ตอนที่ 32: ด่านฝู่หลง
ณ.สำนักเย่วจี
คืนก่อนวันประกาศรายชื่อตัวแทนสำนัก ณ บริเวณโรงโอสถ
“รอข้าก่อนนะ ข้าเข้าไปเอาของสักครู่” ยอนมินบอกฤทธาที่เดินมาด้วยกัน
ฤทธาเดินไปดูสวนสมุนไพร ขณะที่ยอนมินเดินเข้าไปที่โรงโอสถ ่เวลาไม่นานที่ฤทธานั่งพักแถวสวนนั้น เขาเห็นอาจารย์ฝ่ายคุมกฎหลายคนมุ่งมาที่โรงโอสถ แล้วเข้าไปในนั้น ฤทธารู้สึกไม่ปรกติเลยเดินตามไปดู เมื่อเขาเดินเข้าไปก็เห็นว่ายอนมินถูกจับกุมอยู่
“เกิดเื่อะไรขึ้น” ฤทธาถามยอนมินที่กำลังหน้าเสีย
“เข้าใจผิด ทุกอย่างเป็เื่เข้าใจผิด ข้า..ข้าไม่ได้..” ยอนมินยังพูดไม่ทันจบ
อาจารย์ หว่านไจ๋ก็เดินเข้ามา
“จะเข้าใจผิดอย่างไร ในเมื่อข้าเห็นกับตา”
อาจารย์หว่านไจ๋กล่าวแล้วมองมาที่ผู้คุมกฎ
“นำไปที่หอกุมกฎแล้วสอบสวนเถอะ ถ้าเ้าไม่ผิดก็ไม่ต้องกลัว”
อาจารย์หว่าไจ๋พยักหน้าให้พาตัวไป
ยอนมินหันมองฤทธา
“ไม่ต้องกลัวถ้าเ้าไม่ได้กระทำผิด ทุกอย่างจะต้องคลี่คลาย ข้าจะรีบไปแจ้งอาจารย์” ฤทธาให้กำลังใจยอนมิน ยอนมินค่อยรู้สึกผ่อนคลายลง ฤทธารีบวิ่งออกไปที่ตึกดำ
ปัจจุบัน…
หลังการแข่งสี่สำนักจบลง บนเวที ทีมสำนักเย่วจีกำลังรับรางวัล
“ยินดีด้วยนะทุกคน” ยอนมินพูดเบา ๆ พร้อมปาดน้ำตาที่ไหลมาบนแก้ม
“กลับกันเถอะลูก พวกเรายังต้องเก็บของอีก” พ่อและแม่ยอนมินเดินมาปลอบลูกชาย
เสียงปรบมือดังกระหึ่มทั่วลานพิธีที่อยู่ใจกลางเมืองเบื้องหน้าหอิญญายุทธ์
รางวัลถูกมอบครบแล้ว เหรียญเกียรติยศ ป้ายพิเศษ เครื่องราง และโอสถ
ศิษย์นับพันจากทั้งสี่สำนัก ยืนเรียงแถวชื่นชมเหล่าผู้ชนะ ด้วยแววตาชื่นชมและอิจฉา
เฟรด้าสังเกตเห็นเด็กหนุ่มทีมที่ได้ที่หนึ่ง เหมือนเธอเคยเจอที่ไหนมาก่อน แต่นึกไม่ออกเลยไม่ได้สนใจอะไร
พวกเด็ก ๆ กำลังลงจากเวที ฤทธาสังเกตเห็นหลังคนคนหนึ่ง ที่กำลังเดินจากไปกับครอบครัว เหมือนครอบครัวอื่น ๆ ที่เข้ามาชมการแข่งขัน
“ยอนมิน” ฤทธานึกในใจ เขาจำแผ่นหลังนั้นได้ แล้วฤทธาก็เริ่มสังเกตเห็นเหตุการณ์ผิดปรกติ
เริ่มมีคนวิ่งเข้ามารายงานอะไรบางอย่างกับสี่มหาอำนาจ ราชวงศ์ ภาคีโอสถ สมาคมการค้า และหอิญญายุทธ์
บนเวทีหลัก ตรงกลางมีเก้าอี้ไม้แกะสลักเรียงเป็ครึ่งวงกลม
บุคคลสำคัญของทวีปตะวันตกนั่งประจำที่ เ้าสำนักทั้งสี่ ผู้สืบทอดหอคอยิญญายุทธ์
เ้าเมืองซานหยิน และตัวแทนจากราชสำนักเทียนหวัง
เ้าสำนักเย่วจีลุกขึ้นจากที่นั่งช้า ๆ
เตรียมจะกล่าวคำอำลาและชี้นำศิษย์รุ่นใหม่ถึงเส้นทางเบื้องหน้า
สายลมเอื่อยพลิ้ว ผืนธงของแต่ละสำนักสะบัดไหว
ทันใดนั้น
เสียงฝีเท้าวิ่งกระแทกพื้นลานดังขึ้นแหวกความสงบ
“หยุดพิธีเดี๋ยวนี้!!” เสียงชายหนุ่มชุดองครักษ์กระหืดกระหอบ
มือข้างหนึ่งถือแผ่นยันต์ข่าวที่ยังคุกรุ่นด้วยพลังเวท
“ทวีปตะวันตก... เมืองฝู่หลง... ถูกโจมตี!” คำพูดสั้น ๆ นั้นทำให้ทั้งลานแทบหยุดหายใจ
“คลื่นสัตว์อสูรกว่าห้าหมื่นตัว นำโดยทัพปีศาจ กำลังโจมตีจากรอบนอกของเมืองฝู่หลง ค่ายป้องกันล่มไปแล้วหนึ่งแนว!กำลังซ่อมแซม ประตูทิศตะวันตกถูกโจมตีหนัก”
เ้าสำนักเทียนหลงลุกพรวด ใบหน้าที่เคยนิ่งเฉยกลับเปลี่ยนเป็สีขาวซีด
“นี่มัน… ศึกนี้เปิดหน้าชัดเจน! พวกมันพร้อมกันขนาดนี้ได้ยังไง…”
ตัวแทนราชสำนักหันไปกระซิบกับรองแม่ทัพอย่างเร่งด่วน
“วงเวทเคลื่อนย้ายจากเมืองหลวงล่ะ?”
