องค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 112 โต้แย้ง

            "จิ้งซู เจ้าช่างงดงามถึงเพียงนี้แต่เหตุใดบางคนกลับตาต่ำ มองไม่เห็นค่าไปคว้าเอาเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาเชยชมได้" อูซื่อเหลือบมองอันซิ่วเอ๋อร์พลางแสร้งถอนหายใจ

            สีหน้าเย่จิ้งซูซีดเผือดลงทันที นางฝืนยิ้มท่าทางนั้นดูน่าสงสารยิ่งกว่าดอกสาลี่ต้องฝน "ฮูหยินกล่าวเกินไปแล้วเจ้าค่ะแม่นางอันทั้งฉลาดและงดงามกว่าจิ้งซูมากนัก"

            "หึ ถ้าเจ้าได้เป็นสะใภ้ข้ามีรึข้าจะไม่จัดขบวนเกี้ยวแปดคนหามไปรับเข้าบ้าน เสียดายแต่บางคนมันไม่เห็นคุณค่า"อูซื่อเหลือบตามองจางเจิ้นอัน

            จางเจิ้นอันเพียงยิ้มเย็น"ถ้าท่านแม่อยากได้แม่นางเย่มาเป็นสะใภ้นักก็ให้เจิ้นผิงแต่งนางเข้าบ้านเสียก็หมดเรื่อง ไม่ต้องมาพูดเรื่องนี้กับข้า"

            "นางเป็นคู่หมั้นของเจ้า!สัญญาหมั้นยังไม่ได้ถอนเจ้ากลับไปคว้าเด็กที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ไหนมาก็ไม่รู้มาบอกว่าเป็นภรรยาเจ้าจะเอาหน้าตระกูลจางไปไว้ที่ไหน!" อูซื่อเผลอตวาดเสียงดังออกมา

            อันซิ่วเอ๋อร์ขยับเข้าไปยืนชิดจางเจิ้นอันมากขึ้นนางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยสบเข้ากับสายตาของเย่จิ้งซูที่กำลังมองจางเจิ้นอันอย่างเปี่ยมรักหญิงสาวผู้นี้งดงามจริง ดวงตาคู่นั้นใสดุจน้ำในฤดูสารท แฝงแววอ่อนหวานชวนหลงใหลผู้ใดได้สบตาคงแทบละลาย

            อันซิ่วเอ๋อร์รู้สึกถึงความแตกต่างก้มหน้าลง

            อูซื่อบอกว่านางเป็นคู่หมั้นของเขานี่มันเรื่องอะไรกัน?

            นางจำได้ว่าเคยถามเขาแล้วเขาบอกว่าไม่มีคู่หมั้น

            อันซิ่วเอ๋อร์หันไปมองจางเจิ้นอันแต่เขากำลังจ้องหน้าอูซื่อ กล่าวว่า "วันนี้เราไม่ได้มาเพื่อพูดเรื่องนี้อดีตก็คืออดีต จะรื้อฟื้นขึ้นมาทำไม หากไม่มีอะไรแล้ว ลูกขอตัว"

            "เดี๋ยว!" พอเห็นจางเจิ้นอันจะพาอันซิ่วเอ๋อร์ไป อูซื่อก็ร้องห้ามไว้รอจนเขาหันกลับมาจึงกล่าว "เดี๋ยวนี้แค่จะอยู่คุยกับแม่สักครู่ก็ไม่ได้แล้วรึ?ไหนๆ เจ้าก็พาสตรีคนนี้กลับมาแล้ว ข้าก็อยากจะคุยกับนางสักหน่อยทำความรู้จักกันไว้"

            อูซื่อเปลี่ยนท่าทีเป็นอ่อนโยนขึ้นทันควันจางเจิ้นอันกับอันซิ่วเอ๋อร์สบตากัน ต่างเห็นแววไม่ไว้วางใจในดวงตาของอีกฝ่าย

