“คำพูดที่ลึกที่สุดคือแบบที่ ไหลจากิญญาหนึ่งสู่อีกิญญา ไม่มีการแปลไม่มีการแปลง ถึงโดยตรง”
"มีเส้นด้ายบางๆที่ไม่ได้มองเห็นด้วยตา แต่รู้สึกได้ด้วยใจ
เส้นนั้นไม่กลัวระยะห่าง ไม่กลัวเวลา ไม่กลัวสิ่งที่ยืนอยู่ระหว่างสองคน
เพราะเส้นนั้น ไม่ได้ผูกไว้ที่ิั แต่ผูกในที่ที่ลึกกว่า ที่ใต้ิัใต้กระดูก ที่เรียกว่าิญญา
เส้นระหว่างิญญากับิญญา คือสิ่งที่ตัดได้ยากที่สุดในโลก"
⚔ วันที่สามและสิ่งที่ตามมาในตลาดเช้า⚔
วันที่สามหลังจากกลับมาจากหมู่บ้านหมอก
เซิ่นอวี๋ไปตลาดเช้าเพื่อซื้อเสบียงและพบกับตัวิที่ส่งคนมาจากเว่ยหยาง
ข้อความที่ตัวิส่งมานั้นสั้นแต่สำคัญ
"ขุนนางเว่ยในคุกล้มป่วยอย่างน่าประหลาดแพทย์หลวงรักษาไม่ได้ ร่างกายยังอยู่แต่ตาว่างเปล่า"
เซิ่นอวี๋รีบกลับมาที่โรงหมอ
"อสูรนั้นทิ้งร่างขุนนางเว่ยแล้ว" หลิงซางอ่านข้อความ พูดเงียบๆ
"และกำลังหาร่างใหม่" เซิ่นอวี๋พูดต่อ
"หรืออาจหาร่างใหม่แล้ว" หลิงซางพูด "เพียงแต่เราไม่รู้ว่าร่างนั้นคือใคร"
"กุ้ยหยูสีเขียว" เซิ่นอวี๋พูด มองหลิงซาง
"ถ้าข้าถือมันมันจะรู้ว่าข้าอยู่ที่ไหน" หลิงซางพูด "ซึ่งหมายความว่ามันจะมาหาเราตอนที่มันยังไม่พร้อม หรือตอนที่เราไม่พร้อมเราต้องคิดว่าเมื่อไหร่คือเวลาที่ดีที่สุด"
"เมื่อไหร่คือเวลาที่ดีที่สุดของท่านหมอ" หยูหลานถาม
หลิงซางมองออกไปนอกหน้าต่างท้องฟ้าที่เริ่มมีเมฆสีเทาปกคลุม ลมเปลี่ยนทิศอากาศที่รู้สึกว่ากำลังจะเปลี่ยนแปลง
"เมื่อเราเลือกสถานที่" เขาพูด "ไม่ใช่เมื่อมันเลือก"
พวกเขาใช้เวลาที่เหลือของวันนั้นเตรียมการ
หลิงซางส่งจดหมายถึงซ่งหยูเฟยให้เตรียมพยานและเส้นทางออกจากฉางอันในกรณีที่จำเป็
เซิ่นอวี๋ส่งสัญญาณผ่านเครือข่ายของตัวิให้คนในฉางอันรู้ว่าอาจมีเหตุการณ์ผิดปกติ
หยูหลานเตรียมยาและสมุนไพรเผื่อสิ่งที่คาดเดาไม่ได้
และเมื่อดวงอาทิตย์เอียงต่ำ อู๋เจิ้งหยวนเดินเข้ามาที่โรงหมอโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
ในมือของเขามีสิ่งที่เซิ่นอวี๋จำได้ทันที
กล่องไม้เดียวกับที่เก็บดาบ หยินซา
"มีอีกชิ้นหนึ่ง" เจิ้งหยวนพูด วางกล่องลงบนโต๊ะเปิดออก
ข้างในมีฝักดาบสีขาวลวดลายดอกหิมะที่สลักไว้ตลอดความยาว ดอกหิมะที่เหมือนกันทุกประการกับลวดลายบนกุ้ยหยูดอกหิมะของหลิงซาง
