บทที่ 14
ซุนเคอ
“ ฮ่าๆๆเกรงว่าคนไร้ค่าอย่างเ้าจะไม่มีที่ยืนภายในสำนักแห่งนี้แล้วกระมัง ”เสียงหัวเราะดังขึ้นจากบริเวณด้านหลังลู่ิที่กำลังยืนอยู่ใช้ดวงตาของตนเองหันกลับไปมองด้วยใบหน้าที่เรียบ
เมื่อใช้ดวงตาหันกลับไปมองพบเห็นร่างของศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่ผู้หนึ่งก้าวเดินเข้ามามันเป็ลูกศิษย์ที่มี่วัยประมาณสิบเจ็ดถึงสิบแปดปีอยู่ในวัยไล่เลี่ยกับลู่ิ
ชายผู้นี้แต่งกายด้วยชุดของลูกศิษย์ที่มีระดับสูงกว่าลู่ิประมาณหนึ่งมันก้าวเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เย่อหยิ่งแสยะยิ้มราวกับว่ากำลังเยอะยัน
บริเวณด้านหลังของมันมีผู้คุมกันอยู่สองคนเป็ชายร่างกายใหญ่โตสวมใส่ชุดของลูกศิษย์สำนักหุบเขากระบี่เช่นเดียวกัน
คนผู้นี้มีใบหน้าธรรมดาธรรมดาไม่มีอะไรโดดเด่นเป็พิเศษแต่บนใบหน้าของมันนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันยียวนกวนประสาท
ลู่ิที่กำลังยืนอยู่แสดงใบหน้าเรียบเฉยตัวของมันรู้ดีว่าผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้านั้นเป็ผู้ใด
ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าของมันในตอนนี้เป็ลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่หนึ่งในคนที่เคยเล่นงานลู่ิ
มันเป็คนที่คอยรังแกลู่ิอยู่ภายในอดีตมันเป็หนึ่งคนที่คอยรังแกลู่ิทุบตีรวมไปถึงเหยียบย่ำสารพัด
ชายผู้นี้มีนามว่าซุนเคอพูดถึงชาติกำเนิดมันมันเป็ลูกของขุนนางใหญ่ภายในราชสำนักรับหน้าที่เป็เ้าเมืองที่ตั้งอยู่บริเวณเขตนอกของสำนักห่างไปไม่มากนัก
มองถึงอำนาจและอิทธิพลมีมากมายตัวของมันเป็ลูกศิษย์ที่เพิ่งเข้ามาภายในสำนักไม่กี่ปีเท่านั้นแต่ด้วยนิสัยที่ตัวของมันนั้นเป็คุณฉายที่มีความเอาแต่ใจมันมักจะเหยียบย่ำพวกลูกศิษย์ภายในสำนักที่เข้ามาก่อนอยู่เสมอ
ลู่ิเองก็เป็หนึ่งในคนที่โดนมันเหยียบย่ำคนผู้นี้เข้ามาภายในสำนักแห่งนี้จากการแนะนำหรือเรียกง่ายๆว่าเป็เส้นสาย
มันถือได้ว่าเป็คุณชายที่มีพร์และความสามารถในตอนนี้อายุเพียงแค่นี้ก้าวขึ้นมาอยู่ในขอบเขตเริ่มต้นระดับสีเขียวขั้นที่แปด
ถ้ามองถึงในด้านคุณสมบัติร่างกายคงจะกล่าวว่าเป็พร์แต่ลู่ิรู้ดีทุกคนภายในสำนักก็รู้ดีที่คนพูดนี้สามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับนี้ได้เป็เพราะว่าทรัพยากร
เื่ทรัพยากรการฝึกฝนซุนเคอผู้ที่เป็ลูกชายของขุนนางใหญ่ที่เป็เ้าเมืองอยู่ไม่ไกลมันมีทรัพยากรในการฝึกฝน
ยาฝึกฝนโอสถที่ช่วยในการส่งเสริมล้วนแล้วมีทั้งหมดเมื่อมีพวกของเ่าั้คอยสนับสนุนแม้ว่ามันจะเป็คนไม่เอาไหนเพียงใดก็ทำให้ระดับพลังิญญาเพิ่มขึ้น
นี่คือความต่างของคนธรรมดาทั่วไปที่เกิดภายในครอบครัวยากจนและคนที่มีเงินทองคนที่มีฐานะและมีเงินทองมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในด้านผู้ฝึกตนมากกว่า
