"เฮ่อ!"
เสียงถอนหายใจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบั้แ่หนิงเหมยกลับมาจากโถงด้านหน้าก็นั่งหน้าบึ้งเงียบกริบมาสักพัก ซีซวนได้แต่ยืนอยู่ข้างๆอย่างเงียบๆ หนิงเหมยเงยหน้ามองซีซวนก่อนจะยื่นมือไปจับชายเสื้อของเขาเงียบๆ ซีซวนก้มมองแล้วยืนนิ่ง ต่างคนต่างไม่พูดอะไร รั่วซีที่กำลังจัดชุดและของจำเป็อยู่ก็ต้องเคร่งเครียดไปด้วยนางและคุณหนูไปครานี้จะโดนอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้ เฮ่อ
ก่อนหน้าที่เรือนฮูหยินผู้เฒ่า
"ลู่หนิงเหมยคราวนี้ช่างเหนือความคาดหมายซะจริง ทำไมองค์รัชทายาทถึงอยากให้เ้าไปด้วย"
"ท่านย่าหมายถึงอะไรหรือเ้าค่ะ"
"หึ คิดว่าข้าดูไม่ออกหรือ อย่าได้มีความคิดเกินตัวเด็ดขาดชาตินี้เ้าเป็ลูกอนุไม่มีสิทธิ์ ตำแหน่งนั้นต้องเป็ของบุตรภรรยาเอกเท่านั้นเข้าใจหรือไม่ ข้าไม่้าให้เกิดความขัดแย้งภายใน"
หนิงเหมยก้มหน้าสีหน้าเ็าขึ้นเรื่อยๆ หึ คิดว่านาง้าหรือถามข้าสักคำหรือไม่นางถอนหายใจก่อนจะเงยหน้าสบตาท่านย่าแล้วกล่าวออกไปเสียงจริงจัง
"ข้าไม่คิดหวังไดไดทั้งสิ้นเ้าค่ะ ท่าย่าอย่าได้กังวล"
ลู่ชิงเห็นเช่นนั้นก็พยักหน้าก่อนจะเอ่ยปากเตือนเื่ไปน้ำตก ว่าอย่าได้ทำกิริยาไม่เหมาะสมและห้ามก่อเื่ หนิงเหมยพยักหน้าแต่ก่อนกลับนางหันกลับไปถามท่านย่า
"ถ้าข้าไม่อยากไป ปฏิเสธได้หรือไม่"
"เ้าก็รู้ว่าได้หรือไม่ได้"
"เ้าค่ะ"
หนิงเหมยเดินออกไปอย่างมั่นคงแต่ในใจกลับอยากตีคน ช่างหาเื่ให้ข้าได้ตลอดไม่คนนั้นก็คนนี้ เฮ่อ นี้ข้าเป็คนหรือิญญาดีกว่ากันนะเริ่มจะสงสัยแล้วสิ
ตัดภาพมาที่หนิงเหมยตอนนี้นั่งจับชายเสื้อซีซวนนิ่งก่อนจะตัดสินใจหันไปคุยกับเขา
"ซีซวน ตอนนี้เ้าเป็คนของข้าใช่หรือไม่"
ซีซวนไม่ทราบว่าถามทำไมแต่ก็ตอบกลับไป
"ขอรับ"
"เ้าไม่ต้องกลับไปเป็คนของเขาผู้นั้น และฟังแต่คำสั่งข้าใช่หรือไม่"
ซีซวนที่ก่อนหน้าโดนนายท่านเรียกไปถามว่าเขาตัดสินใจจะเป็คนของนางหรือไม่เพราะนายท่านตั้งใจส่งเขาไป เขาพยักหน้าอย่างทันทีว่า้าออกจากหน่วยเพียงเพื่อเป็คนข้างกายคุณหนูตกอับคนหนึ่งเท่านั้น องค์ครักษ์คนอื่นต่างไม่้า นายท่านบอกว่านับแต่นี้ชีวิตเขาจะเป็หรือตายขึ้นอยู่กับนางไม่เกี่ยวกับเขาอีกแล้วเขายังจะไปหรือไม่ เขาเงยหน้าสบตาก่อนจะพยักหน้าอย่างไม่ลังเล
"ขอรับจากนี้เป็หรือตาย ขึ้นอยู่กับคุณหนูเพียงผู้เดียว"
