“ออกไป ไม่ต้องมาแตะต้องตัวผม ต่อจากนี้ไปถือว่าผมกับคุณไม่รู้จักกัน เจอกันที่ไหนถ้าไม่จำเป็ก็ไม่ต้องมาทักทาย ผมขอโทษที่ทำให้คุณรู้สึกสงสาร รู้สึกขยะแขยงจนจะอ๊วก ลาก่อน” ร่างบางปฏิเสธความช่วยเหลือและปัดมือหนาที่กำลังจะยื่นเข้ามาประคองตัวเองออกและพยายามที่จะลุกขึ้นเอง ต่อไปนี้เขาจะตัดใจจากคนใจร้ายให้ได้
“เนม เื น้องพู่กันเืออกจากไหนเยอะมาก”
ปิยวดีร้องบอกวรานนท์ด้วยน้ำเสียงที่ตื่นใเมื่อเธอเห็นที่พื้นห้องที่เป็พื้นหินอ่อนสีอ่อนมีเืไหลออกมาจากทางร่างกายของพนัชกรเรื่อยๆ แต่ยังไม่รู้ที่มาว่ามาจากส่วนไหน ร่างสูงของวรานนท์ที่โดนผลักออกมาชะงักงันและหันไปมองทางร่างบางอีกครั้ง เืสีแดงค่อยๆ ไหลตามพื้นขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ร่างสูงบอกให้ปิยวดีโทรตามรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลให้อย่างร้อนรน ส่วนตัวเองรีบวิ่งเข้าไปในห้องนอนและกลับออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมแต่งกายเรียบร้อยร่างสูงโทรไปหานิลกาฬลุงหมอของเขาผู้ซึ่งเป็บิดาของร่างบางให้ไปเจอกันที่โรงพยาบาลพร้อมกับเล่าเื่ราวคร่าวๆ ให้อีกฝ่ายฟัง เสร็จแล้วก็อุ้มเอาพนัชกรที่ตอนนี้ตาปรือเหมือนจะหลับและหายใจแ่เบาแล้วรีบก้าวออกจากห้องลงไปชั้นล่างของคอนโดเพื่อไปขึ้นรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่มาถึงพอดี
“พู่กัน ตื่นก่อน ลืมตาไว้ ตั้งสติเอาไว้ พู่กันตื่น อย่าหลับนะ ได้ยินพี่เนมไหมพู่กัน พยายามลืมตาไว้ ตื่นซิ ตื่น”
เสียงนุ่มแต่ฟังดูร้อนรนของวรานนท์ปลุกเรียกร่างบางตลอดเวลาที่อยู่บนรถพยาบาล จนกระทั่งไปถึงโรงพยาบาลของนิลกาฬ พอรถฉุกเฉินจอดก็มีทีมแพทย์และพยาบาลมารับตัวพนัชกรและเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉินทันที โดยที่วรานนท์โดนกันไว้ไม่ให้เข้าไป และเพียงแป๊บเดียวรถของนิลกาฬก็มาถึงทั้งลุงหมอ อาพรีน น้องพะแพง คุณปู่อาทิตย์ ก็ต่างรีบพากันเดินกึ่งวิ่งตรงเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าวิตกกังวล
“มันเกิดอะไรขึ้น น้องเนมเล่าให้อาพรีนฟังหน่อยได้ไหมลูก แล้วตอนนี้น้องอยู่ไหน”
พีรฉัตรสอบถามเหตุการณ์จากร่างสูงของหลานชายที่ยืนอยู่ก่อน วรานนท์ก็เล่าคร่าวๆ ให้ฟัง พร้อมกับคำขอโทษรู้สึกผิดที่ทำให้น้องเจ็บจนต้องเข้าโรงพยาบาล ส่วนนิลกาฬวิ่งเข้าไปในห้องฉุกเฉินต้องแต่ที่มาถึงแล้ว
ทุกคนรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยความเครียดวิตกกังวล เป็ห่วงร่างบางที่ไม่เคยเจ็บจนต้องเข้าโรงพยาบาล เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่าประตูห้องฉุกเฉินก็ไม่เปิดออกมาเสียที จนเวทานนท์และครอบครัวมาถึง