"ดาบเ้าหญิงหิมะ" เจิ้งหยวนพูด "ในตำนานบอกว่าเธอไม่ใช่แค่ผู้เยียวยาเธอสู้ด้วยตัวเองเมื่อจำเป็ ด้วยดาบที่รักษาแทนที่จะฆ่า"
หลิงซางมองฝักดาบสีขาว
"ดาบรักษา" เขาพูด
"พลังเยียวยาที่ส่งผ่านคมดาบ" เจิ้งหยวนอธิบาย "แทนที่จะตัดทำลายมันตัดผ่านสิ่งที่ทำร้ายและปล่อยให้สิ่งที่ดีงามคงอยู่ใช้กับสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ได้ผลมากกว่าดาบธรรมดา"
หลิงซางยื่นมือออกไปหยิบฝักดาบ
ทันทีที่ัั
กุ้ยหยูดอกหิมะที่แขวนอยู่ที่เอวของเขาเรืองขึ้นสว่างกว่าเดิมแสงสีขาวไหลจากกุ้ยหยูลงมาตามมือและเข้าไปในฝักดาบ ลวดลายดอกหิมะบนฝักเรืองตาม
เซิ่นอวี๋มองเหตุการณ์นั้นรอยแผลเป็ที่ข้อมือซ้ายของเขาเรืองตามด้วยในจังหวะเดียวกัน สองแสง สองชิ้น สองคนในจังหวะเดียวกันราวกับได้ยินเพลงเดียวกัน
เจิ้งหยวนพึมพำในใจ
"นี่คือสิ่งที่ฟ้ากำหนด"
????คืนก่อนพายุและสิ่งที่พูดได้ในที่สุด????
คืนสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป
หลิงซางนั่งอยู่ที่ลานหลังโรงหมอคนเดียวในความมืดที่มีดาวมาก ฝ่ามือวางบนกุ้ยหยูดอกหิมะความเย็นไหลออกมาและวนกลับเข้าในแบบที่ทำให้ความคิดสงบ
เขาได้ยินก้าวเท้าเบาๆ
เซิ่นอวี๋นั่งลงข้างๆ เขา ไม่ถามว่าทำอะไรอยู่แค่นั่งลง มองดาวด้วยกัน
"ข้ากลัว" หลิงซางพูดขึ้นหลังจากความเงียบยาว
เซิ่นอวี๋ไม่ขัด ไม่พูดว่าไม่ต้องกลัว
"ข้ากลัวว่าพลังของข้าจะไม่พอ" หลิงซางพูดต่อ "ห้าสิบปีที่ผ่านมามีคนที่เผชิญกับสิ่งนั้นและพ่ายแพ้มีคนที่พยายามหยุดมันและสูญเสียบางสิ่ง ข้าไม่รู้ว่าข้าจะพอหรือเปล่า"
"ข้าก็ไม่รู้" เซิ่นอวี๋พูดตรงๆ
"นั่นไม่ใช่คำปลอบใจที่ดีนัก"
"ข้าไม่ได้พยายามปลอบใจ" เซิ่นอวี๋มองเขา "ข้าพูดความจริงเราไม่รู้ว่าพอหรือเปล่า แต่ข้ารู้สิ่งหนึ่ง"
"อะไร"
"ข้ารู้ว่าถ้าไม่พอก็จะยังไม่พอด้วยกัน" เซิ่นอวี๋พูด "ข้าไม่ได้ยืนอยู่ที่นี่เพื่อชนะแทนท่านหมอข้ายืนอยู่ที่นี่เพราะข้า้ายืนอยู่ที่นี่ ตอนนี้ ในคืนนี้ ข้างๆ คนนี้"
แสงดาวตกลงบนลานหลังโรงหมอ ลมเย็นพัดเบาๆ
หลิงซางมองเซิ่นอวี๋
"เซิ่นอวี๋"
"อะไร"
"ข้าหวังว่าหลังจากทุกอย่างผ่านพ้นไป" หลิงซางพูดช้าๆ "เราจะยังมีคืนแบบนี้อีก"
เซิ่นอวี๋หันมามองเขา
ในดวงตาที่ปกติซ่อนทุกอย่างไว้ข้างหลังรอยยิ้มตอนนี้ไม่มีรอยยิ้ม มีแค่บางสิ่งที่อ่อนโยนและมั่นคงในเวลาเดียวกัน