หนิงเหมยเผลอกำชายเสื้อแน่นขึ้นไม่รู้ตัวชีวิตนี้นางมีแค่ เขาและรั่วซีสองคนนางมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีว่าไปคราวนี้จะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ เขาจะปกป้องนางหรือไม่นางเป็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้นไหนจะรั่วซีอีก นางอบอุ่นในใจก่อนจะเงยหน้ากล่าวด้วยรอยยิ้ม
"ถ้าเช่นนั้นชีวิตข้านี้ฝากเ้าดูแลได้หรือไม่"
ซีซวนยืนหันหน้ามองลู่หญิงเหมยภาพบุรุษคนหนึ่งที่ยืนอยู่และหญิงสาวที่นั่งจับชายเสื้อด้วยมือที่สั่นนิดๆ ด้วยใบหน้าคาดหวัง ซีซวนยืนมือไปอยากจะลูบหัวนางแต่ต้องชะงักแล้วนั่งลงคุกเข่าข้างหนึ่ง
"ขอรับข้าจะปกป้องท่านด้วยชีวิต"
หนิงเหมยยิ้มออกมาเต็มใบหน้าสายลม มวลบุปผาต่างโบกสะบัดเป็ภาพที่งดงามเกินบรรยาย รั่วซีที่เดินออกมาก็น้ำตาคลอคุณหนูตัวคนเดียวมีแค่นางถ้าพี่ซีซวนจริงใจต่อพวกเราจะเป็เื่ที่ดียิ่ง จะได้มีคนปกป้องคุณหนูได้
"คุณหนู ข้าจัดเตรียมทุกอย่างไว้แล้วเ้าค่ะ พรุ่งนี้ระหว่างทางเราจะเจออะไรหรือไม่เ้าค่ะ"
รั่วซีถามอย่างกังวลนางเห็นสายตาคุณหนูใหญ่น่ากลัวยิ่งนัก หนิงเหมยได้รับสารจากเ้าตัวเล็กที่มาบอกถึงแผนการบางอย่างที่จะเกิดขึ้นนางเตรียมตัวเตรียมใจแล้ว แต่นางไม่ได้บอกใครถึงเวลานางคงต้องพึ่งเพื่อนของนางตามหนทางข้างหน้าแล้ว พรที่ได้รับนางจะต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อชีวิตของนาง แต่ก็ดีที่ซีซวนอยู่ข้างนางนางคลายกังวลไปเปราะหนึ่ง
"ไม่เป็ไรหรอกอย่าคิดมากมีองค์ครักษ์ไปด้วยคงไม่เกิดอะไรขึ้นหรอก"
"เ้าค่ะ เช่นนั้นไปทานอาหารค่ำแล้วพักผ่อนดีกว่าเ้าค่ะ"
"อืม"
จากนั้นทั้งสามคนก็ไปทานอาหารแล้วพากันแยกย้ายไปพักผ่อนต่างจากเรือนหลักที่เปลวไฟในตะเกียงยังคงลุกโชน
ในเรือนหลัก
"ท่านแม่ข้าไม่ยอมนะเ้าค่ะ"
"เฮ่อ อย่าอารมณ์เสียไปเลยลูกรัก ดีซะอีกที่มันออกไปข้างนอกพร้อมเรา แม่เตรียมของขวัญให้มันอย่างดีเ้าไม่ต้องกังวลหรอก นางอาจจะได้แต่งออกไปก่อนเ้าด้วยซ้ำ ฮ่า ฮ่า"
หึ หนิงหวงกำผ้าเช็ดหน้าบิดไปมาด้วยแรงทั้งหมด ข้าจะทำให้เ้าอับอายจนไม่มีใครเหลือบมองเ้าได้อีก ข้ารับใช้ต่างหดตัวก้มหัวอย่างกวาดกลัว
รุ่งเช้าของวันใหม่ ขบวนรถม้าที่มีตราสัญลักษณ์ขององค์รัชทายาทแหวกฝูงชนตรงไปจอดอยู่ที่หน้าจวนตระกูลลู่ ชาวบ้านต่างพากันหลบและวิพากษ์วิจารณ์
"นั่นรถม้าขององค์รัชทายาทนินา ทำไมไปจอดอยู่หน้าจวนตระกูลลู่ละ เอ๋ หรือพระองค์ทรงไปพบคุณหนูใหญ่"
