ปุณณดายังคงฝึกซ้อมอยู่ที่ค่ายมวยพยัคฆ์อรุณทุกวัน ส่วนเจอราร์ดนั้นก็อยู่เฝ้าบ้าง ออกไปทำงานบ้าง แต่วันนี้เขาแวบออกจากที่ทำงานมาทำอย่างอื่น ซึ่งเป็นความคิดดี ๆ ที่เพิ่งแวบเข้ามาในสมองอันชาญฉลาดของเขา นั่นก็คือ...
ทำป้ายไฟไปเชียร์ปุณณดา!
พอคิดได้ปุ๊บก็ลงมือทำปั๊บ ซึ่งคนที่ลงมือนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล ก็คือบรรดาบอดีการ์ดมากหน้าหลายตาของเขานั่นเอง
เจอราร์ดยืนมองป้ายขนาดสามคูณสองเมตรที่เห็นเด่นชัดมาแต่ไกลแต่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง แน่นอนว่าปุณณดาจะต้องประทับใจกับความใส่ใจของเขา
“เจอราร์ด”
“ครับแด๊ดดี้” เขาหันไปขานรับวิลเลียมที่กำลังเดินตรงเข้ามา
“แกให้บอดีการ์ดในบ้านมาทำอะไรเนี่ย” ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาหยุดอยู่ใกล้วงล้อมของบอดีการ์ดภายในคฤหาสน์ ที่ตอนนี้กำลังนั่งล้อมเป็นวงกลมเพื่อทำอะไรบางอย่างอยู่
“ป้ายไฟครับแด๊ด”
“ป้ายไฟอะไรของแก”
“ป้ายไฟเชียร์พริกแกง เป็นไงแด๊ด สวยใช่ไหมล่ะ” เจอราร์ดถามอย่างภาคภูมิใจ
“อืม ขอให้แกโชคดีละกัน” วิลเลียมได้แต่ภาวนาในใจให้ปุณณดาไม่ทิ้งลูกชายของเขาไปเสียก่อนหลังจากที่ได้เห็นป้ายไฟนี้
“แน่นอนอยู่แล้วแด๊ด พริกแกงจะต้องภูมิใจและรักไอมากกว่าขึ้นเป็นล้านเท่า”
“แกคิดงั้น?”
“ที่สุด เป็นความคิดเดียวในหัว”
“เอาให้สุดไปเลยลูก” วิลเลียมพยักหน้าหงึกหงักไปตามเรื่อง ถ้าลูกชายเขาจะหลงตัวเองมากขนาดนี้ เขาก็คงจะห้ามอะไรไม่ได้
สองเดือนผ่านไป
วันขึ้นชกชิงแชมป์โลกของปุณณดาก็เข้ามาถึง หญิงสาวที่อยู่ในชุดนักมวยพร้อมขึ้นชกกำลังนั่งรอเวลาอยู่ในห้องพัก แต่แล้วก็มีใครบางคนเปิดประตูผัวะเข้ามา
“พริกแกงฉันมีอะไรจะให้” เจอราร์ดพูดพลางเดินมาลากเธอออกไปยังหน้าห้อง
“อะไรอะ”
เซอร์ไพรส์!!”
ได้ยินคำว่าเซอร์ราร์ดจากปากเขาทีไรเธอก็ขนลุกขนพองทุกที ปุณณดาหันไปมองตามฝ่ามือที่ผายออกไปของเจอราร์ดด้วยจิตใจที่ลุ้นระทึก ทันใดนั้นไฟของป้ายไฟขนาดใหญ่ก็ถูกเปิดสวิตช์ให้ทำงาน เมื่อเห็นแบบนั้นปุณณดาก็แทบจะหลั่งน้ำตาออกมาแล้วยกธงขาวยอมแพ้ซะตอนนี้
‘พริกแกงที่รักสู้ ๆ!’
