เ้าของแผงสูงผอมเอ่ยเสียงเบาด้วยท่าทางลึกลับ“บนเทือกเขาแห่งนี้มีโจรูเาอยู่กลุ่มหนึ่ง เลือกลงมือกับผู้อ่อนแอโดยเฉพาะดังนั้นผู้ฝึกยุทธ์ที่ขึ้นไปบนเขาหากไม่ใช่ผู้มีพละกำลังเข้มแข็งก็ต้องจัดคนกลุ่มใหญ่ร่วมเดินทางไปด้วย”
“ที่แท้ก็มีโจรูเา” อวิ๋นโม่ขมวดคิ้วเขาไม่เคยได้ยินเื่นี้มาก่อนจริงๆ“หรือว่าแม้แต่ขุมกำลังขนาดใหญ่ก็ยังปล่อยให้พวกมัน่ชิงตามใจชอบ”
“เฮ้อ พวกมันชำนาญเส้นทางบนเทือกเขา พอมีคนไล่ตามพวกมันจะหลบเข้าไปในส่วนลึกของูเา ที่นั่นเต็มไปด้วยสัตว์อสูรระดับสูงพละกำลังน่ากลัวเป็ที่สุด แล้วใครจะกล้าเสี่ยงเข้าไปกัน”
อวิ๋นโม่ได้ยินก็ขมวดคิ้ว เมื่อมีกลุ่มคนเช่นนี้อยู่ถือว่าอันตรายอยู่บ้าง ยากรับประกันได้ว่าจะไม่บังเอิญเจอกับกลุ่มโจร
“ขุมกำลังของพวกมันเป็เช่นไร” อวิ๋นโม่สอบถามหากโจรูเาเ่าั้แข็งแกร่งมากเขาคงได้แต่ล้มเลิกความคิดที่จะขึ้นเขาเพียงลำพัง
“ส่วนมากเป็ยอดฝีมือระดับเสริมกำลัง ได้ยินมาว่าที่จริงหัวหน้าของมันบรรลุระดับก่อจิตแล้ว!แต่ละคนล้วนเป็พวกกระหายเืหากเ้าตกอยู่ในกำมือของพวกมันก็อาจสิ้นหนทางรักษาชีวิต!”
อวิ๋นโม่ได้ยินก็หัวเราะเสียงเย็นคำหนึ่งพลันเข้าใจแล้วว่าทำไมคนพวกนั้นถึงพากันมองมาที่เขาเ้าของแผงลอยผู้นั้นทำไมจึง้าซื้อคืนเหมันต์จากเขาคนเ่าั้คิดว่าพอชายหนุ่มขึ้นไปบนูเาก็ไม่อาจกลับออกมาได้แล้ว คิดๆ ดูก็ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเสริมกำลังคนหนึ่ง เมื่อเข้าไปในเทือกเขาเหนือเมฆาต่อให้โชคดีไม่ถูกสัตว์อสูรขย้ำ ก็คงต้องถูกโจรูเาฆ่า
น่าเสียดายที่อวิ๋นโม่ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเสริมกำลังทั่วไปด้วยความสามารถของเขาในยามนี้ ต่อให้เป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเปลี่ยนชีพจรทั่วไปเขาก็สามารถตอบโต้ได้อย่างเสมอกัน หากพบกับหัวหน้าโจรที่อยู่ระดับก่อจิตเขาก็เชื่อว่าตนหลบหนีได้
“ขอบคุณที่บอกกล่าว เ้าคือผู้รับซื้อวัตถุดิบสัตว์อสูรกระมังหากข้าได้อะไรมา จะนำมาขายให้เ้า”อวิ๋นโม่ประสานหมัดขอบคุณคนผู้นั้นด้วยความจริงใจหากไม่ได้รับคำเตือนเื่โจรูเา ไม่แน่ว่าเขาอาจต้องเสียเปรียบก็เป็ได้
เ้าของแผงสูงผอมเอ่ยด้วยความประหลาดใจ “เ้ายังจะขึ้นเขาไปอีกหรือ”
“มาก็มาแล้ว ไม่อาจจากไปเช่นนี้กระมังไม่แน่ว่าข้าอาจโชคดีไม่เจอโจรูเาก็เป็ได้”