"นี่ ระวังปากบ้างพระองค์อาจจะไปพบสหายเช่นคุณชายใหญ่ก็ได้"
"นั่นสิ แต่ว่าตระกูลลู่นี่ดีจังนะ คุณชายใหญ่ของจวนเป็สหายกับองค์รัชทายาทและองค์ชายทั้งสอง ลูกสาวก็ยังงดงามทั้งคู่อีกดีจริงๆ"
"นั่นสิเนอะน่าอิจฉาจริงๆ"
เสียงพูดของชาวบ้านดังไปตามทางแต่บรรดาบุคคลที่ถูกกล่าวถึงกลับไม่สนใจเมื่อถึงหน้าประตูจวน ประตูก็เปิดออกคล้ายรู้เวลา หนิงเหอและน้องสาวทั้งสองคนต่างเดินออกมา ทำความเคารพพวกเขาทั้งหมด
"ถวายบังคมองค์รัชทายาท องค์ชายทั้งสองและ องค์หญิงพะยะค่ะ"
"ถวายบังคมเพค่ะองค์รัชทายาท องค์หญิง"
หนิงหวงและหนิงอ้ายต่างทำความเคารพด้วยกิริยาชวนมอง ทั้งสามพระองค์ต่างนึกชมในใจและยิ้มให้อย่างเป็มิตร ทั้งสองเห็นเช่นนั้นก็ก้มหน้าเขินอาย เสี่ยวหลินแง้มม่านเล็กน้อยก่อนจะส่งเสียงตอบรับ พวกนางงดงามดังคำร่ำลือ เหมาะสมๆ แต่ตอนนั้นเองที่นางต้องสะอึกกลืนน้ำลายแทบไม่ทันเมื่อเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินเข้ามาร่วมทำความเคารพ ใบหน้างดงามสบายตาที่โดดเด่นจนน่าอิจฉา รูปร่างบอบบางสมส่วนอยู่ในชุดสีฟ้าอ่อนทะมัดทะแมง ไม่เหมือนคุณหนูทั้งสองคนที่แต่งตัวสง่างามอ่อนหวานแต่คนผู้คนกลับดูดีมาก นางตอบรับอีกรอบก่อนจะปิดม่านถามนางกำนัลข้างกาย
"หม่าถง หญิงสาวคนนั้นใครหรือข้าไม่เคยเห็นรู้ว่าตระกูลลู่มีหญิงสาวอายุน้อยเช่นนี้อีกคน"
"น่าจะเป็บุตรอนุ คุณหนูสามนะเพค่ะองค์หญิง"
"อ๋อที่คนอื่นเขาบอกว่าร้ายกาจน่ะเหรอ"
"เพค่ะ"
อืม แต่ท่าที่นางได้ดูไม่เห็นจะร้ายกาจตรงไหนหรือเพราะยังไม่ได้พูดคุยกันระวังไว้หน่อยก็ดี ด้านนอกเมื่อมากันครบเฟยหลงก็บอกให้รีบออกเดินทางเดี๋ยวแดดจะร้อน ทั้งหมดต่างเดินขึ้นรถม้าของตนเอง มีแต่หนิงเหมยที่ต้องเดินแยกไปขึ้นรถม้าคันเดิมที่จะพังอยู่ร่อมร่อ แต่นางไม่พูดอะไรสักคำออกจะสบายใจที่ได้นั่งคนเดียวด้วยซ้ำ
"เหมยเอ๋อร์ เ้าทำไมต้องไปรถม้าคันนั้นมันน่าจะพัง ยังไงเ้ามานั่งกับน้องสาวข้าก็ได้"
หาา! ทุกคนต่างหันขวับมามอง หนิงหวงสะดุดเท้าที่กำลังก้าวแทบจะกรีดร้อง หนิงอ้ายห้ามทันเกรงจะเสียภาพลักษณ์ เสี่ยวหลินสำลักน้ำชาค่อกแค่ก นั่นพี่ใหญ่ทำอะไรน่ะ เฟนเจินและเฟยฮุ่ยต่างรีบเดินเข้าไปจับแขนคนละฝั่งทันที
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะ แล้วขอความกรุณาองค์รัชทายาทอย่างทรงเรียกหม่อมฉันเช่นนั้นเลยเพค่ะไม่เหมาะอย่างยิ่ง"
"ตรงไหนที่....."
