3 | โสดเสงี่ยมเลี่ยมทอง
“คุณพรหมลิขิต?” ธัชชัยทวนคำ “ใครวะ”
เพลงพนัสไม่ตอบคำใด จ้องจอนิ่งงันคล้ายถอดจิตออกไปสิงโน้ตบุ๊กเป็ที่เรียบร้อย ธัชชัยคงเริ่มสนใจและสงสัยว่าจะเป็เื่จริง จึงกระเถิบมานั่งใกล้ ๆ ยกโน้ตบุ๊กไปดูบ้าง
เขาสุ่มเลือกเปิดรูปหนึ่งขึ้นมาแล้วก็บังเอิญมือดีเสียด้วย เพราะภาพที่ปรากฏเต็มจอเป็รูปถ่ายครึ่งตัว ดูเหมือนชายหนุ่มเพิ่งเล่นกีฬาเสร็จ กางเกงผ้าขายาวสีขาวนั้นยังคงอยู่ แต่เสื้อสีขาวที่เข้าชุดกันหายไป แทนที่ด้วยผ้าขนหนูผืนเล็กพาดบนไหล่หนาเปลือยเปล่า
“อู้หู...”
สองเสียงประสานอุทานพร้อมกัน ไม่รู้ว่าใครร้องดังกว่าใคร เมื่อสิ่งที่พุ่งเข้ามาเตะตาก่อนอื่นใดคือมัดกล้ามบนแผงอกแกร่งและหน้าท้องลอนซิกซ์แพ็กงามสมชายชาตรี ่ลำแขนแข็งแรงอุดมด้วยกล้ามเนื้อ ข้างหนึ่งปล่อยข้างลำตัว ส่วนมืออีกข้างถือขวดน้ำดื่มอยู่
ธัชชัยหันไปมองเพลงพนัส สายตาไม่ได้จับจ้องใบหน้า แต่มองต่ำลงไปกว่านั้น
“นมเขาใหญ่กว่าแกอีกนะ”
ไม่ทันขาดคำ ฝ่ามือหนัก ๆ ก็ฟาดเผียะเข้าเต็มแขน พร้อมด้วยคำด่าสบถหยาบคายแถมมาอีกคำ หญิงสาวผลักไสหน้าทะเล้นของเพื่อนให้หันกลับไปสนใจหน้าจอต่อ ส่วนเธอแอบก้มมองความภาคภูมิใจในความเป็หญิงน้อย ๆ ของตัวเอง แล้วก็ต้องยอมรับว่าเพื่อนพูดถูก
“คุณพรหมลิขิตของแก ต้องนมใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอวะ”
ดูเหมือนธัชชัยจะยังประทับใจไม่รู้ลืม ไม่ยอมเปลี่ยนไปดูรูปอื่น
“ไอ้บ้า...” เพลงพนัสหัวเราะ “ก็ไม่ได้คิดหรอกว่าต้องหุ่นล่ำขนาดนี้ แค่คิดว่าเป็นักกีฬา หุ่นนักกีฬา”
“แล้วไหน อะไรที่บอกว่าเขาใช่คุณพรหมลิขิตของแกบ้าง” ชายหนุ่มคลิกเปิดประวัติขึ้นมาอ่าน “ชื่อ ชัชแสนย์ ศุภวรรณวรกุล ชื่อเล่นชื่อ แสนย์ อายุสามสิบปี”
เพลงพนัสพูดแทรกขึ้นมาเสียงแ่เบา “ข้อที่สาม คุณพรหมลิขิตอายุเท่ากันหรือมากกว่า”
ธัชชัยพยักหน้าเห็นด้วยว่าถูกต้อง แล้วอ่านต่อ “จบปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จากนั้นจบปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ ทางบ้านทำธุรกิจส่งออกชิ้นส่วนเครื่องจักรกล แต่แสนย์ยังสนใจใช้สิ่งที่ร่ำเรียนมาให้เป็ประโยชน์ก่อน จึงทำงานเป็วิศวกรพลังงานที่บริษัทชื่อดังย่านลาดพร้าว และเปิดโรงเรียนสอนยูโดชื่อ ‘ยูโดซัน’ แถวสุขุมวิท อ้อ...ใช่สินะ คุณพรหมลิขิตของแกเป็วิศวกร”