ปุณณดาอ่านข้อความขนาดใหญ่ที่ไม่ว่าใครก็ตามที่เดินผ่านไปผ่านมาก็ต้องเห็น มันทั้งใหญ่ เด่น และประดับด้วยไฟหลากสีสันยิ่งกว่าป้ายขอบคุณสปอนเซอร์ที่ทางสนามมวยทำขึ้นมาอีก
เธอทั้งเขินทั้งอายจนต้องยกมือขึ้นมาปิดใบหน้า แต่ในเวลาเดียวกันก็รู้สึกดีใจที่เจอราร์ดให้กำลังใจเธอขนาดนี้ อุตส่าห์ลงทุนไปทำป้ายไฟมาซะใหญ่ แต่อาจจะดีกว่านี้ถ้าเป็นแค่ป้ายไฟเล็ก ๆ ขนาดเท่ากระดาษเอห้า
“เดี๋ยวฉันต้องขึ้นเวทีแล้วนะคุณ”
“อืม” เจอราร์ดพยักหน้าหงึกหงักแต่มือสองข้างยังเกาะแขนปุณณดาไม่ปล่อย
ปุณณดาหันไปพยักหน้าเป็นเชิงบอกเขาว่าไม่ต้องห่วง เธอจะเอาชัยชนะมาฝากให้ได้ แต่อีกฝ่ายกลับพิรี้พิไรยิ่งกว่าเจียงที่มาอวยพรให้เธอก่อนหน้านี้เสียอีก
“ฉันกลัวเธอเจ็บ”
“ต่อยมวยนะคุณ มันก็ต้องมีเจ็บกันบ้างสิ”
“แต่ฉันไม่อยากให้เธอเจ็บเลยนะ ไม่ชกแล้วได้ไหม กลับบ้านเรากันเถอะ” เจอราร์ดไม่พูดเปล่า ร่างสูงทำท่าจะลากปุณณดากลับบ้านจริง ๆ จนเธอถึงกับระบายรอยยิ้มมองคนรักอย่างเอ็นดู
“ฉันสัญญาว่าจะชกป้องกันแชมป์ปีนี้เป็นปีสุดท้าย แล้วปีหน้าฉันจะเตรียมตัวเป็นแม่บ้านที่ดีและเป็นศรีภรรยาของคุณ” ปุณณดาพูดพลางยื่นมือเข้าไปจับข้อมือใหญ่เอาไว้ และสบสายตากับเขาตรง ๆ
“จริงนะพริกแกง”
“ใช่ งั้นฉันไปเตรียมตัวขึ้นเวทีก่อนนะ อีกเดี๋ยวพิธีกรน่าจะเรียกแล้ว”
“อื้ม!” เจอราร์ดพยักหน้าอีกครั้ง เขายืนเบะปากเตรียมจะร้องไห้อยู่รอมร่อขณะทอดสายตามองปุณณดาเดินกลับเข้าห้องพักตาละห้อย
“พริกแกง ถ้าเธอเจ็บบอกฉันนะ ฉันเตรียมผ้าขาวมาแล้ว เดี๋ยวฉันจะยกผ้าขาวให้เธอเอง” เขาพูดทิ้งท้ายก่อนจะล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าสีขาวมาโบกไปมาให้เธอดู
“กลับไปหน้าเวทีได้แล้ว” ปุณณดาบอกด้วยความขบขันก่อนจะปิดประตูตามหลัง
เมื่อถึงเวลาปุณณดาก็เดินออกไปยังเวทีมวยถ่ายทอดสด เธอระบายรอยยิ้มให้บรรดาผู้ชมมาแต่ไกล ก่อนจะหันไปเห็นเจอราร์ดยืนโบกไม้โบกมือรออยู่ที่เก้าอี้ชิดขอบเวที เขาไม่ได้มาคนเดียวแต่ขนบอดีการ์ดมากันทั้งบ้าน แถมยังเหมาพื้นที่ด้านหน้าไว้ทั้งหมดอีกด้วย และที่สำคัญป้ายไฟขนาดใหญ่ของเขาก็ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าเวที