บทที่ 16 บ้าคลั่ง
หลิงเหยากลืนอาหารในปาก "หนูมีเพื่อนที่เป็เ้าของโรงงานยา ตอนนี้หนูกำลังคุยเื่ความร่วมมือกับเขา"
ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ท้ายที่สุดแม่ของเธอก็จะต้องรู้เื่นี้ ดังนั้นเธอจึงไม่ได้ปิดบังอะไร
"คุยเื่ความร่วมมือ?" หลิงเสวี่ยเม่ยรู้สึกประหลาดใจ
หลิงเหยาวางตะเกียบลง "คุณตาทิ้งสูตรเหล้าสมุนไพรไว้ไม่ใช่เหรอคะ? หนูตั้งใจจะนำสูตรเหล้าสมุนไพรนี้ไปผลิตและส่งออกสู่ตลาด"
คุณตาของเธอเป็แพทย์แผนโบราณ และแม่ของเธอก็เรียนวิชาแพทย์มาจากเขา
"ทำได้จริงหรือ? แล้วเงินทุนล่ะ?" หลิงเสวี่ยเม่ยรู้สึกว่าไม่เป็ไปได้ แม้ว่าสูตรเหล้าสมุนไพรจะดีก็ตาม แต่ใครเล่าจะไปซื้อเหล้าสมุนไพรมาดื่มด้วยความเต็มใจ
"เื่เงินทุน เพื่อนของหนูจะจัดการให้ หนูแค่ต้องให้สูตรยาก็พอ" หลิงเหยาไม่ได้กล่าวถึงรายละเอียดมากนัก เนื่องจากตอนนี้เธออยู่ในสายตาของแม่ และยังเป็หญิงสาวอายุยี่สิบปี ยังไม่มีประสบการณ์ทางสังคมมากนัก
"เพื่อนของลูกน่าเชื่อถือเหรอ" หลิงเสวี่ยเม่ยยังคงรู้สึกไม่สบายใจ
"แม่ไม่ต้องห่วงหรอก นอกจากสูตรเหล้าสมุนไพรนี่ หนูก็ไม่มีอะไรให้คนหลอกแล้ว" หลิงเหยายิ้มซุกซน แล้วใช้ตะเกียบคีบหมูแดงตุ๋นใส่ชามของหลิงเสวี่ยเม่ย "แม่กินเนื้อนะ พอหนูหาเงินได้เยอะ หนูจะซื้อบ้านใหม่ให้แม่"
"เ้าเด็กคนนี้" หลิงเสวี่ยเม่ยหัวเราะออกมา แล้วยื่นมือคีบหมูแดงตุ๋นใส่ชามของหลิงเหยา "งั้นแม่ก็จะรอวันที่ลูกหาเงินได้เยอะ ๆ"
เธอรู้ว่าลูกสาวของเธอโตแล้ว และเป็คนที่มีวิจารณญาณ ดังนั้นเธอจึงไม่อยากควบคุมลูกมากเกินไป แม้กระทั่งหากสุดท้ายลูกสาวล้มเหลว สำหรับเธอแล้วนั่นก็เป็ประสบการณ์อันมีค่า
"ค่ะ"
ในห้องมีเสียงหัวเราะไม่ขาดสาย บรรยากาศอบอุ่นและสนุกสนาน
…
โจวอวี่คิดไปคิดมา รู้สึกว่าต้องรีบเอาจี้กลับมาให้เร็วที่สุด ถ้าปล่อยไว้ที่หลิงเหยาแล้วอีกฝ่ายรู้ความจริงขึ้นมา การเกิดใหม่ของเธอจะมีความหมายอะไร
คิดถึงตรงนี้ โจวอวี่ก็นอนไม่หลับอีกต่อไป เธอลุกขึ้นและออกจากห้องอย่างเงียบ ๆ
เธอมาที่ประตูบ้านของหลิงเหยาแล้วเดินวนไปวนมาที่ประตู จากนั้นเดินไปที่กำแพงบ้าน เขย่งปลายเท้าและปีนขึ้นกำแพง
หลิงเหยาได้ยินเสียงที่นอกบ้าน ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปตามช่องว่าง เห็นโจวอวี่ปีนข้ามกำแพง แอบเข้าไปในห้องปรมพยาบาลอย่างลับ ๆ ก็รู้ทันทีว่าเธอกำลังจะทำบางอย่างแน่
โจวอวี่ผลักประตูห้องพยาบาลแล้วเริ่มค้นหาในตู้ยา เธอเคยอาศัยอยู่ที่บ้านตระกูลหลิงมาเป็เวลานานในชาติก่อน และได้เรียนวิชาแพทย์กับหลิงเสวี่ยเม่ยมาบ้าง ดังนั้นเธอจึงรู้ดีถึงสรรพคุณของยาเหล่านี้