"มีแน่" เขาพูด ราวกับไม่ใช่คำสัญญาแต่เป็ข้อเท็จจริง "ข้าจะทำให้มีแน่"
มือของเขาขยับ
คราวนี้ไม่ใช่แค่วางทับ
นิ้วมือของเขางอเข้ามา กุมมือของหลิงซางไว้
ทั้งสองนั่งอยู่ในความมืดที่มีดาวมือที่กุมกันนั้นอุ่น อุ่นในแบบที่ไม่ใช่แค่ความอบอุ่นทางกาย
แสงสีเงินจางๆ เรืองขึ้นจากรอยแผลเป็พบกับแสงสีขาวเบาๆ จากกุ้ยหยู สองแสงพันกันในอากาศเหนือมือที่กุมกัน
ไม่สว่างมาก ไม่ยิ่งใหญ่
แค่เบาๆ เงียบๆ อยู่ด้วยกัน
????เมื่อมันมาในเวลาที่ไม่คาด⚡
รุ่งเช้า
หลิงซางตื่นขึ้นและรู้ทันทีว่ามีบางสิ่งผิดปกติ
ไม่ใช่ความรู้สึกอันตรายแต่เป็ความเงียบที่ผิดแบบ ความเงียบที่เป็ระเบียบเกินไปที่ทุกอย่างดูปกติเกินไปจนไม่ปกติ
เขาลุกขึ้นเร็ว
หยูหลานอยู่ในห้องครัว ยืนหันหลังให้ประตูกำลังต้มน้ำ
"หยูหลาน" หลิงซางเรียก
"ท่านซางตื่นแล้วหรือ" เธอตอบไม่หัน "ชารอท่านอยู่แล้ว"
น้ำเสียงปกติ ท่าทางปกติ
แต่บางสิ่งในอกของหลิงซางบอกว่าไม่ปกติ
"หยูหลาน" เขาพูดช้าๆ "วันที่ฝนตกหนักในหมู่บ้านหมอกใครอยู่ที่ประตูห้องก่อน"
ตัวที่เรียกตัวเองว่าหยูหลานหยุดนิ่งครึ่งวินาทีครึ่งวินาทีที่ปกติไม่มีความหมาย แต่สำหรับหลิงซางที่รอคำถามนั้นมันหมายความว่าทุกสิ่ง
"ท่านหมอออกมาก่อน" เธอตอบ
ผิด
หลิงซางก้าวออกจากห้องครัวในทันที ไม่วิ่งไม่รีบเกินไป แต่เดินตรงไปยังห้องของเซิ่นอวี๋
เคาะสามครั้ง รหัสที่พวกเขาตกลงกัน
ไม่มีตอบ
เปิดประตู ห้องว่าง เตียงเรียบร้อย ดาบ หยินซาหายไป
เขาออกไปแล้ว
หลิงซางหันกลับมาสิ่งที่เรียกตัวเองว่าหยูหลานยืนอยู่ที่ปลายทางเดินตาที่เคยอ่อนโยนตอนนี้มีบางอย่างที่ต่างออกไป ไม่ใช่ดวงตาที่ชั่วร้ายแต่เป็ดวงตาที่ว่างเปล่าในแบบที่น่ากลัวกว่า
"หยูหลานอยู่ที่ไหน" หลิงซางถามตรงๆ
"ปลอดภัยดี" เสียงนั้นพูดน้ำเสียงของหยูหลานแต่มีบางสิ่งซ้อนอยู่ข้างใน "แค่หลับอยู่จะตื่นเมื่อเราเสร็จธุระ"
"เราไม่มีธุระ" หลิงซางพูด
"มี" เสียงนั้นพูด แล้วก็ยิ้ม รอยยิ้มที่ใช้ใบหน้าของหยูหลานแต่ไม่ใช่รอยยิ้มของหยูหลาน"เ้ามีบางสิ่งที่ข้า้ามาห้าสิบปีแล้วหลิงซาง มาถึงเวลาแล้ว"
ห้องทางเดินเย็นลงทันที
ไม่ใช่ความเย็นของหลิงซาง แต่เป็ความเย็นที่ต่างออกไปความเย็นที่ไม่มีชีวิต