            "อะไรกัน แค่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้แม่ขอเจ้าไม่ได้เชียวหรือ?" อูซื่อยักคิ้วดวงตาฉายแววถือดี

            อย่างไรเสียนางก็เป็นมารดาอยู่คุยด้วยสักหน่อยคงไม่เป็นไร จางเจิ้นอันจึงพยักหน้า"ท่านแม่มีอะไรจะพูด ก็ว่ามาเถิดขอรับ"

            "พวกเจ้านั่งลงก่อนเถอะไม่ได้เจอกันตั้งนาน คุยกันดีๆ หน่อย" อูซื่อโบกมือชี้ไปยังที่นั่งว่าง

            อันซิ่วเอ๋อร์กับจางเจิ้นอันเพิ่งนั่งลงยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็มีคนเข้ามารายงานว่าท่านผู้อาวุโสในตระกูลเชิญคุณชายใหญ่ไปพบ อูซื่อได้ยินดังนั้นก็กล่าวทันที"เจิ้นอัน ในเมื่อท่านอาวุโสเรียกหา เจ้าก็รีบไปเถอะเรื่องของพวกท่านสำคัญกว่า"

            จางเจิ้นอันลังเลใจเกรงว่าอันซิ่วเอ๋อร์จะถูกรังแก อูซื่อมองออกว่าเขากังวลอะไร จึงเหลือบตามอง"ทำไม กลัวแม่จะรังแกสตรีของเจ้ารึไง?"

            จางเจิ้นอันนิ่งเงียบ อูซื่อจึงกล่าวต่อ"เจ้าวางใจเถอะ อย่างไรเจ้าก็เป็นลูกข้า เห็นแก่หน้าเจ้าข้าไม่ทำอะไรนางหรอกน่า" เพียงแต่จะสั่งสอนมารยาทให้นางเสียหน่อย

            อันซิ่วเอ๋อร์เห็นสายตาเป็นห่วงของจางเจิ้นอันจึงพยักหน้าให้เขา ส่งสัญญาณว่าเรื่องงานสำคัญกว่า นางไม่เป็นไร

            เมื่อจางเจิ้นอันเห็นอันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้าจึงโค้งคำนับอูซื่อ แล้วเดินตามคนที่มารายงานออกไป

            อันซิ่วเอ๋อร์มองตามหลังเขาไปจนลับสายตาพอเงาของเขาหายไปจากกรอบประตู นางก็หันกลับมา ก้มหน้าลง มองปลายจมูกตัวเองนิ่ง

            เมื่อครู่ตอนจางเจิ้นอันยังอยู่ก็รู้สึกอุ่นใจแต่พอเขาไปแล้ว นางก็รู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมา ที่นี่มีแต่คนของอูซื่อคนที่นางพอจะรู้จักก็มีแค่สาวใช้ป่านเซี่ยที่ยืนอยู่ด้านหลัง แต่ถึงอย่างนั้นป่านเซี่ยก็เป็นคนของตระกูลจาง นางรู้สึกโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งจริงๆ

            แต่การที่นางยอมให้จางเจิ้นอันไปก็มีเหตุผลถึงอย่างไร ต่อให้หลบเลี่ยงวันนี้ไปได้ วันหน้าอูซื่อก็ต้องหาเรื่องนางอยู่ดีเขากลับมาครั้งนี้ก็มีเรื่องสำคัญต้องทำ คงไม่อาจอยู่ปกป้องนางได้ตลอดเวลาในเมื่อเป็นเช่นนี้ นางก็ต้องเผชิญหน้าด้วยตัวเอง

            โบราณว่าศัตรูยกทัพบุกใช้แม่ทัพต้านน้ำมาใช้ดินกั้น ตราบใดที่ไม่ถึงกับลงไม้ลงมือ เรื่องอื่นก็พอทนได้อยากจะเยาะเย้ยถากถางดูหมิ่นอย่างไร นางก็จะทน

