางกล่าว
เฉียนฟงจึงเดินตามลู่หยางเข้าไปในงาน ในใจอยากไปส่งลี่หวิน แต่ถ้านางเห็นหน้าเขา อารมณ์นางคงยิ่งแย่ไปกว่าเดิม เลยยอมปล่อยนางไป
ทหารและชาวยุทธ์มีความเห็นตรงกันว่าควรให้ฉินหลงเป็หัวหน้ากลุ่มคนต่อไป เพราะเขามีคุณสมบัติครบทุกอย่าง แถมยังเป็ถึงบุตรชายของท่านแม่ทัพเสียด้วย ฉินหลงจึงทำท่าคารวะทุกคน เขายินยอมสืบทอดตำแหน่งดังกล่าว
“ข้ามีเื่เสนอ” จอมยุทธ์คนหนึ่งกล่าว
“ท่านว่ามาได้” ฉินหลงยอมรับฟัง
“เพื่อเป็การปลอบขวัญและกำลังใจ พวกเราควรมีงานมงคล” จอมยุทธ์กล่าว
“งานมงคลอะไรหรือท่าน” ฉินหลงสงสัย
“ก็งานแต่งงานระหว่างท่านกับองค์หญิงเจินยี่ไงล่ะ” จอมยุทธ์กล่าวยิ้มๆ
“มันจะดีหรือท่าน” ฉินหลงไม่แน่ใจเพราะตอนนี้เขากำลังไว้ทุกข์ให้พ่อ
“ใช่ๆ พวกข้าเห็นด้วย ไหนๆ ท่านทั้งสองก็เป็คู่หมั้นกันอยู่แล้วนี่ ท่านแม่ทัพจะได้จากไปอย่างหมดห่วงเสียที” จอมยุทธ์อีกท่านกล่าว
“ขอบคุณพวกท่านมาก ข้าจะรีบจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุด” ฉินหลงเห็นทุกคนมีความเห็นพ้องต้องกันเลยยอมทำตาม
เฉียนฟงได้ยินดังนั้นก็เศร้าใจ เขาจึงเดินออกไปจากห้องประชุมเพราะทนฟังไม่ได้อีกต่อไป ตอนนี้เขาคงต้องยินยอมสูญเสียคนรักให้ผู้อื่น
******************************************
ลี่หวินสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง ในระหว่างที่เดินกลับบ้าน นางก็กล่าวโทษตัวเองมาโดยตลอด ตอนนี้นางเดินอย่างคนไร้สติ จนกระทั่ง
“มีคนกำลังจะตาย ช่วยด้วย ช่วยด้วย” สาวชาวบ้านร้องเรียกให้ช่วย
“นั่นไง หมอลี่หวิน ไปพานางมาดูอาการคนาเ็เร็วเข้า” ท่านาุโประจำหมู่บ้านสั่ง
สาวชาวบ้านผู้หนึ่งจึงรีบไปดักหน้านางไว้แล้วกล่าวว่า “ท่านหมอ เร็วเข้า ผู้ป่วยอยู่ตรงนั้น”
“ข้าไม่ใช่หมอ ปล่อยข้าไปเถิด เดี๋ยวข้าได้ฆ่าผู้ป่วยเพราะวินิจฉัยผิดอีกหรอก” ลี่หวินไม่อยากรักษาใครอีก
“ท่านหมอ มันจะไม่ทันแล้วนะ ไปดูอาการเขาก่อนเถิดค่อยว่ากันนะ” สาวชาวบ้านกล่อม
ลี่หวินเห็นว่าเป็คนใกล้ตาย นางเลยยอมเข้าไปดูอาการ นางเดินเข้าไปเห็นแต่ไกลว่า ผู้ได้รับาเ็เป็ชายวัยกลางคน พอเข้าไปใกล้แล้วเห็นว่าเป็ท่านกุนซือ นางจึงรีบเข้าไปดูอาการทันที
ลี่หวินจับชีพจรพบว่าชีพจรเต้นอ่อนมาก นางสังเกตเห็นลูกดอกยาพิษ นางจึงรีบดึงลูกดอกออก พร้อมกับพันแผลห้ามเืไปก่อน
“พาเขาไปโรงเตี๊ยมข้างหน้านี้ก่อนเร็วเข้า” หมอลี่หวินกล่าว
ชาวบ้านจึงช่วยกันยกตัวท่านกุนซือเข้าไปในโรงเตี๊ยม
“ได้โปรดช่วยข้าหน่อย ท่านช่วยนำสมุนไพรไปต้มให้ทีนะ” หมอลี่หวินขอความช่วยเหลือ
“ได้ครับแม่นาง” เสี่ยวเอ้อในโรงเตี๊ยมรับคำ
ระหว่างที่รอยา ลี่หวินจึงรีบฝังเข็มให้ท่านกุนซือ พร้อมกับให้เขาทานยาระงับไปชั่วคราว เพราะรอยาดอกสมุนไพรที่ตนอุตส่าห์ข้ามมิติไปเก็บมา