“พรีน พี่ขอโทษแทนลูกชายพี่ด้วยนะครับที่ทำให้น้องพู่กันเจ็บขนาดนี้” เวทานนท์ขอโทษพีรฉัตรกับครอบครัวด้วยความจริงใจและเสียใจในสิ่งที่ลูกชายทำ
“ไม่เป็ไรครับ พี่เวย์ อีกอย่างน้องเนมก็ไม่ตั้งใจ และน้องพู่กันไม่น่าจะเป็อะไรมากครับ”
พีรฉัตรบอกเวทานนท์เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเป็กังวลถ้าจะผิดคงผิดที่ลูกชายของตัวเองที่รักและตามตื๊ออีกฝ่ายจนเกิดเื่ เหตุการณ์ครั้งนี้คงเป็บทเรียนครั้งใหญ่ของลูกชายสุดที่รักที่จะได้ตัดใจจากเื่นี้สักที ส่วนนวพรรษก็เดินมากอดปลอบพีรฉัตรและขอโทษอยู่ในที
เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงสำหรับคนรอมันรู้สึกว่านานมากใจมันร้อนรนอยากจะรู้ข่าวอยากจะเข้าไปข้างใน นิลกาฬก็เปิดประตูห้องฉุกเฉินออกมาพร้อมกับมีพนักงานที่เข็นรถเข็นเปลนอนที่มีพนัชกรนอนหลับอยู่บนเตียงถูกปิดด้วยก๊อซทำแผล พร้อมกับแขนก็มีเข็มแทงให้น้ำเกลือกระปุกใหญ่แขวนอยู่ ทุกคนพากันกรูไปหานิลกาฬเพื่อถามความคืบหน้าอาการคนเจ็บ
“ไม่เป็อะไรมากหรอกครับ แค่มีแผลเล็กน้อยตอนนี้เย็บแผลแล้ว พู่กันปลอดภัยดี ตอนมาคงใมากเลยเป็ลมไป ป่ะไปที่ห้องพักกันครับ”
นิลกาฬบอกทุกคนด้วยสีหน้าคลายกังวลขึ้น ทุกคนเลยพากันเดินตามเปลของพนัชกรขึ้นลิฟต์ไปที่ห้องพักฟื้นที่ถูกคุณปู่อาทิตย์สั่งให้เตรียมไว้ให้ก่อนหน้านี้
วรานนท์มองใบหน้าสวยที่ซีดเซียวของคนป่วยด้วยความรู้สึกผิด ถ้าเขาไม่เผลอผลักร่างบางของพนัชกรน้องน้อยก็คงไม่าเ็ขนาดนี้นี่ถึงขนาดต้องเย็บแผลลุงหมอพ่อของน้องบอกว่าที่เห็นเืออกเยอะๆ ที่เห็นเพราะมีกระจกบาดที่บริเวณท้องก็เลยต้องเย็บ ด้วยความที่กลัวน้องตื่นมาจะปวดเลยต้องฉีดยาแก้ปวดและยานอนหลับไว้ให้ เยี่ยมอยู่นานแต่พนัชกรก็ยังไม่ตื่นด้วยฤทธิ์ของยา ดึกแล้วเวทานนท์จึงพาครอบครัวลาเพื่อกลับบ้าน
“เดี๋ยวกูกลับก่อนนะเพื่อน ยังไงกูก็ขอโทษแทนเ้าเนมด้วยนะที่ทำให้น้องพู่กันต้องเจ็บจนต้องนอนโรงพยาบาล ไปล่ะนะเพื่อน”
“ไม่เป็ไรมึงไม่ต้องคิดมาก มันเป็อุบัติเหตุ เนมก็คงไม่ต้ังใจ ดีนะที่เนมโทรบอกกูก่อน กูเลยได้เตรียมตัวและทีมแพทย์ทัน”
หลังจากที่ครอบครัวของเวทานนท์กลับพออยู่กันแค่คนในครอบครัวของตัวเองนิลกาฬที่ตอนแรกใบหน้าดูยิ้มแย้มตอนนี้เริ่มเคร่งขรึมขึ้น จนคนอื่นรู้สึกถึงความผิดปกตินั้น
“มีอะไรหรือเปล่าครับพี่นิล พี่นิลอยากจะบอกอะไรพวกเราไหม”
พีรฉัตรถามคู่ชีวิตทันทีที่มองดูสีหน้าของสามี
“นั่นน่ะซิลูก เกี่ยวกับน้องพู่กันใช่ไหม” คุณปู่อาทิตย์ถามขึ้นบ้าง พอเห็นสีหน้าเครียดของลูกชาย
“เอ่อ ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี คืออย่างนี้ครับ…..”
