“ห้าล้าน! คุณอาเล่นพนันเสียเงินไปห้าล้าน!ทำไมคุณอาไม่เอาบ้านเอารถไปเข้าธนาคารละคะ? ทำไมต้องให้ปรายมาที่นี่”
“อาหมุนเงินไม่ทันหรอกทั้งบ้านทั้งรถก็ติดไฟแนนซ์ไปหมดแล้ว ปรายต้องช่วยอานะ”
“จะช่วยอายังไงคะปรายไม่มีเงินขนาดนั้นหรอกค่ะ”
“ก็หนูไง”
“อะไรนะคะปรายไม่เข้าใจ”
“ก็เอาตัวปรายไปใช้หนี้แทนก่อนไง”
“คุณหมายขายปรายใช้หนี้เหรอคะ”
“อย่าพูดแบบนั้นซิอาเองก็เสียใจนะ แต่มันจำเป็จริงๆ เสี่ยเขาเป็คนดี ทำตัวดีๆ เดี๋ยวเขาก็ปล่อยตัวปรายเองนั้นแหละ”
“คนดีที่ไหนเขาทำกันแบบนี้ค่ะ” คราวนี้เธอขึ้นเสียงและรู้สึกได้ว่ามีคนกำลังจะเข้ามา
ไม่มีเวลาให้คิดต่อรองใดๆทั้งนั้น ไปรยาคว้ากระเป๋าตัวเองได้ก็อาศัยจังหวะที่ประตูเปิดออก เธอแทรกตัวออกไปทันทีวิ่งไปตามทาง ได้ยินเสียงะโเรียกไล่หลัง คิดว่าวิ่งแบบนี้อีกฝ่ายต้องตามทันแน่ๆบังเอิญเธอเห็นประตูห้องพักห้องหนึ่งเปิดแง้มไว้เธอจึงแทรกเข้าไปและแอบมองเห็นคนที่วิ่งไล่ตาม3-4คนวิ่งเลยไป ยังไม่ทันได้ถอนหายใจก็รู้สึกว่าในห้องไม่ได้มีเธออยู่คนเดียว
“เจนนี่ส่งมาใช่ไหม”
ไปรยาจำน้ำเสียงดุดันของเขาได้เธอนี่ช่างหนีเสือปะจระเข้เสียจริงยิ่งเห็นว่าเขามีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวกันท่อนล่าง ก็เล่นเอาเธอเผลอร้องใไปเหมือนกัน แต่พอคิดว่าอาแท้ๆ พาเธอมาขายเธอเป็นางบำเรอใช้หนี้การพนันห้าล้านบาท แม้จะถูกเลี้ยงดูมาในฐานะลูกคนหนึ่ง แต่ให้ขายตัวใช้หนี้แบบนี้เธอต้องหนีสถานเดียวเท่านั้น! เธอจึงแอบอ้างเป็แม่บ้านที่เขาทึกทักว่าเธอเป็ไป
หญิงสาวค่อยๆกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของตัวเองไปจนหมดชาม ไม่รู้ชีวิตต้องเจออะไรอีกบ้าง แต่ยังไงตอนนี้เธอต้องหาทางเอาตัวรอดก่อนถ้าเป็หนี้เพราะเื่อื่นเธออาจจะหาหนทางช่วยได้แต่หนี้จากการพนันเธอไม่อยากคิดเลยว่า เท่าไหร่?มันถึงจะพอ และจุดจบของผู้หญิงที่ถูกส่งมาใช้หนี้จะเป็อย่างไร
เอาเถอะตอนนี้สวมรอยเป็แม่บ้านไปก่อนเื่ทำงานบ้านเธอไม่มีปัญหาอะไรเพราะมันก็หน้าที่หลักของเธอในบ้านของอาธงชัยอยู่แล้ว ค่อยหาทางพูดกับเขาเผื่อเขาจะเข้าใจส่วนจะหาทางออกยังไงค่อยว่ากันอีกที ไปรยาเก็บถ้วยชามไปล้างและเตรียมตัวเข้านอน
