ข้าคือ เรียวจิ เ้าชายอันดับ 1 แห่งอาณาจักรโปปุรอน ผู้เป็รัชทายาท สืบต่อตำแหน่งเลาห์คอน(าา) คนต่อไป แต่น่าแปลกที่เสด็จพ่อ กับเสด็จแม่ต่างไม่สนใจข้าซักเท่าไหร่นัก กลับปล่อยข้าไว้กับ เมดพี่เลี้ยง ที่ข้าหลงรักสุดหัวใจ นามของเธอ คือ อายาโนะ
นับวันความรักของเราก็ยิ่งผูกพันกันมากขึ้น จนกระทั่งวันหนึ่ง จอมปราชญ์ เซนะ ก็มาเยือนที่ปราสาทของข้ากลางดึกพร้อมกับราชสาร์ส เรียกตัวเข้าเมืองด่วน ของเลาห์คอน ฟาร์ เสด็จพ่อของข้าเพราะเรื่องที่ข้าไปทำร้าย ลูกขุนนางคนหนึ่งตอนกลางวันด้วยหอกประกายแสง เบิร์นนิ่งแลงค์ เพราะมันบังอาจมาว่า อายาโนะ ของข้า ว่าเป็น อีตัวของเจ้าชายเรียวจิ
ข้าเข้าไปในปราสาทที่วิจิตรงดงามพร้อมกับ อายาโนะ ตามคำเชิญของจอมปราชญ์ เซนะและได้พบกับ เสด็จพ่อของข้า เลาห์คอน ฟาร์
" ลูกพ่อ ต่อไปนี้ข้าจะฝึกวิชาให้กับเจ้าเอง เพื่อเตรียมความพร้อมของเจ้าให้พร้อมกับการเป็นเลาห์คอนคนต่อไป "
เสด็จพ่อของข้ากล่าวเช่นนั้น พร้อมกับสวมกอดข้า ซึ่งข้าเองก็รู้สึกได้ถึงความรักของเขา ทว่า ประโยคต่อมาที่เขาพูด ก็ทำให้เราทะเลาะกัน
" เจ้าเองก็ถึงวัยแต่งงานแล้ว ข้ากับเสด็จแม่ของเจ้าได้หารือกัน แล้วว่าจะทำการสู่ขอ องค์หญิงราเธีย พระธิดา ของ เลาห์คอน โครนอส แห่งอาณาจักร ออโดนอส มาให้กับเจ้า"
เสด็จ พ่อตบบ่าข้าทีนึง แต่มันเป็นคำพูดราวฟ้าผ่าที่บาดใจข้า ถึงหัวใจ ข้ากล่าวด้วยความโกรธ
" ไม่ ข้าจะแต่งงานกับ อายาโนะเท่านั้น คนอื่นข้าจะไม่แต่งงานด้วย " ข้าสบถคำหยาบออกมาต่อหน้า เลาห์คอน ฟาร์ เสด็จพ่อของข้า
" ถ้าเจ้ารักไพร่หญิงคนนั้น เจ้าก็จงละทิ้งบรรดาศักดิ์และฐานะองค์๋ชาย รัชทายาทอันดับ1ซะ แล้วออกไปอยู่ป่ากับนาง จะได้รุ้ความยากลำบากของสามัญชนซะบ้าง " เลาห์คอน ฟาร์กล่าว
" ของแค่นั้น ข้าไม่กลัวหรอก ข้าตัดสินใจแล้วจะแต่งกับ อายาโนะ "
ตอนนั้นข้าไม่สนอะไรทั้งสิ้น กุมมือ อายาโนะ แล้วรีบเดินออกจากห้องพระโรง แต่อายาโนะ กลับดึงมือข้ากลับไป
" ทำไมเจ้าถึงโง่อย่างงี้ ผู้หญิงอย่างข้าไม่ควรทำลายชีวิตของท่าน กลับไปขอโทษ เสด็จพ่อของท่านซะเถอะ ท่านจะได้เป็นเลาห์คอน สืบไป ต่อจากนี้เราอย่าเจอกันอีกเลย ฮือ... " อายาโนะ ปิดหน้าร้องไห้ แล้ววิ่งหายไปในป่า และไม่กลับมาอีกเลย
หลายวันผ่านไปที่ ข้าออกตามหานาง และได้ยินข่าวว่านาง แต่งงานมีสามีแล้ว และย้ายบ้านกลับไปอยู่ชนบท นั่นทำให้ข้าปวดใจ และหนีออกจากพระราชวัง และตั้งปณิธานว่าจะไม่กลับไป จนกว่าจะได้แต่งงาน กับ สาวที่คู่ควร
****
เอลิเซ่ จับมือ เรียวจิ เพื่อปลอบเขาก่อนให้เขานำทางกลับไปที่เมือง เธอยิ้มน้อยๆเมื่อ เรียวจิ ยอมเปิดใจกับเธอ
หอกในมือเรียวจิค่อยๆหย่อนลง เขานำทางเอลิเซ่ มาจนถึงเมือง อาเธอร์ ซึ่งเป็นบ้านของเธอ และกำลังจะเดินจากไป
ทว่า........