แล้วนิลกาฬก็บอกเล่าเื่ราวให้ทุกคนในครอบครัวได้รับรู้ ซึ่งทุกคนก็ทำสีหน้าไม่ต่างกันเลยท้ังใ ดีใจและกังวลใจในคราเดียวกัน
“เื่นี้เราก็คงต้องแล้วแต่พู่กัน ให้พู่กันเป็คนตัดสินใจอีกทีว่าจะเอายังไงส่วนเราก็คงต้องคอยดูแลและให้กำลังใจให้ความสนับสนุนแทน”
คุณปู่อาทิตย์พูดขึ้นมาหลังจากที่ได้รับฟังเื่ราวทั้งหมด
” ฮึก ฮึก ฮือ น้องขอโทษ ขอโทษทุกคนด้วยนะครับที่น้องดื้อจนเกิดเื่แบบนี้ขึ้น ฮือ ฮือ ฮือ”
พนัชกรที่ตื่นขึ้นมาพอดี ขอโทษทุกคนในครอบครัว เื่นี้ปะป๊าได้คุยและบอกเขาแล้วตอนที่อยู่ในห้องฉุกเฉินและได้กำชับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดเก็บไว้เป็ความลับ
“พู่กันตื่นแล้วเหรอลูกรักของมาม๊า ไม่ต้องร้องนะลูกเราจะผ่านจุดนี้ไปด้วยกัน เราจะเข้มแข็งขึ้นและค่อยๆ ก้าวข้ามผ่านมันไปนะลูก น้องมีทุกคนที่รักน้องอยู่ตรงนี้นะครับคนดีของมาม๊า ฟอดดดดด“ พีรฉัตรตรงเข้าไปหาลูกชายที่เตียงนอนแล้วกอดหอมปลอบขวัญลูกรัก
“พู่กันไม่ต้องกังวลนะลูก ทุกคนที่นี่คอยเป็กำลังใจให้น้องอยู่นะครับ ไม่ว่าน้องจะตัดสินใจยังไงพวกเราโอเคหมดเลย“ นิลกาฬเ้าไปหาลูกอีกคน
“ทุกคนจะว่ายังไงครับ ถ้าน้องจะขอดรอปเื่เรียนไว้ก่อนหรือจะโอนย้ายไปเรียนที่อื่นเลยดี ส่วนเื่ลูกน้อยในท้องพู่กันขอเก็บไว้ได้ไหมครับและขอให้เป็ความลับเฉพาะคนในครอบครัวเรากับที่บ้านคุณตาได้ไหมครับ น้องไม่อยากที่จะให้บ้านพี่เนมรู้”
“ได้เลยลูกไม่ว่าหนูจะตัดสินใจยังไงพวกเราเตรียมสนับสนุนเต็มที่ งั้นปู่ว่าตอนนี้หนูก็เรียนจบปีหนึ่งแล้ว หนูโอนหน่วยกิตไปเรียนที่ต่างประเทศไหมลูก เดี๋ยวปู่จัดการให้ เรียนที่ปู่เคยเรียนก็ได้ ตอนนี้เพื่อนปู่เป็เ้าของที่นั่นต่อจากรุ่นพ่อเค้า เดี๋ยวปู่คุยให้เพราะตอนปีสองยังไม่มีอะไรหนักมากเพิ่งจะเริ่มเรียนanatomy ปู่ว่าพอท้องโตก็เรียนออนไลน์ยังได้เลยหลานปู่เก่งอยู่แล้วพอคลอดแล้วค่อยไปเรียนแบบเต็มตัว เดี๋ยวปู่ไปอยู่ที่โน่นเป็เพื่อนเอง เอาไหม”
