บทที่ 28 หอเถาหลี่
ซูจือจือเรียนหนังสืออยู่บนเขามาตลอด ไม่เคยสอบมาก่อนเลย
นางรับกระดาษข้อสอบมาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ข้อไหนที่ทำได้ก็ทำ ข้อไหนที่ทำไม่ได้ก็ปล่อยไว้
เซวียเช่อเคยถูกอาจารย์ที่บ้านทดสอบบทเรียนบ่อยครั้งตอนอยู่ฉางอัน แต่เขาแทบไม่เคยทำผิดพลาด
เนื้อหาของคัมภีร์ในข้อสอบเขาล้วนเคยเรียนมาแล้ว จึงตอบได้อย่างคล่องแคล่ว
เด็กทั้งสองวางพู่กันเกือบจะพร้อมกัน แล้วส่งคำตอบให้กับอาจารย์ใหญ่
หลิ่วิจือที่กำลังวาดภาพเหลือบมองกระถางธูปริมฝั่ง พบว่าเวลาผ่านไปยังไม่ถึงหนึ่งก้านธูป
หลิ่วิจือรับกระดาษคำตอบมา ความรู้สึกแรกที่เห็นคือ
ลายมืองดงามยิ่งนัก!
เด็กทั้งสองมีลายมือที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เขียนได้ดีกว่าศิษย์หลายคนในหอเหวินเต้าเสียอีก
พอดูเนื้อหาก็ยิ่งประหลาดใจ
แม้ซูจือจือจะไม่ได้ตอบบางข้อ แต่ข้อที่ตอบนั้นมีประเด็นสำคัญและแิที่ชัดเจน
ส่วนเซวียเช่อตอบครบทุกข้อ ไม่เพียงอธิบายความหมายได้ตรงประเด็น ยังอ้างอิงตำนานและบทกวีได้ถูกต้องครบถ้วน
เมื่อหลิ่วิจือเงยหน้าขึ้นมองเด็กทั้งสองอีกครั้ง แววตาของเขาก็ได้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ท่านผู้ตรวจการมณฑลกู้ส่งนักเรียนสองคนนี้มาที่สำนักศึกษา เด็กที่มีพร์เช่นนี้ หากปล่อยให้อยู่บนเขาก็น่าเสียดายยิ่งนัก
"ซูจือเ้าไปเรียนที่หอเถาหลี่ ส่วนเซวียเช่อเ้าไปที่หอเหวินเต้า" หลิ่วิจือกล่าว
ซูจือจือคว้ามือของเซวียเช่อไว้ "ท่านอาจารย์ใหญ่ ข้ากับอาเช่อจะไม่ได้เรียนด้วยกันหรือเ้าคะ?"
"ระดับความรู้ของเซวียเช่อสามารถไปเรียนที่หอเหวินเต้าได้ บทเรียนคัมภีร์ที่นั่นจะซับซ้อนกว่า" หลิ่วิจือตอบ
พอซูจือจือได้ยินว่าซับซ้อนกว่า นางก็รีบปล่อยมือเซวียเช่อทันที
"ถ้าเช่นนั้นข้าอยู่หอเถาหลี่ก็ดีแล้ว"
เซวียเช่อ "..."
"ไปกันเถอะ ข้าจะพาพวกเ้าไปที่ห้องเรียน" หลิ่วิจือเก็บกระดาษคำตอบของเด็กทั้งสองเรียบร้อยแล้วเตรียมจะเดินออกไป
"ท่านอาจารย์ใหญ่กำลังวาดนกเซียงซือหรือเ้าคะ?" ซูจือจือถาม
หลิ่วิจือหันหน้ากลับมา เห็นซูจือจือกำลังจ้องมองภาพวาดนกและดอกไม้บนโต๊ะอย่างไม่วางตา
"เ้ารู้จักหรือ?"
ซูจือจือพยักหน้า "ข้าเคยเห็นบ่อยในูเา แต่นกเซียงซือที่ข้าเคยเห็นท้องกลมและป่องมาก ปีกมีลายสีแดงและสีเหลือง ไม่ใช่นกผอม ๆ เช่นนี้"
นางเคยจับนกไว้ในมือพลางพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียดมาแล้ว
ดวงตาของหลิ่วิจือสว่างวาบขึ้น เดินกลับไปที่โต๊ะหยิบพู่กันขึ้นมาวาดเพิ่มเติมสองสามทีและลงสีชาดเพิ่ม
ทันใดนั้น นกสองตัวในภาพก็ดูมีชีวิตชีวาและสมบูรณ์ขึ้นมาก
หลิ่วิจือหรี่ตาด้วยแววตาที่มีรอยยิ้ม เขามองไปที่ซูจือจือ "เ้าเข้าใจการวาดภาพด้วยหรือ?"