"ไม่เหมาะก็คือไม่เหมาะพะย่ะค่ะ ขวับ"
ก่อนที่พี่น้องจะทักท้วงพี่ใหญ่ตนเองทันก็มีบุรุษคนหนึ่งแทรกกลางเข้ามา ดันหลังหนิงเหมยเข้ารถม้าแล้วปิดม่านทันทีก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับองค์รัชทายาท แล้วตอบกลับไปเสียงเข้ม เฟยหลงถึงกับหยุดชะงักถอยห่างอย่างรวดเร็วสร้างความแปลกใจให้กับสองพี่น้องและหนิงเหอเป็อย่างมาก ซีซวนจ้องหน้าเขานิ่งทีแท้ก็คือองค์รัชทายาท เฟยหลงใ
"จะ..จะ...เ้า ขะ...ข้าแค่หวังดี เฮ้ ๆๆ อย่าเข้ามานะ"
"โปรดสำรวมด้วยพะยะค่ะ! นี่ก็เลยเวลาแล้วคงออกเดินทางได้แล้วพะยะค่ะ!"
"แฮ่ม..ใช่ ใช่ ออกเดินทางเถอะ"
เฟยหลงรีบวิ่งผ่านหน้าน้องชายทั้งสองคนกลับไปที่ม้าตนเองทันที
"0_0 0∆0"
เฟยเจิน เฟยฮุ่ยอึ้งก่อนจะหันมองพี่ชายที่เป็องค์รัชทายาของแคว้นแล้วหันกลับไปมองบุรุษที่ท่าทางองอาจหล่อเหลาดึงดูดสายตาใบหน้าที่ดูอบอุ่นนั่นแต่พฤติกรรมกับตรงกันข้ามทั้งสองคนทำตาปริบๆ ซีซวนโค้งคำนับก่อนจะเดินไปนั่งที่ที่ขับรถม้า เฟยเจินรีบเดินกลับไปหาพี่ชายตนเองทันที เฟยฮุ่ยก็รีบตามไป หนิงเหอเมื่อเห็นสหายตนเองกลับมาก็มองด้วยดวงตาสงสัย
"พระองค์ทรงเป็อะไรหรือพะย่ะค่ะ"
"หนิงเหอ เขาคนนั้นคือใครหรือทำไมจวนเ้าถึงมีแต่คนเก่งกาจเช่นนี้"
หนิงเหอมองไปที่ผู้ชายคนนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าท่านพ่อส่งคนไปอยู่กับนางหนึ่งคนไม่ได้มียศสูงอะไรแค่ทหารองครักษ์เท่านั้น
"แค่ทหารองครักษ์เท่านั้นพะย่ะค่ะ ไปกันเถอะพะย่ะค่ะ"
"ห้ะ!..."
เฟยหลงอ้าปากค้างแค่ทหารองครักษ์เหรอ แต่ ทำไม ทั้งหมดออกเดินทางมี 3 รถม้า บรรดาผู้ชายขี่ม้าประกบไปตลอดทางมีแต่รถม้าของหนิงเหมยที่ไม่มีทหารของตระกูลมาคุ้มกันจะมีก็แต่ทหารของราชวัง 2 คนที่องค์รัชทายาทส่งมา ตลอดทางหนิงเหมยต้องนั่งสมาธิแยกตัวออกมาจากปัญหาด้านนอกที่ซีซวนแทบจะใช้สันกระบี่ฟาดเฟยหลงที่ขยันมาตอแย
"พลั่ก! ..โอ้ย เ้า นี่มันหัวข้าไม่ใช้กิ่งไม้ไหนเ้าบอกจะฟาดกิ่งไม้ที่ขวางทางทำไมมันโดนหัวข้าตลอดเลยเล่า"
"ศรีษะของพระองค์ทรงเอียงแล้วพะยะค่ะเวลาหระหม่อมจะฟาดทีไร พระองค์มักจะเอียงมาทุกที กระหม่อมบอกให้หลบแล้วนะพะย่ะค่ะ"
ซีซวนเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา เฟยหลงได้แต่กำหมัด ไหนบอกให้หลบพอเขาหลบดันโดนตลอดเ้านี่มัน มือเฟยหลงกระตุก
"ปึก..."
