ตอนที่4:ตัวเลข แสงเทียน และอ้อมกอดที่ไม่ได้ตั้งใจ
คืนนั้น ภายในห้องตำราลับที่ซ่อนอยู่หลังฉากกั้นไม้ฉลุลายโบราณ แสงเทียนสลัวบรรยากาศดูสงบเงียบ ทว่าบนโต๊ะไม้พะยูงตัวใหญ่กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด สมุดบัญชีปกดำนับสิบเล่มถูกกางออก แผ่นกระดาษที่มีตัวเลขขีดเขียนยุ่งเหยิงวางกระจัดกระจาย
ซ่งจื่อเหว่ย ในชุดบุรุษลำลองสีคราม สลัดคราบพระชายากรุยกรายทิ้งไปจนหมดสิ้น เขานั่งขัดสมาธิบนเบาะรอง มือขวาตวัดพู่กันจีนอย่างรวดเร็ว ส่วนมือซ้ายดีดลูกคิดเสียงดัง คลิก... คลิก... คลิก... รัวเร็วราวกับเสียงสายฝนกระทบหลังคา
"พวกกังฉินนี่มันร้ายกาจจริงๆ" จื่อเหว่ยพึมพำ ดวงตากลมโตฉายแววฉลาดเฉลียวเพ่งมองตัวเลข "เสนาบดีกรมคลังทำบัญชีสองเล่ม เล่มที่ส่งให้ฮ่องเต้ระบุว่าเงินงบประมาณซ่อมเขื่อนแม่น้ำเหลืองถูกใช้ไปจนหมด แต่ในบัญชีลับเล่มนี้... มีเงินไหลออกไปที่ 'โรงเตี๊ยมฟู่หรง' ถึงสามแสนตำลึงทองโดยไม่มีที่มาที่ไป โรงเตี๊ยมบ้าอะไรจะใช้เงินเยอะขนาดนั้น นอกจากจะเป็แหล่งฟอกเงิน!"
ชินอ๋องหาน ที่นั่งอ่านฎีกาอยู่ฝั่งตรงข้ามลอบมองภาพนั้นด้วยความทึ่ง ใบหน้าหวานที่ขมวดคิ้วมุ่นจนหน้าผากยับย่น ริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันยามใช้ความคิด และหยาดเหงื่อเม็ดเล็กที่ผุดซึมตามไรผม... ช่างเป็ภาพที่น่ามองจนท่านอ๋องเก้าไม่อาจละสายตา
อ๋องหานลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาก้าวเดินอย่างเงียบเชียบไปยังราวแขวนเสื้อ หยิบเสื้อคลุมผ้าไหมหนานุ่มสีเข้มติดมือมาด้วย ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ทางด้านหลังของจื่อเหว่ย
พรึบ...
ผ้าเนื้อดีถูกคลี่ออกและวางแหมะลงบนบอบบางของคนตัวเล็กอย่างแ่เบา จื่อเหว่ยสะดุ้งเล็กน้อย หันไปมองคนข้างหลัง "ท่านอ๋อง?"
"ดึกแล้ว อากาศในห้องตำราเย็นลงเรื่อยๆ เ้าสวมเสื้อผ้าบางๆ เช่นนี้ เดี๋ยวจะเจ็บป่วยจนไม่มีแรงทำบัญชีให้ข้า" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมหู อ๋องหานไม่ได้ผละออกไป แต่กลับทรุดกายลงนั่งซ้อนหลังจื่อเหว่ยจนแผ่นหลังของคนตัวเล็กแนบชิดกับแผงอกกว้างอันอบอุ่น
"ทะ... ท่านอ๋อง นั่งดีๆ สิขอรับ นั่งซ้อนหลังข้าแบบนี้ข้าดีดลูกคิดไม่ถนัด" จื่อเหว่ยหน้าร้อนผ่าว พยายามขยับตัวหนี แต่อ้อมแขนแกร่งกลับยื่นมาข้างหน้า เท้าแขนลงบนโต๊ะ ขังคุณชายน้อยไว้ในอ้อมกอดกลายๆ
"ข้าก็แค่อยากช่วยเ้าดู... ไหน โรงเตี๊ยมฟู่หรงที่เ้าว่า อยู่ตรงไหน?" อ๋องหานแกล้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนแก้มสากเฉียดผ่านแก้มเนียนของจื่อเหว่ย กลิ่นอายบุรุษเพศอันดุดันทำให้อุณหภูมิในร่างกายของนักบัญชีหนุ่มพุ่งสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
"ตรง... ตรงนี้ขอรับ" จื่อเหว่ยเสียงสั่น ชี้พู่กันไปที่ตัวเลขอย่างลนลาน ใจเต้นรัวราวกองรบจนกลัวว่าคนข้างหลังจะได้ยิน
"อืม... สามแสนตำลึงทองจริงๆ ด้วย เ้าเก่งมาก จื่อเหว่ย" อ๋องหานกระซิบเสียงแ่ แววตาที่ทอดมองตัวเลขเปลี่ยนเป็ลึกล้ำยามก้มลงมองดวงหน้าหวานที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังอ่อนหวานจนน่าใจหาย เสียงฝีเท้าหนักๆ และสะดุดลนลานขององครักษ์เงาก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกลไก พร้อมเสียงเคาะรัวเร่ง
ปังๆๆ!
"ท่านอ๋อง! แย่แล้วขอรับ! มีสายสืบจากราชสำนักใช้ป้ายอาญาสิทธิ์ลอบเข้ามาตรวจค้นในจวน ยามนี้พวกมันกำลังมุ่งหน้ามาที่หอตำราลับแห่งนี้แล้วขอรับ!"
คำรายงานนั้นทำให้จื่อเหว่ยเบิกตากว้าง สลัดความเขินอายทิ้งไปในพริบตา "สายสืบราชสำนักงั้นหรือ? ถ้ามันมาเห็นข้าในชุดบุรุษ และเห็นท่านยืนอยู่แบบนี้... พวกเราได้หัวหลุดจากบ่าพร้อมกันแน่!"