"ข้าเคยเรียนกับท่านพ่อ ข้าวาดูเา วาดเมฆ วาดนก วาดปลาได้เ้าค่ะ"
ซูจือจือสนิทสนมกับผู้คนได้อย่างรวดเร็ว
อาจารย์ใหญ่หลิ่วิจืออายุมากแล้ว ปกติชอบทำหน้าเคร่งขรึม ศิษย์หลายคนต่างเกรงกลัวเขา
แต่ซูจือจือกลับรู้สึกว่าอาจารย์ใหญ่หลิ่วเป็คนเป็กันเอง ทั้งใบหน้าและมือไม่มีแผลเป็สักรอยทั้งยังไม่ฟันคนหรือทุบตีผู้ใด
นางเริ่มเล่าถึงสัตว์นานาชนิดที่ตนเคยเห็นบนูเา แล้วยังเชิญอาจารย์ใหญ่หลิ่วไปเที่ยวเขาเฮยเฝ่ยอีกด้วย
"ยามว่างอาจารย์ใหญ่สามารถกลับไปเที่ยวหมู่บ้านพวกข้าได้ ที่หมู่บ้านข้ามีนกอินทรีตัวใหญ่มาก ทั้งว่านอนสอนง่ายและน่ารัก อาจารย์ใหญ่สามารถวาดรูปมันได้นะเ้าคะ"
เซวียเช่อเดินอยู่ด้านข้าง ในหัวนึกภาพปีกอันใหญ่โตและกรงเล็บอาบเืของอาเป่า
ช่างยากเหลือเกินที่จะเชื่อมโยงอาเป่าเข้ากับคำว่าน่ารัก
หลิ่วิจือพาเซวียเช่อไปส่งที่หอเหวินเต้าก่อน
ก่อนที่เซวียเช่อจะเข้าห้องเรียน เขาคิดจะเตือนซูจือจือว่าหากมีอะไรที่ไม่เข้าใจในชั้นเรียนให้จดไว้แล้วค่อยมาถามเขาภายหลัง
ทว่าซูจือจือกลับตบบ่าเซวียเช่อก่อน แล้วก็ทำท่าทางราวกับเป็ผู้ใหญ่ตัวน้อย
"อาเช่อ ข้าส่งเ้าได้แค่ตรงนี้นะ หากเ้าเจอเื่อะไรที่หอเหวินเต้าก็มาหาข้าได้"
เซวียเช่อแปลกใจ "ไปหาเ้าแล้วจะมีประโยชน์อันใด?"
ซูจือจือทำหน้าขรึม พูดเลียนแบบละครว่า
"ข้าจะต้องสร้างชื่อเสียงในที่แห่งนี้ให้ได้ในเร็ววัน"
เซวียเช่อ "ไม่ เ้าไม่ต้องสร้างชื่อเสียงหรอก"
...
ปลายฤดูวสันต์
เมื่อสายลมพัดผ่าน ดอกท้อและดอกพลัมนอกหน้าต่างก็ร่วงโปรยปรายราวสายฝน
ในหอเถาหลี่ เหล่าศิษย์กำลังส่ายหน้าพลางท่องบทกวีตามอาจารย์ชิว
"ข้าให้ผลพุทราแก่เ้า เ้าตอบแทนข้าด้วยหยก มิใช่เพื่อตอบแทนแต่เพื่อมิตรภาพอันยืนยาว"
"ข้าให้ท้อแก่เ้า เ้าตอบแทนข้าด้วยหยกงาม มิใช่เพื่อตอบแทนแต่เพื่อมิตรภาพอันยืนยาว"
"..."
เด็ก ๆ ที่นั่งอยู่สองแถวแรกต่างตั้งใจอ่านกันมาก
ส่วนสองแถวหลังนั้น บ้างก็ง่วงงุน บ้างก็เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง
กู้ชิงหนิงที่นั่งอยู่แถวรองสุดท้าย นอนคว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะ มองดูกลีบดอกไม้ที่ลมพัดมาบนขอบหน้าต่าง
กลีบดอกไม้สีชมพูอ่อนและขาวซ้อนทับกัน ดูราวกับชายกระโปรงที่ซ้อนชั้นของสตรี
กู้ชิงหนิงมีสีหน้าอิดโรย เมื่อคืนนางนอนไม่หลับ
เมื่อเดือนที่แล้วนางเคยถูกโจรลักพาตัว เกือบจะถูกขายไป โชคดีที่ชาวบ้านหมู่บ้านเหลียงหมินช่วยเอาไว้ นางจึงรอดพ้นจากเหตุการณ์นั้นมาได้
แต่หลังจากเื่นั้นนางมักสะดุ้งตื่นกลางดึก แล้วก็นอนไม่หลับอีก
ยามอยู่ที่จวน ยังพอมีแม่นมและหญิงรับใช้คอยอยู่เป็เพื่อน แต่เมื่ออยู่ที่สำนักศึกษานางก็ต้องให้กำลังใจตัวเองตามลำพัง
เมื่อคืนนี้ หลี่เสาเอ๋อร์เพื่อนร่วมชั้นที่พาคนมาแกล้งหลอกหลอนนางที่หน้าประตู ทำให้นางแทบไม่ได้นอนเลย
กู้ชิงหนิงนึกย้อนไปถึง่เวลาที่ผ่านมา พบว่าคืนที่นางนอนหลับสบายที่สุดกลับเป็คืนที่อยู่บนเขาเฮยเฝ่ย
บนูเามีเด็กหญิงผู้หนึ่งนามว่า 'จือจือ' นางเป็คนกล้าหาญและร่าเริง การได้นอนข้างกายนางทำให้รู้สึกอุ่นใจยิ่งนัก...