“เื่นี้ไม่อาจพึ่งโชคชะตาคนเ่าั้อยู่บนเทือกเขาเหนือเมฆาเพื่อปล้นฆ่าโดยเฉพาะ นี่อันตรายมาก!เ้าควรรอสักพัก ไม่แน่ว่าไม่นานอาจมีคนกลุ่มย่อยเดินทางเข้ามาเ้าสามารถเข้าร่วมกับพวกเขาได้” เ้าของร้านพยายามแนะนำ
คนที่มีน้ำใจดีเช่นนี้ พบเห็นได้ไม่มากนักอวิ๋นโม่ประสานหมัดกล่าวขอบคุณอีกครั้ง “ขอบคุณมาก แต่ว่าข้าไม่อาจรอ”
ว่าแล้วอวิ๋นโม่ก็เดินไปตามเส้นทางขึ้นเขาอย่างไม่ลังเล
“เฮ้อ! เคยเห็นแต่คนกลัวตาย ไม่เคยเห็นคนไม่กลัวตายมาก่อน!”เ้าของแผงสูงผอมส่ายศีรษะ เขาให้คำแนะนำล้วนมาจากใจจริงไม่ได้หวังจะให้อวิ๋นโม่นำสัตว์อสูรมาขายให้ตน ด้วยความสามารถของอวิ๋นโม่สัตว์อสูรที่ถูกสังหารคงไม่ถึงระดับแรกเลยด้วยซ้ำ วัตถุดิบเช่นนี้ไม่มีราคาอะไร
“น่าเสียดายง้าวดีๆ!” เ้าของแผงสูงผอมถอนหายใจเช่นเดียวกับคนก่อนหน้า
อวิ๋นโม่ขึ้นเขาแล้วก็เลือกเส้นทางที่ลึกเข้าไปด้านในรอบนอกของูเามีสัตว์อสูรน้อยมาก ค่อนข้างปลอดภัยดังนั้นโอสถวิเศษในบริเวณนี้จึงถูกเก็บไปจนเกือบเกลี้ยงแล้วหากคิดจะหาโอสถวิเศษยังต้องเดินทางลึกเข้าไปอีก
“โฮก!”
ระหว่างทางพยัคฆ์ตัวหนึ่งพุ่งออกมาขวางอวิ๋นโม่กรงเล็บพยัคฆ์สาดประกายเย็นเยียบราวกับกริชเจ็ดนิ้วอีกทั้งมีกลิ่นคาวเืเข้มข้นกระจายออกมา
“ฮึ!” อวิ๋นโม่ส่งเสียงเ็าคำหนึ่ง ควงคืนเหมันต์ใบง้าวปรากฏลำแสงหนาวเย็น ตัดหัวพยัคฆ์ลงมาได้อย่างราบรื่นในชั่วพริบตาร่างกายที่สูญเสียกะโหลกศีรษะร่วงหล่นกลางอากาศ เืสดสาดกระจายเต็มบ่าพยัคฆ์ตนนี้ไม่มีราคาแม้แต่น้อย หากพูดถึงเื่พละกำลัง เกรงว่ามันเทียบกับอวิ๋นเลี่ยก็ยังไม่ได้อวิ๋นโม่ย่อมไม่ใส่ใจ
“ช่างเป็ง้าวที่ดีจริงๆ ด้วย!”เห็นคืนเหมันต์ตัดกะโหลกพยัคฆ์ลงมาอย่างง่ายดาย สีหน้าของอวิ๋นโม่ก็ปรากฏความยินดีคุณสมบัติของคืนเหมันต์เหนือกว่าที่เขาวิเคราะห์ไว้มาก
หลังจากฆ่าพยัคฆ์ดุร้ายอย่างสบายๆ อวิ๋นโม่ก็คร้านจะเก็บวัตถุดิบไว้จึงเดินทางลึกเข้าไปในูเาต่อไป
ขณะที่อวิ๋นโม่กำลังจะลับตาไปนั้นบุรุษร่างเล็กคนหนึ่งก็โผล่ออกมาจากต้นไม้ เขาใช้ใบมีดเลาะเอาหนังและกรงเล็บพยัคฆ์จากนั้นก็จับจ้องไปยังทิศทางที่อวิ๋นโม่หายลับไป
“ระดับเสริมกำลังที่น่าสนใจ พละกำลังนับว่าไม่เลวสมควรเป็แพะที่อวบอ้วนตัวหนึ่ง”
ว่าแล้วเงาร่างของบุรุษตัวเล็กก็กะพริบไหว นำวัตถุดิบหายไปจากตรงนั้น
หลังจากเดินทางติดต่อกันครึ่งชั่วยามอวิ๋นโม่ก็ผ่านอาณาเขตชั้นนอกสุดของเทือกเขาเหนือเมฆาเข้ามาบริเวณด้านในที่ค่อนข้างอันตรายสัตว์อสูรระดับหนึ่งจำนวนมากเคยปรากฏตัวที่นี่แม้อวิ๋นโม่จะไม่หวาดกลัวสัตว์อสูรระดับหนึ่งแต่ยามนี้ก็ต้องระมัดระวังขึ้นมาบ้าง