มือของหลิงซางเลื่อนไปที่ฝักดาบสีขาว
ทันทีที่ฝ่ามือััด้ามดาบกุ้ยหยูดอกหิมะที่เอวเรืองสว่างขึ้น แสงสีขาวแผ่ออกมาจากตัวเขาในวงกลมความเย็นของอสูรที่กำลังจะแผ่เข้ามาถูกหยุดที่ขอบของแสงนั้น
และในขณะเดียวกัน
รอยแผลเป็ที่ข้อมือซ้ายของเซิ่นอวี๋ที่ไหนสักแห่งในฉางอันเรืองขึ้นสว่างมากกว่าปกติ
✨สองฝั่งของการต่อสู้เดียวกัน ✨
ที่ลานกว้างหลังโรงหมอเซิ่นอวี๋ยืนอยู่คนเดียวกับร่างที่เขาตามมาจากข้อมูลที่ตัวิส่งมาั้แ่รุ่งสาง
ร่างที่เขารู้ว่าไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาอีกต่อไป
พ่อค้าอายุห้าสิบกว่าปีที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาดวงตาสีทองขุ่น สีที่ไม่มีในม่านตาของมนุษย์ปกติ
"เ้ามาเองโดยไม่ให้คนอื่นรู้" เสียงนั้นพูดน้ำเสียงที่ลึกกว่าที่ร่างนั้นควรมี "นักล่าที่ดี"
"ข้าไม่ใช่นักล่า" เซิ่นอวี๋พูด ดาบ หยินซาเปลือยออกในมือขวา "ข้าแค่รู้ว่าเ้าจะมาหาหลิงซางก่อน และข้า้าให้หลิงซางมีเวลา"
"เวลาทำอะไร"
"เวลาเตรียมตัว" เซิ่นอวี๋พูด "เ้าส่งสิ่งที่อยู่ในหยูหลานไปแล้วข้ารู้ เ้าคิดว่าจะแยกเราออกจากกัน แต่เ้าลืมบางสิ่ง"
"อะไร"
"สายใยที่เชื่อมระหว่างผู้เยียวยาและผู้ผนึก" เซิ่นอวี๋พูดรอยแผลเป็ที่ข้อมือซ้ายเรืองขึ้นสว่าง "มันไม่ได้ขาดเพราะระยะห่าง"
ในขณะที่พูดเขารู้สึกถึงบางสิ่งที่หลิงซางส่งมาผ่านสายใยนั้น ไม่ใช่คำพูด ไม่ใช่ภาพแต่เป็ความรู้สึก
ความมั่นคง
ความอุ่น
การบอกว่า ข้าอยู่ที่นี่ข้ารู้ว่าเ้าอยู่ที่ไหน
เซิ่นอวี๋ยิ้มรอยยิ้มที่จริงที่สุดในทุกรอยยิ้มที่เขาเคยยิ้ม
แล้วก็ก้าวเข้าหาอสูรในร่างพ่อค้า
การต่อสู้ที่ลานหลังโรงหมอไม่ใช่การต่อสู้ด้วยกำลัง
มันคือการต่อสู้ด้วยความเร็วและความแม่นยำเซิ่นอวี๋ไม่ได้พยายามทำลายร่างที่อสูรใช้ ร่างนั้นยังเป็มนุษย์ที่ถูกเข้าสิงพ่อค้าที่ไม่ได้เลือกสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
เขาพยายามตรึงดาบ หยินซาขีดรูปแบบผนึกในอากาศตามที่ฝึกมา สร้างขอบเขตที่บังคับให้อสูรออกมาจากร่างนั้น
แต่อสูรนั้นฉลาด มันรู้ว่าเซิ่นอวี๋กำลังทำอะไรและมันต่อต้าน
"เ้าคิดว่าคนเดียวจะชนะข้าได้หรือ"
"ข้าไม่ได้สู้คนเดียว" เซิ่นอวี๋พูด ดาบยังเคลื่อนไหวต่อ
และในเวลานั้น
แสงสีขาวปรากฏขึ้นที่ขอบลาน