“โห แกจำได้ด้วย” เพลงพนัสแปลกใจไม่น้อย แล้วเอ่ยต่อเสียงอ่อนเหมือนล่องลอยไปในความฝัน “ข้อแปด คุณพรหมลิขิตเป็นักกีฬา ข้อที่ยี่สิบ เคยไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ มันตรงทั้งนั้นเลยว่ะแก”
“เดี๋ยว ๆ แกใจเย็นก่อน” ธัชชัยพยายามดึงเธอกลับมาก่อนจะลอยหายไปกับสายรุ้ง “เวลาว่าง แสนย์ชอบถ่ายรูป เล่นกีตาร์แกะเพลง และเล่นกับสุนัข”
เพลงพนัสพูดต่อทันใด “ข้อสามสิบหก คุณพรหมลิขิตถ่ายรูปเก่งแต่ไม่ชอบเป็นายแบบ สามสิบเก้า...เล่นเครื่องดนตรีอะไรก็ได้หนึ่งอย่าง ข้อห้าสิบ...รักสัตว์ รักธรรมชาติ แก...มันใช่เขา ต้องเป็เขาแน่ ๆ”
“เดี๋ยวสิวะ อย่าเพิ่งด่วนสรุป สเปกพวกนี้มันพื้นฐาน หาได้ทั่วไปน่า”
“หาได้ทั่วไปงั้นเหรอ ฉันเกิดมายี่สิบแปดปีไม่เคยเจอเลยนะ แล้วแกดูนี่”
เพลงพนัสคลิกเปิดรูปครอบครัวขึ้นมา คุณพ่อคุณแม่ของชายหนุ่มยิ้มปลื้มใจ มีสาวน้อยหน้าตาน่ารักในชุดรับปริญญายืนอยู่ตรงกลางเคียงข้างกับชัชแสนย์
“ข้อที่หกสิบ คุณพรหมลิขิตมีพี่สาวหรือน้องสาว แล้วแกดูนี่...”
เธอเปิดขึ้นมาอีกรูป เป็รูปหมู่ในงานแต่งงาน บรรยายใต้ภาพว่าเ้าบ่าวซึ่งกำลังถูกเพื่อน ๆ จับโยนนั้นเป็เพื่อนสนิทสมัยมัธยม
“ข้อหกสิบห้า เป็คนรักเพื่อนและมีเพื่อนรักมากมาย แค่นี้มันก็ตรงแทบทุกข้อแล้วนะเว้ย แกไม่เห็นหรือไง”
“ที่ว่ามามันก็ถูก แต่สเปกพวกนี้มันพื้นฐานเกินไป วิศวกรทั่วประเทศมีกี่แสนคน ในจำนวนนี้มีอีกกี่หมื่นที่เล่นกีฬา อีกกี่พันที่เล่นดนตรี แล้วอีกกี่ร้อยที่มีน้องสาว คนรักหมาแมวก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ ฉันว่าแกด่วนสรุปเกินไปมั้ง”
“มันก็ใช่เว้ย แต่เขาจะไม่ชอบหมาก็ได้นี่ จะไม่เล่นดนตรีอะไรเลย หรือไม่ชอบเหนื่อย ไม่ชอบมีเหงื่อเลยไม่ออกกำลังกายเลยก็ได้ มีโอกาสเป็ไปได้ทั้งนั้นแต่มันก็ไม่ แกคิดว่ามันบังเอิญเหรอวะที่เขาถูกทุกข้อขนาดนี้”
“งั้นแกก็หาข้อที่มันเฉพาะเจาะจงกว่านี้สิ เอาที่แบบ...ต้องเป็คนคนนี้เท่านั้นถึงจะมีน่ะ”
“เช่นว่ามีปานแดงรูปหัวใจที่ตูดอะไรอย่างนั้นเหรอ ถุย...แกจะบ้าหรือไงไอ้ธัช กว่าจะพิสูจน์ว่าใช่หรือไม่ ฉันไม่ต้องไปเปิดตูดผู้ชายทั้งประเทศดูเหรอวะ”
ชายหนุ่มหัวเราะขำ “แกจะเปิดของฉันก่อนก็ได้นะ ฉันอนุญาต”
“ไอ้ทุเรศ!”