"ใครอยู่ข้างในน่ะ?" เสียงของหลิงเหยาดังมาจากด้านนอก
โจวอวี่ใ รีบปิดตู้ยาและซุกตัวลงใต้โต๊ะอย่างรวดเร็ว
หลิงเหยาผลักประตูห้องพยาบาล เปิดไฟมองรอบ ๆ แวบหนึ่ง สายตามีประกายเยาะหยัน เธอเดินไปที่โต๊ะอย่างเงียบเชียบ และเหยียบมือของโจวอวี่ที่หดกลับไม่ทัน แถมยังกดทับลงไปอีก
โจวอวี่เกือบร้องออกมาด้วยความเ็ป รีบใช้มืออีกข้างปิดปากตัวเอง หากถูกหลิงเหยาจับได้ว่าอยู่ที่นี่ เธอแน่ใจว่าหลิงเหยาจะไม่ปล่อยเธอแน่ ดังนั้นเธอต้องไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว และจะต้องแก้แค้นให้ได้สักวัน
"มีใครไหม? หรือว่าเป็หนู?" หลิงเหยามองไปรอบ ๆ และเพิ่มแรงที่เท้า เธอสามารถยืนยันได้ว่าในไม่กี่วันข้างหน้า มือของโจวอวี่จะบวมเท่ากับแครอท และนี่ล้วนเป็เพราะหล่อนหาเื่ใส่ตัวเอง
โจวอวี่พยายามอดกลั้นอย่างสุดความสามารถ เหงื่อเย็นผุดพรายที่หน้าผาก ใบหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยความเ็ป ในใจก็ก่นด่าอีกฝ่าย นังหลิงเหยาตัวร้าย! ฉันจะไม่ปล่อยเธอเด็ดขาด ฉันจะทำให้เธอคลานอยู่บนพื้น และถูกเหยียบไว้ใต้เท้าเหมือนในชาติก่อน
หลิงเหยาดูเหมือนได้ยินเสียงกระดูกหัก แล้วยิ้มน้อย ๆ เธอเก็บเท้ากลับ อ้าปากหาวหวอดก่อนจะเดินออกไปข้างนอก
ไม่รู้ว่าเป็เื่บังเอิญหรือตั้งใจ ตอนเดินออกไป เธอยังทำขวดเบตาดีนบนโต๊ะล้ม ของเหลวสีม่วงแดงไหลลงมา ราดโจวอวี่ที่อยู่ใต้โต๊ะจนเปียกไปทั้งตัว
"ช่างเถอะ วันนี้ดึกแล้ว พรุ่งนี้ค่อยทำความสะอาดก็แล้วกัน" หลิงเหยามองขวดเบตาดีนที่คว่ำบนโต๊ก ปิดไฟ ปิดประตู แล้วออกจากห้องพยาบาล
โจวอวี่เกือบจะบ้าคลั่ง เธอสั่นทั้งตัว คลานออกมาจากใต้โต๊ะอย่างน่าเวทนา เบตาดีนที่เปียกอยู่บนหัวและใบหน้าทำให้เธอดูตลกและน่าขัน
เธอเดินกะเผลกออกจากห้องพยาบาล ตอนนี้มือและเท้าเจ็บ โดยเฉพาะเบตาดีนที่เปื้อนตัว มีกลิ่นเหม็นจนอยากอาเจียน ตอนนี้เธออยากฆ่าหลิงเหยาเพื่อระบายความแค้นอย่างยิ่ง
หลิงเหยายืนอยู่หน้าต่าง มองดูโจวอวี่เปิดประตูรั้วออกไป รอยยิ้มที่มุมปากฉีกกว้างออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ใน่ไม่กี่วันนี้โจวอวี่น่าจะไม่กลับมาอีก เพราะเบตาดีนนั้นไม่ใช่ของที่ล้างออกได้ง่าย ๆ
โจวอวี่กลับมาที่บ้านตระกูลกู้อย่างยับเยิน พอดีกับที่แม่กู้กำลังออกมาใช้ห้องน้ำ เห็นเธอเข้าก็กรีดร้องด้วยความใ ตาเหลือกขึ้นแล้วก็เป็ลมทันที
ผู้คนในบ้านตระกูลกู้ได้ยินเสียงก็รีบลุกขึ้นวิ่งออกมา เห็นโจวอวี่ก็ถึงกับใเป็อย่างมาก
"แม่เ้า ผีหลอก!"