            อูซื่อเห็นท่าทางสงบเสงี่ยมราวกับสะใภ้รองถูกกดขี่ของนางก็ยิ่งขุ่นเคืองใจ นางยกถ้วยชาขึ้นจิบแล้ววางลงบนโต๊ะ เสียงดังพอให้คนสะดุ้งอันซิ่วเอ๋อร์กัดฟันข่มความกลัวไว้ ทำเป็นไม่รับรู้ ก้มหน้ามองพื้นต่อไป

            ห้องโถงตกอยู่ในความเงียบอันซิ่วเอ๋อร์มีความอดทนเป็นเลิศ นางเพียงก้มหน้านิ่ง รออยู่นานอูซื่อจึงเอ่ยขึ้นเสียงเย็น "เจ้าชื่ออันซิ่วเอ๋อร์?"

            "เจ้าค่ะ" อันซิ่วเอ๋อร์ตอบเสียงเบา

            "เจ้าคิดว่าตัวเองมีดีอะไรถึงได้มาแต่งกับลูกชายข้า?" อูซื่อถามเสียงเย็นเยียบ"เจ้าก็เห็นแล้วว่าลูกชายข้าเก่งกาจปานไหนเจ้ามีอะไรคู่ควรกับเขารึ?"

            อันซิ่วเอ๋อร์กลับยิ้มบางๆนางเงยหน้าสบตาอูซื่อ ถามกลับ "ขออภัยที่ซิ่วเอ๋อร์ไม่ฉลาดพอเจ้าค่ะไม่ทราบว่าข้ามีตรงไหนที่ไม่คู่ควรกับเขารึเจ้าคะ?"

            "เจ้าไม่มีอะไรคู่ควรเลยสักอย่าง!"

            ความขุ่นเคืองทำให้อูซื่อดูไม่งามสง่าเหมือนเคยเส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบๆ ริ้วรอยหางตาลึกขึ้น ใบหน้าดูบิดเบี้ยวเล็กน้อยนางชี้หน้าอันซิ่วเอ๋อร์ "เจ้าไม่ส่องกระจกดูเงาตัวเองบ้างรึไงหน้าตาก็ธรรมดา ชาติตระกูลก็ต่ำต้อย เป็นแค่เด็กบ้านนอกไม่รู้หนังสือสักตัวจะเอาอะไรมาเทียบกับลูกชายข้า เจ้าคิดว่าตัวเองคู่ควรนักรึ?"

            "ข้าพออ่านออกเขียนได้บ้างเจ้าค่ะ"อันซิ่วเอ๋อร์กล่าวแย้งเรียบๆ

            "หึ อ่านออกเขียนได้บ้าง? แล้วมันจะทำประโยชน์อะไรได้? เขียนชื่อตัวเองเป็นรึเปล่าเถอะ?"อูซื่อยังพูดไม่ทันจบ อันซิ่วเอ๋อร์ก็สวนทันควัน "เป็นเจ้าค่ะ!"

            "หึ! ฮ่าๆๆ!" อูซื่อหัวเราะลั่น รู้สึกเหมือนคุยกับคนละภาษาเด็กโง่เง่าเช่นนี้นางไม่เคยเจอ ไม่เข้าใจเลยว่าจางเจิ้นอันไปชอบพอได้อย่างไร

            "แค่เขียนชื่อตัวเองได้มันจะไปมีประโยชน์อะไร?"

            อูซื่อมองอันซิ่วเอ๋อร์อย่างดูถูกแล้วชี้ไปทางเย่จิ้งซู "จิ้งซูคนนี้ต่างหากคือคู่หมั้นแต่เดิมของลูกข้านางเรียนรู้สี่ตำราห้าคัมภีร์มาแต่เล็ก เชี่ยวชาญทั้งพิณ หมากล้อม อักษร ภาพวาดทั้งยังงามราวเทพธิดา แล้วเจ้าล่ะ มีอะไรไปเทียบกับนางได้? ต่อให้พอรู้หนังสืออยู่บ้างแล้วเจ้าเคยอ่านตำราเล่มไหน? ไม่มีความรู้อะไรติดตัวสักอย่างวันหน้าจะเอาอะไรไปคุยกับลูกชายข้าได้?"