อวิ๋นโม่ดึงกระบอกไม้ไผ่ท่อนหนึ่งออกมาจากอกเสื้อตักผงสีฟ้าออกมาด้วยปลายนิ้ว เมื่อเป่าเบาๆ ผงเ่าั้ก็กระจายออกไปนี่เป็ของที่เขาตระเตรียมมา ผงเหล่านี้จะลอยไปยังทิศที่มีพลังปราณเข้มข้นปกติแล้วสมุนไพริญญาจะเติบโตในพื้นที่ที่มีพลังปราณเข้มข้น ดังนั้นเมื่อใช้ผงนี้ช่วยก็จะสามารถหาสมุนไพรได้ง่ายขึ้น
ผงสีฟ้าค่อยๆ ลอยขึ้นไปช้าๆ จากมือซ้ายของอวิ๋นโม่ราวกับถูกบางสิ่งดึงดูดอวิ๋นโม่ติดตามอยู่ด้านหลัง สายตากวาดไปมาอยู่ตลอด หูคอยฟังเสียงอย่างรอบคอบเมื่ออยู่ในเทือกเขาเหนือเมฆาจะต้องรักษาความตื่นตัวเอาไว้ตลอดเวลา
หลังติดตามผงสีฟ้าไปเรื่อยๆ อวิ๋นโม่ก็มาถึงถ้ำแห่งหนึ่งผงสีฟ้าเ่าั้ไม่ได้ลอยเข้าไปในถ้ำ แต่พลังปราณภายในถ้ำเข้มข้นมากกว่าด้านนอกนี่เป็เื่น่าสนใจ อวิ๋นโม่ไม่ได้ผลีผลามเข้าไปในถ้ำสถานที่แบบนี้มักมีสัตว์อสูรอาศัยอยู่ หากไม่ทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่าเป็สัตว์อสูรชนิดใดพละกำลังของสัตว์อสูรเป็เช่นใด เขาจะไม่เข้าไป
อวิ๋นโม่ตรวจสอบรอบถ้ำด้วยความระมัดระวังสุดท้ายจึงอาศัยร่องรอยด้านนอกแยกแยะชนิดของสัตว์อสูรที่อยู่ข้างในด้านนอกถ้ำมีขนของสัตว์อสูรหลายชนิดและมีรอยเท้าอยู่ไม่น้อยสันนิษฐานได้ว่าสิ่งที่อยู่ในถ้ำจะต้องเป็วิฬารเนตริญญาตัวหนึ่งวิฬารเนตริญญาเป็สัตว์อสูรที่มีพละกำลังแข็งแรงมองเห็นท่ามกลางความมืดได้เช่นเดียวกับกลางวัน สัตว์อสูรประเภทนี้ประสาทััไวมีนิสัยชอบดักซุ่มล่าเหยื่อ
อวิ๋นโม่ถือง้าวไว้ด้านหลัง ป้องกันวิฬารเนตริญญาลอบโจมตีเขาไม่รู้ว่าวิฬารเนตริญญาอยู่ในถ้ำหรือไม่ ดังนั้นต้องระมัดระวังเอาไว้ก่อนรออยู่ครู่หนึ่งไม่เห็นความเคลื่อนไหวอวิ๋นโม่ก็หยิบหินขึ้นมาก้อนหนึ่งโยนเข้าไปในถ้ำ หากวิฬารเนตริญญาอยู่มันจะต้องโผล่ออกมาตรวจสอบ
รอคอยด้วยความระมัดระวังอยู่อีกครู่หนึ่งก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอวิ๋นโม่ค่อยๆ เดินเข้าไปในถ้ำ จากการสันนิษฐานวิฬารเนตริญญาตัวนี้น่าจะไม่เกินระดับที่หนึ่ง อันตรายไม่มากดังนั้นคุ้มค่ากับความเสี่ยง
พอเข้าไปในถ้ำก็ทำเครื่องเตือนภัยง่ายๆ อย่างหนึ่งขอเพียงมีบางสิ่งเข้ามาในถ้ำ หินก้อนหนึ่งก็จะหล่นลงมาจากกำแพงถ้ำเกิดเสียงเตือนอวิ๋นโม่ วิฬารเนตริญญาเคลื่อนไหวไร้สุ้มเสียงอวิ๋นโม่ต้องป้องกันเอาไว้ก่อน