ภูมิพยัตหลับเอาเกือบสว่างนอนพลิกตัวไปมาคิดถึงแม่บ้านตัวเล็กจิ๋วที่รับมาทำงานที่บ้านดูท่าทางไม่เหมือนแม่บ้านทั่วๆไป ไม่ค่อยมั่นใจว่าเจนนี่ส่งผู้หญิงแบบไหนมาให้ จะไว้ใจได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ร้อยทั้งร้อยจ้างมาทำงานที่ไหร่อยากได้แต่งานสบายบนเตียงอย่างเดียว หรือไม่ก็หวังจะได้เป็คุณนายอยากจับเขาเสียนี่ เห็นตัวเล็กๆดูใส่ซื่อก็ไม่รู้ว่าจะซ่อนเขี้ยวเล็บอะไรไว้ หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเตรียมเข้าไปในโรงงานแล้ว เขาก็เดินลงมาชั้นล่างได้กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นก็นึกประหลาดใจไม่ได้
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณพยัต”
“เอ่อ...”เขาไม่คุ้นชินกับคำทักทายตอนเช้า แต่ก็เดินมาที่โต๊ะอาหารกลางครัว
“พอดีมีแค่ขนมปังปิ้งกับไข่ดาวปรายก็เลยทำไว้ให้คุณค่ะ นี่กาแฟดำค่ะ คิดว่าคุณคงดื่มกาแฟไม่ใส่น้ำตาล”
“ขอบใจ”เขานั่งลงและยกกาแฟขึ้นดื่ม
“คุณควรอธิบายขอบเขตงานของฉันนะคะ”
“คุณนี่ใจร้อนดีเหมือนกันนะ” ภูมิพยัตหยิบขนมปังปิ้งขึ้นมากัดกิน“บ้านผมไม่มีเครื่องปิ้งขนมปัง คุณทำยังไง”
“ก็ใช้กระทะไงค่ะ” ไปรยาขมวดคิ้ว นี่คำถามทดสอบหรือเปล่านะ
“เจนนี่บอกอะไรคุณบ้าง”เขาเริ่มจัดการไข่ดาวในจาน
“ก็ไม่ได้บอกอะไรเป็พิเศษค่ะ”
“บอกผมว่าเจนนี้บอกอะไรคุณ”
“ก็คุณ้าแม่บ้านไงคะก็แค่นั้น” ไปรยากลืนน้ำลายลงคอ น้ำเสียงเฉียบขาดของเขาไม่เหมาะที่จะสารภาพความจริงในตอนนี้แน่ๆ
“ไม่มีอย่างอื่น”
“ไม่ค่ะไม่มี” เธอยืนยัน
“ก็ดี” เอาเถอะถ้าทำงานได้ดีค่อยจ่ายค่านายหน้าเจนนี่ไป แต่ถ้าอยู่ไม่รอดหรือทำอะไรเกิดหน้าที่เจนนี่ตายสถานเดียวเท่านั้น!
“เอาล่ะผม้าแม่บ้านดูแลบ้านผมก็คือหลังนี้ กับบ้านของพ่อกับแม่หลังโน้น”เขาพยักหน้าไปหน้าต่าง
“ค่ะ”เธอมองตามแล้วก็เห็นเรือนหลังใหญ่ใกล้ๆกัน
“เมื่อก่อนป้าประนอมเป็แม่บ้านดูแลบ้านสองหลังนี้ ทำงานมาเกือบยี่สิบปีแล้วแต่ตอนนี้ลาออกไปเลี้ยงหลาน ผมเลยต้องหาแม่บ้านมาทำงานแทน อาจจะดูเหมือนงานหนักไปหน่อยที่ต้องดูแลบ้านสองหลังแต่เรือนหลังใหญ่ไปทำความสะอาดทุกสามวัน ส่วนอาหารบางวันแม่ผมจะทำเอง คุณก็คอยดูท่านแต่ถ้ามื้อไหนไม่ทำ คุณก็จัดการได้พ่อผมเป็เบาหวานเื่อาหารต้องดูแลเป็พิเศษ จะมีคู่มืออยู่เดี๋ยวผมหาให้ เสื้อผ้าก็มีเครื่องซักผ้า อันไหนควรรีดก็รีดอันไหนไม่ต้องรีดก็พับให้เรียบร้อย ผมไม่เลี้ยงหมาแมวไม่มีเด็ก คุณคิดว่าไหวหรือเปล่า”
“ไหวค่ะ”
“ตอบเร็วจริงคิดก่อนก็ได้นะ” เขาส่ายหน้าไปมา
“ฉันตอบอย่างที่คิดว่าตัวเองคิดนี่ค่ะ” เธอเม้มปากอย่างไม่พอใจ
“เอาล่ะผมจะพาคุณไปแนะนำกับพ่อแม่ก่อนจะได้ไปโรงงานเสียที”
“โรงงาน?”