"กู้ชิงหนิง" อาจารย์ชิวเดินเข้ามา "เ้าจงอธิบายความหมายของบทกวีบทนี้"
เมื่อครู่กู้ชิงหนิงไม่ได้ตั้งใจฟัง พอถูกอาจารย์เรียกนางก็ยืนขึ้นด้วยใบหน้าแดงก่ำ ก้มหน้าพูดอึกอัก
"ท่านอาจารย์ เมื่อครู่ศิษย์..."
หลี่เสาเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ด้านหน้าหันกลับมา ดวงตาฉายแววเยาะหยัน
"คุณหนูกู้คงจะบอกว่าตนป่วยอีกกระมัง เมื่อคืนนอนไม่หลับหรือ? กลางวันแท้ ๆ ยังฟังคำสอนของท่านอาจารย์ไม่รู้เื่"
กู้ชิงหนิงรู้สึกราวกับมีก้อนสำลีจุกอยู่ในลำคอ พูดคำอธิบายใด ๆ ไม่ออก
นางจับชายเสื้อของตน ดวงตาค่อย ๆ แดงเรื่อขึ้น
อาจารย์ชิวเห็นกู้ชิงหนิงเป็เช่นนั้น ก็ไม่ได้คาดคั้นนางมากนัก จึงให้นางนั่งลงฟังต่อ
จากนั้น อาจารย์ชิวถาม
"ผู้ใดสามารถอธิบายความหมายของบทกวีสองบทเมื่อครู่ได้บ้าง?"
หลี่เสาเอ๋อร์นั่งหลังตรง กำลังจะบอกว่าตนทำได้ จู่ ๆ ก็เห็นท่านอาจารย์ใหญ่หลิ่วปรากฏตัวที่หน้าประตู
ข้างกายอาจารย์ใหญ่หลิ่วยังมีเด็กหญิงตัวน้อยที่งดงามราวกับหยกแกะสลักยืนอยู่
"อาจารย์ชิว นี่คือศิษย์ใหม่ ต่อไปนางจะเรียนที่หอเถาหลี่" อาจารย์ใหญ่หลิ่วแนะนำ
อาจารย์ใหญ่หลิ่วกำชับอาจารย์ชิวสองสามประโยค แล้วให้ซูจือจือเข้าไปเรียนด้วยกัน
เหล่าศิษย์ในหอเถาหลี่ต่างตื่นตัวขึ้นมาทันที พากันมองศิษย์ร่วมชั้นคนใหม่ด้วยความสนใจใคร่รู้
พวกเขาส่วนใหญ่อายุเจ็ดแปดขวบ เมื่อปีที่แล้วเรียนที่หอฉินเสวีย หลังจากผ่านการทดสอบจึงได้เข้ามาเรียนที่หอเถาหลี่
ตอนนี้จู่ ๆ มีศิษย์ใหม่เข้ามา อีกทั้งยังเป็ศิษย์ร่วมชั้นหญิงที่ทั้งงดงามและน่ารัก ทุกคนจึงต่างพากันซุบซิบ
"ข้าเคยได้ยินมาก่อนว่าสำนักของพวกเราจะมีศิษย์ใหม่สองคน"
"ดูเหมือนจะมาจากในเขา"
"ในเขาหรือ? ชาวเขาก็มาเรียนหนังสือด้วยหรือ?"
คำพูดของเด็กไร้เดียงสา พวกเขาคิดอะไรก็พูดออกมาตรง ๆ
หลังจากอาจารย์ใหญ่หลิ่วจากไป อาจารย์ชิวก็ให้ซูจือจือแนะนำตัวกับเพื่อนร่วมชั้น
ซูจือจือก้าวไปข้างหน้าอย่างเป็ธรรมชาติ ดวงตาคู่งามเปล่งประกายดั่งดวงดาวยามราตรี
"ข้าชื่อซูจือ พวกเ้าเรียกข้าว่าซูจือจือก็ได้ ข้าอายุหกขวบ บ้านของข้าอยู่ที่เขาเฮยเฝ่ยหมู่บ้านเหลียงหมิน"
ซูจือจือเพิ่งพูดจบ ก็มีเสียงคนร้องเรียกดังขึ้นจากด้านล่างทันที
"จือจือ!"
กู้ชิงหนิงโบกมือสุดแรง ดวงตาของนางแดงก่ำขึ้นกว่าเดิม