0_0 เฟยหลงมองมือตนเองที่เผลอไปฟาดหลังเ้าหน้าหยกเสียงดังปึ่ก รั่วซีที่โผล่ออกมาบอกให้เลิกทะเลาะกันก็ทันเห็นเข้าพอดีนางเอามือปิดปากพี่ซีซวนอย่านะ ซีซวนค่อยๆหันมามองด้วยดวงตาเย็นเยียบ ั้แ่ออกเดินทางก็มาตอแยไม่เลิกชายหญิงไม่ควรชิดใกล้ก็ไม่สนใจ เขาต้องคอยกันท่าไม่สามารถทำร้ายแรงๆได้เขาก็เอาคืนเล็กน้อยก็ยังไม่ไปมาตอนนี้กลับถึงขั้น...
"ข้า...เอ่อ"
"พระองค์ไม่มีคู่ซ้อมมือหรือพะยะค่ะถ้าว่างกระหม่อมพร้อมเสมอ"
องค์ชายรองและองค์ชายสามนั่งมองพี่ชายตนเองด้วยสีหน้าเหนื่อยหนายสู้เขาไม่ได้ก็ยังขยันสร้างเื่ เฮ่อ โดนซะให้เข็ดเถอะ หึหึ พรึ่บ!! คล้ายเห็นเงารางๆ แค่ครู่เดียวเฟยหลงก็ระเห็จกลับมาที่กลางขบวนอย่างรวดเร็ว หนิงเหอเห็นทุกอย่างก็ส่ายหัว นิสัยนี้แก้ไม่หายจริงๆถ้าคนของเขาไม่ทำรุนแรงก็ปล่อยให้โดนไปเถอะ
"ท่านพี่ข้าว่าท่านอยู่นิ่งๆเถอะพะยะค่ะ"
"ใช่ อย่าหาว่าข้าไม่เตือนข้าไม่ช่วยท่านแน่นอน"
"พวกเ้าเป็น้องชายของข้ารึเปล่า"
" อืม อืม "
ทั้งสองตอนรับก่อนจะเมินเฉยหลงอย่างสมบูรณ์แบบ เฮ่อ เฟยหลงหันกลับไปมองท้ายขบวนเขาแค่อยากคุยกับนางบ้าง แต่ก็มีคนคอยขวางคิดแล้วก็ขัดใจคอยดูเถอะต้องมีสักครั้งแน่ๆ ฝั่งซีซวนก็ถอนหายใจที่องค์รัชทายาทกลับออกไปกลางขบวนแล้วช่างน่ารำคาญจริงๆ
"พี่ซีซวนข้านึกว่าพี่จะเตะองค์รัชทายาทซะอีกใหมด"
" หึ ไม่แน่อาจทำจริงๆ"
" ฮ่า ฮ่า พี่ก็ ดูดูไปท่านก็ไม่ได้เลวร้ายนิเ้าค่ะ"
"ไม่ได้! คุณหนูไม่เหมาะกับวังหลวงและไม่เหมาะสมอย่างยิ่งถ้าเ้าอยากให้คุณหนูมีความสุขอย่าให้ยุ่งเกี่ยวกับราชวงศ์ดีที่สุด"
"อ๋อ..เ้าค่ะ"
รั่วซีหันกลับเข้าไปด้านในก่อนจะเห็นคุณหนูเล่นกับกระรอกตัวน้อยที่แอบโดดเข้ามาตอนไหนไม่ทราบขนสีน้ำตาลฟูฟ่องน่ารักมากๆ คล้ายรู้คล้ายเข้าใจมันออดอ้อนคุณหนูน่าดู นางมองภาพตรงหน้าด้วยความสุขคุณหนูเหมาะกับความเรียบง่ายจริงๆนั่นแหละ
ภายในรถม้าของหนิงหวงและหนิงอ้าย
"ท่านพี่ท่านว่ามันจะลงมือตอนไหนเ้าค่ะ"
"รอก่อนเถอะ มันจะต้องอยู่มิสู้ตายแน่นอน"
"เ้าค่ะ"