“อ้าวเจนนี่ไม่บอกเรอะ จริงซิ เมื่อคืนก็มาดึกนี่คงไม่ทันเห็น ผมเป็เ้าของโรงงานแปรรูปไม้ยางพาราอยู่ห่างจากบ้านไปประมาณสามกิโลเมตร อ้อเอาเบอร์มือถือคุณมาหน่อยซิ เผื่อมีอะไรด่วน”
ไปรยากำลังจะบอกเบอร์มือถือตัวเองไปแล้วก็หุบปากเสียเขาเห็นเงียบไปก็แปลกใจ
“มีอะไรรึ”
“ฉันไม่มีมือถือค่ะคือ...มันพังฉันไม่มีเงินซ่อม”
“ยากจนจริงนะ” เขาเค้นเสียงในลำคอเหมือนไม่ค่อยเชื่อนักแต่ก็เดินไปหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าที่ยังใช้ได้อยู่ส่งให้“เครื่องสำรองของผม มันมีเบอร์เดียวคือเบอร์ผมอยู่ในนั้นชาร์จแบตไว้ใช้ไปก่อนก็แล้ว” ไปรยายกมือไหว้ก่อนรับของ
“เฮ้ย!ไม่ต้องไหว้ก็ได้”
“แม่สอนว่ารับของผู้ใหญ่ให้ยกมือไหว้” เธอทำหน้าแปลกใจที่เขาบอกเธอไม่ต้องไหว้ก็ได้
“เก็บไปไหว้คนแก่กว่าเถอะ
“ก็คุณไงคะ”
“ผมแค่สามสิบสอง”
ไปรยานับนิ้ว“ก็แก่กว่าปรายตั้งแปดปีนี่คะ”
“เอาเป็ว่าไหว้คนอื่นไม่ต้องไหว้ผม”
“ก็ได้ค่ะ”
เธอแอบถอนหายใจ‘ท่าทางเอาใจยากจริงๆตาบอสคนนี้’ แล้วเดินตามเขามาที่บ้านหลังใหญ่ บ้านสวยเหมือนซ่อนตัวไม่ให้ใครรู้จักไปรยาอดยิ้มไม่ได้กับความร่มรื่นจากต้นไม้น้อยใหญ่รอบบ้าน เธอฝันเหลือเกินถ้ามีบ้านจะปลูกต้นไม้เยอะๆแบบนี้
ภูมิพยัตเพิ่งสังเกตคนตัวเล็กเต็มๆตา ดูจากสายตาแล้วเธอน่าจะสูงแค่160เิเ รูปร่างเล็กผอมบางผิวขาวดูราวกับตุ๊กตากระเบื้องที่พร้อมจะแตกได้ ผมยาวเหยียดตรงนั้นถูกรวบไว้ด้านหลังเธอสวมชุดกระโปรง ดูเหมือนคนมาเที่ยวมากกว่ามาทำงานบ้านด้วยซ้ำ
“พ่อครับแม่ครับ อยู่ไหนกันเอ่ย” เขาถามทันทีที่เปิดประตูบ้านชายหนุ่มเดาว่าน่าจะอยู่สวนย่อมที่ตอนเช้าพ่อมักจะนั่งอ่านหนังสือพิมพ์พร้อมดื่มกาแฟไปด้วย เมื่อเดินไปก็เห็นพ่อนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ส่วนแม่ยกชามข้าวต้มมาพอดี เป็ไปตามคาดพ่อกับแม่ดูจะประหลาดใจกับคนที่เขาพามาด้วย
“ไอ้เสือนี่เอ็งพาเมียมาให้พ่อแม่รู้จักแล้วเรอะ!”
คำพูดของชายวันหกสิบเจ็ดทำเอาไปรยาหน้าแดงขึ้นมาทันที เธอยกมือขึ้นโบกไปมาปฏิเสธทันที
“ไม่ใช่ค่ะหนูเป็แม่บ้านค่ะ”
“ตายจริง!ตาภูมิ ไปเอาน้องมาจากไหน ตัวเล็กๆแบบนี้จะเป็แม่บ้านได้ไงเป็แฟนก็บอกมาเถอะ อายุขนาดนี้แล้วพ่อกับแม่รับได้”
ภูมิพยัตยกมือขึ้นกุมขมับเห็นแบบนี้พ่อกับแม่ของเขาอารมณ์ดีชอบหยอดมุขให้ชงตามไม่ทันหลายครั้งก็มี พ่อมักจะเรียกเขาว่า ‘ไอ้เสือ’ ส่วนแม่จะเห็นเขาเป็เด็กเรียบร้อยเรียก ‘ภูมิ’ แต่ก็มีแค่สองคนนี้เท่านั้นที่เรียกเขาได้แบบนี้สำหรับคนอื่นแล้วเขาคือ ‘ภูมิพยัต’ที่ทุกคนยำเกรงและมีสิทธิ์เรียกเขาว่าคุณพยัตเท่านั้น