หลิงซางก้าวออกมาจากทางเดินด้านในดาบสีขาวในมือ กุ้ยหยูดอกหิมะเรืองสว่างที่เอว แสงสีขาวรอบตัวเขาชัดเจนในแสงเช้า
ร่างที่เรียกตัวเองว่าหยูหลานเดินตามมาข้างหลังแต่หยุดอยู่ที่ประตู ถูกขอบของแสงขาวที่หลิงซางแผ่ออกมาหยุดไว้
ดวงตาของร่างนั้นมองจากหลิงซางไปยังเซิ่นอวี๋แล้วก็กลับมาที่หลิงซาง
"มาพร้อมกัน" มันพูด เสียงที่ซ้อนกันสองชั้น "ดีกว่าที่คิด"
"เราบอกแล้ว" หลิงซางพูดเสียงเ็าราวหิมะในแบบที่ดีที่สุด "สายใยนั้นไม่ได้ขาดเพราะระยะห่าง"
สองคนยืนอยู่ในลานเดียวกัน ไม่ติดกันแต่รู้ตำแหน่งของกันและกันอย่างชัดเจน ราวกับว่าแม้จะมองไม่เห็นก็ยังรู้ว่าอีกคนอยู่ที่ไหน
อสูรในสองร่างเคลื่อนไหวพร้อมกัน
และสองคนก็เคลื่อนไหวพร้อมกันเช่นกัน
ในอากาศเหนือลานนั้น สองแสงปรากฏขึ้น
แสงสีขาวจากดาบของหลิงซางและกุ้ยหยูดอกหิมะไหลออกมาแผ่กว้าง
แสงสีเงินจากดาบ หยินซาและรอยแผลเป็ที่ข้อมือซ้ายของเซิ่นอวี๋ เคลื่อนไหวเป็รูปแบบที่ซับซ้อน
สองแสงพบกันกลางอากาศพันเข้าหากันในแบบที่ไม่ตั้งใจและไม่ได้วางแผนแต่เกิดขึ้นเองราวกับว่ามันรู้จักกันมานาน
พลังสองประเภทที่รวมกันนั้น มันไม่ใช่แค่ผลรวมของสอง
มันคืออะไรบางอย่างที่สามสิบที่ขาดไปได้กลับมา พลังสื่อกลางที่เชื่อมการรักษากับการผนึกที่ทำให้ทั้งสองสามารถส่งพลังผ่านสายใยระหว่างพวกเขาได้โดยตรง
อสูรในทั้งสองร่างหยุดนิ่ง
ครั้งแรกในการต่อสู้นี้ มันหยุด
"เป็ไปไม่ได้"
"เป็ไปได้" เซิ่นอวี๋พูด ดาบ หยินซา ยกขึ้นแสงสีเงินสว่างขึ้นเต็มที่ "เพราะในห้าสิบปีที่เ้าเฝ้ารอเ้าลืมคิดถึงสิ่งหนึ่ง"
"อะไร" อสูรถาม
"ว่าสายใยนั้นจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆตราบที่สองคนยังเวียนว่ายกลับมาพบกัน" หลิงซางพูด ดาบสีขาวยกขึ้น "และเราเลือกแล้ว"
แสงะเิออกจากทั้งสองคนพร้อมกัน
สิ่งที่เกิดขึ้นในลานนั้นนั้นถ้าหากมีคนมองจากด้านนอก จะเห็นแค่แสงขาวและแสงเงินที่วนรอบกัน สว่างขึ้น หนาขึ้นจากนั้นแผ่ออกเป็วงกลมที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ
ข้างในวงกลมนั้น
อสูรที่อยู่ในร่างของหยูหลานและพ่อค้าถูกดึงออกมาจากร่างทั้งสอง ไม่ใช่การฉีกออก แต่เป็การปลด พลังสื่อกลางของเซิ่นอวี๋เปิดช่องทางให้มันออกมาพลังเยียวยาของหลิงซางซ่อมแซมสิ่งที่มันทำร้ายไว้ในร่างนั้นและพลังดาบผนึกของเซิ่นอวี๋กำหนดทิศทางไม่ให้มันหนี