            "ข้าเคยอ่านบัญญัติสตรีเจ้าค่ะท่านแม่เคยสอนว่าสตรีไร้ความสามารถคือคุณธรรม ข้าไม่ได้ไปสอบจอหงวนเรียนสี่ตำราห้าคัมภีร์ไปก็ไร้ประโยชน์ ส่วนเรื่องพิณ หมากล้อม อักษร ภาพวาดข้าว่าตระกูลจางร่ำรวยขนาดนี้ คงไม่ขาดแคลนนักแสดงกระมังเจ้าคะเขากล่าวกันว่าหญิงงามล่มเมืองแต่ข้าว่าหน้าตาคนเราไม่ต้องถึงกับสวยล่มบ้านล่มเมือง แค่ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ก็พอแม้ข้าจะไม่งามปานเทพธิดา แต่ก็พอออกหน้าออกตาพบปะผู้คนได้"

            อันซิ่วเอ๋อร์โต้กลับคำพูดของอูซื่อไปทีละประเด็น"ส่วนท่านพี่ วันหน้าเขาย่อมต้องทำการใหญ่ต่อให้ข้าแตกฉานสี่ตำราห้าคัมภีร์ก็คงไม่ได้มานั่งสนทนาเรื่องตำรับตำรากับเขาทั้งวันหรอกเจ้าค่ะ"

            "นี่เจ้า!พูดจากับท่านแม่เช่นนี้ได้อย่างไร?" จางเจิ้นผิงที่นั่งเงียบอยู่นานพอเห็นอูซื่อยังนิ่งเงียบไป ก็ตวาดขึ้น

            อันซิ่วเอ๋อร์ไม่แม้แต่จะชายตามองเพียงเอ่ยเรียบๆ "เป็นผู้น้อยก็ควรเคารพผู้มีอาวุโสกว่าเช่นกัน"ข้าเป็นพี่สะใภ้ใหญ่ ใช่ว่าเจ้าจะมาสั่งสอนได้

            จางเจิ้นผิงย่อมเข้าใจความหมายแฝงสีหน้าบึ้งตึง แต่ก็จำต้องหุบปากเงียบ

            "ข้าดูเจ้าผิดไปจริงๆไม่นึกว่าจะปากคอเราะรายเช่นนี้!" อูซื่อหรี่ตามองอันซิ่วเอ๋อร์เขม็งพอถูกจ้องเช่นนั้น อันซิ่วเอ๋อร์ก็รีบก้มหน้าลง ไม่พูดอะไรอีก

            เดิมทีนางตั้งใจจะใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวแต่เมื่อครู่กลับเผลอพูดมากไป บางทีอาจเป็นเพราะความน้อยใจจึงอดไม่ได้ที่จะโต้ตอบอูซื่อไปเช่นนั้น แต่นางก็ไม่เสียใจที่พูดออกไปพอได้พูดแล้วกลับรู้สึกโล่งใจขึ้นมากไม่รู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าอดีตคู่หมั้นของเขาเท่าใดนัก

            "ข้าไม่รู้ว่าเจ้าโง่จริงหรือแกล้งโง่กันแน่"อูซื่อลุกขึ้นเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าอันซิ่วเอ๋อร์น้ำเสียงเย็นเยียบลง นางยกมือขึ้นมองเล็บที่ทาสีแดงสดของตน พลางกล่าว"เจ้าควรรู้ไว้ ตระกูลจางเราเป็นตระกูลใหญ่เราไม่ต้องการสะใภ้ที่ไม่รู้อะไรเลย เราต้องการสตรีที่สง่างามพอจะออกหน้ารับแขกเหรื่อผู้ดีมีตระกูลในเมืองนี้ได้"

            "ท่านคิดว่าข้าไม่เหมาะสม?"อันซิ่วเอ๋อร์เงยหน้ามองนาง

            "ใช่" อูซื่อพยักหน้า

            "แล้วท่านคิดว่าใครเหมาะสมเล่าเจ้าคะ?"อันซิ่วเอ๋อร์ยิ้มถาม พลางเหลือบมองไปทางเย่จิ้งซู "นางหรือเจ้าคะ?"