อย่างเช่นชายผู้นี้ตัวของมันไก่ออกมาตอนนี้มันมีระดับอยู่ในระดับขอบเขตสีเขียวขั้นแปดซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าลู่ิก่อนหน้านี้ตอนที่พบเจอกันครั้งนั้นมันยังอยู่ในระดับสีเขียวขั้นเจ็ดอยู่เลย
ทว่าคนแข็งแกร่งคือผู้ที่อยู่บริเวณด้านหลังของมันต่างหากผู้คุ้มกันสองคนนั้นเกือบจะบรรลุระดับขอบเขตเริ่มต้นสีเขียวขั้นเก้าเข้าไปแล้ว
ลู่ิไม่ได้แสดงท่าทางตื่นตระหนกใโดยเขาไม่เคยแสดงท่าทางหวาดกลัวมันมาก่อนลู่ิแม้ว่าจะอ่อนแอตัวของมันไม่เคยแสดงท่าทางอ่อนแอหรือหวาดกลัวให้ผู้ใดนั้นมองเห็น
นี่อาจจะเป็เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตัวของมันโดนรังแกอยู่ตลอดเวลาเพราะว่าตัวของมันไม่ได้รับใช้พวกลูกศิษย์ระดับสูงภายในสำนักและก็ไม่ได้คอยตามพวกมันไป
ลู่ิมักจะแสดงแววตาต่อต้านอยู่ตลอดเวลาเลยทำให้พวกมันนั้นเหม็นขี้หน้าและก็รังแกอยู่เป็ประจำครั้งนี้มารับเสบียงอาหารของเดือนนี้โดนกลั่นแกล้งเช่นนี้เห็นได้ชัดเจน
การที่เสบียงอาหารจะไม่มีมันจะเป็ไปได้อย่างนั้นรึมีแต่ว่าพวกมันนั้นยึดเสบียงอาหารในส่วนของลู่ิไปลู่ิหันไปมองซุนเคอก่อนที่จะทำการกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่มีก็ไม่มี… ”
ลู่ิไม่ได้อยากจะทำตัวโดดเด่นในตอนนี้ถึงแม้ว่าตนเองนั้นจะมีระดับที่เพิ่มขึ้นสามารถฝึกฝนและก้าวเข้าสู่ประตูแห่งการฝึกฝนได้ แต่ว่าระดับของความสามารถและขีดจำกัดในตอนนี้มันยังน้อยยิ่งนัก
ระดับขอบเขตเริ่มต้นสีเขียวขั้นเจ็ดมันเองก็เทียบเท่ากับว่าเป็เพียงแค่ผู้ที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกฝนเท่านั้นในตอนนี้ถ้าโดดเด่นเกินไปอาจจะโดนผู้คนจับตามองและอาจจะโดนคนเล่นงานได้
ลู่ิพยายามจะเดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้ทว่าในขณะที่กำลังเดินผ่านจุดที่ซุนเคอมันกำลังยืนอยู่หนึ่งฝ่ามือยื่นเข้ามาคว้าจับหัวไหล่ลู่ิเอาไว้
ฝ่ามือนั้นเป็ฝ่ามือของซุนเคอมือของมันยื่นเข้ามาคว้าจับหัวไหล่ก่อนที่จะแสยะยิ้มและพยายามออกแรงบีบหัวไหล่ของลู่ิมันใช้ลมปราณส่วนหนึ่งเข้ามาช่วยในการออกแรงถ้าเกิดว่าร่างกายนี้เป็ร่างกายของคนธรรมดาหัวไหล่คงจะแตก
แต่ว่าในตอนนี้มันเปลี่ยนไปการที่ก้าวเข้าสู่ประตูแห่งการฝึกฝนทำให้พลังิญญาภายในร่างกายส่งเสริมคุณสมบัติของร่างกายในตอนนี้ประตูแห่งการฝึกฝนช่วยให้ร่างกายแข็งแกร่งอีกฝ่ายมีระดับต่างกันเพียงแค่ขั้นเดียวแม้ว่ามันจะออกแรงบีบก็ไม่ทำให้กระดูกของลู่ิแตกได้
ซุนเคอแววตาที่ตื่นตระหนกใดวงตาของมันเบิกกว้างในตอนนี้ขณะที่ทำการออกแรงบีบมันกลับััได้ถึงกล้ามเนื้อที่ต่อต้านฝ่ามือของมัน“ อะไรกัน… ”
ลู่ิมันเห็นมันแสดงใบหน้าตื่นตระหนกเขายกฝ่ามือของตนเองปัดมือของมันออกก่อนที่จะเดินผ่านจากจุดไป