กู้ฉิงอันจำโจวอวี่ได้ เขาขมวดคิ้วมองเธอ "เสี่ยวอวี่ ทำไมถึงเป็แบบนี้ล่ะ?"
ใบหน้าและตัวของเธอเต็มไปด้วยเบตาดีน ในความมืดมิดของยามค่ำคืน เธอดูน่าสยดสยองราวกับผีร้าย
"ฉัน... ฉัน... ฉัน ทำเบตาดีนหกใส่โดยไม่ตั้งใจ..." โจวอวี่ก้มหน้าลง ร้องไห้เบา ๆ เธอไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี เธอไม่สามารถบอกได้ว่าเธอไปขโมยของที่บ้านหลิงเหยาแล้วถูกหลิงเหยาเหยียบนิ้วมือหัก และยังถูกราดด้วยเบตาดีนทั้งตัว
กู้ฉิงอันทำหน้างง "ไปอาบน้ำเถอะ" เขาไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ถึงจะทำเบตาดีนหก ก็ไม่น่าจะเลอะเทอะไปทั่วตัวขนาดนี้
"อื้อ" โจวอวี่ตาแดง เดินกะเผลกเข้าไปในห้อง เมื่อผ่านกระจกแล้วเห็นตัวเองก็ร้องกรีดด้วยความใ
"เกิดอะไรขึ้น?" กู้ฉิงอันเพิ่งพยุงคุณแม่เข้าบ้าน ได้ยินเสียงก็รีบวิ่งมา
"ไม่... ไม่มีอะไรค่ะ" โจวอวี่รู้สึกเกือบบ้าไปแล้ว ทั้งหมดนี้เป็ความผิดของหลิงเหยาที่ทำให้เธอดูเหมือนผี ทำให้เธอโกรธจนแทบะเิ
ยามเช้า เสียงไก่ขันดังกระเทือนขอบฟ้า และทำลายความเงียบสงบของหมู่บ้านชนบท
หลิงเหยาตื่นแต่เช้าตรู่ และเริ่มวิ่งรอบหมู่บ้าน เธอ้าลดน้ำหนักลงโดยเร็ว เพราะความอ้วนไม่เพียงแต่ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ยังทำให้การทำกิจกรรมต่าง ๆ ยากลำบากอีกด้วย
วิ่งรอบหมู่บ้านสองรอบ กำลังจะกลับบ้าน ก็พบกับกู้ฉิงอันที่กำลังออกมาวิ่งออกกำลังกาย
กู้ฉิงอันเห็นหลิงเหยาแล้วชะงักไปชั่วครู่ จากนั้นก็มองเธอด้วยสายตารังเกียจ "อย่าหวังเลย เราสองคนจะไม่มีทางเป็ไปได้เด็ดขาด"
พูดจบกู้ฉิงอันก็วิ่งผ่านหลิงเหยาไป เธอคงเสียใจที่ถอนหมั้นกับเขา และพยายามดึงดูดความสนใจ จึงออกมาวิ่งแต่เช้าเพื่อให้เขาสังเกตเห็น แต่เขาจะไม่หลงกลเด็ดขาด และไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย
"เป็บ้าหรือเปล่านะ" หลิงเหยากลอกตาอย่างรำคาญ ดีนะที่ในชาตินี้เธอรู้สึกต่อชายคนนี้ไม่มีอะไรแล้ว ตอนนี้เธออยากส่งเขาไปให้ไกล ๆ สักพันลี้