ภายในป่าที่รกชันและอับชื้นมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและฉับไวบุคคลสวมชุดดำทั้งตัวปกปิดหน้าใบหน้าเหลือแต่ดวงตา ทั้ง 4 คนเคลื่อนที่อย่างเร่งรีบและแม่นยำพวกมันเป็นักฆ่าเดนตายที่รับคำสั่งแลกเงินตำลึงทองเมื่อเงินมางานก็เดิน คราวนี้มีคนว่าจ้างด้วยราคาค่อนข้างสูงพวกมันตาลุกวาวและรับงานทันที แค่ผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้คนเดียวจัดการง่ายมากอยู่แล้ว พวกมันคุยกันอย่างรอบคอบก่อนจะลงมือเมื่ออยู่ท้ายขบวนก็ง่ายต่อการลงมือแค่ฆ่าคนคงไม่เกินมือ
หนิงเหมยที่กำลังลูบขนกระรอกอยู่ๆเ้าตัวเล็กที่นางแอบพามาด้วยก็มุดออกมาพร้อมแยกเขี้ยวนางใก่อนจะรีบมองไปด้านนอกทันที นางบอกรั่วซีให้ระวังตัวรั่วซีงุนงง แต่ก็รีบมุดออกไปบอกพี่ซีซวนทันที ซีซวนก็รับรู้ก่อนแล้วเขาเตรียมพร้อมบอกให้อยู่แต่ด้านในพร้อมกับยัดมีดสั้นหนึ่งเล่มให้รั่วซีปกป้องตนเองและคุณหนู รั่วซีมือสั่นก่อนจะพยักหน้า
"คุณหนู"
"ข้ารู้"
ไม่นานก็มีคน 4 คนกระโจนออกมาพุ่งใส่รถม้าทันทีองครักษ์ที่องค์รัชทายาทส่งมาเมื่อเห็นเช่นนั้นก็รีบดึงกระบี่ออกมาแล้วส่งสัญญาณทันทีนักฆ่าทั้งสองคนต่องสู้กับองครักษ์ ส่วนอีคนก็ะโจับกระบี่แทงเข้าไปในรถม้าจนคนด้านในกรีดร้องออกมาอย่างขวัญเสีย ซีซวนดึงกระบี่ออกมาปัดออกก่อนจะยืนขวางด้วยใบหน้าดุดัน นักฆ่าเห็นเช่นนั้นก็ลงมือทันทีก่อนจะลงมือลำบาก เสียงต่อสู้ดังขึ้นเรียกให้ขบวนหน้าหยุดก่อนที่เฟยหลงจะใเขารีบพุ่งไปท้ายขบวนทันที
ภาพที่เห็นคือซีซวนที่รับมือกับนักฆ่า 4 คน องครักษ์ถูกจัดการหมดเขารีบดึงกระบี่ออกมาก่อนจะเข้าไปช่วยทันที องครักษ์ที่วิ่งมาก็พุ่งเข้าไปพร้อมกันกับองค์ชายทั้งสองทันที เมื่อนักฆ่าเห็นคนเยอะพวกตนเสียเปรียบคนที่ถูกเฟยหลงเตะกระเด็นก็ตัดสินใจพุ่งเข้าไปในรถม้าทันที ซีซวนและเฟยหลงต่างกังวลก่อนที่จะเห็นนักฆ่าถูกถีบกระเด็นลงมาพร้อมกับมีดที่ปักอยู่กลางอก