            อูซื่อไม่ตอบรับ แต่ก็ไม่ปฏิเสธ

            อันซิ่วเอ๋อร์ยิ้มกว้างขึ้น"ถ้าแม่นางเย่เหมาะสมจริงป่านนี้เมื่อสามปีก่อนนางก็ได้แต่งกับท่านพี่ไปแล้วคงไม่เกิดเรื่องวุ่นวายตามมามากมาย ท่านพี่ไม่เคยเล่าเรื่องอดีตให้ข้าฟังแต่ข้ากลับเชื่อใจเขามากกว่าพวกท่านถ้าพวกท่านปล่อยให้เขาต้องระหกระเหินอยู่ข้างนอกทั้งที่บาดเจ็บที่ตาได้ ก็แสดงว่าในใจพวกท่านในตระกูลจางแห่งนี้ เขาคงไม่ได้มีความสำคัญอะไรนักหรอก"

            พอได้ยินเช่นนั้นเย่จิ้งซูก็เม้มริมฝีปากแน่น สีหน้าซีดเผือด อูซื่อเองก็หน้าเสียไปเล็กน้อยอันซิ่วเอ๋อร์ลอบยกมุมปากขึ้น นางเดาไม่ผิดจริงๆเรื่องนี้ต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังแน่

            จากเวลาที่อยู่ด้วยกันอันซิ่วเอ๋อร์รู้ดีว่าจางเจิ้นอันเป็นคนอย่างไร แม้ภายนอกจะดูเย็นชาแต่จิตใจอบอุ่น เขาไม่ใช่คนเนรคุณ แค่นางเคยพูดเปรยๆ ครั้งเดียวต่อมาเขาก็อาสาไปช่วยพ่อเฒ่าอันตัดฟืนทุกครั้ง

            การกลับมาครั้งนี้เขาแสดงท่าทีเย็นชากับอูซื่อขนาดนี้ ย่อมต้องมีสาเหตุ นางเดาว่าอูซื่อและคนอื่นๆคงเคยทำเรื่องไม่ดีกับเขาไว้ ไม่อย่างนั้นทำไมเขาถึงต้องบาดเจ็บที่ตาแล้วต้องซัดเซพเนจรไปอยู่ข้างนอกคนเดียว? แล้วอดีตคู่หมั้นคนนี้อีกถ้ารักเขาจริง ทำไมเพิ่งจะมาปรากฏตัวที่ตระกูลจางตอนนี้? ถ้ารักกันจริงตอนที่เขาลำบากที่สุด นางควรจะอยู่เคียงข้างเขาสิ

            พอคิดได้เช่นนี้นางก็พอจะมองออกถึงเจตนาของอูซื่อที่แท้ก็อยากทำให้นางรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่าแล้วจากไปเองสินะ?เสียใจด้วย นางไม่ทำตามหรอก นางจะวางตัวนิ่งๆ รอดูต่อไปต่างหาก

            "แกล้งโง่ได้แนบเนียนจริงๆ!"พอเห็นอันซิ่วเอ๋อร์กลับมามีท่าทีสงบเยือกเย็นได้อูซื่อก็หัวเราะเยาะในใจ "เจ้าคงใช้มารยาแสร้งโง่นี่กระมังถึงหลอกเอาใจลูกชายข้าได้ เขาคงไม่เคยเจอสตรีแบบเจ้าเลยเผลอโดนเจ้าหลอกเข้าชั่วคราว!"

             

    คล้ายกับเรื่ององค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530