ซุนเคอหลังจากตั้งสติได้มันหันกลับไปมองลู่ิ “ได้อย่างไรกัน”เมื่อครู่ตัวของข้าคิดว่าออกแรงบีบอย่างเต็มแรงแล้วน่าจะทำให้หัวไหล่ของมันแตกแต่มันกลับไม่เป็อะไรเลย ”
มันรู้สึกประหลาดใจในตอนนี้รู้สึกสงสัยในพลังที่เพิ่มขึ้นหลังจากการออกแรงบีบเมื่อครู่รู้ได้ในทันทีว่าภายในร่างกายของลู่ิมีบางอย่างที่เปลี่ยนไป
ผู้ติดตามทั้งสองร่างกายใหญ่โตที่อยู่บริเวณด้านหลังเอ่ยถามขึ้นมา“ มีอันใดอย่างนั้นหรือขอรับนายน้อย? ”
ซุนเคอสะบัดหน้าของตนเองไปมาเรียกเร้นสติแล้วก็พูด “ไม่มีอะไรสงสัยข้าจะพักผ่อนไม่เพียงพอคนไร้ข้าแบบนั้นมีหรือว่าพละกำลังของข้าจะบดขยี้หัวไหล่ของมันไม่ได้ ”
ตัวของมันปล่อยวางข้อสงสัยเพราะมันคิดว่าคนที่ไม่สามารถก้าวเข้าสู่ประตูแห่งการฝึกฝนจะสามารถต้านทานพละกำลังของมันได้อย่างไรคงจะเป็ฝ่ายมันต่างหากที่มีปัญหาอาจจะเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอเลยไม่สามารถเรียกเร้นลมปราณได้
ในขณะที่มันคิดแบบนั้นที่ผู้ติดตามอีกคนนึงที่อยู่อีกข้างหนึ่งเคลื่อนที่เข้ามาแล้วก็กระซิบกับผู้เป็นายของมัน“ นายน้อยขอรับเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับท่าน… ”
เสียงกระซิบกันเบาๆดังขึ้นข้างหูของซุนเคอซุนเคอได้ยินว่าเป็ของชิ้นใหญ่มันหันไปมอง “ ของชิ้นใหญ่อย่างงั้นรึ… ”
“ ใช่แล้วขอรับของชิ้นใหญ่เชิญไปที่อารามด้านหลังค้าเตรียมเอาไว้ที่สถานที่นั้นแล้วรับรองว่าของขวัญชิ้นนี้ตัวของนายน้อยจะต้องพึงพอใจอย่างแน่นอน ”
มันทำการพูดออกมาก่อนที่จะชักชวนกันเดินไปยังบริเวณอารามด้านหลังอยู่ห่างออกไปจากจุดตัวสำนักไม่มากนักแต่ภายในบริเวณนี้มันแทบจะไม่มีลูกศิษย์เดินผ่านไปผ่านมาส่วนใหญ่แล้วภายในสถานที่แห่งนี้มักจะถูกทำเป็สถานที่เก็บของเก่าๆหรือว่าของใช้ภายในสำนัก
ซุนเคอเดินตามผู้ติดตามร่างกายใหญ่โตทั้งสองของมันมาที่สถานที่แห่งนี้ในขณะที่มันเดินอยู่ก็พูดพึมพำขึ้นมา “ของขวัญที่พวกเ้าบอกว่าจัดเตรียมให้ถ้ามันไม่ดีมากพอพวกเ้าโดนฆ่าแน่เดินมาไกลถึงสถานที่แห่งนี้… ”
ในขณะที่เดินไปพลางๆมันเองก็บ่นไปพลางมันรู้สึกสงสัยว่าของขวัญที่พวกผู้ติดตามพวกนี้สรรหามาให้คืออะไรเหตุใดต้องเดินทางมาถึงบริเวณด้านหลังสำนักที่ไม่มีผู้คนภายในสำนักแบบนี้ด้วย
หลังจากนั้นไม่นานนักก็ได้เดินทางไปจนถึงบริเวณเรือนเก่าๆหลังนึงที่นำเอาไว้เก็บพวกอุปกรณ์ทำสวนหรือว่าอุปกรณ์ซ่อมแซม
ภายในสถานที่แห่งนี้ลูกศิษย์ที่เพิ่งเข้าสำนักเคยเดินทางมาทั้งสิ้นเพราะว่าเวลาที่จำเป็จะต้องซ่อมแซมสำนักก็ต้องเดินทางมาหยิบของที่สถานที่แห่งนี้
เมื่อเดินทางมาถึงผู้ติดตามทั้งสองคนของมันเดินไปด้านหน้าผลักดันประตูเปิดออกไปซุนเคอมองตรงเข้าไปบริเวณด้านในตัวของมันพบเห็นสตรีผู้หนึ่งโดนมัดเอาไว้
“ นี่มันสตรี…. ”
จบบท