หญิงสาวตีหัวไหล่เขาดังปั้ก แล้วค่อยหันกลับมาพร่ำเพ้อละเมอต่อ
“เพลงพนัส...ชัชแสนย์ ชื่อคล้องจองกันพอดีเลยอะแก แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าเนื้อคู่”
แต่วิมานกลับล่มสลายทันใด เมื่อมารร้ายยื่นหน้าข้ามไหล่ พูดเสียงแหบต่ำ
“เพลงพนัส...ธัชชัย ก็เนื้อคู่เหมือนกันนะเว้ยเฮ้ย”
“อี๋...” หญิงสาวเบ้หน้า ดีดตัวออกอย่างแรงจนเกือบตกโซฟา ลูบแขนสองข้างซึ่งขนลุกเกรียวจนผิวเป็ตุ่ม
ธัชชัยหัวเราะหึ ขยับปากด่าอีกว่า...ไอ้เว่อร์
ท้ายประวัติระบุว่า ผู้ส่งข้อมูลแนะนำเพื่อนหนุ่มโสดคือ ชนินทร์ เพื่อนวิศวกรที่บริษัท บรรทัดล่างสุดเป็ช่องทางติดต่อของชัชแสนย์ เพลงพนัสคลิกเข้าไปในหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัวของชายหนุ่มด้วยหัวใจเต้นรัวแรง ตื่นเต้นราวกับได้พบหน้ากันจริง ๆ
“แก...ฉันอยากรู้จักเขา” หญิงสาวครางเบาหวิวคล้ายละเมอ
“เออ แกก็กดขอเพิ่มเพื่อนไปสิ”
“ฉันอยากรู้จักเขา...”
“กูรู้แล้ว” ธัชชัยหัวเราะปนรำคาญ “กดเพิ่มเพื่อนไป เข้าไปทำความรู้จักให้มั่นใจว่าเขาคือคุณพรหมลิขิตจริงหรือเปล่า แต่ขอเตือนไว้อย่างนะเว้ย บางทีคนที่ใช่สำหรับแกอาจไม่เห็นว่าแกใช่สำหรับเขาก็ได้ หรือเขาอาจไม่สนใจพิจารณาแกสักนิดก็ได้ ถ้ามันเกิดเื่แบบนั้นขึ้นมาก็รับให้ไหวแล้วกัน”
“นี่แกแช่งฉันเหรอ ปากหมาชะมัด”
“ไม่ได้แช่งเว้ย ก็เหมือนที่ฉันต้องมาอกหักอยู่นี่ไงล่ะ ไม่ใช่เพราะหลงรักคนในอุดมคติเหรอ”
หญิงสาวลอยหน้าลอยตาเบะปาก กลั้นใจกดปุ่มขอเพิ่มเพื่อนไปในที่สุด
ครั้นกดไปแล้วก็รู้สึกราวกับมีสะเก็ดดาวพร่างพราวเปล่งแสงสีชมพูเรืองรองลอยวนล้อมรอบกาย นำพาเธอไปสู่ดินแดนแห่งความฝันอันไกลโพ้น ซึ่งมีชายหนุ่มรูปงามผู้เป็ดั่งพรหมลิขิตรอคอยอยู่ กลิ่นหอมกรุ่นของดอกลาเวนเดอร์พัดโชยมาต้องจมูก แล้วท้องทุ่งซึ่งเต็มไปด้วยดอกไม้กลีบสีม่วงสวยหวานกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ฝูงยูนิคอร์นเขาเกลียวแหลมก้าวย่างสง่างามไปตามลำธารสายเล็กซึ่งสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ เธอออกวิ่งไปอย่างอิสรเสรี กางแขนกว้างััสายลมและแสงแดดอบอุ่นใต้สายรุ้งงาม
“แก...ธัช ฉันเจอเขาแล้ว ในที่สุดฉันก็ได้เจอ” หญิงสาวเอ่ยเสียงเบาหวิว จ้องหน้าจอไม่ละสายตา “คนนี้แหละที่ฉันรอ ที่ผ่านมาฉันต้องอยู่เป็โสด โดนแฟนเก่าทิ้งมาตลอดก็เพื่อวันหนึ่งฉันจะได้เจอคนนี้”
ธัชชัยไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่ส่ายหน้าเอือมระอา และอวยพรสั้น ๆ ให้เธอโชคดี
***ลง 60% ของเื่ หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
ใครชอบหนุ่มวิดวะ เล่นดนตรีกีฬาบ้าง อิอิ อะคิอะคิ