เสียงผู้าุโจากสำนักชิงเหอทวีปตะวันออกถามอย่างรีบร้อน
“ไม่ได้! เมืองฝู่หลงไม่มีวงแหวนเคลื่อนย้ายั้แ่เริ่มวางระบบ มันเป็เมืองป้อมปราการ ถ้าศัตรูยึดได้แล้วเคลื่อนย้ายเข้าเมืองหลวงตรง ๆ ทุกอย่างจะจบ”
ไป๋ิเ้าสำนักเย่วจีอธิบาย
ทุกสายตาหันขวับไปยังเ้าเมืองซานหยินที่ลุกขึ้นมา
“เราต้องใช้วงเวทไปที่อาณาจักรเทียนหวัง แล้วใช้เรือเหาะเร็วพิเศษ ใช้เวลาครึ่งวัน! ไปที่ฝู่หลง” เ้าเมืองซานหยินที่อดีตเคยประจำการที่นั่นบอกแผนเดินทาง
จากนั้นองค์ชายใหญ่ก็มีคำสั่ง “ส่งสารไปยังเมืองในทวีปเราเมืองจินหลิง เมืองซูฮวา และเมืองซื่อเฉิน ให้เข้าสู่ภาวะเตรียมรบขั้นสูงสุด! ปิดเส้นทางพาณิชย์ทั้งหมด! แล้วเตรียมแผนสนับสนุนทวีปตะวันตก”
รองแม่ทัพรับคำสั่ง แล้วรีบไปดำเนินการ
“เชิญทุกท่านไปหารือกันที่ศูนย์บัญชาการทหาร ที่เมืองหลวงอาณาจักรไห่หลงกันก่อน ไม่นานคงมีราชโองการลงมา”
องค์ชายใหญ่บอกทุกคนที่กำลังสับสน ทุกคนประคองหมัดรับคำสั่งองค์ชายใหญ่
ผู้าุโหอิญญายุทธ์ รีบเข้ามาหาผู้สืบทอดหอฯ
บรรยากาศเปลี่ยนเป็วุ่นวายในพริบตา เหล่าศิษย์เริ่มส่งเสียงแตกตื่น
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงเริ่มเคลื่อนตัวแยกย้าย
หอคอยิญญายุทธ์ส่งสัญญาณเวทสีแดงขึ้นฟ้า
“เตรียมเข้าสู่การสนับสนุนา”
ผู้สืบทอดหอิญญายุทธ์กล่าวกับผู้าุโ
ฤทธาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่หม่นลงทันที แม้ไม่มีเมฆดำแต่เขากลับรู้สึกได้ถึงา ที่เริ่มแผ่ปกคลุมทั่วทั้งทวีปอย่างช้า ๆ ...
“ด่านฝู่หลง...จะเอาอยู่ไหมนะ?”
เขาพึมพำ ก่อนสายตาจะเหลือบไปมอง ‘ป้ายคำสั่งพิเศษ’ ที่เพิ่งได้รับจากเ้าสำนัก
ในนั้นมีตราประทับหอคอยิญญายุทธ์อยู่ด้วย...
ณ.ด่านฝู่หลง ทวีปตะวันตก
กองทัพสัตว์อสูรหลายร้อยสายพันธุ์ทั้งบนบก และบนท้องฟ้าอีกมากมายกำลังโจมตีมาที่ป้อมปราการ
ค่ายกลเกราะป้องกันเมืองชั้นนอกถูกทำลายแล้ว ผู้คนรีบอพยพเข้าเมืองชั้นใน ทหารบนกำแพงกำลังป้องกันเต็มที่
พวกจอมยุทธ์หลายสิบคนสร้างค่ายกลิญญา ยิงพวกบินได้บนท้องฟ้า อีกหลายสิบคนก็สู้อยู่นอกกำแพง…
ห่างออกไปทางด้านนอกกำแพง ปีศาจกลุ่มหนึ่งที่อยู่บนหลังสัตว์ขี่ กำลังมองดูด้วยความสะใจ พร้อมส่งสายตาไปหาอีกตัวหนึ่ง ปีศาจอีกตัวพยักหน้ารับแล้วปลีกตัวออกไป