“ขอบคุณมากครับคุณปู่ เอาตามที่คุณปู่ว่าก็ได้ครับเพราะถ้าอยู่ที่เมืองไทยพู่กันคงต้องดรอปเรียนไว้มันอาจจะต้องเสียเวลาไปเป็ปีถึงสองปีกว่าจะได้กลับไปเรียนใหม่อีก ไหนจะต้องลำบากคอยปิดบังครอบครัวโน้นอีก”
“ปะป๊ากับมาม๊าก็เห็นด้วยนะลูกถ้าไปอยู่ต่างประเทศเดี๋ยวพวกเราจะบินไปหาหนูเรื่อยๆ ดีไหม”
“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกครับปะป๊า ทุกวันนี้แค่ยกโทรศัพท์แป๊บเดียวก็เห็นหน้ากันแล้วครับพู่กันอยู่ได้”
“แต่ว่ายังไงปู่ก็จะไปอยู่ด้วยนะลูก ถ้าปู่เหงาปูจะชวนคุณตาของหนูดีไหม”
“แต่ว่าตอนนี้หนูนอนนิ่งๆ ก่อนนะลูก มันยังไม่ปลอดภัยยังเสี่ยงที่จะแท้งได้ง่ายอยู่ แล้วก็ห้ามเครียดด้วยนะ ถ้าครอบครัวโน้นมาเยี่ยมหนูจะว่ายังไง” นิลกาฬให้คำแนะนำและถามความคิดเห็นของลูกชายว่าจะเอายังไง จะจัดการความรู้สึกของตัวเองยังไงดี
“เหมือนกับตอนที่มาม๊าท้องพู่กันเลยลูก ตอนนั้นนะมันอาจจะทรมานหน่อยที่เราต้องฝืนไม่ให้ขยับตัวมากแต่ด้วยความที่อยากจะให้พู่กันของมาม๊าแข็งแรงเราต้องทน เพราะฉะนั้นพู่กันอดทนหน่อยนะลูก” พีรฉัตรนึกถึงตอนที่ตัวเองตกเืแล้วต้องนอนนิ่งๆ เพื่อป้องกันการแท้งให้ลูกฟัง
“โธ่ ที่รักปะป๊าขอโทษนะคนดี ฟอดดดดด” นิลกาฬต้นเหตุของเื่ราวย้ายมานั่งข้างเมียรักแล้วอ้อนขอโทษอย่างไม่อายใคร
“พู่กันจะอดทนครับ ปะป๊าย้ายพู่กันไปอยู่ห้องอื่นได้ไหมครับ แล้วให้คนอื่นเข้าใจว่าพู่กันไม่อยู่ไปเที่ยวพักผ่อนก็ได้” พนัชกรบอกผู้เป็บิดาถึงความ้าของตัวเอง
“เอางั้นเหรอลูก โอเคเดี๋ยวปะป๊าจัดการให้ ส่วนเื่เรียนลูกไม่ต้องห่วงเหมือนกันเตรียมตัวไปเรียนต่างประเทศได้เลย ว่าแต่เื่พี่เนมลูกโอเคใช่ไหม” นิลกาฬรับปากลูกชาย และสอบถามความรู้สึกของลูกรักอีกครั้ง
“ตอนนี้อาจจะยังเจ็บอยู่ครับปะป๊า แต่น้องสัญญาว่าต่อไปน้องจะลืมให้ได้ครับ น้องบอกเขาแล้วว่าจะไม่เกี่ยวข้องกันอีก และเขามีคนของเขาแล้วครับคนที่จะเป็แม่ของลูกเขา ดังนั้นเื่ลูกของพู่กันเลยไม่จำเป็ต้องบอก”
“เก่งมากลูกปะป๊า”