จ๊อก จ๊อก เสียงท้องร้องของเรียวจิดังระงมขึ้นมา
" เธอคงยังไม่ได้กินอาหารละสินะ ถ้างั้นมื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง " เอลิเซ่ กล่าว พร้อมเดินนำไปยังภัตตาคาร อาหารของราฟ แต่ก่อนที่จะไปต้องหาเงินใช้ซักเล็กน้อย เอลิเซ่ ตรงไปยังร้านขายอุปกรณ์เวทย์มนต์ ทันที แล้วซื้อกระดาษ กับน้ำหมึก นำมาเขียนม้วนบันทึกเวทย์ ซึ่งจะมีโอกาส 0.02 เปอเซ็นที่ม้วนบันทึกเวทย์จะออกมาเป็นม้วนบันทึกเวทย์หายาก
เอลิเซ่ ลงมือ เขียนทันที เธอบรรจงเขียน อักขระเทพลงบนม้วนบันทึกเวทย์ และแล้วมันก็ ปรากฏ สีแดงดั่งเพลิงผลาญออกมา วงเวทย์ 12 วง ลอยอยู่เหนืออากาศ ถ้าไม่ใช่ผู้มีฉายา [หนอนน้อย] อย่างเอลิเซ่ คงเขียนไม่ได้ เธอพลิกม้วนบันทึกเวทย์เล่มอื่นๆแล้วเริ่มเขียนแบบเดียวกัน หลายต่อหลายหน้าแล้วเอาไปวางขาย ซึ่งทั้งหมดมี 6ม้วน
" เร่เข้ามาเร่เข้ามา ม้วนบันทึกเวทย์ ราคาถูกแสนถูก ม้วนละ 300 เหรียญทอง " เอลิเซ่กล่าวอย่างชำนาญ เพราะเธอเคยเรียนวิธีขายของอย่างแม่ค้ามาบ้าง ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอที่มานั่งขายของแบบนี้ ซึ่งราคาต้นทุนของม้วนบันทึกเวทย์แค่ม้วนละ 50เหรียญทองเอง
ไม่นานนักเหล่าผู้คนก็มารุมล้อม และดูสินค้าอย่างม้วนบันทึกเวทย์ที่ขายในราคาถูก
" นี่น้องสาว ลดราคากว่านี้ได้มะ " ลูกค้าคนหนึ่งกล่าวด้วยความอยากต่อ
" นี่ก็ลดแล้วนะค่ะ ลดกว่านี้อีกไม่ได้แล้วค่ะ " เอลิเซ่ ตอบในขณะที่เรียวจิ เดินมาเป็นผู้ช่วยของเธอขายของ เขาเดินมาอย่างโซวัดโซเซ จนทำให้ม้วนบันทึกเวทย์ ตกลงไปในตะเกียงไฟถึง 4ม้วน
" เห้ย แก ทำของดีเสียหมด เจ้าบ้า " พ่อค้าคนหนึ่งรีบดึงม้วนบันทึกเวทย์ขึ้นมาเป่า และดูความเสียหายของมันทันที พร้อมบ่นเสียดาย เขาโมโห จนต่อว่าเรียวจิไปหลายคำ
เอลิเซ่ ดึงม้วนบันทึกเวทย์ ที่เหลืออีก 2เล่มขึ้นมา ตอนนี้เหล่าพ่อค้าพยายามแย่งกันซื้อ โดยการเสนอราคาข่มกัน
ข้าให้ 350
400
500
.....ราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง
ข้าให้ 3000 ลุงเคนเศรษฐีใหญ่ประจำหมู่บ้าน เสนอราคาสำหรับม้วนบันทึกเวทย์ 2ม้วนที่ยังเหลืออยู่
ขายค่ะ.....
สิ้นเสียงขายของ เอลิเซ่ เหล่าพ่อค้าก็ทำหน้าเดือดดาลกัน ที่ตนไม่สามารถซื้อม้วนบันทึกเวทย์หายากได้ เพราะการเขียนม้วนบันทึกเวทย์ นอกจากจะต้องมีฉายา[หนอนน้อย]แล้ว ยังต้องฝึกเขียนอักขระเทพตั้งแต่เด็กถึงจะเขียนได้ ซึ่งคนหนึ่งเขียนได้อย่างมากวันละ 6ม้วนก็เต็มที่แล้ว
ณ ภัตตาคาร อาหารของราฟ
" ยินดีต้อนรับค่ะ คุณนักเดินทาง และ เอลิเซ่จัง "