ปากถ้ำไม่ใหญ่มาก แต่ภายในกว้างขวางหลังจากเดินเข้าไปตามทางแคบยาว่หนึ่งอวิ๋นโม่ก็มาถึงจุดเปิดโล่งราวกับห้องโถงขนาดใหญ่ ในถ้ำมีแสงสว่างเพียงเล็กน้อยมุมต่างๆ ล้วนมืดมิด
“ที่แท้ก็เป็ดอกชังทิวา!” อวิ๋นโม่เอ่ยด้วยความดีใจก่อนหน้านี้ยามรู้ว่าที่นี่เป็สถานที่ของวิฬารเนตริญญาเขาก็คาดเดาว่าที่นี่น่าจะมีดอกชังทิวาพอเข้ามาจึงเห็นว่าใต้ชะง่อนหินแห่งหนึ่งมีดอกชังทิวาสีขาวราวหิมะอยู่สามดอก
ดอกชังทิวาเป็สมุนไพรวิเศษชนิดหนึ่ง ใช้รักษาอาการาเ็ทางดวงตาเพิ่มความสามารถในการมองเห็น ราคาไม่ธรรมดา วิฬารเนตริญญาชมชอบสมุนไพรประเภทนี้อวิ๋นโม่ปลดห่อสัมภาระบนหลังลงมา หยิบกล่องไม้ออกมาใบหนึ่งเด็ดดอกชังทิวาภายในถ้ำทั้งสามดอกใส่ลงไป ยามนี้เขาอดรู้สึกเสียดายไม่ได้หากมีถุงเฉียนคุนสักใบคงไม่ต้องลำบากเช่นนี้
โชคดีไม่น้อย ดอกชังทิวาเป็สมุนไพรล้ำค่าราคาแพงกว่าโสมพิษงูที่อวิ๋นโม่เคยซื้อมากคาดว่าอย่างต่ำคงต้องได้หลายเหรียญทองแล้ว อวิ๋นโม่ตื่นเต้นดีใจ
หลังจากอวิ๋นโม่เก็บดอกชังทิวาเรียบร้อยเสียงเคลื่อนไหวอย่างหนึ่งก็ดังขึ้น อวิ๋นโม่สีหน้าเปลี่ยนไปไม่ต้องคิดก็รู้ว่าวิฬารเนตริญญากลับมาแล้วเขากระชับง้าวคืนเหมันต์เดินออกไปตามทางออกของถ้ำด้วยความระมัดระวัง
“โฮก!”
เสียงขู่คำรามดังขึ้นครั้งหนึ่ง วิฬารเนตริญญาพุ่งเข้ามาในถ้ำพอเห็นว่าดอกชังทิวาไม่อยู่แล้วก็ยิ่งขุ่นเคือง แม้จะเรียกเป็แมวชนิดหนึ่งแต่ร่างกายของวิฬารเนตริญญามีขนาดใหญ่กว่าแมวบ้านมากแม้แต่เสือดุทั่วไปก็ยังไม่ใช่คู่มือของมัน
นี่เป็ครั้งแรกในชาตินี้ที่เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับที่หนึ่งอวิ๋นโม่ไม่เคร่งเครียด กลับกันยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้างวันนั้นที่ประลองกับอวิ๋นเลี่ย เขาไม่ได้ใช้พละกำลังเต็มส่วนเสียด้วยซ้ำงานนี้เมื่อเผชิญหน้ากับวิฬารเนตริญญาก็จะได้ต่อสู้เต็มกำลังแล้ว
วิฬารเนตริญญาส่งเสียงขู่คำรามอีกครั้ง มันโก่งตัวขึ้น จากนั้นก็หายไป
อวิ๋นโม่รู้สึกขอบคุณในโชคของตนเอง หากไม่ได้เครื่องเตือนภัยเขาก็อาจถูกวิฬารเนตริญญาลอบโจมตี ในถ้ำที่มีแสงสว่างเพียงเล็กน้อยวิฬารเนตริญญาแอบซ่อนร่างได้อย่างมิดชิด รอจังหวะโจมตีอวิ๋นโม่
แต่อวิ๋นโม่รู้แล้วว่ามีวิฬารเนตริญญาแอบซ่อนอยู่คิดจะลอบโจมตีเขาจึงเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้ยิ่งไปกว่านั้นอวิ๋นโม่ก็ไม่มีทางนั่งรออยู่เฉยๆ
ตึง!