อสูรนั้นปรากฏตัวในอากาศเป็ครั้งแรก ไม่มีรูปร่างชัดเจนแค่เป็ความมืดที่ขยับ ความมืดที่มีอายุห้าสิบปีกว่าของการสะสม
"เ้าจะทำอะไรกับข้า"
"ส่งเ้ากลับ" หลิงซางพูด "ไปที่ที่เ้ามาไม่ใช่การทำลาย แต่เป็การคืนสู่ที่ที่ควรอยู่"
"ข้าไม่้ากลับ"
"สิ่งที่เ้า้าไม่สำคัญ" เซิ่นอวี๋พูดรอยแผลเป็สว่างที่สุดที่เคย "สิ่งที่ถูกต้องคือสิ่งที่จะเกิดขึ้น"
แสงสองสีปิดล้อมความมืดนั้นเข้า
และความมืดนั้นก็ไม่มีที่ไป
กระบวนการนั้นใช้เวลาไม่นาน
แต่ทุกวินาทีของมันหนักราวกับหลายชั่วยาม
เมื่อมันจบลง
ลานหลังโรงหมอเงียบสนิทแสงเช้าที่ปกติสาดลงมาในแบบที่ปกติ ลมพัดเบาๆ กลิ่นสมุนไพรจากสวนหลังโรงหมอลอยมา
ร่างของหยูหลานและพ่อค้าหมดสติอยู่ที่พื้น มีชีวิตหายใจ แต่หมดสติ
หลิงซางเดินไปคุกเข่าลงตรวจทั้งสองทันที
เซิ่นอวี๋ยืนอยู่กลางลาน ดาบ หยินซายังอยู่ในมือ รอยแผลเป็ที่ดับลงแล้วแต่ยังอุ่นอยู่ลมหายใจหนักกว่าปกติแต่สม่ำเสมอ
"หายดีไหม" หลิงซางถามจากที่ที่เขาคุกเข่าอยู่ไม่หันมา
"เหนื่อยหน่อย" เซิ่นอวี๋ตอบ
"นั่งลง"
"ข้ายืนได้"
"นั่งลง เซิ่นอวี๋"
เสียงที่เรียบราบแต่ไม่มีพื้นที่สำหรับการโต้แย้ง
เซิ่นอวี๋นั่งลงบนขั้นบันได
หลิงซางตรวจหยูหลานและพ่อค้าจนเสร็จ ลุกขึ้นเดินมานั่งข้างๆ เซิ่นอวี๋ หยิบข้อมือซ้ายขึ้นมาตรวจ วางฝ่ามือทับ แสงสีขาวเบาๆเรืองออกมา
"ไม่เป็อะไร" หลิงซางบอก เสียงที่อ่อนกว่าปกติ "แต่พักก่อน"
เซิ่นอวี๋มองมือที่ยังวางอยู่บนข้อมือของเขา
"ท่านหมอไม่เป็อะไรใช่ไหม"
"ข้าไม่เป็อะไร"
"แน่ใจ?"
"แน่ใจ" หลิงซางตอบ
แต่ไม่ปล่อยมือออกจากข้อมือของเซิ่นอวี๋
และเซิ่นอวี๋ก็ไม่บอกให้ปล่อย
♥️สายใยระหว่างผู้เยียวยาและผู้ผนึก♥️
"เส้นด้ายระหว่างพวกเขา ไม่ได้ถูกผูกไว้ แต่งอกขึ้นมาเอง
เมื่อสองิญญาเข้าใกล้กันพอแล้ว เส้นนั้นก็งอกขึ้นเอง
เส้นแบบนั้นตัดไม่ขาด เพราะเ้าไม่อาจตัดสิ่งที่งอกมาจากิญญา ไม่ใช่ตัดไม่ขาดแต่มันเป็ส่วนหนึ่งของตัวเ้าอยู่แล้ว เ้าตัดส่วนหนึ่งของตัวเองออกไปไม่ได้"
♥️ "คำว่า 'ข้าอยู่ที่นี่'คือสามคำที่สั้นที่สุดในโลก และก็คือสามคำที่ยาวที่สุดในโลก สั้นในเวลาที่พูดออกมายาวในเวลาที่เหลืออยู่หลังจากพูดแล้ว" ♥️
..สุสาส์นราคะ...