หนิงเหมยที่ถูกดึงหมายจะทำให้นางออกมาเพื่อจัดการนางเกาะขอบรถม้าแน่นจนมือแดงและหอบหายใจด้วยความกลัวส่วนรั่วซีกระเด็นลงไปกองที่พื้น นักฆ่าเห็นพวกตนเองถูกฆ่าจนเหลือเขาคนเดียวเขาสาดผงยาออกไปองครักษ์ของราชวังต่างสำลัก องค์ชายทั้งสองพระองค์รีบโดดออกไปห่างจากระยะของผงยาทันที เฟยหลงยกแขนขึ้นมาบังซีซวนหันหน้าหลบก่อนจะตาเบิกกว้างที่เห็นนักฆ่าคนนั้นพุ่งกระบี่ใส่คุณหนู
เขาพุ่งเข้าไปใช้กระบี่ปัดทันแต่มันกลับใช้อีกมือหยิบมีดสั้นออกมาแล้วขว้างใส่ด้วยความเร็วซีซวนนำตัวเองบังมีดเล่มนั้น มีดเล่มนั้นปักเข้าที่กลางหลังด้านซ้ายจนเกือบมิดด้าม หนิงเหมยจากที่ใก็ต้องใหนักขึ้นไปอีกเมื่อเห็นซีซวนใช้ตัวเองบังมีดเล่มนั้นแทน สองมือจับขอบประตูรถม้าหันหน้าเข้าหาหนิงเหมย นางเห็นสีหน้าที่เ็ปแต่อดทนจนเหงื่อไหลซึมออกมานางตัวสั่น ซีซวนมองหน้าคุณหนูที่ใกลัวเขากัดฟันก่อนจะหันไปหมายจะจัดการแต่ก็เห็นว่า องค์รัชทายาททรงจัดการไปแล้ว
"ซีซวน เ้าาเ็" หนิงเหมยเรียกด้วยเสียงสั่นๆ
"ไม่เป็ไรขอรับ"
"ไม่มีใครเป็อะไรใช่หรือไม่" เฟยหลงลอบมองซีซวนก็ต้องยอมรับในฝีมือจริงๆ โดนมีดปักหลังยังบอกไม่เป็อะไรอีก
"ข้านำหมอมาด้วยจะให้มารักษาเ้าก็แล้วกัน"
"ขอบพระทัยองค์รัชทายาทเพค่ะ"
"แต่.."
"ไม่มีแต่" หนิงเหมยบอกเสียงดุ
ซีซวนกลืนน้ำลายก่อนจะพยักหน้า ทั้งขบวนต้องหยุดลง หนิงเหอที่เดินมาตรวจตราก็สงสัยนักฆ่าพวกนี้ไม่มีอะไรบ่งชี้ว่าใครจ้างมาเลยพวกมันฉลาดมาก องค์หญิงที่มีคนคุ้มกันอย่างแ่าก็สอบถามจนได้รู้ว่ามีนักฆ่านางใจึงไม่ลงรถม้า
ในรถม้าของหนิงหวงและหนิงอ้าย
"มันไม่ตาย..น่าเสียดายยิ่งนัก"
"ท่านพี่เบาๆ เ้าค่ะเดี๋ยวผู้อื่นได้ยิน"
หนิงหวงกัดฟันก่อนจะหลับตาสงบสติอารมณ์หนิงอ้ายถอนหายใจเื่ผู้ชายทีไรเป็ต้องร้อนใจเช่นนี้ตลอด พวกนางไม่ลงไปเพราะพี่ใ
หญ่บอกให้อยู่แต่ด้านในป้องกันเหตุไม่คาดฝัน
ภาพที่หนิงเหมยนั่งเฝ้าซีซวนทำแผลด้วยสีหน้ากังวลใบหน้างดงามที่น้ำตาคลอนั้นสั่นคลอนหัวใจเฟยหลงอย่างแรง เฟนเจินและเฟยฮุ่ยต่างก็มองอย่างตกตะลึงงดงามจริงๆ
"ถ้าข้าโดนมีดปักหลังเช่นนั้นนางจะเป็ห่วงข้าแบบนั้นหรือไม่"
"ห้ะ!"
"หือ.."
สองพี่น้องต่างทำหน้าปลาตายแล้วกลอกตาหันหน้าหนีถอนหายใจ พี่ใหญ่ช่าง....คงมีแต่พวกข้าและพี่หญิงที่ทรงเป็ห่วงท่านเท่านั้นแหละ โถ่...