อวิ๋นโม่พลันกระแทกง้าวกับพื้นคราหนึ่ง สะเก็ดไฟจำนวนมากะเิออกทั่วทั้งถ้ำสว่างขึ้นพร้อมกัน เผยร่างของวิฬารเนตริญญาที่ซ่อนตัวอยู่มันโก่งเอวเตรียมโจมตีอวิ๋นโม่
เมื่อเห็นว่าลอบจู่โจมไม่สำเร็จ วิฬารเนตริญญาก็ล้มเลิกแผนการพุ่งเข้าหาอวิ๋นโม่โดยตรง กรงเล็บแหลมคมกวาดออกมาเป็เงาเย็นเยียบหลายสาย
อวิ๋นโม่กุมง้าวคืนเหมันต์แน่น กวาดออกไปทางวิฬารเนตริญญา
ติงๆ!
วิฬารเนตริญญาหลบคมง้าว กรงเล็บข้างหนึ่งตะปบบนด้ามเกิดเสียงแหลมบาดหูกรงเล็บของวิฬารเนตริญญาคมกว่าดาบทั่วไป หากถูกตะปบจะต้องกลายเป็าแขนาดใหญ่
ฟิ้ว!
แสงเย็นสองสายวาดผ่านแม้สัตว์อสูรระดับหนึ่งจะมีพลังเสมุ์ระดับเปลี่ยนชีพจรพลังปราณภายในร่างไม่อาจใช้งานได้ แต่ยังมีวิธีการบางอย่างที่กระตุ้นพลังปราณภายนอกมาสนับสนุนกลายเป็การโจมตีด้วยพลังปราณ
อวิ๋นโม่หลบแสงหนาวเย็นที่น่ากลัว เขายังฝึกไม่ถึงระดับเปลี่ยนชีพจรเมื่อเผชิญกับการต่อสู้เช่นนี้จึงได้แต่หลบหลีก
ในตอนนั้นเอง วิฬารเนตริญญาก็ฉวยโอกาสพุ่งเข้ามากรงเล็บแหลมคมตะปบไปทางแผ่นหลังของอวิ๋นโม่
ติง!
อวิ๋นโม่พลิกฝ่ามือยกง้าวคืนเหมันต์ไปไว้ด้านหลังต้านการโจมตีจากวิฬารเนตริญญา จากนั้นพลิกร่างปล่อยหมัดหนึ่งออกไป
วิฬารเนตริญญาโจมตีไม่สำเร็จก็คิดจะถอยหนีขณะรวบรวมกำลังก็พบว่าหมัดของอวิ๋นโม่ลอยเข้ามากระทบกับกะโหลกศีรษะอันใหญ่โตของมันแล้ว
เปรี้ยง!
วิฬารเนตริญญาลอยออกไป กะโหลกศีรษะแตก เืสดทะลักออกมาหมัดเดียวของอวิ๋นโม่น่าสะพรึงกลัวได้ถึงเพียงนี้
“คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วยังเป็หมัดทลายภูผาที่มีประโยชน์”อวิ๋นโม่ส่ายศีรษะอย่างไร้หนทาง เขาไม่คุ้นเคยกับการใช้ง้าวและไม่มีเคล็ดวิชาที่สอดคล้อง ได้แต่อาศัย่เวลาต่อสู้ทดลองใช้ง้าวรับมือเล็กๆน้อยๆ
ดวงตาของวิฬารเนตริญญาถือเป็ของหรูหราที่ขุมกำลังต่างๆ ชื่นชอบขนของมันก็มีราคาแพง หลังจากชำแหละดวงตา ขนและกรงเล็บที่มีราคาแพงในตัววิฬารเนตริญญาออกมา อวิ๋นโม่ก็หันกายเดินออกจากถ้ำ
วิฬารเนตริญญาตัวนี้อยู่ในขั้นกลางของระดับที่หนึ่งค่อนไปทางขั้นปลายอวิ๋นโม่ไม่ได้ใช้พลังมากมายก็ฆ่ามันได้สำเร็จ ดูท่าพละกำลังของเขาแม้ต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นปลายก็ยังไม่ใช่ปัญหา
หลังออกจากถ้ำ อวิ๋นโม่ยังคงเดินลึกเข้าไปในูเาพร้อมกับนำผงสีฟ้าออกมาตามหาสมุนไพรล้ำค่าอีกครั้ง