“มาแล้วครับท่านหมอ นี่ครับยา” เสี่ยวเอ้อยกถ้วยยามาให้
“ขอบคุณท่านมาก งั้นท่านช่วยประคองให้ชายผู้นี้ดื่มยาที” ลี่หวินกล่าว
เสี่ยวเอ้อผู้นั้นพยักหน้าแล้วเดินเขาไปประคองตัวกุนซือให้ ลี่หวินยกถ้วยยาให้กุนซือจิบยาทีละนิดๆ จนกระทั่งเขาดื่มยาจนหมดถ้วย
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ท่านกุนซือก็กระอักเืออกมา พร้อมกับรีบอาเจียน เสี่ยวเอ้อผู้นั้นจึงช่วยยกโถให้กุนซืออาเจียนจนท่านหยุด
“เขาจะเป็อะไรมั้ยท่านหมอ” เสี่ยวเอ้อสงสัยเพราะเห็นว่าอาการกุนซือหนักมาก
“พิษน่าจะถูกขับออกมาหมดแล้ว เขาพ้นขีดอันตรายแล้วล่ะ คงต้องปล่อยให้เขาพักผ่อนไปก่อน” ลี่หวินกล่าว
“งั้นข้าขอตัวก่อนนะท่านหมอ ข้าต้องออกไปทำงานต่อ” เสี่ยวเอ้อกล่าว
“ขอบคุณท่านมาก” ลี่หวินกล่าว
ลี่หวินได้รับรู้แล้วว่านางไม่ได้วินิจฉัยผิด นั่นหมายความว่าต้องมีคนแอบลอบฆ่าท่านพ่อบุญธรรมอย่างแน่นอน คงต้องรอให้ท่านกุนซือฟื้นเสียก่อน แล้วค่อยปรึกษาว่าจะทำอย่างไรต่อ บางทีอาจมีหนอนบ่อนไส้ในจวนแม่ทัพก็เป็ได้
******************************************
เช้าวันรุ่งขึ้น ท่านกุนซือฟื้นขึ้นมาเป็ปกติ
“ท่านกุนซือ ในที่สุดท่านก็ฟื้น” ลี่หวินดีใจมาก
“เ้าช่วยชีวิตข้าอย่างนั้นหรือ” กุนซือกล่าวอย่างอ่อนแรง
“ชาวบ้านช่วยท่านไว้ พวกเขาตามให้ข้ามารักษาท่าน” ลี่หวินเล่า
“ถ้าเ้ารักษาข้าได้แล้ว แล้วท่านแม่ทัพล่ะ ท่านไม่เป็อะไรใช่มั้ย” กุนซือเป็ห่วงท่านแม่ทัพ
ลี่หวินก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด โดยไม่ยอมพูดอะไร
“หมายความว่ายังไง เ้าก้มหน้าหลบตาข้าแบบนี้ หรือว่าท่านแม่ทัพตายแล้ว” กุนซือเดาออก
“ค่ะ ท่านสิ้นใจแล้วจริงๆ” ลี่หวินยอมพูด
“ในเมื่อเ้ารักษาข้าได้ ทำไมถึงรักษาท่านแม่ทัพไม่ได้ล่ะ” กุนซือสงสัย
“ข้ามัวเก็บสมุนไพร เลยกลับไปรักษาไม่ทัน เพราะพ่อข้าสิ้นใจไปก่อน” ลี่หวินพูดเสียงสั่น
“ในเมื่อข้ายังทนอยู่รอให้เ้ารักษาข้าได้เลย แล้วทำไมท่านแม่ทัพถึงรอไม่ได้ หรือว่าในจวนต้องมีคนลอบฆ่าท่านแม่ทัพอย่างแน่นอน” กุนซือคาดการณ์
“ข้าเองก็คิดเช่นนั้น แต่ไม่มีหลักฐาน” ลี่หวินเองก็สงสัย
“บางทีพวกเราอาจต้องตรวจพิสูจน์ศพท่านแม่ทัพ” กุนซือกล่าว
“มันคงยาก หากที่นั่นมีหนอนบ่อนไส้จริงๆ พวกมันคงต้องขัดขวางพวกเราเป็แน่” ลี่หวินกล่าว
“พวกเราไม่มีอะไรจะเสียแล้ว คงต้องลองทำไปก่อน” กุนซือไม่ยอมแพ้
“ให้ท่านพักฟื้นให้ร่างกายแข็งแรงเสียก่อน ค่อยสืบหาความจริงกันค่ะ” ลี่หวินกล่าว
ท่านกุนซือพยักหน้า แล้วนอนหลับไป
ลี่หวินเดินออกไปข้างนอก แม้นางจะได้ความมั่นใจกลับคืนมาแล้ว แต่นางก็เศร้าใจอยู่ดีที่ต้องสูญเสียท่านพ่อไป ด้วยฝีมือไอ้ชั่วคนไหนก็ไม่รู้