เพียงไม่นานเวลาสามวันก็ผ่านไป กระเป๋าด้านหลังของอวิ๋นโม่ตุงขึ้นมาในนั้นมีวัตถุดิบจากสัตว์อสูรและตัวยาล้ำค่าหลายชนิดผู้ฝึกยุทธ์ระดับเสริมกำลังคนหนึ่งสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้เช่นนี้นับว่าไม่เลวแล้ว
กลุ่มที่มีผู้ฝึกยุทธ์ระดับเปลี่ยนชีพจรพอเข้ามาในเทือกเขาเหนือเมฆาสักครั้งก็ยังไม่แน่ว่าจะเก็บเกี่ยวได้มากมายเช่นนี้ถึงจะเป็เช่นนั้นอวิ๋นโม่ก็ยังไม่พอใจราคาของสิ่งของเหล่านี้หากเปรียบเทียบกับถุงเฉียนคุนเกรงว่ายังห่างกันอีกมาก
“ต้องเสี่ยงค้นหาสมุนไพรที่ล้ำค่ากว่านี้ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่มีโอกาสประมูลถุงเฉียนคุนแน่นอน”อวิ๋นโม่เอ่ยกับตนเองก่อนเดินลึกเข้าไป อันตรายและโอกาสย่อมอยู่คู่กันเขาจำเป็ต้องเสี่ยงจึงจะได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า เขายังมีผงสีฟ้าอยู่จึงมั่นใจว่าจะเสาะหาสมุนไพรล้ำค่าได้อย่างไร้ปัญหา
ทันใดนั้นอวิ๋นโม่ก็หยุดเท้า เขาดึงง้าวคืนเหมันต์ที่อยู่ด้านหลังออกมาจดจ้องไปยังคนที่ขวางทางอยู่เบื้องหน้าอย่างระมัดระวัง
“มารดามันเถอะ เ้าเด็กนี่วิ่งเร็วนัก ทำเอาถึงตอนนี้พวกเราค่อยไล่ทัน!”ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ด้านหลังคนหนึ่งวิ่งหอบหายใจตามมา
“แมวป่า ครั้งนี้เ้าตาฝาดแล้วเ้าเด็กนี่ฆ่าสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นกลางมาตลอดทางแล้วจะเป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเสริมกำลังได้อย่างไร”บุรุษที่ขวางทางอวิ๋นโม่เอาไว้เอ่ยปากพูด
ชายตัวเล็กผอมผู้หนึ่งะโลงมาจากต้นไม้ หัวเราะหึๆ พลางกล่าว“ดูท่าคงจะเป็เช่นนั้นจริงๆ แต่ก็พอดีเลยไม่ใช่หรือเ้าเด็กนี่ก็เหมือนกับสัตว์อสูรล้ำค่าตัวหนึ่ง ตลอดทางเก็บของดีมาได้ไม่น้อยอ้วนพีจนน้ำมันหยด!”
อวิ๋นโม่มองไปโดยรอบ เห็นว่าพวกที่ล้อมตนเอาไว้มีกันทั้งหมดเจ็ดคนนอกจากสองคนที่เขาดูระดับไม่ออก แต่เดาว่าสมควรเป็ระดับเสริมกำลังอีกห้าคนเป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเปลี่ยนชีพจรคนที่แข็งแกร่งที่สุดคือระดับเปลี่ยนชีพจรชั้นเจ็ดชั้นฟ้า
“พวกโจรป่าบนเทือกเขาเหนือเมฆา” อวิ๋นโม่เอ่ยเสียงเย็น
“เหอะๆ!” โจรทั้งเจ็ดเผยยิ้มเย็นโดยไม่ได้เปิดเผยฐานะ
“พวกเ้าชักช้าจริงๆ ข้ารอพวกเ้าตั้งนานแล้ว!” อวิ๋นโม่ยิ้มเ็ามองไปทางชายตัวเล็กผอมที่ถูกเรียกว่าแมวป่า เอ่ยว่า“แค่กะโหลกเสือตัวเดียวเ้าก็ยังอยากได้ดูท่ากลุ่มโจรของพวกเ้าคงยากแค้นมากสินะ!”
………………………………………